รีวิวเซรั่มบำรุงปรับสภาพผิว สำหรับผิวที่มีปัญหาจุดด่างดำ Clair Mediatone Intensive dark spot solution serum จาก The Labatorian

94 20
WITH <strong>The Labatorian</strong> / ร่วมงานรีวิวกับแบรนด์ :)
ก่อนหน้านี้มี่เอาบทวิเคราะห์ส่วนผสมของเซรั่มดูแลปัญหาสิวสำหรับผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย Agness จากแบรนด์ The labatorian มาแชร์ให้ทุกท่านได้อ่านกัน

ถ้าท่านใดสนใจ สามารถตามไปอ่านได้ที่ลิงค์นี้นะคะ
https://www.jeban.com/topic/323855

วันนี้ขอหยิบเอาเซรั่มจากแบรนด์ The labatorian อีกสูตรมาให้ได้อ่านกันนะคะ
เซรั่มที่จะมารีวิววันนี้มีชื่อว่า Clair MediatoneTM Intensive dark spot solution serum ซึ่งมี่จะขอเรียกย่อๆ ว่า Clair นะคะ

น้องจะมาในหน้าตาคล้ายๆ กับ Agness แต่จะต่างกันในรายละเอียดเล็กน้อยค่ะ
ส่วนบรรจุภัณฑ์ด้านในจะคล้ายๆ กัน คือ มาในขวดปั๊มที่ปิดสนิท (Closed system)
เนื้อเซรั่มจะมาในอารมณ์แบบครีมเจล ไม่มีกลิ่นเพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม
เกลี่ยได้ค่อนข้างง่าย ให้สัมผัสนุ่มนวล ไม่เหนียวเหนอะหนะ เมื่อทิ้งไว้สักครู่จะรู้สึกเย็นสบายผิว และเรียบเนียน
สำหรับค่า pH ของน้องนั้นมี่ไม่ได้วัดให้นะคะ เนื่องจากเนื้อเซรั่มไม่เปียกบนกระดาษวัด pH ค่ะ

ส่วนของเรื่องการใช้งาน

หลังจากที่ได้ทดลองใช้มาราวๆ เกือบเดือน ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้เป็น Routine อยู่ก่อนหน้า ส่วนตัวรู้สึกว่า ประโยชน์ในด้านของการดูแลสีผิวนี่ นางจะค่อยๆ มา ไม่ได้ขาวแบบเร็วเว่อร์ มันจะเน้นเรื่องของการปรับสมดุลสีผิวให้ดูสว่างกระจ่างใส มารู้สึกตัวอีกทีก็แบบ อุ๊ย ผิว Glow จัง อะไรประมาณนั้น

ก่อนจะไปดูรายละเอียดส่วนผสม ขอเล่าถึงจุดเด่นของน้อง Clair ให้ฟังก่อนนะคะ
  • น้องผ่านการทดสอบการแพ้และการระคายเคือง ด้วยวิธี Closed patch test ในอาสาสมัคร
  • น้องผ่านการตรวจสอบปริมาณจุลินทรีย์ปนเปื้อนด้วยวิธี Total aerobic plate count
  • น้องมีสารบำรุงหลายชนิดที่เสริมกันอย่างลงตัวเผื่อดูแลปัญหาสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ หมองคล้ำ และไม่กระจ่างใส
  • น้องเสริมสร้าง Barrier ผิวไปพร้อมกัน
  • Non-comedogenic ทดสอบแล้วว่าไม่อุดตันรูขุมขน
สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้นะคะ
ในส่วนผสมวันนี้มี่ทำไว้หลายสีอยู่นะคะ

เนื่องจากเป็นเซรั่มที่ดูแลปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอ หมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส เลยขอหยิบยกเอาส่วนผสมที่มีประโยชน์ในเชิงด้านของ Whitening/Brightening ขึ้นมาเล่า
ก่อนนะคะ ส่วนผสมเหล่านี้มี่แสดงไว้ด้วยสีม่วงค่ะ

ส่วนผสมที่มีประโยชน์ด้าน Whitening
  • Tranexamic acid เป็น Whitening ตัวหนึ่งที่ดูแลปัญหาด้านจุดด่างดำได้ค่อนข้างดี มีรายงานว่าสารนี้มีคุณสมบัติไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีที่ต้นตอ คือ ไปยับยั้งสาร Plasmin ที่จะไปกระตุ้นฮอร์โมน α-MSH (Melanocyte stimulating hormone) ที่เป็นคุณแม่ของ Tyrosinase อีกที กล่าวง่ายๆ ว่า Tranexamic acid ไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีที่ขั้นตอนแรกๆ เลยก็ว่าได้ (J Am Acad Dermatol 2011;October:699-714.)
  • Niacinamide ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินบี 3 นางมีประโยชน์ที่ดีกับผิวหลายประการแต่ถ้าเป็นในด้านของ Whitening นางจะไปขัดขวางการส่งผ่านของเม็ดสีที่สร้างเสร็จแล้วไม่ให้ออกมาด้านนอก
  • Octadecenedioic acid หรือ เรียกย่อว่า ODA ที่มีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างจาก Whitening ทั่วไป โดย ODA ออกฤทธิ์ที่ peroxisome proliferator-activated receptor (PPAR) ซึ่งเป็นตัวรับชนิดหนึ่งที่ เกี่ยวข้องกับระบบต่างๆของร่างกายหลายระบบ รวมทั้งการสังเคราะห์เมลานิน โดย ODA มีผลไปทำให้การสร้างเอนไซม์ Tyrosinase ลดลง จึงส่งผลให้เกิดการสร้างเม็ดสีได้น้อยลง ผิวจึงแลดูสว่างกระจ่างใส และ ODA ยังมีประโยชน์อื่นๆ เช่น มีคุณสมบัติในการชะลอวัย และการลดการอักเสบระคายเคือง (Int J Cosmet Sci. 2005; 27(2):123-32)
  • N-acetyl-D-glucosamine หรือ NAG น้องเป็นอนุพันธ์ของน้ำตาลชนิดหนึ่ง ที่พบเป็นหน่วยย่อยของ Hyaluronic acid มีประโยชน์ในการเพิ่มความชุ่มชื้นโดยการเติมน้ำให้แก่ผิวหนังและอาจจะเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ Hyaluronic acid ของผิว สำหรับด้าน Whitening มีรายงานว่า NAG ไปป้องกันไม่ให้เอนไซม์ pro-tyrosinase ที่ยังออกฤทธิ์ไม่ได้ กลายสภาพเป็น tyrosinase ที่มีฤทธิ์ จึงไม่มีการสร้างเม็ดสี และยังมีประโยชน์ในด้านของการปรับสมดุลการผลัดผิวแบบอ่อนโยน (Int J Cosmet Sci. 2010;32(3):234.) และถ้าใช้ร่วมกับ Niacinamide จะให้ผลลดจุดด่างดำได้ดีขึ้น (Br J Dermatol. 2010;162(2):435-41.) ซึ่งสูตรนี้ก็เป็นเช่นนั้น คือมี NAG+Niacinamide
  • Potassium 4-methoxy salicylate หรือ 4-MSK ร่วมกับ Arbutin, และสารสกัดจากรากชะเอม มีประโยชน์ในด้านของ Whitening ผ่านกระบวนการยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase
  • Undecylenoyl phenylalanine รู้จักกันในนาม Sepiwhite MSH มีประโยชน์เป็น Whitening โดยไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ alpha-MSH ซึ่งปกติมีหน้าที่กระตุ้นให้เอนไซม์ Tyrosinase ทำงาน และไปควบคุมกระบวนการ Melanosome transfer ไม่ให้ส่งผ่านเมลานินที่สร้างเสร็จแล้วให้ออกไปภายนอกจนเห็นเป็นสีผิว มีการศึกษาในอาสาสมัครชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจ การทดสอบในอาสาสมัครที่ใช้สารนี้ในความเข้มข้น 1% ร่วมกับ Niacinamide 5% ให้ผลเป็น Whitening ที่ดีเมื่ออาสาสมัครใช้เป็นเวลา 8 สัปดาห์ (J Cosmet Dermatol. 2009;8(4):260-6.)
สีชมพู เป็นส่วนผสมที่มีประโยชน์ด้านการดูแลปัญหาการอักเสบระคายเคือง มีด้วยกันหลายตัว เช่น สารสกัดจากกุหลาบมอญ, Allantoin, Bisabolol สารสกัดจากว่านหางจระเข้ และ สารสกัดจากรากชะเอม จริงๆ เรื่องของปัญหาการอักเสบระคายเคืองก็เป็นปัญหาหนึ่งที่นำไปสู่การสร้างเม็ดสีที่ผิดปกติไป กลายเป็นจุดด่างดำได้ ดังนั้นจะกล่าวว่า สารสีชมพู เป็น Whitening อ้อมๆ ก็คงไม่ดูเกินจริง

สีเขียวสะท้อนแสง มี 2 รายการ ได้แก่
  • Soy isoflavone สารพฤกษเคมีในกลุ่ม Isoflavone มีประโยชน์เป็น antioxidant และมีคุณสมบัติคล้ายเอสโตรเจน เลยมีชื่อเรียกว่า Phytoestrogen คือ เอสโตรเจนจากพืช ซึ่งมีประโยชน์หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณสมบัติให้ผิวนุ่มฟู ยืดหยุ่น และแข็งแรง รวมไปถึงด้านการชะลอวัย และดูแลปัญหาริ้วรอย
  • Tropaeolum majus extract สารสกัดจากดอก Nasturtium ที่ประกอบด้วยสาร Polysaccharide ชื่อ Arabiongalactan เป็นสาระสำคัญ ออกฤทธิ์ผ่านกลไกที่ช่วยในการปรับสมดุลของผิวเพื่อแก้ปัญหาภาวะความเครียดเนื่องจากระดับของ Oxygen ต่ำ (Hypoxia) เมื่อเวลา Oxygen ต่ำ ผิวเราก็จะทำงานได้น้อยลง ทำให้ผิวหมองคล้ำ ไม่แข็งแรง ไม่นุ่มฟู ไม่ยืดหยุ่น ถ้าหากมีปริมาณของ Oxygen เพียงพอ ก็จะช่วยเสริมกระบวนการทำงานต่างๆ ของผิว จึงมีประโยชน์ในผิวนุ่มนวล เรียบเนียน แข็งแรง และมีสุขภาพดี ปรับ Complexion ของผิวให้มี Appearance แบบ Glow สุขภาพดีตามธรรมชาติ
สีฟ้า เป็นกลุ่มของสารไขมันทดแทน Barrier ผิวให้ผิวแข็งแรง

สีเขียวแก่ Boron nitride น้องเป็น Pigment ที่มีคุณสมบัติบางประการ แล้วแต่ชนิดและเกรดที่ใช้ น้องอาจจะไปช่วยเคลือบปกปิดริ้วรอยตื้นๆ ให้ผิวดูเรียบเนียน หรือ น้องมีความทึบแสง ช่วยอำพรางจุดด่างดำ หรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ให้ดูสม่ำเสมอ และดูสว่างขึ้น แต่ไม่ถึงกับขาววอก หรือ ติด Undertone เทาแบบการใช้ Pigment บางตัว

สีส้ม คือ สารสกัดจากเปลือกต้น Willow ประกอบด้วย BHA จากธรรมชาติ

ในภาพรวมคือ Clair เป็นเซรั่มชิ้นหนึ่งที่ประกอบด้วยสารบำรุงที่ดูแลปัญหาสีผิวได้ครบทั้งวงจร ตั้งแต่ก่อนการสร้างเม็ดสี ขณะสร้างเม็ดสี และ หลังการสร้างเม็ดสีเสร็จแล้ว

นอกจากสารที่เป็น Whitening แล้วยังเสริมสารบำรุงมาอีกหลายชนิด ที่ให้ประโยชน์อีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลดการอักเสบระคายเคือง ชะลอวัย ป้องกันริ้วรอย รวมถึงเสริมสร้างและฟื้นฟู Barrier ผิว เรียกได้ว่าค่อนข้างครบ

ในด้านของส่วนผสมอื่นๆ น้องจะมาในเบสที่เป็นกึ่งๆ Emulsion-gel จึงเป็นเนื้อคล้ายครีม แต่มีความเบา และเย็นสบายแบบเจล ไม่เหนียวเหนอะหนะแล้วหนักผิว

และสุดท้ายนี้ คือ ในเซรั่มไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเป็นส่วนผสม

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ
  1. สารบำรุง ตามที่ได้กล่าวไปในด้านบน ส่วนของ Whitening น้อง Clair ประกอบด้วยสารบำรุงที่ดูแลได้ครบทั้ง 3 ระดับของการสร้างเม็ดสีผิว และยังเสริมสารบำรุงอื่นๆ เข้ามา ให้ประโยชน์ครบ จบทุกปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็นการลดการอักเสบระคายเคือง ชะลอวัย ป้องกันริ้วรอย รวมถึงเสริมสร้างและฟื้นฟู Barrier ผิว เรียกได้ว่าค่อนข้างครบ ให้ไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิวเป็นส่วนผสม จึงไม่มีจุดให้หักคะแนน เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. ด้านการใช้งาน ตามที่ได้กล่าวไปด้านบน จากที่ส่วนตัวลองใช้ คือ น้อง Clair จะเน้นเรื่องของการปรับสมดุลสีผิวให้ดูสว่างกระจ่างใส มารู้สึกตัวอีกทีก็แบบว่า อุ๊ย ผิวดูมี Complexion ที่สวยงามขึ้น มีความ Glow แต่สำหรับคนผิวแห้ง อาจจะต้องใช้มอยส์เจอไรเซอร์อื่นเสริมอีก ถ้าใช้ตัวนี้อย่างเดียวบ่ายๆ จะแห้งเล็กน้อย แต่คนผิวมันน่าจะชอบ จุดนี้ขอให้ไป 4 ฟลาสก์

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทางแบรนด์ The labatorian ด้วยนะคะ ที่ส่งผลิตภัณฑ์ดีๆ มาให้มี่ได้รู้จัก และขอบคุณทุกท่านด้วยนะคะ ที่ติดตามรับชมมาจนจบ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการสนับสนุนจากทางแบรนด์ The labatorian การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสม/วัตถุดิบตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล และผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า โปรดใช้วิจารณญาณ


LadyMiyeon

LadyMiyeon

ชื่อมี่ มียอน สาวสกินแคร์สายเกาหลี ชอบอ่านส่วนผสมเครื่องสำอาง เน้นรีวิวส่วนผสมค่ะ กำลังหัดแต่งหน้าอยู่ แต่ยังได้แค่พอไปวัดไปวา คุยกันได้นะคะ ดูเหมือนโหดแต่จริงๆน่ารักแบ๊วๆใสๆ ไม่กัดจ้าาา

FULL PROFILE