ไหนลองเปรียบเทียบกันแดด 2 สูตรดูสิ๊...BIHADA Sunscreen สูตรน้ำแร่ธรรมชาติ VS สูตรใยไหมคอลลาเจน : แบบไหนปัง แบบไหนปั๊วะ มาดู! | Megradiant

Megradiant

Megradiant

ดู Profile

ฮัลโหลลลล~~~ เพื่อนๆ


มาพบกันหลังเทศกาลปีใหม่แบบนี้ ช่วงหยุดยาวที่ผ่านมามุกออกแดดบ่อยมากเลยทุกคน เลยต้องหากันแดดเตรียมไว้สักหน่อย...

ถ้าเพื่อนๆ ยังจำได้ มุกเคยอวดเซรั่มกับแฮนด์ครีมจากแบรนด์ Bihada ของ Dr. Wassana ไป ขออนุญาติอัพเดตความรู้สึกหลังใช้นิดนึง คือตอนนี้แฮนด์ครีมได้หมดไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ใช้ดีมาก มือนุ่มสุดๆ ส่วนเซรั่ม ยังคงใช้ต่อเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง มุกรู้สึกได้ว่าผิวค่อนข้างดีขึ้นมาก มีความสดชื่น ไม่แห้งขาดน้ำ อิ่มน้ำมากๆ แม้จะเป็นช่วงอากาศเย็นแห้งๆ แบบนี้
และล่าสุดมุกก็ได้ลองกันแดดของแบรนด์นี้ด้วย ซึ่งมุกมีอยู่สองสูตรด้วยกันนะคะ เป็นกันแดดรองพื้นน้ำแร่ธรรมชาติกับกันแดดรองพื้นสูตรใยไหม ด้วยความที่ไม่เคยใช้สูตรน้ำตบมาก่อนเลยยยย ใช้แต่กันแดดธรรมดามาตลอดมุกเลยเอามาลองใช้ดูทั้งสองอย่างเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ วันนี้จะมารีวิวความรู้สึกหลังใช้กันแดดสูตรน้ำตบครั้งแรกด้วย และก็เปรียบเทียบระหว่างกันแดดทั้งสองสูตรจาก Bihada
มาดูตัวแรกกันก่อนเลย ขอพูดถึงกันแดดรองพื้นสูตรน้ำแร่ธรรมชาติก่อน มุกอยากลองมาหลายครั้งมากๆ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ลอง วันนี้มาลองให้เพื่อนๆ ดูครั้งแรกกันเลยนะ ฮ่าๆๆ เจ้าตัวนี้เป็นกันแดดน้ำแร่  มีค่า SPF 50+ PA+++ เลยทีเดียว มาในขวดแก้วสีชมพูฝาเงิน น้ำหนักเบา ขนาด 15 กรัม ราคา 390 ซึ่งกระปุกนึงเนี่ย สามารถใช้ได้ยาวๆ ประมาณสามเดือนได้เลยค่ะทุกคน เนื้อผลิตภัณฑ์ของเขามีลักษณะเป็นครีมเหลวเหมือนน้ำ สีเบจ ซึ่งพอทาลงสู่ผิวจะเปลี่ยนเป็นน้ำ และซึมเข้าสู่ผิวได้ดีมาก
กันแดดตัวนี้มีส่วนผสมจากน้ำแร่ธรรมชาติ (Aqua) ที่จะคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ให้ผิวแลดูสุขภาพดี อิ่มน้ำ อีกหนึ่งส่วนผสมที่สำคัญไม่แพ้กันคือ คอลลาเจน (Collagen) ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นเรียบเนียน ลบเลือนริ้วรอย ชะลอวัยและจุดเด่นของแบรนด์นี้คือ เขาใส่สารสกัดวิชฮาเซล (Witch Hazel Extract) เป็น Anti-oxidant ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ กระตุ้นการสร้าง Elastin และ Collagen ใต้ชั้นผิวหนังให้ผิวกระชับ ไม่หย่อนคล้อย ขจัดไขมันส่วนเกินที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ ทำงานร่วมกับวิตามิน บี 3 (Vitamin B3) ที่จะลดรอยแดงหรือดำ เติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว แล้วการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยเช่นกัน และวิตามินอี (Vitamin E) บรรเทารอยสิวและลดการเกิดสิวได้ นอกจากนั้นยังมีสารสกัดว่านหางจระเข้ (Aloe  Vera Extract) ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว บรรเทาอาการแสบร้อนหรือระคายเคืองจากการไหม้โดยแสงแดด และสารสกัดตัวสุดท้ายคืออัลลันโทอิน (Allantoin) ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว กระตุ้นให้เกิดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น

กันแดดบิฮาดะตัวนี้ปราศจากสารอันตรายที่ทำให้เกิดการแพ้และอาการระคายเคืองต่อผิวอย่างเช่น พาราเบน (Paraben) แอลกอฮอล์ (Alcohol) สีสังเคราะห์ (Synthetic Color) ซิลิโคน (Silicone) ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ปรอท (Mercury) และสเตียรอยด์ (Steriod) คนผิวแพ้ง่ายสามารถใช้ได้ ไร้กังวลเลยค่ะ แต่มีใส่น้ำหอม (Fragrance) ด้วยนะคะ เป็นกลิ่นหอมละมุนบางเบา ไม่ฉุนค่ะ
กันแดดอีกหนึ่งสูตรของบิฮาดะ จะเป็นสูตรใยไหมคอลลาเจน มี SPF 50+ PA+++ ตัวนี้มุกค่อนข้างคุ้นเคยกับสูตรนี้เพราะเคยลองใช้ชนิดมาก่อนแล้ว ตัวนี้มาในกระปุกแก้วสีใส ฝาทอง ขนาด 15 กรัมเช่นเดียวกัน กันแดดใยไหมตัวนี้มีส่วนผสมของน้ำแร่ธรรมชาติ (Aqua) ที่จะคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิว มีคอลลาเจน (Collagen) และ (Aloe  Vera Extract) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นเรียบเนียน ลบเลือนริ้วรอย ชะลอวัย บรรเทาอาการแสบร้อนหรือระคายเคืองจากการไหม้โดยแสงแดด จุดเด่นของแบรนด์นี้คือ เขาใส่สารสกัดดอกทานตะวัน (Sunflower Extract) ซึ่งเป็นแหล่งรวมวิตามินอี เป็นเกาะป้องกันให้แก่ผิว ต้านอนุมูลอิสระ บำรุงช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน มีส่วนผสมของ ไดเมทิโคน (Dimethicone) ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิว โดยมีลักษณะเป็นเหมือนแผ่นฟิลม์บางๆ เคลือบผิวไว้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งขาดน้ำ ช่วยควบคุมความมันส่วนเกินและปรับผิวให้เรียบเนียน เบลอรูขุมขน อีกทั้งยังช่วยให้ผิวหน้าดูสม่ำเสมอยิ่งขึ้น และมีซิงค์ (Zinc) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบของผิวได้ดี สมานรอยแผลเป็นจากการเป็นสิว ปรับสมดุลให้แก่ผิว ควบคุมการอุดตันของไขมันบนชั้นผิวที่เป็นบ่อเกิดสิวได้
กันแดดบิฮาดะตัวนี้ปราศจากสารอันตรายที่ทำให้เกิดการแพ้และอาการระคายเคืองต่อผิวอย่างพาราเบน (Paraben) แอลกอฮอล์ (Alcohol) สีสังเคราะห์ (Synthetic Color) ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ปรอท (Mercury) สเตียรอยด์ (Steriod) แต่ตัวนี้มีส่วนน้ำหอม (Fragrance) กลิ่นหอม Fruity เหมือนแอปเปิ้ล หอมอ่อนๆ ไม่ฉุนค่ะ

มุกทำภาพเปรียบเทียบเนื้อผลิตภัณฑ์ของทั้งสองสูตรมาให้เพื่อนๆดูกันนะคะ ทั้งสองสูตรเป็นลักษณะกันแดดแบบผสม Chemical-Physical Sunscreen ซึ่งช่วยปกป้องแสงแดด โดยการดูดซับรังสีเข้าไว้ในผิว สีกันแดดไม่ขาว ซึมเข้าสู่ผิว

โดยสูตรแรก (ด้านบน) จะเป็นสูตรน้ำแร่คอลลาเจน เนื้อครีมลักษณะเป็นครีมค่อนข้างเหลวนิดหน่อย ความรู้สึกหลังใช้สูตรนี้ครั้งแรกคือ ชอบมากๆ มุกตื่นเต้นมากตอนลงสู่ผิวแล้วเนื้อครีมเปลี่ยนเป็นน้ำ จากนั้นค่อยๆซึมลงสู่ผิวดีมาก เนื้อบางเบา เกลี่ยง่ายมาก ไม่รู้สึกหนักหน้า มีส่วนผสมรองพื้น ปรับสีผิวให้สว่างขึ้นเล็กน้อย ทาแล้วปกปิดบางเบา แต่มีความรู้สึกว่าเจ้าตัวนี้ให้งานผิวใสดีค่ะ พอครีมกันแดดซึมลงสู่ผิวหมด จะกลืนเข้ากับสีผิวเราเลย

อีกตัวเนื้อครีมกันแดดสูตรใยไหมผสมรองพื้นสีเบจ (ด้านล่าง) เนื้อใยไหมนุ่มลื่น เหมือนแป้ง ทาลงสู่ผิวเกลี่ยง่าย สีรองพื้นในกันแดดตัวนี้ค่อนข้างสว่าง ซึ่งเหมาะสำหรับสาวผิวขาวเหลืองจนถึงขาวอมชมพูค่ะ มีความปกปิดผิวบางเบาทาแล้วปรับสีผิวสว่างขึ้นหนึ่งเฉด แต่ข้อดีคือทำให้ผิวเนียนนวลดีค่ะ เบลอรูขุมขนเหมือนทาไพร์มเมอร์หรือทาแป้งทรานสลูเซ้นท์เลย
ต่อมามุกลองทาบนผิวหน้าให้เพื่อนๆดูกันชัดๆนะคะ จากภาพ Before มุกจะค่อนข้างเหมือนแขก เปลือกตาค่อนข้างคล้ำนะคะ) ซึ่งลักษณะผิวหลังทา เจ้ากันแดดใยไหม (ด้านล่าง) จะค่อนข้างออกสีชัดกว่าสูตรน้ำแร่คอลลาเจน แนะนำให้ทาจนถึงลำคอ เพื่อไม่ให้ผิวหน้าสว่างกว่าตัวค่ะ มุกมีความรู้สึกว่ากันแดดใยไหมปกปิดบางเบาดีกว่าสูตรน้ำแร่เล็กน้อย อีกทั้งยังช่วยเบลอรูขุมขนได้ดีกว่า ส่วนในเรื่องของงานผิวฉ่ำน้ำ มุกยกให้กันแดดสูตรน้ำแร่คอลลาเจน เพราะให้ฟินิชลุคที่เป็นผิวจริงๆ ผิวดูไม่แห้ง ดูฉ่ำน้ำดีค่ะ

ซึ่งสูตรใยไหมเหมาะสำหรับสาวผิวผสมไปถึงผิวมัน ส่วนสูตรน้ำแร่ธรรมชาติจะเหมาะสำหรับสาวผิวแห้งขาดน้ำนะคะ

การทดสอบความติดทน : 
(มุกลองทากันแดดทิ้งไว้ 15 นาทีก่อนทำการทดสอบนะคะ
เพื่อให้กันแดดซึมเข้าสู่ผิวเรียบร้อยแล้วค่ะ)

ผลการทดสอบคือเจ้ากันแดดรองพื้นค่อนข้างกันน้ำ ไม่ไหลเยิ้ม ส่วนภาพสุดท้าย มุกลองทดสอบโดยการถูด้วยนิ้วและกระดาษทิชชู่แรงๆ จึงทำให้กันแดดหลุดออกจากผิวไปบ้าง โดยรวมคือกันแดดทั้งสองตัวค่อนข้างกันน้ำ ไม่หลุดลอก ระหว่างวันค่ะ

ข้อควรระวัง : หลังจากทากันแดด ไม่ควรโดนเหงื่อหรือน้ำทันที อาจจะให้กันแดดไหลเยิ้มได้ค่ะ เพราะกันแดดยังไม่ซึมลงสู่ผิวดี

ภาพนี้เปรียบเทียบก่อน-หลังใช้  โดนฝั่งซ้ายมือคือสูตร น้ำแร่คอลลาเจน และฝั่งขวามือคือสูตรใยไหม จากภาพจะเห็นได้ว่าทั้งสองสูตรปรับผิวมุกให้ความกระจ่างใสมากขึ้น แต่สูตรใยไหมจะค่อนข้างสว่างกว่าสูตรน้ำแร่ค่ะ สูตรน้ำแร่ให้ลุคงานผิวธรรมชาติมากกว่า

ส่วนตัวมุกชอบสูตรน้ำแร่นะคะ ตัวนี้ค่อนข้างให้ฟินิชลุคเป็นงานผิวจริง ไม่ทำให้ผิวหน้าสว่างเกินไป (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผิวหน้ามุกสว่างกว่าลำตัวอยู่แล้ว เลยชอบสูตรที่เป็นงานผิวจริงมากกว่าค่ะ) อีกทั้งมุกค่อนข้างผิวแห้ง พอทาเจ้าสูตรน้ำแร่ธรรมชาติแล้ว ผิวดูฉ่ำน้ำดีมากค่ะ
เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ หวังว่าเพื่อนๆ จะได้ข้อมูลหรือคำแนะนำบางส่วนจากบล็อกนี้ไปเลือกใช้กันแดดได้นะคะ ส่วนเจ้าบิฮาดะ กันแดดทั้งสองสูตรนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของสาวๆได้นะคะ ใครชอบสูตรไหน ไปลองใช้กันดูได้นะคะ

วันนี้มุกต้องขอตัวไปก่อนนะคะ เจอกันใหม่บล็อกหน้านะค้า บ้ายยยยยบาย~~

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย