รีวิวเส้นทางการทำอาชีพช่างแต่งหน้าเจ้าสาว Freelance

Piladamakeup

Piladamakeup

ดู Profile

ยินดีที่ได้รู้จัก เราคือช่างแต่งหน้าเจ้าสาว .....
สวัสดีจ๊ะทุกคน เราชื่อพาว ... เราเป็นช่างแต่งหน้าเจ้าสาว วันนี้เราอยากมาเล่าเรื่องราวของเรากับอาชีพที่เรารักให้ทุกคนฟัง. . . เผื่อมันจะเป็นประโยชน์ เป็นกำลังใจ เป็นแนวทาง สำหรับใครบางคน ที่กำลังมองหาความฝันของตัวเอง เหมือนกับเรา ...

ก่อนจะมาเป็นคำว่า “ช่างแต่งหน้าเจ้าสาว” คำแรกในหัวของเรา มันคือ ช่างเสริมสวย ...
สมัยเด็ก เราชอบตามแม่ไปร้านเสริมสวยมาก ร้านประจำของแม่เราเป็นร้านเล็กๆในต่างจังหวัด แต่ถึงจะเป็นร้านเล็กๆก็มีลูกค้าประจำไม่ขาด โดยเฉพาะแม่เรา เราชอบการนั่งดูคนเข้ามาในร้าน ชอบบรรยากาศที่ผู้หญิงมาทำผม ทำเล็บ เสริมสวย นั่นจุดประกายเราให้อยากเป็นช่างเสริมสวย
แต่นั่นก็เป็นแค่ฝันวัยเด็กเพราะสุดท้าย เราก็ไม่ได้ไปเรียนวิชาเสริมสวยอะไร เราเรียนสายสามัญปกติ จบมหาวิทยาลัยในสาขาที่ตัวเองพอทำได้ และทำงานตามสายอาชีพที่เรียนมา ...
รูปภาพประกอบเรื่องราวเท่านั้น
"รูปภาพประกอบเรื่องราวเท่านั้น"
      แต่อาจจะเพราะความชอบจริงๆ ตอนนั้นเราชอบอ่าน bloggang (ต้องคนรุ่นเราจะรู้ว่ามันคืออะไร 555) เราอ่าน blog ของหลายคน รวมถึงพี่จีน แห่ง Jeban
ก่อนที่จะมาเป็น Jeban , blog ของคุณ muhnoii และอีกหลายคนที่แต่งหน้าเก่งๆ อ่านแล้วมีความสุขมาก จนในที่สุด เราไปลงเรียนแต่งหน้าครั้งแรก ที่สถาบัน MTI หลักสูตรมืออาชีพเลยตอนนั้น การเรียนที่ MTI เป็นเหมือนการปูพื้นฐานการแต่งหน้าที่ดีมากกับเรา เราได้เรียนรู้เนื้อผลิตภัณฑ์ การเตรียมผิว หลักการสีต่างๆ
      หลังจากจบในตอนนั้น เราก็ยังไม่ได้ทำอาชีพนี้จริงๆ เพราะจังหวะชีวิต เรายังคงทำงานประจำ มายาวถึง 5 ปี
      จนวันหนึ่ง ที่จังหวะชีวิต พาเราออกจากงาน มาอยู่บ้าน เราเบื่อ ถึงได้คิดถึงอาชีพนี้อีกครั้ง
เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ครั้งนี้ลองดูอีกสักตั้ง
เราตัดสินใจไปลงเรียนทำผม ที่ “ชมรมรักเกล้า” และจากจุดนี้ คือจุดเริ่มต้นของเรา
       ที่ชมรมรักเกล้า เราได้โอกาสจากพี่ๆส่งงานให้เราทำ เป็นงานทำผมบ้าง แต่งหน้าทำผมเจ้าสาวถ่ายพรีเวดดิ้งบ้าง เชื่อมั้ย เจ้าสาวคนแรกที่เราแต่ง เราใช้เวลาไปครึ่งวัน สงสารบ่าวสาวและช่างภาพมาก แต่ทุกคนโอเค ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี
เราเรียน MTI รุ่น 324 ราวๆ 11 ปีที่แล้ว
"เราเรียน MTI รุ่น 324 ราวๆ 11 ปีที่แล้ว"
หลังจากนั้นเราจึงเริ่มหาที่เรียนแต่งหน้าอีกเพราะเราชอบแต่งหน้ามากกว่า เราอยากพัฒนาจุดนี้ไปให้เร็วที่สุด เริ่มจากช่างแต่งหน้าที่เราชอบผลงานเค้า เราเชื่อว่า คนที่มีประสบการณ์จะสอนเราได้ดีที่สุด เราไม่ใช่คนเก่งอะไร การไปเรียนกับคนเก่งมันเหมือนซื้อเวลาให้เราไม่ต้องไปเสียเวลาค้นหาเอง เรามีครูหลายท่านมาก เพราะเราชอบเรียน เริ่มจาก
  • พี่มิ้ว Tachudamakeup เรานับเป็นครูคนแรกในการแต่งหน้าเจ้าสาว 
  • ครูไก่ตาฟ้า สอนงานฟาด งานแน่น งานปัง 
  • น้องปาล์ม Palmpava สอนเขียนคิ้วยังไงให้สวยปัง 
  • ครูตุ๊ก สอนพื้นฐานให้เราแน่นขึ้นเอง เป็นแรงบันดาลใจใจให้เราสร้างพอตงานสวยๆ
  • ครูดอลล่า DOLLAMAKEUP เป็นครูที่พลิกชีวิต ปรับทัศนคติ ปรับมุมมองการทำงาน วิธีการทำงาน ปรับเทคนิคให้เราแอดวานซ์ขึ้นสอนทุกเรื่องทั้งการถ่ายภาพและมุมมองชีวิต หลังจากเรียนพี่ดอลล่า งานเราเปลี่ยนเลย สวยขึ้นมาก และจากจุดนี้ เปลี่ยนเราให้กลายเป็นครูสอนแต่งหน้า เราเริ่มมีคนมาขอเรียนด้วย เราเริ่มมีลูกศิษย์
  • ครูแดนเทพ Danthepmakeup  พี่แดน สอนเทคนิคการแต่งหน้าที่แตกต่าง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำยังไงให้งานคมขึ้น ชัดขึ้น สอนมุมมองใหม่ๆในการทำงาน 
  • ครูอ๊อฟ Surasakmakeup ครูอ๊อฟสอนเทคนิคที่เป็นสไตล์งานของครู เป็นการแต่งหน้าเจ้าสาวที่สวยแพง พาวชอบแนวคิดหลายๆอย่างของครูอ๊อฟ และการปฏิบัติต่อทุกคนที่ดีมากๆ 
  • ครูจิรเนตร Jiranet Makeup ครูเนตรสอนงานผิว เตรียมผิวที่ละเอียดมาก ละมุนมาก เป็นงานเจ้าสาวที่ดูได้ตลอด ชอบความละเอียดของครูและเอามาปรับใช้กับงานตัวเองค่ะ 
พาวมีครูเยอะ บางคนก็ถามว่า ความรู้ไม่ตีกันเหรอ บอกเลยว่าไม่เลยค่ะ พาวเอาความรู้ที่เรียนมาจากครูทุกคน มาใช้ตามสถานการณ์และปรับให้เป็นงานสไตล์ของตัวเองที่สุดค่ะ ครูทุกท่านสอนเทคนิคที่แตกต่างกัน ประสบการณ์ต่างกัน อันนี้พาวมองว่า มันช่วยเปิดมุมมองขอวพาวได้มาก ยิ่งโดยเฉพาะกับพาวเองที่ตอนนี้ก็เปิดสอนแต่งหน้าเหมือนกัน การไม่หยุดพัฒนาและเปิดรับสิ่งใหม่จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำค่ะ พาวเองมีแพลนจะเรียนอีก ยังไงจะเอามาอัพเดตให้ฟังนะคะ
เอาล่ะ เรื่องของพาวก็ประมาณนี้สำหรับกว่าจะมาเป็นช่างแต่งหน้า ต่อไปเป็นพาร์ทการแนะนำว่า ช่างแต่งหน้าเจ้าสาวทุกวันนี้ควรมีเทคนิคยังไง
ในมุมมองและประสบการณ์ของพาวนะคะ

1. ใจรัก อาชีพนี้มันควรต้องเริ่มต้นจากชอบ อยากที่จะทำ และรักที่จะทำก่อน เพราะอาชีพนี้ต้องใช้แรงขับเคลื่อนด้วยใจสูงมาก เป็นอาชีพบริการอย่างหนึ่ง ที่ เราเอาความชอบของตัวลูกค้าเป็นหลัก และผสมกับความเป็นเรา ให้ออกมาแบบที่ลูกค้าและเราโอเคมากที่สุด อ่อนน้อม ถ่อมตน ยังเป็นตัวเราได้ แบบที่ไม่จำเป็นต้องตัวตนสูงจนเข้าไม่ถึง
2. พัฒนางานอยู่เสมอ ฝึกฝน แก้ไขจุดที่บกพร่องของงาน หาจุดด้อยของงานตัวเองให้เจอ แล้วแก้ไข ปรับจนดีขึ้น และหมั่นอัพเดตเทรนใหม่ๆ เทคนิคใหม่ๆอยู่เสมอ ปลาที่หยุดว่ายน้ำคือปลาที่ตายแล้ว
3. ฝึกถ่ายรูป งานแต่งหน้า นอกจากการแต่งหน้าที่ต้องแต่งให้สวยเป็นพื้นฐานแล้ว ต้องถ่ายรูปเป็น เพราะงานแต่งหน้าสมัยนี้ คือการขายรูปผลงาน ถ่ายออกมายังไงให้ชัดเจน ถ่ายยังไงให้แสงสวย ถ่ายยังไง ให้พรีเซนหน้าผมออกมาให้สวยที่สุด เพราะเดี๋ยวนี้ คนเสพงานเราจากรูปเป็นหลัก มากกว่าปากต่อปากเหมือนสมัยก่อน
4. ฝึกทำ Content บางคนอาจจะงง ว่า เป็นช่างแต่งหน้าเนี่ยนะ ทำไมต้องทำคอนเท้น คือการแข่งขันในตลาดช่างแต่งหน้าตอนนี้สูงมาก ช่างแต่งหน้าใหม่ๆเยอะ การที่เราทำคอนเท้นก็ทำเพื่อสร้างแบรนด์ของเราไง งานแต่งหน้าก็คือสินค้าชนิดหนึ่ง เราต้องทำให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จัก น่าเชื่อถือใช่มั้ย นอกจากสร้างความรับรู้แล้ว ยังเป็นประโยชน์กับคนอีกหลายๆคนด้วย เหมือนแชร์ความรู้ ช่องทางก็มีหลากหลาย เช่น Facebook, Youtube, Instagram, TikTok  
ไอจี ก็เหมือนหน้าร้านอย่างหนึ่ง เป็นแกลอรี่ แสดงผลงานของเราค่ะ
"ไอจี ก็เหมือนหน้าร้านอย่างหนึ่ง เป็นแกลอรี่ แสดงผลงานของเราค่ะ"
เหล่าเป็นข้อหลักๆที่พาวคิดออกในตอนนี้นะคะ

หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับใครสักคนไม่มากก็น้อย ขอบคุณมากๆที่อ่านจนมาถึงบรรทัดนี้ พาวขอให้คนที่มีความฝันทุกคน ตามหาและไปถึงในสิ่งที่ตั้งใจไว้ ประสบการณ์ ข้อผิดพลาดคือครูที่ดี สู้ๆนะคะทุกคน

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย