ลดได้สักทีพี่จ๋า... // แชร์ประสบการณ์ลดน้ำหนัก 8 กิโล ใน 3 เดือน // by Moo_yarksuay

Dara_Daranee

Dara_Daranee

ดู Profile

น้ำหนักที่มากที่สุด / น้ำหนักปัจจุบัน
"น้ำหนักที่มากที่สุด / น้ำหนักปัจจุบัน"

BEFORE

AFTER

About This Look!

78 >>> 70

  •       Hi  Hello  An-Yong สวัสดีค่าาา ครั้งนี้โบว์กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ (คิดเอาเองอะนะคะ) 555 เพราะนี่จะเป็นครั้งแรก(และน่าจะเป็นครั้งเดียว) เลยที่โบว์จะมาแชร์ประสบการณ์ลดน้ำหนักของตัวเองให้เพื่อน ๆ ที่กำลังลดน้ำหนักหรือตั้งใจว่าจะลดน้ำหนักในเร็ว ๆ นี้

  •      ก่อนอื่น ใครที่คิดจะลดน้ำหนักต้องมีความเชื่อก่อนนะคะ เชื่อว่าตัวเองทำได้ ต่อให้คนทั้งโลกไม่มีใครเชื่อว่าเราทำมันได้ก็ตาม ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะคิดว่าโบว์เวอร์เกินไปหน่อยมั้ย  เอาจริงก็เวอร์แหละค่ะ แต่มันก็มาจากเรื่องจริงของโบว์นั่นแหละค่ะ

  •     สิบกว่าปีที่ผ่านมา โบว์พยายามลดน้ำหนักมาตลอดนะคะ สำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง แต่ก็พยายามลดลงมาเรื่อย ๆ ค่ะ ส่วนวิธีการลดก็ใช้การควบคุมอาหารเอา หลุดบ้างไรบ้าง น้ำหนักลงบ้างขึ้นบ้าง คนรอบตัวก็เอาแต่เปรัียบเทียบรูปร่างหน้าตารวมถึงสีผิว ของเรากับน้องสาวมาตลอด จนวันนึงรู้สึกท้อค่ะ ยอมแพ้กับการลดน้ำหนักจริง ๆ 

  •      จากนั้นก็เริ่มประชดชีวิตด้วยการกินสิ่งที่อยากกิน ไม่ควบคุมอาหาร ไม่ออกกำลังกาย เสื้อผ้าคับแล้วใช่มั้ยไม่เป็นไรฉันซื้อใหม่  จากที่เคยใส่ size M ก็ขยับมาเป็น L เป็น XL จนมาสุดที่ 2XL ร่างกายเราเริ่มแย่ ป่วยง่าย ขี้หงุดหงิด (เพราะอึดอัดตัวเองเวลาใส่เสื้อผ้า) หนักที่สุดคือปวดเข่ามากกกก พอถึงจุดนั้นคือบอกกับตัวเองแล้วว่าต้องลดแล้วนะ 

  •      แต่ก็ยังไม่เริ่มสักที 555 จนวันที่มีถ่ายรูปรับปริญญา (เราเรียนจบ 3 ปี ครึ่ง ทำเรื่องจบพอ ๆ กับรุ่นพี่ซึ่งตอนนั้นกำลังจะแยกย้ายกันไปเลยเช่าชุดครุยมาถ่ายรูปพร้อมกันไปเลย) พอเห็นตัวเองในภาพแล้วคือช็อกมากกกก แบบช่วงที่กินมาคือถ่ายแต่เซลฟี่ ไม่ได้สนใจตัวเองในกระจกเท่าไหร่เพราะส่องไปยังไงก็อ้วน  

  •      หลังจากวันนั้นเราก็มีโอกาสได้รื้อภาพเก่า ๆ ของตัวเองช่วงที่เรียน เลยทำให้คิดได้ว่า  ถึงเวลาที่ต้องลดจริงจังแล้ว เราอ้วนได้ก็ต้องผอมได้ จากนั้นก็ตั้งเป้าเลยว่าต้องผอมก่อนวันรับจริงให้ได้  รูปวันรับปริญญาต้องออกมาดูดีกว่านี้  

  •     จำไม่ได้ว่า 2 หรือ 3 เดือน เราออกกำลังกาย และควบคุมอาหาร  บอกลาชานมไข่มุก ชาบู หมูกะทะ จริงจัง  น้ำหนักก็ลงมาได้ประมาณนึง จากตอนที่อ้วนสุดในชีวิตคือ 89 กิโลกรัม ลดลงมาเหลือประมาณ 78 กิโลกรัม  เราภูมิใจกับตัวเองมาก  มองรูปตัวเองในวันรับปริญญาไปยิ้มไป

  •     แต่นั่นแหละ มันยังไม่พอสำหรับคนรอบตัว ก็ยังคงพูดกรอกหูอยู่ว่าทำไมไม่ออกกำลังกาย ทำไมไม่ลดหุ่น ทำไม ทำไม จนเราเฉยกับการดูแลตัวเองเป็นครั้งที่ 2 

  •     น้ำหนักเริ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไรแต่ขอบคุณมาก ๆ ที่วันนั้นเราเลื่อนคลิปในยูทูปดูแล้วไปเจอกับคลิปออกกำลังกายที่เรารู้สึกอยากออกกำลังกายจัง และใช่เราอยากขอบคุณตัวเองมากที่วันนี้ที่เลือกวางไอแพดแล้วลุกขึ้นมาเต้นตามในคลิป

  •    หลังจากวันนั้นเราก็ตั้งเป้าหมายในชีวิตใหม่ค่ะ เราเอาคำพูดจากหลาย ๆ คนมาเป็นแรงผลักดันให้ตัวเอง ในเมื่้อเราไม่ประสบความสำเร็จเรื่องงาน ก็ต้องทำอะไรสักอย่างในชีวิตให้สำเร็จบ้าง ซึ่งเราเลือกที่จะลดน้ำหนักเพื่อให้รูปร่างและสัดส่วนกระชับขึ้น  แถมยังได้เพิ่มความมั่นใจเวลาใส่ชุดตัวเก่งของตัวเองถ่ายรูปด้วย  และใช่จากวันนั้นจนถึงตอนนี้เราลดน้ำหนักไปได้ทั้งสิ้น 8 กิโลกรัม

  •   ถ้าเทียบกับระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา น้ำหนักเราลดไม่เยอะเท่าไหร่ แต่สัดส่วนกระชับขึ้นมาก มากจนทุกวันนี้มีแต่คนทักว่าทำไรมา ผอมลงเยอะเลย (ทั้งชีวิตเพิ่งมีคนทักแบบบนี้ ก็ดีใจแปลก ๆ ดี)

  •   วิธีที่โบว์ใช้คือออกกำลังกายหลาย ๆ รูปแบบ เพื่อความสนุกในการออกกำลังกายค่ะ บอดี้เวทบ้าง เต้นบ้าง เล่นฮูล่าฮูปบ้าง อ้อโบว์เล่น เชือกทีอาร์เอ็กซ์ด้วย วันไหนคึกหน่อยก็เล่นทุกอย่างในวันเดียว ซึ่งทุกคนช่วงแรกคือทรมานสังขารมากจริง ๆ แต่อดทนอีกหน่อย การออกกกำลังกายจะถูกเพิ่มลงไปในเป็นกิจวัตรประจำวันที่เพื่อน ๆ อยากทำให้ได้ทุกวันแน่ ๆ ค่ะ 

  •   ส่วนอาหารก็อย่างที่ทุกคนทราบอยู่แล้วว่าต้อง ลดของหวาน ของมัน ของทอด อาหารรสจัด หลีกเลี่ยงแป้ง ข้าวก็ทานเป็นข้าวที่ยังไม่ผ่านมาขัดสี  ใครอยากเห็นผลลัพท์ไวขึ้นก็แนะนำให้ทำอาหารคลีนทานเองเลยค่ะ อิ่มนาน และมั่นใจได้ว่าอาหารสด สะอาด ผ่านการปรุงมาน้อยจริงๆ 555 เพราะเราเป็นคนลงมือทำเอง อาจจะยุ่งยากและแพงกว่าอาหารปกติไปหน่อยแต่ทำแล้วดีกับตัวเองค่ะ ท่องไว้

  •   ช่วงไหนที่โบว์รู้สึกอึดอัดอยากเบาตัวโบว์จะทำ IF แบบ 8/16 ควบคู่ไปด้วย คือเริ่มทานมื้อแรกตอนเที่ยง และมื้อที่สองก่อนสองทุ่ม ในช่วงเวลาที่อดเราสามารถทานกาแฟดำ (ไม่ใส่น้ำตาล) ได้่ค่ะ กาแฟดำนอกจากจะช่วยไม่ให้เราหิวมากก่อนเริ่มทานมื้อแรกแล้วยังมีส่วนช่วยเร่งการเผาผลาญได้ด้วยนะคะ  

  •    ช่วงแรกโบว์ทานเป็นอมริกาโน่เย็น (ไม่ใส่น้ำตาล) ของร้านสะดวกซื้อร้านนึง ราคาแก้วละ 33 บาท แต่พอทานไปได้สักพักเริ่มรู้สึกอยากลดค่าใช้จ่ายลงเพิ่อเอาเงินไปซื้อสกินแคร์มาดูแลผิวหน้าที่เริ่มจะมีริ้วรอยแล้วตามกาลเวลา แล้วก็ได้เจอกับเนสกาแฟอเมริกาโน่ (ไม่ใส่น้ำตาล) 1 แพคมี 9 ซอง ราคาแพคละแค่ 39 บาท เฉลี่ยแล้วเราสามารถทานอเมริกาโน่เย็น(ไม่ใส่น้ำตาล) ได้ในราคาแก้วละแค่ 4.33 บาทเองงงง (ปล.เราเสียเงินซื้อเองนะคะ แค่อยากมาเสนอทางเลือกให้คนที่อยากผอมและมีงบกำจัดเหมือนกันเฉย ๆ)

  •    วิธีชงก็ง่ายมากกกก แค่ฉีกซองเทกาแฟลงในแก้วที่ใส่น้ำเย็น  คนพอเป็นพิธีก็สามารถดื่มได้เลย กระซิบว่าช่วยลดความหิวก่อนทานอาหารมื้อแรกได้มากจริง ๆ นะคะ สำหรับใครที่ไม่ทานกาแฟก็สามารถเลือกทานเป็นชาเขียว (ไม่ใส่น้ำตาล) หรือมัทฉะ (ไม่ใส่น้ำตาล) แทนก็ได้นะคะหรือใครที่ไม่อยากทานทั้งชาและกาแฟ  สามารถดื่มน้ำเปล่ารัว ๆ ได้เลยค่ะ ปล.การเลือกดื่มน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้องจะสามารถทำให้เราดื่มน้ำได้ในปริมาณที่เยอะขึ้นกว่าการดื่มน้ำเย็นนะคะ

  •   ทั้งหมดที่เล่ามาก็คือประสบการณ์ของโบว์เอง วิธีที่ใช้อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีหรือถูกต้องที่สุด เพราะโบว์เองก็เองเป็นแค่คนธรรมดาที่อยากลดน้ำหนัก ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย ไม่ใช่นักโภชนาการ แต่อยากมีแชร์ประสบการณ์และให้กำลังใจเพื่อน ๆ ที่มีความคิดจะลดน้ำหนักหรือกำลังลดน้ำหนักอยู่ตอนนี้

  •   ใครที่เคยล้มเหลวกับการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร ใครที่หลุดทานตามใจปากบ่อย ๆ อย่าจมอยู่กับความคิดที่ว่า เราคงทำไม่ได้ มันไม่ได้หรอก ยากจัง พอแล้ว อย่ากดดันตัวเองจนเกินไป เราก็คนคนนึง  พลาดบ้างก็ได้ค่ะ แต่อย่าหยุดหรือล้มเลิกสิ่งที่กำลังทำอยู่เลยนะคะ คนอย่างโบว์ทำมาได้ครึ่งทางแล้ว โบว์เชื่อว่าทุกคนก็ทำได้ รักตัวเองให้มากขึ้นไปพร้อม ๆ กันนะคะ หลักจากโพสกระทู้นี้ไปแล้ว  หวังเหลือเกินว่าจะไปเป็นกำลังใจให้ใครสักคนที่กำลังท้ออยู่ตอนนี้ สู้ ๆ นะคะ โบว์เองก็จะสู้กับตัวเองต่อเหมือนกันค่ะ หวังว่าโบว์เองจะสามารถมาอัปเดทการเปลี่ยนแปลงของตัวเองในกระทู้ต่อไปได้อีกค่ะ  555

  วิวัฒนาการความอ้วนของโบว์ค่ะ :)
  ภาพตัวอย่างอาหารที่เราทำทานเอง (เฉพาะช่วงฟิต) เราไม่ได้เคร่งกับตัวเองตลอดเวลานะคะ ตามใจปากบ้างบางมื้อ แต่ยังคงระวังเรื่องการทานอยู่ มื้อไหนรู้สึกว่าทานหนักก็จะมาออกกำลังกายหนักหน่อย 555 

   หลังจากน้ำหนักลดลงไปก็มีความมั่นใจในการถ่ายรูปมากขึ้นและใช่ดิฉันกลายเป็น Cafe Lover ไปโดยปริยาย แต่ทุกครั้งที่มองตัวเองก็สุดแสนจะภูมิใจ 555

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย