เจาะ Beauty &Fashion สุดอลังการแห่งศตวรรษที่ 17

candy

candy

ดู Profile

ค่านิยมความงามแห่งศตวรรษที่ 17  ( ค.ศ. 1601 ถึง ค.ศ. 1700) จะมีสิ่งใดที่ทำให้พวกเราตื่นเต้นกันบ้าง   มาติดตามกันได้เลยค่ะ

หญิงสาวหลายคนที่เราหยิบยกมาเป็น reference ในนี้ถือเป็น trendsetter ของประเทศมหาอำนาจในยุโรป และไม่ต้องประหลาดใจไปหากได้รู้ว่า สาวงามเหล่านี้เป็นชู้รักของกษัตริย์ แม้จะไม่ใช่ระบบของการรับพระสนมเข้าวังต้องห้ามเพื่อให้กำเนิดรัชทายาทเหมือนกับจีนโบราณ แต่สาวงามที่ได้ชื่อว่าเป็น"อนุ"ของบุรุษผู้สูงศักดิ์และทรงอิทธิพลที่สุดในแผ่นดิน ก็จะได้สิ่งตอบแทนในรูปแบบ sponsorship ที่จะได้รับทั้งเงินทองและเกียรติยศ บรรดาศักดิ์ที่ได้อาจจะไม่ใช่พระสนมหรือโอกาสในการกลายเป็นราชินี แต่หากเป็นที่โปรดปราน ก็จะได้รับการแต่งตั้งด้วยยศที่เชิดหน้าเชิดตาวงศ์ตระกูล ทายาทหน่อเนื้อเจ้าแผ่นดินที่เกิดกับชู้รักจะไม่มีสิทธิ์ในการครองบัลลังก์ แต่หากพระบิดายอมรับว่าเป็นลูกนอกสมรส ก็อาจจะได้รับการแต่งตั้งยศสูงถึงระดับดยุคหรือเลดี้ และแต่งงานกับชนชั้นสูงด้วยกันเพื่อก่อตั้งตระกูลผู้ดีสืบทอดอีกหลายชั่วคน

หญิงสาวหลายคนที่ได้รับการยกย่องถึงความงามจนชื่อเสียงขจรขจายมักจะเปิดตัวในสังคมชั้นสูงด้วยความคาดหวังอย่างแน่วแน่ในการได้รับการ "เลี้ยงดู" จากบุรุษผู้ทรงอิทธิพล  แน่นอนว่าผู้กุมอำนาจสูงสุดย่อมมีมาตรฐานระดับสูงส่งเช่นเดียวกัน   สาวงามในที่นี้จึงดูเริ่ดๆเชิดๆมาพร้อมกับคำว่าเมียน้อย  นั่นมาจากค่านิยมที่แตกต่างจากโลกยุค modern นั่นเองค่ะ


คางอวบอูมไม่ใช่ปัญหาที่ต้องอำพราง แต่เป็นความงามทรงเสน่ห์
ผู้หญิงมากมายในยุคนี้รู้จักมุมหน้าเรียว หากมีเหนียงน้อยๆ ก็หาองศาที่สามารถอำพรางไม่โผล่ใน selfie  แต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน  ผู้หญิงเค้าเชิดหน้าโชว์คางอุยๆ ที่ดูนุ่มนิ่ม
Françoise-Marguerite de Sévigné  ลูกสาวของ Madame de Sévigné(นักเขียนเซเลบของฝรั่งเศสในยุคนั้น)   เธอสร้างกระแสฮือฮาตั้งแต่เดบิวท์เข้าสู่สังคมชั้นสูง  มีการเปรียบเทียบว่าเธอสวยจนทำให้โลกลุกเป็นไฟ และเป็นสาวงามที่สุดในแพรีส   คางอูมน่าจับของเธอปรากฏในภาพวาดหลายชิ้น
"Françoise-Marguerite de Sévigné ลูกสาวของ Madame de Sévigné(นักเขียนเซเลบของฝรั่งเศสในยุคนั้น) เธอสร้างกระแสฮือฮาตั้งแต่เดบิวท์เข้าสู่สังคมชั้นสูง มีการเปรียบเทียบว่าเธอสวยจนทำให้โลกลุกเป็นไฟ และเป็นสาวงามที่สุดในแพรีส คางอูมน่าจับของเธอปรากฏในภาพวาดหลายชิ้น"



มุมการโพสที่คุณต้องได้เห็นจากสตรีช้นสูงในยุคนี้คือการเชิดหน้าน้อยๆ จิกตามอง และโชว์เหนียง
Anne Spencer เคาท์เทสแห่ง Sunderland
"Anne Spencer เคาท์เทสแห่ง Sunderland"


ในยุค digital ทั้งๆที่เรายก smartphone ถ่ายภาพในมุมที่มั่นใจแล้วว่าหน้าจะต้องออกมาดูเรียวกระชับ ลำคอยาวระหง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสวยโดนใจตั้งแต่กดแชะแรก เมือย้อนกลับไปราวๆ สามศตวรรษก่อน  สาวผู้ดีทั้งหลายต้องนั่งเอียงคอเป็นแบบให้จิตรกรวาดภาพเหมือนหลายชั่วโมงโดยใส่ใจกับรายละเอียดคางสองชั้นไม่แพ้ส่วนอื่นบนใบหน้า!
Madame de Montespan   ชู้รักผู้โด่งดังของพระเจ้า Louis ที่14แห่งฝรั่งเศส
"Madame de Montespan ชู้รักผู้โด่งดังของพระเจ้า Louis ที่14แห่งฝรั่งเศส"


ใบหน้ากลมมน หรือเป็นรูปไข่ เปิดหน้าผากขาวเนียน
เคยมีความสงสัยมาก่อนเหมือนกันนะว่า ภาพวาดเหมือนของหญิงสาวในยุคประวัติศาสตร์นั้น จึงดูผมบางหน้าผากสูงตีวงโค้งโดดเด่น     เส้นไรผมนั้นอยู่สูงมากเกือบจะติดกลางศีรษะ

นั่นเป็นเพราะในยุคนั้น หน้าผากคือสิ่งที่ทำให้ความงามของผู้หญิงดูสมบูรณ์แบบนั่นเอง  หากผู้หญิงคนใดที่มีใบหน้าสวยสะคราญแต่หน้าผากแคบหรือเส้นไรผมอยู่ต่ำ ก็อาจจะทำให้ถูกหักคะแนนก็เป็นได้
Anne Boteler เคาท์เทสแห่ง Newport
"Anne Boteler เคาท์เทสแห่ง Newport"

ความชื่นชมหน้าผากสูงนี้เป็นค่านิยมต่อเรื่องมาจากยุคกลางและ Renaissance ที่ทำให้ผู้หญิงต้องถอนไรผมออกจนดูหัวเถิกกันไปตามๆกัน   ส่วนในศตวรรษที่ 17 จะโชว์หน้าผากด้วยการหวีครึ่งศรีษะแล้วตรึงให้แน่นด้านหลัง    ที่ขาดไม่ได้คือการม้วนลูกผมขดกลมระกรอบหน้า แต่ห้ามเยอะจนแย่งซีนหน้าผาก
พระราชินีHenrietta Maria แห่งอังกฤษ
"พระราชินีHenrietta Maria แห่งอังกฤษ"



เราแทบจะไม่ได้เห็นภาพรูปหน้าที่มีเหลี่ยมมีมุมของหญิงสาวในยุคนี้เลย  จิตรกรจะถ่ายทอดความงามของรูปหล้ามโค้งมน และทำให้ภาพวาดเหมือนของหลายคนดูคล้ายคลึงกันไปหมด      ดังภ
ทรงผมของเจ้าหญิง Henrietta Anne  แห่งอังกฤษยิ่งเน้นให้หน้าผากโดดเด่นขึ้นไปอีก
"ทรงผมของเจ้าหญิง Henrietta Anne แห่งอังกฤษยิ่งเน้นให้หน้าผากโดดเด่นขึ้นไปอีก"


ภาพ   Young woman with side curls จาก Wenceslas Hollar  แสดงถึงทรงผมเปิดหน้าผากยอดฮิตในยุคนั้น     อาจจะกล่าวได้ว่า ควรจะลืมผมม้าไปได้เลย


มีส่วนเว้าส่วนโค้ง สะโพกกลมและผายกว้าง พุงเล็กๆไม่ถือว่าเสียหาย

แม้ในยุคนี้  ผู้หญิงจะใส่ corset กันแล้ว  แต่อาจจะไม่ได้หมกมุ่นฝนเรื่องเอวบางจนแทบจะหักได้เหมือนยุค  Victoria   ชุดกระโปรงหลายแบบไม่ได้เน้นช่วงเอว   ภาพ nude ของหญิงสาวที่ตรงกับนิยามว่าสวยเลิศเลอนั้นยังดูใกล้เคียงกับคนมากมายในโลกนี้ทรวดทรงที่ดูเต็มไม้เต็มมือ  มีส่วนเกินนิดๆหน่อยๆ และห่างไกลกับภาพของ supermodel ในปัจจุบัน
จากภาพบน จิตรกรได้จำลองภาพของเทพี Venus และเทพ Cupid   ส่วนนางแบบในภาพนั้น มีการคาดคะเนว่า   หากไม่ใช่  Barbara Villiers ก็ต้องเป็น Nell Gwynne   ทั้งคู่ต่างก็เป็นชู้รักของพระเจ้า Charles ที่ 2 แห่งอังกฤษ  และมีชื่อเสียงเรื่องความงามอันลือลั่นไม่แพ้กัน
หญิงสาวที่มีทรวดทรงกลมกลึงในภาพบนคือมาดาม de Montespan  ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น maîtresse-en-titre ในรัชสมัยของพระเจ้า Louis ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส  ซึ่งมีความแตกต่างจากราชสำนักอังกฤษ  เพราะอนุที่ได้รับความโปรดปรานจากกษัตริย์จะได้รับการแต่งตั้งตำแหน่งอย่างเป็นทางการ  มาดามผู้นี้เองที่ได้รับฉายาว่าเป็นพระราชินีตัวจริง    เพราะถึงจะไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ที่ได้รับการอภิเษกถูกต้องตามหลักกฎหมายและศาสนาก็สามารถสร้างอิทธิพลในราชสำนักและวงสังคมชั้นสูงได้ยาวนานจนเลยวัยกลางคน    ว่ากันว่า พระเจ้า Louis ที่ 14  ไม่ปลาบปลื้มผู้หญิงรูปร่างผอมบางนัก  แน่นอนว่า ยอดรักผู้กำหัวใจราชาแห่งสุริยะมาได้เนิ่นนานหลายปีจะมีชื่อเสียงเรื่องส่วนเว้าส่วนโค้งอวบอิ่มที่ถือเป็นความงามในอุดมคติในช่วงนั้น


คอเสื้อเว้าต่ำโชว์เนินถัน
เมื่อเปรียบเทียบกับความนิยมในชุดที่ดูอนุรักษ์นิยมปกปิดเนื้อหนังในยุคVictorian  (ค.ศ. 1837—1901 )   เทรนด์ในหมู่สตรีชั้นสูงจากศตวรรษที่ 17ก็ทำให้พวกเธอดูร้อนแรงขึ้นมาทันที  

เจ้าหญิง Sophia แห่ง Hanover รัชทายาทผู้เกือบจะได้ขึ้นครองราชย์ปกครองอังกฤษแต่จากโลกนี้ไปซะก่อน
"เจ้าหญิง Sophia แห่ง Hanover รัชทายาทผู้เกือบจะได้ขึ้นครองราชย์ปกครองอังกฤษแต่จากโลกนี้ไปซะก่อน"


ส่วนใหญ่  สตรีชั้นสูงจะจับคู่ชุดเว้าคอต่ำกับสร้อยไข่มุกสั้น  ส่วนพวกเพชรพลอยที่ดูหรูหรากว่าจะถูกเลือกมาสวมใส่ในงานเป็นทางการ  ลองกวาดตาชมก็จะได้พบว่า สาวงามที่เราคักภาพมาให้ชมนั้นใส่สร้อยมุกกันทั้งนั้น
Nell Gwyn  นางเอกละครที่มีพื้นเพชนชั้นล่างของสังคมที่ไต่เต้าขึ้นมาเป็นอนุของพระเจ้า Charles ที่ 2 และ บุตรชายนอกสมรสของพวกเค้าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นดยุคแห่งSt Albans  สืบทอดบรรดาศักดิ์นี้มาถึงลูกหลานจวบจนปัจจุบัน
"Nell Gwyn นางเอกละครที่มีพื้นเพชนชั้นล่างของสังคมที่ไต่เต้าขึ้นมาเป็นอนุของพระเจ้า Charles ที่ 2 และ บุตรชายนอกสมรสของพวกเค้าได้รับการแต่งตั้งให้เป็นดยุคแห่งSt Albans สืบทอดบรรดาศักดิ์นี้มาถึงลูกหลานจวบจนปัจจุบัน"


แขนเสื้อพองมาก

เวลาดูภาพสาวงามจากยุคนี้ หลายคนก็อาจจะเห็นตรงกันว่า  พวกเธอดูอวบอั๋นและกลมกลึงไปหมด  ซึ่งเราเชื่อว่า   volume ของชุดมีส่วนสำคัญที่ทำให้ดูตัวใหญ่ขึ้นมาค่ะ   เมื่อเปรียบเทียบกับเทรนด์แขนเสื้อพองในยุคปัจจุบันที่คนดังหันมาใส่กันให้พรึ่บอยู่ระยะหนึ่ง     สำหรับเราแล้ว  นี่เป็นเทรนด์ที่ใส่ให่ดูเพรียวยากมาก    หากไม่ใช่สาวผอมอยู่แล้ว   volumeแบบอลังการที่แขนจะเน้นให้โครงสร้างด้านบนดูใหญ่ขึ้น   และเมื่อเป็น fashion  ยุคประวัติศาสตร์ที่พองทั้งท่อนบนและท่อนล่าง   ทำให้ศีรษะดูเล็กมากเมื่อเทียบกับช่วงตัว
ลุคของAnne ดัชเชสแห่งHamilton ตรงกับภาพผู้ดีสาวในจินตนาการของเราเป๊ะ  เธอม้วนผมเป็นลอนเด้ง ประดับด้วยโบแมทช์สีชุดและไข่มุกทั่วตัว  พาดไหล่ด้วยเฟอร์ ยิ่งเน้นvolume ด้านบนให้ใหญ่ขึ้นไปอีก
"ลุคของAnne ดัชเชสแห่งHamilton ตรงกับภาพผู้ดีสาวในจินตนาการของเราเป๊ะ เธอม้วนผมเป็นลอนเด้ง ประดับด้วยโบแมทช์สีชุดและไข่มุกทั่วตัว พาดไหล่ด้วยเฟอร์ ยิ่งเน้นvolume ด้านบนให้ใหญ่ขึ้นไปอีก"


มีการบันทึกไว้ว่า พระราชินี Henrietta Maria แห่งอังกฤษมีรูปร่างสูงเพรียว แขนเรียยาว สอดคล้องกับที่จิตรกรได้ถ่ายทอดมาภาพวาด     แต่ชุดที่trendyสุดๆในยุคนั้นดูพองและใช้เนื้อผ้าเยอะมาก  ทั้งๆfitting ก็ไม่ได้เป็นแบบหลวมๆ  แต่ดูเผินๆแล้วเหมือนชุด oversized
ด้วยเชื้อชาติฝรั่งเศส  ไม่ต้องสงสัยเลยว่า fashion ของพระราชินี Henrietta Maria จะต้องนำสมัยในยุคนั้น
"ด้วยเชื้อชาติฝรั่งเศส ไม่ต้องสงสัยเลยว่า fashion ของพระราชินี Henrietta Maria จะต้องนำสมัยในยุคนั้น"


ลองเปรียบเทียบstyle ระหว่างศตวรรษที่ 17  และยุค Victorian   แตกต่างกันอย่างลิบลับเชียว


ผมหยิกเป็นลอนเด้งคือที่สุด

น้อยครั้งที่จะเห็นสตรีชั้นสูงปล่อยผมยาวเหยียดโพสท่าในภาพเหมือน พวกเธอใช้คีมที่ใช้ไฟจากเตาม้วนผมเป็นลอนหมุนเกลียวเล็กแล้วจัดเป็นทรงตามความนิยมในช่วงนั้นแล้วประดับประดาผมด้วยไอเท็มต่างๆเช่น ริบบิ้น ดอกไม้ ไข่มุก เป็นต้น
ทรงผมที่เรียกว่า  hurluberlu อินอย่างแรงตั้งแต่ปี 1670s  ซึ่งเป็นการจัดลอนผมที่สั้นเหนือติ่งหูแล้วปล่อยปอยผมเล็กๆยาวลงมาทั้งสองข้าง   รูปทรงที่ดูสะดุดตานี้ทำให้มีคนเปรียบเทียบว่าเหมือนกับหัวกะหล่ำปลี แต่เพราะความแปลกนี่เองที่ทำให้ผู้คนฮือฮาจนกลายเป็นเทรนด์ดังของฝรั่งเศส  และเมื่อคนฝรั่งเศสอินอะไร  สาวๆในละแยกยุโรปก็ต้องตื่นเต้นตามไปด้วย

พี่น้องตระกูล Mancini ผู้ดีเชื้อชาติอิตาเลี่ยนที่แม่ของพวกเธอได้ชักชวนให้ย้ายไปฝรั่งเศสเพื่อหาสามีโพรไฟล์เริ่ดๆ  และด้วยความงามอันลือลั่น พวกเธอก็ได้ครองคู่ (และเป็นอนุ)กับผู้ชายตระกูลสูงส่งฐานะมั่งคั่งตามที่ได้หมายมั่นไว้
"พี่น้องตระกูล Mancini ผู้ดีเชื้อชาติอิตาเลี่ยนที่แม่ของพวกเธอได้ชักชวนให้ย้ายไปฝรั่งเศสเพื่อหาสามีโพรไฟล์เริ่ดๆ และด้วยความงามอันลือลั่น พวกเธอก็ได้ครองคู่ (และเป็นอนุ)กับผู้ชายตระกูลสูงส่งฐานะมั่งคั่งตามที่ได้หมายมั่นไว้"
Louise de Kéroualle   ดัชเชสแห่ง Portsmouth  หนึ่งในอนุคนโปรดของของพระเจ้า Charles ที่2 ได้รับคำชื่นชมว่ามีความสวยน่ารักแบบเด็กไร้เดียงสา
"Louise de Kéroualle ดัชเชสแห่ง Portsmouth หนึ่งในอนุคนโปรดของของพระเจ้า Charles ที่2 ได้รับคำชื่นชมว่ามีความสวยน่ารักแบบเด็กไร้เดียงสา"


เทรนด์นี่ม่ได้ hotในฝรั่งเศสเท่านั้น จากภาพล่างคือ พระราชินีMaria Casimira แห่งโปแลนด์และพระธิดา รายล้อมด้วยนางกำนัล  ทุกคนเซ็ทลอนผมหยิกเป็นก้อน   ทำให้คิดถึงทรงผมอาจุมม่าที่ได้ดูจากซีรีส์ Reply 1988  เลยล่ะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย