เผยผิววัย 30+ ให้อ่อนเยาว์กว่าที่เคย ด้วย 𝐃𝐨𝐦𝐨𝐡𝐨𝐫𝐧 𝐖𝐫𝐢𝐧𝐤𝐥𝐞 ที่สุดของสกินแคร์ 2020

32nd

Junjaowkha Chainarong

Junjaowkha Chainarong

ดู Profile

อีกไม่กี่วันก็จะเป็นปี 2021 แล้วนะคะ

แต่ละปีที่ผ่านไป ก็มาพร้อมกับความใจหาย อยากจะเอามือทาบอก ว่า “นี่ดิฉันแก่ขึ้นอีกปีแล้วสินะ” 


แต่ไม่น่าเชื่อ ... ไม่น่าเชื่อจริงๆ ค่ะว่าในวัย 30 +++ ของเรา เราจะมีสุขภาพผิวที่กว่าช่วง 20 ปลายๆ อีกนะ


สาเหตุก็เกิดจากเราเคยผิวพังสุด จากนั้นเราก็ตามหาสกินแคร์ที่จะเข้ามาช่วยฟื้นฟูผิวแบบสุดๆ ด้วยเช่นกัน ... 


ขอบคุณสกินแคร์ทุกชิ้นที่ผ่านเข้ามา และอยากจะขอบคุณสกินแคร์อีก 1 เซต ที่เข้ามาในช่วงปลายปี 2020 และทำให้เราได้รู้ซึ้งถึงคำว่า “ผิวอ่อนเยาว์” อีกครั้ง

Domohorn Wrinkle

 เป็นแบรนด์สกินแคร์สัญชาติญี่ปุ่น จุดเด่นของแบรนด์คือ การฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน เพื่อแก้ไขปัญหาผิวที่เกิดจากอายุที่เพิ่มขึ้น


แนวคิดของแบรนด์ คือ “ความสมดุลของโปรตีนในผิว” คือกุญแจสำคัญในการช่วยเพิ่มพลังฟื้นฟูด้วยตัวเองตามธรรมชาติให้แข็งแรง
เค้ามีผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 8 ตัวด้วยกันนะคะ 

มีเยอะขนาดนี้ดังนั้นด้านหลังของผลิตภัณฑ์จะมีตัวเลขกำกับอยู่ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 ถึง 8 เลยค่ะ





Domohorn Wrinkle มีขั้นตอนการบำรุงผิวในแบบฉบับของตัวเอง ที่เรียกว่า "การทำโอเทะอาเทะ" ซึ่งก็คือการดูแลบำรุงผิวโดยการใช้มือ เพราะมือมีลักษณะเป็นผิว อ่อนโยนกับผิวหน้า ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ประกอบกับควรใช้ผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่เหมาะสม ระยะเวลาเหมาะสม และวิธีใช้ก็ใช้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำ สิ่งเหล่านี้จะทำให้สารบำรุงต่างๆ ซึมเข้าสู่ผิวและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ


 เซตที่น่าสนใจในวัย 30+++ ที่เรานำมาพูดถึงในวันนี้ก็คือ Domohorn Wrinkle Essential 4

Domohorn Wrinkle Essential 4

เป็นเซตที่จะช่วยเพิ่มพลังในการฟื้นฟูด้วยตัวเองตามธรรมชาติและช่วยแก้ปัญหาผิวเน็นเรฮาดะ 


ผิวเน็นเรฮาดะ เป็นคำที่คนญี่ปุ่นใช้เรียกผิวที่เปลี่ยนแปลงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้นและพลังในการฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติอ่อนแอลงจนไม่สามารถคงความเรียบเนียน ยืดหยุ่น และสุขภาพดีได้เหมือนเดิม ดังนั้นจึงเกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ตามมา เช่น ริ้วรอยหรือจุดด่างดำ

Essential 4 มีผลิตภัณฑ์ 4 ตัวด้วยกัน คือ

- No. 4 : Intense Hydrator 

- No. 5 : Vital White Essence

- No. 6 : Cream20

- No. 7 : Milky Veil Lotion

สาเหตุของริ้วรอยและจุดด่างดำเกิดจากโปรตีนเร่งความชราของผิว (Angptl2) 


Domohorn Wrinkle เชื่อว่า “ความสมดุลของโปรตีนในผิว” คือกุญแจสำคัญในการช่วยเพิ่มพลังฟื้นฟูด้วยตัวเองตามธรรมชาติให้แข็งแรง
ดังนั้น Essential 4 จึงเน้นการแก้ปัญหา ผิวเน็นเรฮาดะ อย่างตรงจุด โดยการยับยั้งการทำงานของโปรตีนเร่งความชราผิว (Angptl2) ในขณะเดียวกันจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของโปรตีนที่มีพลังฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ (HSP)  



มาทำความรู้จักผลิตภัณฑ์และวิธีใช้ไปพร้อมๆ กัน ทีละ STEP กันเลย



STEP 1 Intense Hydrator : ให้ความชุ่มชื่น


ประกอบด้วยคอลลาเจนและกรดไฮยาลูโรนิกที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นจากภายในสู่ภายนอก

ลักษณะผลิตภัณฑ์ 


เนื้อโลชั่นใสๆ มีความหนืดเล็กน้อย แต่ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ให้ความชุ่มชื่นในทันทีที่ใช้

How to use


ใช้เป็นน้ำตบ โดยเทลงบนฝ่ามือในปริมาณเท่ากับเหรียญสองบาท และวนให้ทั่วฝ่ามือ จากนั้นนำฝ่ามือไปประกบเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า ใช้ซ้ำ 2 ครั้ง นะคะ เมื่อมีผิวติดมือแบบหนึบๆ เด้งๆ แสดงว่าโลชั่นซึมเข้าสู่ผิวเรียบร้อยแล้ว  เริ่มขั้นตอนที่ 2 กันได้เลย

STEP 2 Vital White Essence : ให้ความกระจ่าง

ใส


ช่วยให้ผิวกระจ่างใสจากภายใน ยับยั้งการสะสมเมลานินที่มากเกินไป

ลักษณะผลิตภัณฑ์


เป็นเอสเซ้นส์เซรั่มสีขาวขุ่น เบาบาง ซึมซาบเร็ว ให้ความแมตต์บนผิว

How to use 


กดลงบนฝ่ามือ 1 ปั๊ม แต้ม 5 จุด บนใบหน้า แล้วเกลี่ยให้ทั่ว จากนั้นใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ ทั่วใบหน้า ประมาณ 2 นาที เมื่อรู้สึกว่าไม่หลงเหลือความหนึบอยู่บนผิวและ ก็เข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 กันได้เลย

STEP 3 Cream20 : ให้ความยืดหยุ่น กระชับ


ครีมที่ประกอบด้วยคอลลาเจนเข้มข้นถึง 20% และสารบำรุงที่จำเป็นในกระบวนการสร้างและรักษาคอลลาเจนในชั้นผิว เพื่อผิวสุขภาพดี ยืดหยุ่น และชุ่มชื้น

ลักษณะผลิตภัณฑ์


เนื้อครีมเข้มข้น สัมผัสนุ่มคล้ายกำมะหยี่ เกลี่ยง่ายแต่ต้องใช้เวลานวดสักพักเพื่อให้ครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวทั้งหมด ให้ความชุ่มชื่นดีงาม

How to use


บีบครีม ประมาณ 2 ซม. หรือเท่ากับปากหลอด แต้ม 5 จุด บนใบหน้าแล้วเกลี่ยให้ทั่ว ค่อยๆ นวดเป็นวงกลมจากล่างขึ้นบนช้าๆ อย่างเบามือ (ยิ่งนวดเบามือ เนื้อครีมก็จะซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้นไปอีกนะคะ)
หากมีจุดไหนที่กังวลเป็นพิเศษ เช่น ริ้วรอยรอบดวงตา หน้าผาก ร่องแก้ม ก็สามารถทาบริเวณเพิ่มอีกในปริมาณเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว เมื่อรู้สึกว่าความลื่นที่นิ้วหายไปก็เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายได้เลยค่ะ

STEP 4 Milky Veil Lotion : ปกป้องผิวชั้นนอก


โลชั่นน้ำนมที่เสมือนเกราะป้องกันผิว โดยช่วยกักเก็บสารบำรุงที่จำเป็นให้ล็อคอยู่ในผิว คงความยืดหยุ่น และชุ่มชื้นยาวนานตลอดทั้งวัน ช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้านและสิ่งกระตุ้นจากภายนอก

ลักษณะผลิตภัณฑ์


โลชั่นน้ำนมที่ให้ความสบายผิว ให้ความชุ่มชื่น ให้ผิวนุ่มลื่น และผิวโกลว์ๆ ในทันทีใช้

How to use


กดในปริมาณ 1 ปั๊ม แล้ววนฝ่ามือให้ทั่ว จากนั้นใช้ฝ่ามือค่อยๆ กดค้างให้โลชั่นซึมซาบสู่ผิวหน้าอย่างเบามือ "นับ 1, 2, 3" จากด้านข้าง หน้าผาก และบนหน้า ทำซ้ำ 10 รอบ
การกดลงบนผิวหน้าเบาๆ จะทำให้โลชั่นน้ำนมซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เมคอัพติดทนนานตลอดทั้งวันเลยค่ะ ... เน้นว่าให้ "กด" อย่าเผลอทาหรือเกลี่ยน๊า 

การเปลี่ยนแปลงของผิวหลังจากทดลองใช้ 10 วัน พบว่าผิวอักเสบลดลงอย่างเห็นได้ชัด รูขุมขนก็ดูกระชับมากขึ้นด้วย

ผลลัพธ์จากการใช้



ผลลัพธ์จากการใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 28 วัน ทั้งเช้าและเย็น เรียกได้ว่าเราตั้งใจหักดิบสกินแคร์ที่ใช้เป็นประจำทุกชิ้น เพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์ของ Essential 4 กันเลยทีเดียวค่ะ แต่ตอนเช้าขอเพิ่มครีมกันแดดกันหน่อยนะ พูดถึงผลลัพธ์กันเลยก็คือ เค้าให้ผิวชุ่มชื่น อิ่มฟู ยืดหยุ่น และเรียบเนียนชัดเจนเลย รูขุมขนก็ดูกระชับมากขึ้นด้วย เวลาตื่นนอนผิวก็ยังนุ่มอยู่ ล้างหน้าเสร็จแล้วผิวก็ยังนุ่มอยู่ ผิวที่มักจะระคายเคืองเสมอๆ ก็ลดน้อยลง สิ่งที่เห็นผลชัดเจนอย่างไม่น่าเชื่อเลยก็คือ พอตั้งใจพิสูจน์ผลลัพธ์เราก็ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิวเลย แต่สิวผด สิวอักเสบ สิวอุดตันลดลงเยอะมากๆๆ แสดงว่านี่แหละคือผิวที่แข็งแรงและสมดุลอย่างแท้จริง ในช่วงที่เป็นวันนั้นของเดือนก็ยังมีสิวขึ้นบ้างเม็ดสองเม็ดนะคะ ไม่ได้เห่อมากแบบที่ผ่านๆ มา จุดด่างดำจากสิว ฝ้า กระ จางลง ผิวเรียบเนียน กระจ่างใสมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้ผิวบางลง ทำให้เราได้ย้อนคิดไปว่า ผิวที่มีสุขภาพดีไม่จำเป็นต้องใช้สกินแคร์หลายสเตปก็ได้นี่หน่า

ส่วนวิธีการใช้แบบ "โอเทะอาเทะ" ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสกินแคร์ตัวอื่นๆ ที่มีได้เช่นกัน วิธันี้มันดีต่อผิวมากๆ เลย รู้สึกรักผิวมากขึ้น

สำหรับสายเมคอัพ เค้าช่วยให้แต่งหน้าง่ายขึ้น ตลอดเวลาที่ใช้มักจะมีคนทักเราว่าผิวเนียนจัง เป็นปลื้มอ่ะ ... ช่วยให้เมคอัพติดทนตลอดทั้งวันด้วยนะคะ แม้จะต้องอยู่ภายใต้แมสก์ก็ไม่มีหวั่น


สำหรับคนที่ผิวแห้ง - ผิวผสม สามารถใช้ทั้งเช้าและเย็นได้เลยค่ะ แต่คนที่ผิวมันใช้ตอนเย็นน่าจะเหมาะกว่าเพราะสภาพอากาศบ้านเราค่อนข้างร้อน หากใช้ในตอนเช้าอาจจะต้องลดปริมาณหรือลดสเตปลง แต่ทั้งนี้เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของเราเท่านั้นนะคะ สิ่งที่จะทำให้รู้กระจ่างแจ้งก็คือการได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง



ถ้าเซตนี้หมดแล้วก็คงต้องหยดกระปุกเพื่อซื้อมาใช้ต่อแบบยาวๆ ไป งื้อ!!!


ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม

แล้วพบกันใหม่

บ๊ายบายคร้า

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย