สกินเเคร์รีเซ็ตผิว ผิวไม่หมองเหมือนของเข้า อีกต่อไป!!!!

Panicha Orankitjaroen

Panicha Orankitjaroen

ดู Profile

วันนี้เราจะมารีวิวสกินแคร์ Reset ผิว 2 ตัวเเม่กันนนนทั้ง


 ?Estee Lauder  ANR ?

ตัวเเม่ฝั่งไทย 

และ

? Innisfree  Black Tea Youth Enhancing Ampoule ?

ตัวเเม่ฝั่งเกาหลี


 เอาจริงๆสกินแคร์รูทีนของแกมจะใช้ทั้ง 2 ตัวคู่กันเลย คือตัว ANR เนี่ยเขาเป็น

เซรั่ม ส่วน innisfree เขาเป็นแอมพูล ใช้คู่กันคือเว่อร์มากกก


ยกให้เป็นคู่หูโกงความตาย  !!!!!


วันไหนผิวไม่ไหวแล้ว โบกไปเลยทั้งคู่ตื่นมากสวยมากกก

 ผิวเหมือนกันน้ำครบวันละแปดแก้ว นอนวันละแปดชั่วโมง! 

และวันนี้เเกมเลยจะมาเจาะลึกข้อมูลของทั้ง 2 ไอเท็มให้ดูกันไปเลยปังๆ

ราคา


?เซรั่ม Estee Lauder  ANR เป็นลูกรักของเรามากกก ใช้มามากกว่า 5 ปี  แต่ราคาก็เจ็บเหมือนกันนะ จะซื้อแต่ละทีคิดแล้วคิดอีก 50 ml 4700 บาท  (ml ละ 94 บาท) 75 ml 6,000 บาท (ml ละ 80 บาท) ซื้อที่เค้าเตอร์จะได้ของแถมบ้าง ที่ Eveandboy หรือ Online ก็มีจ้า 



?ส่วนตัวเเอมพูลของ Innisfree  Black Tea Youth Enhancing ราคาไม่เเรงมาก ซื้อได้เรื่อยๆ 30 ml  1350 บาท  (ml ละ 45 บาท) + มีของแถมตลอด ซื้อได้ที่เค้าเตอร์หรือทาง Official Store Online ของแบรนด์ ทั้งใน Lazada,Shopee และ Konvy  

คำเคลม


Estee Lauder  ANR 

 จะเป็นเซรั่มฟื้นบำรุงผิวตอนกลางคืน ให้ผิวใหม่ที่ดูอ่อนเยาว์ด้วยเทคโนโลยี ChronoluxTM Power  Signal คือช่วยลดริ้วรอย กระชับผิวและรูขุมขน ช่วยฟื้นฟูผิวที่ดูร่วงโรยได้


Innisfree  Black Tea Youth Enhancing 

เป็นเเอมพูลที่ช่วยรีเซ็ตผิว จากผิวที่เหนื่ยล้า ผิวที่ดูโทรม ขาดการพักผ่อน เช่น ความกร้าน หมองคล้ำ ผิวไม่เรียบเนียน แล้วเขายังเคลมมาอีกว่าคนที่เเพ้ง่ายก็ใช้เเอมพูลตัวนี้ได้ 


“✨คำเคลมเหมือนจะต่างกันนะ แต่แกมว่ามีความคล้ายกันมาก คือเป็นสกินเเคร์ที่ฟื้นฟูผิว แต่อย่างที่บอกตัว Estee Lauder จะเป็นเซรั่ม ส่วนตัว innisfree จะเป็นเนื้อเเอมพูลจะเข้มข้นกว่า✨”  

“ Packaging ก็มีความคล้ายๆกัน” 


ตัวเซรั่มของ Estee Lauder จะมีหัวดรอปเปอร์แบบนี้ใช้งานสะดวก

 สามารถหยดบนหน้าได้เลย

 ซึ่งตัวเเอมพูลของ innisfree  Black Tea Youth Enhancing 

มีดรอปเปอร์มาให้เหมือนกันนนนน!

ความเเตกต่างของเนื้อของผลิตภัณฑ์


❤️ Estee Lauder

 จะเป็นเซรั่มช่วยบำรุงลึกถึงผิวชั้นที่ลึกที่สุด 


❤️ซึ่งทาง Innisfree ก็มีคุณสมบัตินี้เหมือนกัน 

แต่เขาเป็นเนื้อเเอมพูลจะเข้มข้นกว่าเซรั่ม

 อันนี้แกมสังเกตุเลยว่าเวลาใช้เเอมพูลราคาไม่เเรง 

แต่ผลลัพธ์คือพอๆกันกับสกินเเคร์ราคาหลายๆพัน

เนื้อ innisfree มีความเป็นสีขาวคล้ายๆ น้ำ แต่ตัว Estee จะเนื้อเป็นสีน้ำตาลอ่อน 

 ซึมเข้าสู่ผิวได้ง่ายเหมือนกันกลิ่น Estee จะหอมอ่อนๆ ไม่ฉุนจมูก


" แกมว่าตัว innisfree จะกลิ่นเหมือนชาเขียวอ่อนๆ ไม่มีกลิ่นฉุนจมูก 

แอบเคลือบผิวได้เยอะกว่า ตื่นมาล้างน้ำออก ยังรู้สึกถึงเเอมพูลที่อยู่บนใบหน้า"

สูตรลับของ Estee Lauder และ innisfree

สูตรลับสกินเเคร์ของ Estee Lauder คือตัว Synchronized Recovery Complex II ของเขาเลย จดลิขสิทธิ์ไว้ภายใต้เเบรนด์ของเขาเเต่เพียงผู้เดียว

 ส่วนทาง Innisfree เขาก็มี Reset Concentrate เป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของเขาเหมือนกัน  เเล้วมีส่วนผสมจากธรรมชาติ สารคาเทชิน จากใบชา ช่วยต้านอนุมูลอิสระด้วยและชะลอวัยด้วย ซึ่งเขาจะช่วยรีเซ็ตผิวรวดเร็วขึ้น

จริงๆแยกกันใช้เป็นเดย์สกินแคร์ก็ได้นะคะ แต่เคล็ดลับของแกมคือ


"วันไหนที่ผิวโทรม พักผ่อนน้อย แต่งหน้าไม่ติด จะใช้ทั้งสองตัวนี้ก่อนนอน"


 เเนะนำให้ลงตัว Estee Lauder ซึ่งเป็นก่อน และตามด้วยเนื้อแอมพูล innisfree ทั้งคู่คือซึมเข้าสู่ผิวได้ดีมาก ไม่อุดตันรูขุมขนด้วย ใช้เเล้วหน้าไม่มันขึ้น 

สำหรับแกมเวลาใช้ Estee Lauder จะรู้สึกได้เลยว่า รูขุมขนกระชับขึ้น ใบหน้าจะฮึบ!!!! 

ขึ้นมา  ช่วย Boost ผิว ให้ผิวมีความชุ่มชื้น  

ก่อนใช้ Innisfree และ Estee Lauder
"ก่อนใช้ Innisfree และ Estee Lauder"

ส่วนตัวเเล้ แกมเพิ่งได้ Innisfree  หลังจากลองใช้มา 15 วัน จะช่วยแกมได้มากๆ เวลานอนไม่พอ แบบเเต่งหน้าไม่ติด ผิวกร้าน ผิวหมองคล้ำ ผิวหน้าขรุขระ ใช้ตัวนี้ตัวเดียวก็คือจบ ผิวหน้าจะไม่กร้าน ไม่กระด้างเลย เติมความชุ่มชื่นได้ดีมาก ผิวลอกๆบนหน้าไม่มีเลย  

สรุปสำหรับแกมคือ


*ใครเน้นเรื่องรูขุมขน ผิวฟู ลดริ้วรอย ไป Estee Lauder 


*แต่ถ้าแค่อยากฟื้นฟูผิว จากการนอนไม่พอ เเฮงค์  ต้องการ เครื่องดื่มชูกำลังให้กับผิว ไม่ให้ผิวหน้าแห้งกร้านต้อง innisfree โลดๆ เลยจ้า      

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย