เมื่อcelebเผยประสบการณ์ทำศัลยกรรม

candy

candy

ดู Profile

เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคใหม่      การศัลยกรรมเพื่อเติมเต็มความปรารถนาที่จะเอื้อมถึงความงานที่ใฝ่ฝันก็ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเรื่องน่าอับอายหรือควรสบประมาทแต่อย่างใด    แม้กระทั่งผู้ที่ได้รับเสียงยกย่องว่ามีความงามที่เป็นเลิศ ก็อาจจะมีบางสิ่งที่บั่นทอนความมั่นใจจนต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อเนรมิตให้ดูสวยเป๊ะหมดกังวล         ทุกวันนี้  ผู้คนมากมายเรียนรู้ที่จะยอมรับถึงสิทธิของผู้อื่นในการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ และไม่ก้าวก่ายหรือตามดูถูกดูแคลนเรื่อง "สวยศัลย์"      จากที่เคยต้องปกปิดและอ้างเหตุผลไปต่างๆนานาเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปจากมีดหมอ  หลายคนหันมาแชร์ประสบการณ์และความรู้สึกหลังจากศัลยกรรม   รวมถึงเซเลบที่เลิศเลอไปทุกตารางนิ้ว     ประสบการณ์ศัลยกรรมของพวกเค้าเป็นเช่นไรบ้าง   มาติดตามกันเลยค่ะ

ความกดดันของอดีต Supermodelอันดับ 1  ที่ใครต่อใครอิจฉาเรื่องความงามอัน perfect 

เป็นเวลาเนิ่นนานที่ Gisele Bündchen  สร้างเสียงเลื่อลือในฐานะ supermodel อันดับ 1  เธอทำรายได้สูงสุดยากไร้คู่แข่งสูสีติดต่อกันหลายปี  แม้ในที่สุด หลังจากที่เธอรีไทร์ตัวเองจาก runway  และมีคลื่นลูกใหม่อย่าง Kendall Jenner โค่นตำแหน่งนางแบบรายได้สูงสุดไปแล้ว    แต่ Gisele ก็ยังเป็นที่จดจำในฐานะนางแบบสุดเริ่ดที่สร้างความคลั่งไคล้ท่ามกลางแฟนๆสาย fashion    เธอมีออร่าสวยเผ็ดดุดันของสาว Brazilian และรูปร่างที่บางคนอาจจะพูดอย่างเพลียๆว่า จะต้องเกิดใหม่กี่ชาติถึงจะเป๊ะได้ถึงขนาดนี้ 

ก่อนที่จะนางแบบจะหันมาสร้างความโด่งดังจาก Instagram Gisele คือผู้รับไม้ผลัดต่อจาก Kate Moss ผู้ที่ได้สร้างปรากฏการณ์ความคลั่งไคล้รูปร่างผอมบางในยุค 90s Gisele ถูกยกให้เป็นเจ้าของ "เรือนร่างแห่งยุค 2000s " เธอมีขายาวไม่สิ้นสุด รวมไปถึงอกชูชันน่าตื่นตาใจทุกหารเคื่อนไหวบนrunway แม้จะถอนตัวจากการเดินแบบไปแล้ว แต่ผลงานทางโฆษณาและนิตยสารต่างๆก็มักดึงดูดให้แฟนๆเข้าไปชื่นชมอยู่เสมอ


จนประทั่งราวๆกลางปี 2015  สื่อหลายเจ้าก็พาดหัวข่าวใหญ่โตว่า  supermodel  ผู้สมบูรณ์แบบคนนี้แอบไปศัลยกรรมหน้าอกที่ Paris

อำพรางตัวตนเข้าคลีนิคศัลยกรรม

ข่าวนี้ถูกขยายประเด็นไปใหญ่โต เพราะเจ้าตัวไม่ได้แอบเข้าคลีนิคแบบธรรมดาๆ แต่เลือกใส่ชุดคลุมปิดจากศีรษะไปถึงข้อเท้าเหมือนกับสาวมุสลิม แต่ถูก paparazzi จัยผิดได้จากปัจจัยแวดล้อมว่า นี่คือนางแบบรายได้สูงที่สุดในโลก และยืนยันหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่า หญิงสาวในภาพคือ Gisele (และน้องสาว) ก็คือ sandal เปลือยเท้าที่สวนทางกับความเชื่อในการแต่งกายของผู้หญิงจากประเทศมุสลิมที่เคร่งครัด ทำให้เชื่อได้ว่า ภายใต้ชุดคลุมนั้น คือคนดังที่ต้องการอำพรางตัวตนไม่ให้คนนอกได้รับรู้

สื่อได้พยายามขุดคุ้ยข้อมูลจากคนวงใน และรายงานว่า Gisele ได้นัดแนะกับคลีนิคเพื่อทำศัลยกรรมหน้าอกที่มีปัญหาแฟบลงจากการมีลูก

เธอไม่ได้ตอบรับเรื่องนี้ แล้วตัดสินใจออกมาเปิดเผยที่มาของข่าวเรื่องทำหน้าอกในอีกหลายปีต่อมา

"ฉันมักจะได้รับคำชื่นชมเรื่องรูปร่างเสมอมา ทำให้รู้สึกว่า ฉันไม่สามารถตอบสนองความคาดหวังจากผู้คนได้ ฉันรู้สึกเปราะบางเป็นอย่างมาก เพราะแม้ว่าฉันจะออกกำลังกายและเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ฉันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า ลูกๆของฉันชอยกินนมจากเจ้าซ้ายมากกว่าเต้าขวา ฉันแค่อยากจะให้มันมีขนาดเท่าๆกัน คนอื่นจะได้ไม่มาคอยวิจารณ์"


"ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมา ฉันได้ถามตัวเองไปว่า นี่ทำอะไรลงไป? มันรู้สึกเหมือนกับมีชีวิตในร่างกายที่ตัวฉันไม่รู้จัก เป็นปีแรกที่ฉันใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ๆหลวมๆเพราะฉันรู้สึกไม่สบายใจ"


ซ้าย Gisele ในปึ 2014  และขวา ปี 2015 หลังจากถูกสื่อตีข่าวเรื่องพรางตัวเข้าคลีนิคศัลยกรรม
"ซ้าย Gisele ในปึ 2014 และขวา ปี 2015 หลังจากถูกสื่อตีข่าวเรื่องพรางตัวเข้าคลีนิคศัลยกรรม"

"สามีของฉันบอกว่า ไม่ว่าจะอย่างไร ผมก็รักคุณ และบอกว่าฉันดูสวยแล้วค่ะ นี่คือบทเรียนครั้งหนึ่งในชีวิต อุปสรรคจะสอนให้เป็นแข็งแกร่งขึ้น แต่ฉันก็อยากย้อนกลับไปเรียนรู้บทเรียนนี้ด้วยวิธีอื่น " (ที่ไม่ใช่เป็นการศัลยกรรม)



นางแบบที่เสริมเต้าตั้งแต่วัยสาวเพื่อความโดดเด่นในการถ่ายแบบ และตัดสินใจผ่าซิลิโคนออกเพราะเสียทรวดทรงหลังมีลูก


คนดังที่เปิดเผยเรื่องการศัลยกรรมลำดับต้นๆของวงการ หนีไม่พ้น  Chrissy Teigen นั่นเองค่ะ    เธอได้ประกาศถึงที่มาของหน้าอกหน้าใจอันกลมกลึงที่สร้างชื่อให้ตั้งแต่ยังเป็นนางแบบชุดว่ายน้ำว่า  ไม่ได้เป็นอึ๋มธรรมชาติ แต่เป็นอึ๋มที่หมอทำให้มาเป็นสิบปีแล้ว


"ฉันทำนมมาตั้งแต่ช่วงยี่สิบค่ะ ทำเพราะเหตุผลในการถ่ายชุดว่ายน้ำมากกว่าเรื่องอื่น ฉันเชื่อว่า ถ้าโพสท่านอนหงายก็อยากจะให้เต้าตั้งชูชันขึ้นมา แต่แล้วพอมีลูก น้ำนมก็ไหลคั่งเต็มเต้าจากนั้นก็ฟีบลงไป ตอนนี้มันก็เสียทรงไปหมดเลยค่ะ


"ที่จริงฉันทำนมโดยที่ยังรักษาไซส์เดิมไว้ แต่เติมให้มันดูกลมกลึงและเต่งตึงขึ้น ฉันทำนมทรงหยดน้ำที่ช่วงล่างของถัน แล้วก็เติมช่วงอกให้ดูเต็ม ตอนนี้ฉันอยากจะเอามันออกแล้วค่ะ ถ้าให้ทำอะไรเพิ่ม ก็คงเป็นการกระชับหน้าอก ฉันเชื่อว่า เราต้องผ่าตัดเปลี่ยนซิลิโคนทุกสิบปี ตอนนี้ก็ได้เวลาพอดี"

ข้อมูลสำคัญเราได้รู้จาก Chrissy ก็คือ แม้จะผ่าตัดเสริมซิลิโคนเข้าไปแล้ว การให้นมลูกก็ทำให้หน้าอกเสียรูปทรงความเต่งตึงได้เช่นกัน

หลังจากที่เธอคิดถี่ก้วนแล้ว จึงนัดหมอผ่าตัดซิลิโคนออก เพราะอยากจะสัมผัสความรู้สึกเบาสบายโดยไม่มีเต้าใหญ่ตู้มกองขวางให้อึดอัดตอนนอนคว่ำ


หลังจากผ่าตัดแล้ว เธอก็โล่งใจมากถึงขั้นที่สั่งเค้กมาอำลานมซิลิโคนที่อยู่ด้วยกันมานานเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม   Chrissy รู้สึกว่าไซส์ยังใหญ่เกินความพอใจอยู่ดี  จึงวางแผนจะผ่าตัดลดขนาดซ้ำ   เธอได้เปิดเผยกระทั่งภาพหน้าอกที่แพทย์ได้วาดปากกาไว้ตำแหน่งต่างๆ รวมถึงรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดที่ปรากฏอยู่บนเต้าอย่างชัดเจน   เพราะมี  hater กล่าวหาว่า เธอกุเรื่องที่เอาซิลิโคนออกไปเพื่อเรียกร้องความสนใจ    


แม้จะเอาซิลิโคนออก แต่อกก็ยังอวบอิ่ม
"แม้จะเอาซิลิโคนออก แต่อกก็ยังอวบอิ่ม"

Bollywood Superstar กับความในใจที่หมอทำจมูกพลาดจนต้องซ่อมหลายรอบ


ตอนที่ Priyanka Chopra ได้ด้าวเข้ามาสร้างชื่อเสียงใน Hollywood ก็มีวัยเข้าสู่เลข 3 แล้ว ซึ่งถ้าไม่ได้ตามติดข่าว gossip จากวงการบันเทิงอินเดียมาก่อน ก็คงไม่ทราบกันว่า ชาวเน็ทดินแดนภารตะได้โจษจันเรื่องรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของซุปตาร์ Bollywood มาตลอดระยะเวลาหลายปี และเป็นคำวิจารณ์ในด้านลบ บางคนถึงกลับกล่าวหาว่า เธอหมกมุ่นกับการลบ trademark ของชาวอินเดียออกไปด้วยการทำจมูกใหม่ แม้ว่าจะได้รับคำชื่นชมเรื่องความงามจากนานาชาติจนคว้าตำแหน่งMiss World มาได้

ก่อนที่ Priyanka  จะสร้างความโด่งดัง  เธอดูแตกต่างจากปัจจุบันพอสมควร  และเมื่อหน้าเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ  เธอก็ถูกเย้ยหยันด้วยฉายา " Chopra หน้าพลาสติก"  จนรู้สึกเจ็บปวดใจ  และยอมรับว่า ทำจมูกมาแล้วหลายครั้ง  แต่เป็นเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่าข้อกล่าวหาที่เธอต้องพบเจอ

"ฉันมีปัญหาเรื่องการหายใจค่ะ มันเป็นปัญหาที่ผู้ป่วยโรคหอบหืดไม่ควรนิ่งนอนใจ" สาวงามคมเข้มได้เปิดเผยว่า เธอมีติ่งเนื้อที่เรียกว่าริดสีดวงจมูก เกิดจากการที่เยื่อบุจมูกอักเสบ บวมขึ้นเรื่อยๆ มีน้ำคั่ง กลายเป็นก้อนในจมูก

"ในขณะที่กำลังผ่าเอาติ่งเนื้อออก หมอได้เฉือนเอาส่วนสันดั้งของฉันออกไปด้วย และทำให้จมูกยุบลงไป เมื่อได้แกะเอาผ้าพันแผลออก แม่และฉันต่างก็ตกตะลึง
จมูกเดิมของฉันหายไปแล้ว หน้าตาของฉันเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ฉันดูไม่เหมือนคนเดิมอีกต่อไป"

เธอบรรยายความรู้สึกว่า ความเปลี่ยนแปลงอันนี้ได้นำมาทั้งความโศกเศร้าและความท้อถอย ซ้ำร้าย สื่ออินเดียยังตั้งฉายาหน้าพลาสติกให้ และมันก็กลายมาเป็นสิ่งที่อยู่ติดตัวเธอตลอดชีวิตการเป็นศิลปินวงการบันเทิง


Priyanka อธิบายว่า  เธอต้องรับการผ่าตัดอีกหลายครั้ง เพื่อแก้ไขความเสียหายที่เกิดจากการการผ่าตัดริดสีดวงจมูก  และใช้เวลาอีกหลายปีในการทำใจให้คุ้นเคยกับการจ้องมองกระจกแล้วรู้สึกเหมือนมีคนแปลกหน้าจ้องมองกลับมา  และในที่สุดก็ยอมรับได้ว่านี่คือตัวของเธอเอง

เธอบินไป London เพื่อผ่าตัด   แต่ก็ต้องเผชิญกับความผิดพลาดจนทำให้รู้สึกเสียใจมาจนทุกวันนี้     สิ่งเราน่าจะเรียนรู้จากเรื่องนี้ก็คือ  แม้จะเป็นการศัลยกรรมในประเทศพัฒนาแล้ว  แต่ก็มีความเสี่ยงจากการผ่าตัดที่ผิดพลาด   จำเป็นจะต้องศึกษาข้อมูลให้แน่นมากๆ  
ผู้กำกับที่เคยตะโกนใส่หน้า Priyanka เมื่อได้เห็นว่าจมูกของเธอไม่เหมือนเดิม
"ผู้กำกับที่เคยตะโกนใส่หน้า Priyanka เมื่อได้เห็นว่าจมูกของเธอไม่เหมือนเดิม"


แรงกดดันนี้ ไม่ได้มาจากเสียงล้อเลียนถากถางเท่านั้นค่ะ ตอนที่เธอทำจมูกในช่วงแรกๆ สื่อโหมกระพือข่าวอย่างหนัก ส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ และเธอก็ได้ยอมรับกับVOGUE India ว่า เคยถูกผู้กำกับตะคอกใส่ และถูกปลดออกจากหนัง แต่ไม่ได้ระบุถึงต้นสายปลายเหตุ

จนกระทั่ง Anil Sharma ผู้กำกับที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เบื้องหลังการแจ้งเกิดในวงการหนังของ Priyanka ได้เปิดเผยหมดเปลือกว่า เป็นตัวเขาเองที่ปรี๊ดใส่เธอด้วยความโกรธเกรี้ยว เพราะเมื่อหลับมาจากต่างประเทศก็ได้ยินว่า นางเอกหน้าใหม่ที่วางตัวให้รับบทนำในหนังฟอร์ใหญ่เพิ่งจะไปทำจมูกมา เมื่อมีคนเอาภาพล่าสุดของเธอให้ดู ก็ไม่เชื่อด้วยซ้ำไปว่านี่คือ Priyanka "ผู้หญิงในภาพดูแย่มาก Priyanka เป็นสาวงามที่มีรอยยิ้มสวยบาดใจ" เขาจึงเรียกเธอมาพบเพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาและเมื่อได้เห็นจริงๆไม่สามารถเก็บความโมโหไว้ได้จนร้องถามไปว่า เธอมีความเป็นจำเป็นอะไรจะต้องมาทำจมูกกันตอนนี้ แต่ก็พยายามแก้ปัญหาด้วยการเรียกตัวช่างแต่งหน้ามาช่วยปรับลุค เขาไม่ได้เป็นผู้กำกับเพียงคนเดียวที่วิตกกับใบหน้าที่เปลี่ยนแปลงของนางเอก Priyanka ถูกปลดจากหนังหลายเรื่อง แต่ก็ก้าวข้ามscandalการทำจมูกไปได้ด้วยบทนำในหนังโกยรายได้สูง และเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอประสบความสำเร็จกลายมาเป็นนางเอกตัวแม่แห่ง ฺBollywood และสามารถเข้ามาโลดแล่นในHollywood ได้ในที่สุด




สาวแซ่บ K Pop ที่ถูกวิจารณ์ว่าก่อนศัลย์ดูสวยกว่า

ความร้อนแรงของ Jessi ทำให้มีคนมักนำเธอไปเปรียบเทียบกับ rapperที่โด่งดังอย่าง Cardi B ความมาดมั่นแบบสาว American ของเธอนั้นทำให้เธอโดดเด่นแตกต่างจากศิลปินร่วมวงการ เธอแสดงความปลาบปลื้มในความอึ๋มที่มาจากซิลิโคน และบรรยายรายละเอียดเรื่องการศัลยกรรมส่วนต่างๆบนใบหน้าโดยไม่ต้องหาข้ออ้างมากลบเกลื่อน ซึ่งในวงการนี้ คนดังก็ได้พูดถึงเรื่องการปรับเปลี่ยนลุคให้เป๊ะขึ้นได้อย่างปกติ ไม่ต้องพบกับดราม่าอะไรเกินจะรับมือนัก ดังที่เราได้รู้กันว่า ชาวเกาหลีมีอัตราการทำศัลยกรรมสูงลิ่วจนสร้างเสียงเลื่องลือไปหลายประเทศ ผู้คนจึงได้ยอมรับคนดังที่ไม่ได้สวยงามตามธรรมชาติได้มากขึ้น เพราะเข้าใจเป็นอย่างยิ่งว่า ความงามสมบูรณ์แบบนั้นจำเป็นต่อวงการนเทิงมากแค่ไหน

แต่แม้ว่าจะดูมั่นใจมาก Jessi ก็เคยเจอกับแรงกดดันเรื่องเสียงวิจารณ์ต่อการศัลยกรรมมาแล้ว

เมื่อหล่ยปีก่อน เธอเล่าว่า หลังจากเห็นผลลัพธ์จากการทำจมูกและทำตาสองชั้นแล้ว ก็ถึงกับน้ำตาไหล  โดยเฉพาะจมูกที่ดูใหญ่บวมจนดูเหมือนพิน็อคคิโอ  กว่าจะยุบลงไปได้ก็ใช้เวลาถึงครึ่งปี   เธอยังแชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นการผ่าจมูกจนโด่งเป็นสันว่า  ตอนที่หายใจเร็วก็จะมีเสียงแปลกๆออกมาจนคนอื่นสังเกตได้ไม่ยาก
เมื่อค่อยๆสร้างความโด่งดังขึ้นมา เธอก็ทำศัลยกรรมเพิ่มเติม  โดยเฉพาะหน้าอกกลมเด้งที่ดึงดูดความสนใจจากผู้คน  Jessi เล่าว่า ชาวเน็ทมักจะคอมเมนท์โจมตีว่าอกของเธอดูปลอม  เธอจึงใช้พื่นที่จากรายการ TV เคลียร์ให้แจ่มแจ้งไปเลยว่า  เธอเป็นคนจ่ายเงินทำหน้าอกเอง  เรื่องอะไรจะต้องคอยบิดบัง  ถึงจะถูกจิกกัดว่าดูปลอมก็ตาม

"ไม่มีใครหรอกที่ดูสมบูรณ์แบบไปหมด ฉันแค่มีความมั่นใจในตัวเอง และนั่นคือเหตุผลที่ฉันโชว์รูปร่าง"

Jessi สามารถเล่นมุกเรื่องอึ๋มที่หมอจัดให้แบบชิลๆ
"Jessi สามารถเล่นมุกเรื่องอึ๋มที่หมอจัดให้แบบชิลๆ"

เธอแจกแจงให้แฟนๆเข้าใจใหม่ว่า ไม่ได้ทำหน้าเยอะแยะ แต่ค่อยๆทำทีละนิด อย่างการเสริมจมูกและตาสองชั้นมาหลายปีแล้ว และเติมหน้าด้วย filler แต่ถูกโจมตีว่าฉีดมากไปจนหน้าตาน่าหลัวเหมือนปีศาจสาวศัลย์ เธอจึงพักจาก filler แต่ก็ตัดสินใจฉีดปาก  ซึ่งอาจจะไม่ใช่ลุคที่โดนใจชาวเกาหลีนัก แม้จะมีคนดังและ influencer อินกับเทรนด์ฉีดปากบ้างแล้ว


makeup คือหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้เธอดูเปลี่ยนไปมาก
"makeup คือหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้เธอดูเปลี่ยนไปมาก"

Jessi ย้อนไปถึงช่วงที่อยู่กับเอเจนซี่เก่า ที่ได้รับการหว่านล้อมให้ทำศัลยกรรมด้วยเหตุผลที่ว่าเธอถ่ายรูปไม่ขึ้นนัก หากมีตาสองชั้นและจมูกโด่งก็จะทำให้ดูเปล่งประกายมากขึ้น ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนักสำหรับเอเจนซี่บันเทิง อดีตไอดอลและเด็กฝึกก็เคยออกมาเปิดใจกันหลายครั้งแล้วว่า จะได้รับการจูงใจให้ขึ้นเขียงผ่าตัดเพื่อเนรมิตหน้าตาพิมพ์นิยม แต่เมื่อไม่นานมานี้สาวสุดแซ่บก็ประกาศว่าได้เปลี่ยนความคิด ไม่สนับสนุนเรื่องศัลยกรรมอย่างเต็มที่อีกต่อไป และคงไม่ทำอะไรเพิ่มเติมอีก  เพราะเธอยอมรับได้แล้วว่า ตัวเองไม่ได้สมบูรณ์แบบ
ภาพ Jessi เมื่อเดือนที่แล้ว    เธอเปลี่ยนลุคอย่างชัดเจน มีริมฝีปากที่ดูโดดเด่นที่สุดในใบหน้า
"ภาพ Jessi เมื่อเดือนที่แล้ว เธอเปลี่ยนลุคอย่างชัดเจน มีริมฝีปากที่ดูโดดเด่นที่สุดในใบหน้า"

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย