แนะนำตัวช่วยบรรเทาอาการ Office Syndrome โรคยอดฮิตของคนวัยทำงาน

41 8
เพื่อนๆ...ในนี้มีใครเป็นสาวออฟฟิศแบบเด็นตี้บ้างคะ? คิดว่าคงต้องมีอยู่ไม่น้อยแน่ๆ เลย..และคงพอจะทราบกันอยู่แล้วว่า สาวออฟฟิศอย่างเราๆ เนี่ย...ต้องเจอกับอาการปวดเมื่อย คอ บ่า หัวไหล่ ร้าวไปจนถึงช่วงหลัง หรือที่เค้าชอบเรียกกันว่าอาการ Office Syndrome มารบกวนเวลาทำงานอยู่ตลอดกันใช่ป่าว...ซึ่งตัวเด็นตี้เองก็ชอบมีอาการปวดเมื่อยอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เวลาทำงานรู้สึกไม่สบายตัว ไม่ค่อย Active บางทีก็ทำให้การทำงานไม่ราบรื่น ไม่มีความสุขเลย

และด้วยอาการปวดเมื่อยต่างๆ ทำให้เด็นตี้เอง…..เริ่มมองหาตัวช่วยบรรเทาอาการ Office Syndrome ซึ่งเด็นตี้ก็ได้หาข้อมูลมาแล้วทุกช่องทาง  ก็จะเจอวิธีแก้ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนท่าทางการนั่งทำงาน การปรับเก้าอี้นั่งทำงานของเรา ให้เหมาะสมกับโต๊ะทำงาน ไม่นั่งทำงานเป็นเวลานานๆ หมั่นยืดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เป็นระยะๆ เพื่อให้อาการปวดต่างๆ ค่อยๆ ดีขึ้น แต่นั่น...เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่อาจจะเห็นผลช้าไปหน่อย   ซึ่งมันก็ต้องใช้เวลาพอสมควร   ในเรื่องของการปรับตัว  เด็นตี้เองก็คิดว่าระหว่างนี้  เราควรที่จะมองหาตัวช่วยเพื่อแก้ปวดเมื่อย บรรเทาอาการต่างๆ เพิ่มอีก ไม่ว่าจะเป็น ยานวด แผ่นแปะแก้ปวด มาช่วยบรรเทาอาการปวด ที่เราเป็นอยู่ด้วยคงจะดีกว่า เพราะบางครั้งอาการปวดที่เด็นตี้เจอ  ทำให้คิดงานไม่ออก หงุดหงิด พาลทำให้เกิดอาการเครียดและปวดหัวตามมาได้เลย

จากที่เด็นตี้ได้ลองใช้  ตัวช่วยบรรเทาอาการปวดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเจล ยาหม่อง แผ่นแปะแก้ปวดมาหลายตัวแล้ว เด็นตี้เลยอยากจะมาแชร์วิธีการและแนะนำเคล็ดลับตัวช่วยในการบรรเทาอาการปวดเมื่อย (Office Syndrome) ให้ดีขึ้นได้ ตามแบบฉบับของเด็นตี้ที่เพื่อนๆสามารถนำไปทำตามได้แบบง่ายๆ และช่วยแก้อาการปวดเมื่อยได้จริง 


ซึ่งเจ้าตัวช่วยแก้ปวดเมื่อยที่เด็นตี้จะมาแนะนำให้เพื่อนๆในวันนี้   มีทั้งหมด 5 ตัว โดยเด็นตี้จะสาธิตวิธีใช้และบอกถึงความรู้สึก ซึ่งจะสรุปเป็นความคิดเห็นส่วนตัวว่า  ตันไหนเด็นตี้ใช้บรรเทาอาการปวดแบบไหนบ้าง ? ใช้แล้วเป็นยังไง ? เพื่อนๆ จะได้นำไปปรับใช้กับตัวเองได้ถูกต้องนะคะ

เริ่มที่ตัวแรกกันเลยจ้า #ฟาร์มิก้า พลาสเตอร์แผ่นแปะแก้ปวด สูตรเย็น (อ้ออ..เค้ามีให้เลือก 2 แบบนะ แบบร้อนซองสีเขียวและแบบเย็นซองสีฟ้า)  ตัวนี้เด็นตี้ไปร้านขายยาแล้วเภสัชแนะนำมาค่ะ พอได้ลองใช้เด็นตี้รู้สึกว่า แผ่นแปะให้ความเย็นสบาย รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยได้ดี และยังหอมกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ แผ่นแปะมีขนาดใหญ่ ทำให้แปะตรงจุดที่ปวดได้ทั่วถึง ไม่ต้องใช้หลายแผ่นมาต่อกัน 


ความรู้สึกหลังจากที่ได้ใช้แผ่นแปะแก้ปวด เด็นตี้ชอบนะ เพราะแผ่นใหญ่ดี แปะทั้งที ต้องได้เต็มๆ ที่สำคัญ  ใช้ต่อเนื่องได้ทุกวัน ทุกครั้งที่เด็นตี้ประชุมหนักๆ เวลาเครียด นั่งนานๆ จะชอบมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ บริเวณคอ หัวไหล่ และแผ่นหลัง เด็นตี้ก็จะใช้เจ้าพลาสเตอร์แก้ปวดตัวนี้แปะตรงบริเวณที่ปวด แค่แผ่นเดียวก็สามารถใช้ได้นาน  แก้ปวดเมื่อยได้ทั้งวัน เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่เด็นตี้ใช้แล้ว รู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยประจำตัว  คอยนวดผ่อนคลายให้เด็นตี้ทุกครั้ง มันใช้ง่าย สะดวกด้วย เป็นวิธีแรกๆ ที่นึกถึงเวลาปวดตัวเลยแหละ

ความประทับใจอีกอย่างที่ทำให้เด็นตี้ชอบหลังจากที่ได้ใช้แผ่นพลาสเตอร์แปะแก้ปวดของฟาร์มิก้าก็คือ ตัวแผ่นแปะมันติดแน่น ทนนาน ไม่หลุดง่าย ติดทนกว่าแผ่นแปะตัวอื่นๆที่เคยใช้มา บางครั้งเด็นตี้แปะพลาสเตอร์แก้ปวดไว้ทั้งวันจนลืม มารู้ตัวอีกทีก็ตอนบ่ายๆ หรือเข้าบ้านช่วงหัวค่ำเลยก็มี ทั้งที่แปะไว้หลายชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังช่วยบรรเทาให้อาการปวดเมื่อยของเด็นตี้ดีขึ้นมากอีกด้วย เพื่อนๆคนไหนที่มีอาการปวดเมื่อยแบบเด็นตี้ ลองหาซื้อแล้วลองใช้กันได้นะคะ  เด็นตี้คอนเฟิร์มว่าแก้ปวดเมื่อยได้ดีเพื่อนๆต้องชอบแบบที่เด็นตี้ชอบแน่ๆ

Pharmica Plaster Cool (สูตรเย็น) : 45บาท/ซอง

Pharmica Plaster Warm  (สูตรร้อน) : 75บาท/ซอง
ช่องทางการจัดจำหน่าย : หาซื้อง่าย ตามร้านยาชั้นนำ

มาต่อกันตัวที่สอง #แผ่นแปะบรรเทาปวดตราเสือ (เจ้าแผ่นแปะอันนี้ก็มีให้เลือก 2 แบบเหมือนกันน้า..ทั้งแบบสูตรร้อนและแบบสูตรเย็น)  พลาสเตอร์แก้ปวดตัวนี้หลายๆคนน่าจะคุ้นเคยกันดี ส่วนใหญ่เด็นตี้จะเลือกใช้แผ่นแปะแก้ปวดตราเสือสูตรร้อนตัวนี้ เวลาที่มีอาการปวดแบบตึงรั้งบริเวณไหล่ เพราะพลาสเตอร์จะออกฤทธิ์แบบร้อนมาก บางคนอาจจะไม่ชอบหรือทนไม่ไหว แต่เด็นตี้ชอบความร้อนของตัวนี้ เพราะรู้สึกว่ามันช่วยลดอาการปวดได้ทันที แต่ยังไม่โดนใจเท่าอันแรกนะคะ เพราะรู้สึกว่า...ตัวแผ่นแปะแก้ปวดตราเสือตัวนี้แอบมีราคาแพงไปหน่อย ไซส์เล็กไปนิด เวลาแปะที่หลังเพื่อลดอาการปวดเมื่อย รู้สึกต้องใช้ 2-3 แผ่น ในแต่ละครั้ง
พสาสเตอร์ตัวนี้ เวลาติดไปซักประมาณ 5 ชั่วโมงก็จะเริ่มไม่ค่อยร้อนสักเท่าไร เด็นตี้จะชอบใช้แปะช่วงเวลาสั้นๆ เวลาที่ไม่ต้องขยับร่างกายเยอะ อย่างเช่นช่วงที่นั่งพักผ่อน หรือช่วงที่นอนหลับกลางคืน เพราะตัวพลาสเตอร์จะแปะไม่ค่อยทนเท่าไหร่ ถ้าขยับเยอะอาจจะหลุดได้ง่าย เวลาที่แปะแล้วทำนู้นนี่ไปด้วยจะติดไม่ค่อยอยู่ ยิ่งเวลาที่ผิวของเรามีเหงื่อ ก็จะหลุดได้ง่ายเลยค่ะ แต่ก็ยังถือว่าเป็นแผ่นพลาสเตอร์แปะแก้ปวดที่เราเลือกที่จะแนะนำอยู่ใน List นี้เหมือนกัน เพราะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ หาซื้อได้ง่าย และเป็นพลาสเตอร์ที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว

แผ่นแปะบรรเทาปวดตราเสือ Tiger Balm

ราคาแผ่นละ : 79 บาท
​ช่องทางการจัดจำหน่าย : หาซื้อง่าย ร้านยา, 7-11


ตัวที่สาม #ยาหม่องสมุนไพรวังพรม เด็นตี้กับคุณแม่ชอบใช้ยาหม่องตัวนี้มากๆ นอกจากจะใช้ทา ใช้นวดบริเวณที่ปวดเมื่อยได้ดีแล้ว ยังมีกลิ่นหอมของสมุนไพรเบาๆ ทุกครั้งที่สูดดม ช่วยให้เด็นตี้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย สมองโล่ง เวลาเครียดๆ หรือหลังจากการประชุมที่หนักหน่วงได้ดีเลยค่ะ ตัวนี้ก็จะมี 2 แบบนะคะ มีทั้งสูตรเสลดพังพอน และ สูตรไพล สรรพคุณแก้ปวดเมื่อยไม่ต่างกัน ใช้ทาใช้นวดบริเวณที่ปวดเมื่อยโอเคเลยค่ะ เป็นสมุนไพร ภูมิปัญญาชาวบ้าน ราคาไม่แพง ขวดนึงใช้ได้นานด้วย แต่ก็อาจจะไม่สะดวกเวลาทานอกบ้านเท่าไหร่เพราะมันเลอะมือ กลิ่นติดเสื้อผ้า บางคนอาจจะไม่ชอบตรงนี้ ซึ่งเด็นตี้เองก็จะชอบใช้ดมมากกว่าทา ถ้าทาก็จะทาเวลาอยู่บ้านมากกว่าค่ะ แต่ถ้าใครที่ชอบยาหม่องสำหรับนวดแก้ปวดเมื่อย แนวสมุนไพรๆ แบบนี้อยู่แล้ว เด็นตี้แนะนำวังพรมตัวนี้เลยจ้า

ราคาต่อขวด : 45 - 85 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดบรรจุแต่ละขวดที่เราเลือก
​ช่องทางการจัดจำหน่าย : หาซื้อได้ตาม บูธ วัตสัน เซเว่นอีเล่ฟเว่น
บิ๊กซี และร้านขายยาทั่วไป


​ตัวที่สี่ #แอมเม็ลทซ์โยโกะโยโกะ ตัวนี้จะเป็นน้ำเหลวๆใสๆหน่อย ตัวขวดของเค้าเหมือนกาวน้ำเลย เวลาทาต้องคว่ำขวดให้ตัวยาติดตรงที่จุกสีน้ำเงินก่อนนะคะ แล้วค่อยตั้งขวดทาวนๆตรงบริเวณที่ปวด ไม่ต้องบีบขวดนะทุกคนเพราะตัวยาเค้าเป็นน้ำเดี๋ยวออกมาเยอะเกิน ทำให้ตัวยาเลอะเสื้อผ้าของเราได้ กลิ่นตัวยาของเค้าจะค่อนข้างแรงพอสมควร คนที่ไม่ชอบกลิ่นยาฉุนๆ อาจจะไม่ชอบตัวนี้ซักเท่าไร เวลาทาที่บริเวณต้นคอกับหัวไหล่ อาจจะทำให้รู้สึกว่าแสบจมูก แสบตานิดๆเลยล่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องประสิทธิภาพการช่วยลดอาการปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อ ตัวนี้ก็ยังคงทำได้ดี ช่วยแก้ปวดเมื่อยได้โอเคเลยค่ะ ตัวนี้เด็นตี้จะใช้ทาเวลาที่มีอาการปวดหัวไหล่ คอ หรือฝ่าเท้า หลังจากที่ไปออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรรมที่มีการเคลื่อนไหวมากๆ เด็นตี้ก็จะเลือกแอมเม็ลทซ์โยโกะโยโกะ บรรเทาอาการปวดเมื่อยค่ะ 

ราคาขวดละ : 149 - 199 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณของตัวขวด
ช่องทางการจัดจำหน่าย : หาซื้อได้ตาม ร้านขายยาทั่วไป

มาถึงตัวที่ห้า ตัวสุดท้ายแล้วววว #เจลบรรเทาปวดเคาน์เตอร์เพน ตัวนี้ถือว่า เป็นหนึ่งในเจลทาแก้ปวดเมื่อยที่ทุกคนคงรู้จัก ชื่อคุ้นหู น่าจะเป็นยาสามัญประจำบ้านของใครหลายคนแน่ๆเลย เพื่อนๆในนี้  ก็น่าจะเคยใช้กันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ ส่วนที่บ้านของเดนตี้ก็จะมีทั้ง 2 สูตรเลยค่ะ เพราะคุณพ่อจะชอบเลือกใช้สูตรร้อน(หลอดเจลจะสีส้มๆหน่อย) แต่ตัวเดนตี้เองจะชอบใช้แบบสูตรเย็น(หลอดสีฟ้า) จำได้เลยว่าเคยใช้แบบสูตรร้อนทาที่ช่วงหัวไหล่ตอนนั้นมันจะรู้สึกแสบๆ ร้อนๆ ผิวมาก และตัวกลิ่นจะค่อนข้างแรง ถึงแรงมาก ก็เลยไม่ค่อยสูตรร้อนเท่าไหร่ค่ะ

ตัวสูตรเย็นที่เด็นตี้ชอบใช้  เนื้อเจลจะเป็นสีฟ้า ทาครั้งแรกมันอาจจะรู้สึกเหนอะๆเหนียวๆผิวเรานิดนึง ต้องค่อยๆ นวดวนๆ ตรงที่ปวด ตัวยาก็จะค่อยๆ ซึมเข้าผิว อาจจะช้าหน่อยนะคะ ต้องใช้เวลานิดนึงเพราะถ้าเราไม่นวดๆ ทาแล้วปล่อยทิ้งไว้ มันก็จะไม่ค่อยซึมเข้าผิว เลอะเสื้อผ้าได้ แรกๆที่ทาจะให้ความรู้สึกเย็นวาบๆหน่อย ก็อย่างที่ชื่อเค้าบอกแหละ ว่าสูตรเย็นอ่ะเนอะ  มันจะไม่ได้หายปวดทันทีที่ทานะคะ ต้องใช้ทาบ่อยๆ ซึ่งก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยเส้นตึงได้ดีเช่นกันค่ะ มีให้เลือกตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงหลอดขนาดใหญ่  แต่ส่วนตัวตั้งแต่เคยใช้มา ก็ดีนะคะ แค่ติดตรงที่อาจจะต้องใช้ทาบ่อยๆ ใช้ต่อเนื่องถึงจะเห็นผล เด็นตี้คิดว่าน่าจะเหมาะกับผู้ชาย หรือกลุ่มนักกีฬา ถ้าผู้หญิงอย่างเราผิวบอบบางน่าจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไร

ราคาหลอดละ : 58 - 190 ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณของตัวหลอด
ช่องทางการจัดจำหน่าย : หาซื้อได้ตาม บูธ วัตสัน และร้านขายยาทั่วไป


จากทั้งหมด 5 ตัวช่วยที่เด็นตี้ได้รีวิวไป จริงๆแล้วเค้าก็มีคุณสมบัติแก้ปวดทั้งหมดนั่นแหละค่ะ แต่สำหรับเด็นตี้..ถามว่าชอบตัวไหนมากที่สุด เด็นตี้ชอบแผ่นแปะบรรเทาอาการปวดเมื่อยฟาร์มิก้าค่ะ เพราะเด็นตี้รู้สึกว่ามันใช้ง่าย สะดวก ไม่แสบผิว กลิ่นไม่ฉุน บรรเทาอาการปวดได้ดี แผ่นพลาสเตอร์ก็ใหญ่ แปะได้เต็มแผ่นหลัง ออกฤทธิ์นานกว่าตัวอื่นๆ อย่างที่บอกไปตอนแรกๆว่าแปะตอนเช้าก็ยังรู้สึกว่ามันแก้ปวดเมื่อยได้ถึงตอนเย็นเลย แถมยังติดแน่นด้วย ไม่ต้องกังวลว่ามันจะหลุดเวลาเราเดิน หรือ ขยับตัวมากๆ สามารถแปะพลาสเตอร์ตัวนี้แล้วทำกิจกรรมต่างๆได้ทั้งวัน เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเด็นตี้มากค่ะ สะดวกมากจริงๆ 

สำหรับเพื่อนๆ ที่เป็นมนุษย์ออฟฟิศแล้วมีอาการปวดเมื่อยเหมือนเด็นตี้ อาจจะมีเคล็ดลับวิธีแก้ปวดเมื่อยแบบอื่นๆที่ดีกว่านี้ ก็สามารถมาแชร์ข้อมูลแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะคะ และสำหรับครั้งหน้าเด็นตี้จะมาแชร์เคล็ดลับ เทคนิค หรือมีไอเทมเด็ดๆอะไรมาฝากเพื่อนๆอีก รอติดตามในสกุ๊ปหน้านะคะ วันนี้เด็นตี้ต้องขอตัวลาไปก่อนละ….บะบายจ้า


Dainty_Unchisa

Dainty_Unchisa

FULL PROFILE