เปิดกรุคุชชั่น 10 brand 16 ตลับ

15th

Earnice's story

Earnice's story

ดู Profile

กระทู้นี้ใช้เวลาทำสักพักใหญ่ๆเลยนะคะทุกคน 
เนื่องจากบางตัวซื้อมาสักพัก แต่เพิ่งได้เปิดใช้ค่ะ
ส่วนบางตัวก็ใช้เกือบหมดแล้ว แบบปาดมารีววกันเลยทีเดียวค่ะ
ซึ่งทุกชิ้นเป็นเค้าท์เตอร์แบรนด์ในไทยทั้งหมดนะคะ
หาซื้อได้ตามห้าง หรือ ออนไลน์ได้เลยค่ะ
ราคาตั้งแต่หลัก เกือบพัน จนถึง 3 พันนะคะ
counter brand ทั้งหมดเลยระคะทุกคน
"counter brand ทั้งหมดเลยระคะทุกคน"
สภาพผิวของเอินคือ ผสม มันช่วงทีโซน มีรอยแดงบ้างจากสิว
เนื่องจากพักผ่อนไม่เป็นเวลาค่ะ
บางแบรนด์ใช้ขาวอมชมพู บางแบรนด์ขาวเหลืองค่ะ แล้วแต่ผลิตภัณฑ์

เอินชอบใช้คุชชั่นมาก เพราะสะดวกและเร็วดีค่ะ
เวลาที่ต้องตื่นเช้ามากไปทำงานก็จะเน้นคุชชั่นเพราะพกพาสะดวก
เวลาในการทำงานคือ 10 ชม นะคะ ทุกตัวผ่านการเทสโดยการทามาทำงานแล้วค่ะ
**กระทู้นี้เป็นความคิดเห็นและความชอบส่วนตัวนะคะ
ไม่ได้มีสปอน ซื้อเอง เจ็บเองค่ะ
มีได้รับจาก YSL ตลับเดียวค่ะคือตลับที่ 2**
มาเริ่มกันที่ 4 ตัวแรกก่อนนะคะ ขอเรียกว่าตัว Top ละกันค่ะ
"มาเริ่มกันที่ 4 ตัวแรกก่อนนะคะ ขอเรียกว่าตัว Top ละกันค่ะ"

1. TOMFORD Shade And Illuminate #2.00
ขอมอบมงให้นางเลยค่ะ จะบอกว่าเค้าเป็นคุชชั่นผิวสวย ผิวแพงแซงทางโค้งมากๆ เอินซื้อเพราะดูรีวิวเยอะมากว่านางควรค่า สมราคา ทั้งที่เราคิดว่ามันแพงมากๆเลยค่ะ แต่พอได้ไปลอง คือไม่แปลกใจเลย นางเริ่ดตามคำเคลม
- เล่นแสงสวยมากแบบไม่ต้องทาไฮไลท์เลยค่ะ
- ปกปิดปานกลาง แต่ไม่ตกร่อง ปาดนิดเดียวได้ทั่วหน้าเลยค่ะ
- คุมมันดี มีความมันบ้างแต่ไม่เมือก เรียกว่าเหงื่อออกก็สวยค่ะ
- แพคเกจเลอค่า ดูแพงสุดๆ
ข้อเสียคือ ราคาค่อนข้างสูงหากเทียบกับแบรนด์อื่น และไม่เหมาะกับสาวผิวมันนะคะเพราะน้องค่อนข้างเงาค่ะ

2.YSL Le  Cushion Encre De Peau #20 (Limited Edition)
เป็นคุชชั่นที่เล็งไว้ตั้งแต่ยังไม่เข้าไทยเลยค่ะ คือตลับปังมากกก แต่น้องไม่ได้มีดีแค่ตลับนะคะ
- คุชชั่นงานผิวที่เลิศมาก เนื้อไม่หนัก สบายผิวมาก ฟินิชจะแมทกว่าตัวเดิมนิดนึงค่ะ

- คุมมันปานกลางนะคะ 5-6 ชม คือจะต้องซับแล้ว แต่เค้าไม่เมือกแล้วก็ไม่ตกร่องค่ะ ให้ความผิว เคยทาถึง 10+ ชม ก็ยังโอเคค่ะ เติมแป้งก็คือไปต่อได้ค่ะ

- ปกปิดปานกลาง บิ๊วได้ไม่คราบจ้า

- แพคเกจคือชนะ โดยเฉพาะสาวก YSL นี่ต้องไม่พลาดเลยนะคะ

ข้อเสียคือ

-ตัวนี้สีดรอปนิดหน่อยนะคะ รอสัก 5-10 นาที น้องจะพอดีผิวค่ะ เวลาซื้อควรลองให้ดีก่อนนะคะ/ รุ่นนี้มีสีให้เลือกน้อยค่ะ

3. JUNG SAEM MOOL Master Class Cushion # Vanilla

ตัวนี้คือเหนือความคาดหมายมากค่ะ เพราะตอนไปลองรู้สึกว่ามันหนาไปหน่อย แต่รีวิวแน่นมาก จนคันค่ะเลยอยากได้ก็ตำจนได้

- ปกปิดดีมาก แต่ไม่หนักหน้าเลยค่ะ
- คุมความมันได้ดีค่ะ ใช้เกิน 10 ชม นี่คือรอด แบบไม่เซทแป้งด้วย
- ผิวสวย เล่นแสงดีเช่นกันค่ะ ใครอยากได้กลาสสกินเชิญมาลองค่ะ
- คุ้มราคา ในแพคเกจมีรีฟิลมาให้ด้วยค่ะ ตลับก็สวย พัฟก็นุ่มนิ่ม

ข้อเสียคือ

- เนื้อคุชชั่นค่อนข้างเหนอะค่ะ ทุกครั้งที่ผิวหน้ามีควมมันแล้วซับออกจะติดเนื้อคุชชั่นติดออกมาด้วย/ ไม่เหมาะกับสาวผิวมันนะคะ น้องวาวเยอะค่ะ

4. GIORGIO ARMANI Designer Essence-In-Balm Mesh Cushion#2 

คุชชั่นงานผิวสุดๆ เหมือนดื่มน้ำเยอะ เพราะเค้าฉ่ำ โกลวค่ะ

- เนื้อบาล์ม บางเบา เหมาะกับคนอยากได้งานผิวจริงๆ
- ปกปิดปานกลาง สามารถบิ๊วเพิ่มได้
- คุมมันปานกลาง 5-6 ชั่วโมง ผิวมันแต่ยังผ่อง เนื่องจากกระจายแสงดี

- มี SPF 50/PA+++ คือเรียกว่าไม่ต้องทากันแดดเลยค่ะ

ข้อเสีย

- คุชชั่นตกร่องนิดหน่อยทีโซนนะคะ หากไม่เซทแป้งช่วย/ มีสีให้เลือกค่อนข้างน้อยค่ะ/ เนื้อเป็นบาล์ม ต้องกดแรงหน่อยเพื่อให้คุชชั่นติดพัฟค่ะ

มาต่อกันที่ 4-8 เลยค่ะ
"มาต่อกันที่ 4-8 เลยค่ะ"

5. DIOR Prestige Le Cushion Teint de Rose #012

 ตัวนี้โดนตกเพราะพีบีเออธิบายสรรพคุณได้เริ่ดหรูมากค่ะ แล้วพอตอนลองก็คือต้องมีแหละแก ก็งานผิวดีขนาดดดดด

- กลิ่นหอมกุหลาบอ่อนๆ ใช้แล้วดีต่อใจมากๆ

- งานผิวสวยอีกตัว อิ่มน้ำ โกลวเล็กน้อยไม่เท่า 4 ตัวเเรกค่ะ

- ตลับหรูหรา แต่หนาไปหน่อยค่ะ *แต่ตอนนี้เค้าประตลับให้บางลงแล้วนะคะ

- คุมมันกลางๆ มีหลุดช่วงทีโซน ซับๆไปต่อได้ค่ะ

ข้อเสีย 

- ราคาแพง ถ้าหากเทียบกับคุชชั่นที่มีทางเลือกมากในตอนนี้ค่ะ

6. Laura Flawless Lumiere Cushion 

เป็นคุชชั่นที่น่าทึ่งมากค่ะ เกินความคาดหมายจริงๆ
- ปกปิดดีงามมากค่ะ แต่ไม่หนา ยังคงความผิวอยู่
- คุมมันได้ดีค่ะ 10 ชม สบายๆเลยค่ะ
- มีสีให้เลือกเยอะค่ะ คุ้มราคาค่ะ
ข้อเสีย
- เนื้อคุชชั่นมีความเหนอะหนะนิดนึงค่ะ / คุชชั่นดรอปหลังเซทตัว ควรเลือกเฉดให้ดีค่ะ

7. MAC Studio Fix #N12 

ยืนหนึ่งเรื่องเฉดสีหลากหลายมากที่สุดในทุกแบรนด์เลยค่ะ
- ปกปิดกลางๆบิ๊วได้สบายๆ
- ฟินิชกึ่งแมท แต่ก็ยังฉ่ำมากกว่ารองพื้นค่ะ 
- ผสมสารกันแดด และบำรุงค่ะ
ข้อเสีย
- น้องเยิ้มอ่ะ แต่ได้เป็นคราบนะคะ คือซับหน้าก็ยังไปต่อได้ หรือควรใช้แป้งเซทช่วยค่ะ/
 สีดรอปนะคะ รอเซทตัวนานนิดนึงแบบ 1-2 ชมค่ะ


8. JUNG SAEM MOOL Cushion Cealer # Light 

คุชชั่นที่มีคอนซีลเลอร์ให้ในตัว เป็นคุชชั่นงานผิวใส ใช้แล้วรู้สึกผิวใส ดีงามมาตั้งแต่เกิด
- คุมมันดีงามค่ะ 8-10 ชม ไปเลย มันทีโซนแต่ไม่เยิ้มค่ะ

- ปกปิดดี หน้าผ่อง 

ข้อเสีย
- เนื้อมีความเหนอะหนะนิสนึงค่ะ แต่ไม่ได้เป็นคราบนะคะ
- คอนซีลเลอร์ไม่ได้เป็นแบบทั่วไปนะคะ ไม่ได้ช่วยปกปิดเท่าไหร่ ไม่กริบค่ะ

มาถึงแบรนด์ฝั่งเกาหลีล้วนค่ะ
"มาถึงแบรนด์ฝั่งเกาหลีล้วนค่ะ"

9. THE FACE SHOP Yehwadam Hwansaenggo BB Cushion #21N 

คุชชั่นตัวใหม่ล่าสุดในกระทู้นี้เลยค่ะ
- คุชชั่นเนื้อดี เกลี่ยง่าย ไม่หนักหนา
- ทาแล้วผิวสวยค่ะ กระจายแสงดีเพราะมีส่วนผสมของไข่มุกค่ะ
- ปกปิดกลางๆ รอยแดงเอาอยู่
- ราคาดีงามค่ะ 9XX แถมมาพร้อมรีฟิลด้วยนะคะ
- มีกลิ่นโสม สำหรับเอินเอินชอบค่ะ แต่ใครไม่ชอบต้องบายนะคะเพราะกลิ่นเยอะอยู่ค่ะ
ข้อเสีย
- คุมมันน้อยมากค่ะ 3-4 ชม ก็มันแล้ว ต้องเซทแป้งค่ะเพื่อช่วย


10. LANEIGE Neo Cushion Glow #N21

 คุชชั่นที่กระแสดีตั้งแต่ยังไม่เข้าไทยตลับมุ้งมิ้งเกินต้าน

- คุชชั่นเนื้อดี บางเบา

- ให้งานผิวสวย เล่นแสงพอประมานแต่ไม่ได้ฉ่ำ

- คุมมันปานกลาง ระหว่างวันมีมันบ้างแต่มันทำให้หน้าดูฉ่ำขึ้นค่ะ

- ตลับเก๋ไก๋น่ารัก มาพร้อมรีฟิล คุ้มราคาค่ะ

ข้อเสีย

- ปกปิดไม่มาก ต้องย้ำหน่อยค่ะ 

11. THE HISTORY OF WHOO Cheongidan Radian Essence Cushion #21

คุชชั่นของจักรพรรดิ์เกาหลี

- บางเบามากกกกก เป็นคุชชั่นที่ทำมาให้คนผิวดีดูสวยจากภายในสู่ภายนอก 

- ผิวใส เหมือนเติมน้ำให้ผิว ให้ฟีลแต่งหน้าเหมือนไม่แต่ง

ข้อเสีย

- คนผิวหน้าไม่ดีต้องผ่านค่ะ เค้าไม่ได้ช่วยเรื่องปกปิดเลยค่ะ/ มีสีให้เลือกน้อยมากค่ะ

12. JUNG SAEM MOOL Essential Skin Nuder # Light

คุชชั่นตัวฮิตที่หลายๆคนครอบครอง

- บางเบา แต่ให้งานผิวสวยมาก
- คุมมันได้ปานกลางค่ะ และก็ติดทนด้วย ฟินิชลุคค่อนไไปทางแมท
- ปกปิดได้ดี หากเทียบกับคุชชั่นตัวอื่น แต่น้อยกว่า Master class
ข้อเสีย
- อันนี้น่าจะเป็นเอินคนเดียว รู้สึกว่าเค้าไม่ผ่อง ถ่ายรูปแล้วไม่ขึ้นกล้องอ่ะค่ะ

 

4 ชิ้นนี้มีทั้งคุชชั่นธรรมดา/ tone up/ highlighter
"4 ชิ้นนี้มีทั้งคุชชั่นธรรมดา/ tone up/ highlighter"

13. YSL Le Cushion Encre de Peau Sequin #10

เค้าคือ Fusion ink ในตลับลิมิเต็ดค่ะทุกคน ซึ่งเอินใช้ไป 4 ตลับแล้ว เรียกว่าเป็นคุชชั่นที่เติมตลอด เพราะเป็นคุชชั่นที่เลิฟมากกกกกกก

- คุชชั่นที่ให้ผิวสวยงามเป็นธรรมชาติ แล้วก็มีความโกลว
- เนื้อดี บางเบา เกลี่ยง่าย
- ปกปิดปานกลาง บิ๊วได้ด้วย
- คุมมันกลางๆ แต่ไม่เยิ้ม ซับๆไปต่อได้
ข้อเสีย
- มีสีให้เลือกน้อยไปหน่อยค่ะหากเทียบกับแบรนด์อื่น



14. DIOR Forever Perfect Cushion #2

โดนตกเพราะตลับอีกแล้วจ้าแม่จ๋า

 - ฟินิชแมทกว่าคุชชั่นทั่วไปมากๆ

- คุมมันได้ดี มีความมันแต่ไม่เยิ้มเลย

- ปกปิดกลางๆ 

ข้อเสีย

- เนื้อค่อนข้างหนัก และแห้ง เกลี่ยยากกว่าคุชชั่นทั่วไป/ ไม่มีความโกลว อันนี้คือคิดเองว่าคุชชั่นควรเป็นการเผยผิว ซึ่งอาจจะเหมาะกับคนหน้ามันค่ะ/ มีสีให้เลือกน้อยมากค่ะ

15. TOMFORD Glow Tone up Cushion  #2.00

เป็นสิ่งที่มีคนให้มาค่ะ ไม่ได้ซื้อมาเองนะคะ 

- บางเบามากๆเลยค่ะ เหมือนเป็นสิ่งช่วยประสภาพผิวมากกว่า

- งานธรรมชาติแบบโชว์ผิว สุขภาพดี

ข้อเสีย

- ไม่คุมมันเลยค่ะ / ไม่เหมาะกับคนผิวมีปัญหา เพราะไม่ช่วยปกปิดค่ะ / เหมาะกับคนผิวแห้งค่ะ / ราคาสูงตามฉบับแบรนด์

16. YSL Mini Cushion Encre De Peau Highlighter

นางเป็นไฮไลท์นะคะทุกคน แบรนด์ลูกรัก ออกลิมิเต็ดทั้งทีไม่มีได้ไงแม่

 ใช้งานง่าย ปกติจะใช้แต่รูปแบบฝุ่น แต่พอสิ่งนี้ออกมาคือไม่ลังเลเลยค่ะ อันนี้เอินไม่ทราบว่าเคยมีแบรนด์อื่นทำรึยังนะคะ แต่รู้สึกว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่ค่ะ ด้วยความเป็นคนชอบใช้คุชชั่นเลยจัดมาค่ะ ไม่ผิดหวังเลย นางมีชิมเมอร์ผู้ดีไม่ปลาทู กระจายแสงดีมากค่ะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย