Paula's Choice RESIST Whitening Essence | คืนความกระจ่างใสให้ผิว โกลว์สุขภาพดี

Wanviset

Wanviset

ดู Profile

เรามักจะได้รับคำถามจากเพื่อนๆ เราถึงการจัดการปัญหาผิวต่างๆ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่านอกจากปัญหายอดฮิตอย่างเรื่องสิวและริ้วรอยแล้ว ในแง่ของความขาว-กระจ่างก็เป็นอีก 1 หัวข้อที่ถูกถามเข้ามามากพอสมควร ซึ่งอันที่จริงมันประกอบไปด้วยหลายปัจจัยมากที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่แน่นอนว่าคนที่เข้ามาถามส่วนมากก็อยากให้เราแนะนำเป็นผลิตภัณฑ์แบบเจาะจงไปเลยซะมากกว่า


ดังนั้นวันนี้เราจึงหยิบอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้ลองใช้มาซักระยะหนึ่งแล้ว และพบว่าค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวทั้งในแง่ของเนื้อสัมผัส ส่วนผสม รวมถึงผลลัพธ์ที่ได้นั่น Paula's Choice RESIST Whitening Essence แต่...ขอบอกไว้ก่อนว่า ณ วันที่เพื่อนๆ กำลังอ่านอยู่นี้ไอเทมนี้ได้ถูก Discontinued จากแบรนด์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเราแอบเสียใจอยู่ไม่น้อยเพราะไอเทมที่เราชอบมักจะ Discontinued หรือ Out of Stock เป็นว่าเล่น เอาเป็นว่าไหนก็ได้ลองแล้วก็หยิบมาพูดถึงให้ฟังซักหน่อยแล้วกันเนอะ...

The Claim

Paula's Choice RESIST Whitening Essence(30ml/1,800.-) : เอสเซ้นส์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ ให้ผิวกลับมาสว่างกระจ่างใส และสุขภาพดี

Texture / Scent / Packaging

  • Texture : เนื้อผลิตภัณฑ์อยู่ในรูปแบบ Water-Based ที่ค่อนข้างเหลวมากพอสมควร หากใครยังมีอยู่หรือหาซื้อใช้ได้ เราแนะนำให้ปั๊มลงบนฝ่ามือแล้ววอร์มเล็กน้อยจากนั้นใช้วิธีประคบทั้วใบหน้าน่าจะใช้งานง่ายที่สุด และด้วยความที่ทางแบรนด์เลือกใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติอย่าง Licorice ทำให้สีผลิตภัณฑ์อาจเปลี่ยนไปในแต่ละล็อต รวมถึงสีอาจเข้มขึ้นตามอายุการใช้งาน
  • Scent : ตาม Concept ของแบรนด์ที่คำนึงถึงความการแพ้ระคายเคืองเป็นอันดับต้นๆ แน่นอนว่าไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมใส่มาในเอสเซ้นส์ขวดนี้ ทำให้เราตัดความกังวลจุดนี้ไปได้เลยหละฮะ
  • Packaging : บรรจุภัณฑ์มีความเก๋ในดีไซน์อยู่เบาๆ การปั๊ม 1 ครั้งเพียงพอต่อการใช้ทั่วใบหน้าของเราได้พอดี

Key Ingredients

เปิดประเดิมด้วย Arbutin ซึ่งเป็น Whitening Agent ตัวหนึ่งที่ถูกใช้อย่างแพร่หลาย และมีงานวิจัยรองรับ ช่วยทำหน้าที่ปรับให้ผิวกระจ่างใส และสีโทนเดียวกัน(even-tone) ซึ่งทางแบรนด์ไม่ได้ระบุมาว่าใช้เป็นฟอร์มใดระหว่าง alpha-arbutin หรือ beta-arbutin และไม่ทราบความเข้มข้นที่แน่นอน แต่หากพิจารณาความเข้มข้นโดยเรียงตามลำดับของ Ingredients Lists ที่ใส่เข้ามาในลำดับที่ 4 ก็นับว่าน่าจะเข้มข้นอยู่พอสมควรเลยหละฮะ

ต่อกันที่ Ascorbyl Glucoside หรือที่นิยมเรียกว่า AA-2G คือ อนุพันธ์วิตามินซีชนิดเสถียร สังเคราะห์ขึ้นโดยเกิดจากน้ำตาลกลูโคลรวมตัวกับ L-Ascorbic Acid มีประสิทธิภาพทั้งในด้าน whitening ให้ผิวกระจ่างใส และด้านลดอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนของผิว โดยเมื่อทาลงบนผิวต้องผ่านกระบวนการย่อยสลาย AA2G™ 1 ขั้นตอนผิวหนังจึงสามารถนำไปใช้งานได้ ในขณะที่ L-Ascorbic Acid ผิวหนังสามารถนำไปใช้งานได้ทันทีไม่ต้องย่อยสลายอีก

อีกตัวที่ขาดไม่ได้เลยคงไม่พ้น Licorice ที่มีคุณสมบัติในการลดการอักเสบของผิว ลดรอยแดงจากสิว ลดการระคายเคือง ลดความมันของผิว นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการควบคุมความมันบนผิวหน้าอีกด้วย แถมยังมีสารที่น่าสนใจอีกหลายตัว อาทิ Arctostaphylos uva-ursi (Bearberry) leaf Extract ที่เป็น antioxidant ประสิทธิภาพสูง ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้ดี, Niacinamide(วิตามินบี 3) ที่ช่วยลดรอยแดง/ดำ(hyperpigment) และยังทำให้ผิวแข็งแรง ต่อสู้กับการระคายเคือง (irritants) ต่างๆได้ดีขึ้นอีกด้วย

นี่ยังไม่นับสารที่ช่วยฟื้นฟูผิว ให้ความชุ่มชื้น ลดการระคายเคืองต่างๆ ที่ใส่เข้ามาอีกเพียบ ดังนั้นนี่จึงเป็น Whitening Essence ที่เราค่อนข้างประทับใจไม่น้อยเลยทีเดียวหละ (ว่าแต่..ทำไมต้อง Discontinue ด้วยน้า!!)
Ingredient Lists : Water (Aqua), Butylene Glycol (hydration/penetration enhancer), Glycerin (skin-replenishing), Arbutin (skin-brightening), Acetyl Glucosamine (skin-restoring), Ascorbyl Glucoside (vitamin C/antioxidant), Glycyrrhiza Glabra (Licorice) Root Extract (soothing extract), Arcostaphylos Uva-Ursi Leaf Extract (brightening plant extract), Morus Alba Root Extract (brightening plant extract), Niacinamide (skin-restoring ingredient), Sodium Hyaluronate (skin-replenishing/antioxidant), Hyaluronic Acid (skin-replenishing/antioxidant), Palmitoyl Tripeptide-1 (skin-restoring ingredient), Palmitoyl Tetrapeptide-7 (skin-restoring ingredient), Allantoin (soothing agent), Adenosine (skin-restoring ingredient), Silanetriol (antioxidant), Carbomer, (texture enhancer) Polysorbate-20 (texture enhancer), Citric Acid (pH adjuster), Sodium Citrate (preservative), Sodium Hydroxide (pH adjuster), Disodium EDTA (stabilizer), Ethylhexylglycerin (preservative), Phenoxyethanol (preservative).


Let's Try & Result...

นี่เป็นเอสเซ้นส์อีกขวดที่เรามองว่าเนื้อสัมผัสเบาสบายผิวแบบสุดๆ ก็แน่หละสังเกตุจากความเหลวของเนื้อผลิตภัณฑ์บนที่ไหลลงบนผิวนั่นซิ ทำให้ง่ายในการลงและไม่รบกวนเลเยอร์ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เราจะใช้ต่อไป

ในแง่ของการใช้จริงต้องยอมรับว่าเราเองก็ยังติดการใช้ Vitamin C, Vitamin A ใน Skincare Routine อยู่ดังนั้น...เราขอพูดในมุมว่าการใช้ Paula's Choice RESIST Whitening Essence ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ทั้งหมดในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา  ส่งผลให้ผลลัพธ์ของผิวเราเปลี่ยนไปดังนี้...
หลักๆ คือ ผิวโดยรวมกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่เราเห็นได้ชัดสุดน่าจะเป็นเรื่องรอยแดงจากสิวที่จางลงจนแทบจะมองไม่เห็นเลยทีเดียว แถมยังแอบรู้สึกว่าโทนผิวโดยรวมเราดูไบร์ทขึ้นเล็กน้อย และขอเน้นว่าเราไม่ได้โฟกัสเรื่องความขาวของผิว แต่เราอยากให้มองในเรื่องความกระจ่างใส ความสม่ำเสมอของสีผิวเป็นหลักมากกว่าฮะ

ซึ่งต้องยอมรับว่า Paula's Choice RESIST Whitening Essence เมื่อใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ใน Skincare Routine มอบผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจทีเดียวเชียวหละ อ๋อ! เกือบลืมว่าจุดที่เราคาดหวังอย่างเรื่อง "ฝ้า" เอสเซ้นส์ขวดนี้ยังไม่ตอบโจทย์เท่าที่คาดหวังไว้ขอรับ

Conclusion

โดยรวมเรามองว่า Paula's Choice RESIST Whitening Essence ช่วยได้ดีในเรื่องของการลดรอยแดง และรอยดำจากสิว โดยเฉพาะคนที่เพิ่งผ่านสมรภูมิรบของสิวอักเสบบนใบหน้ามาหมาดๆ และเหลือร่องรอยอารยธรรมให้ดูต่างหน้า แต่ถ้าเป็นรอยที่เป็นมานานมากๆ แล้วหรือแม้กระทั้ง ฝ้า-กระ เราคิดว่าอาจจะต้องใช้เวลาที่นานกว่านี้ ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่ดูแลเฉพาะจุดมากกว่านี้ หรือทางที่ดีที่สุดคือลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังน่าจะเวิร์คที่สุดฮะ

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากไปตามล่าหามาลอง เราต้องบอกก่อนว่าตอนนี้ผลิตภัณฑ์นี้ได้ Discontinued ไปจาก Paula's Choice Thailand เป็นที่เรียบร้อยเนื่องจากมีการปรับสูตรใหม่ และยังไม่มีทีท่าว่าจะนำกลับมาจำหน่าย เอาเป็นว่าถ้ามีการอัพเดทเพิ่มเติมหรือมีการนำกลับมาขายใหม่ เราจะรีบไปตำมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้ชมกันนะฮะ

และอย่างที่เราบอกทุกๆ ครั้งว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้ Based-on สภาพผิว ไลฟ์สไตล์ การดูแลตัวเอง และผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ร่วมกันเป็นหลัก ดังนั้นผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ส่วนสำถามที่ว่าใช้แล้วจะแพ้ไหม จะอุดตันไหม สิวจะขึ้นหรือไม่นั้น เราไม่สามารถให้คำตอบได้เนื่องจากปัจจัยที่ก่อให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง และก่อให้เกิดสิวของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน ดังนั้นเราแนะนำว่าก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดก็ตาม ควรทดสอบอาการแพ้ที่บริเวณท้องแขน และลำคอก่อใช้ลงบนใบหน้านะขอรั

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย