[Review] อยากดูแลผิวให้สุขภาพดีได้ไม่ยาก เริ่มต้นที่การล้างหน้าที่ดี และเติมน้ำให้ผิวอย่างเหมาะสม Philosophy Purity เป็นคู่ที่ใช่ ที่ลองแล้วต้องมาแนะนำ

30th

turtle.yolq

turtle.yolq

ดู Profile


 “เพราะความชุ่มชื้นคือจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพผิวที่ดี” 


เกริ่นขนาดนี้ สกินแคร์ที่เราจะพูดถึงวันนี้แน่นอนว่าต้องเป็นเติมความชุ่มชื้นแน่นอน ซึ่งปัญหาของชาวผิวผสม-ผิวมันที่ต้องเจอสภาพอากาศร้อนมากในไทย ไม่ค่อยกล้าใช้พวกมอยส์เจอร์ทาตอนเช้าเท่าไหร่ เพราะกลัวความชุ่มชื้นหนักผิวเกินไป วันนี้เราจึงขอหยิบตัวช่วยดูแลผิวคู่บุญหลังจากที่เราได้ลองใช้มาซักพักแล้วรู้สึกว่า ค่อนข้างเหมาะและใช่สำหรับชาวผิวผสม-ผิวมัน น่าหยิบมาบอกต่อ อย่าง  PHILOSOPHY Purity Made Simple Oil-Free Mattifying 



ขอเล่าก่อนว่า 


 ทำไมถึงต้องเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ของ PHILOSOPHY 


ถ้าใครที่เคยอ่านกระทู้เก่าของเราตั้งแต่ช่วง 6-7 เดือนที่แล้วจะเห็นว่าเราหยิบ PHILOSOPHY Take A Deep Breath มาพูดถึงบ้างแล้ว จะบอกว่า เป็นอีกแบรนด์ที่ทำมอยส์เจอร์ไรเซอร์ออกมาได้ดีมากกก ชอบจริง ให้ความชุ่มชื้นดี เนื้อละมุน แต่ไม่อุดตันผิว ผิวผสม-ผิวมันใช้ได้ แถมราคาจัดว่าดีงามเลย นี่ใช้จนหมดไปกระปุกนึงแล้ว เลยเลือกแบรนด์เดิม แต่เปลี่ยนไปใช้ตัวอื่นบ้าง เพราะอยากลองอะไรใหม่ๆ พี่ BA เลยแนะนำกลุ่ม  Mattifying  มา  



 PHILOSOPHY Purity Made Simple Oil-Free Mattifying 


ที่เราหยิบมาบอกต่อในวันนี้มี 2 ตัว ได้แก่ คลีนเซอร์ทำความสะอาดผิว One-Step Mattifying Facial Cleanser และมอยส์เจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว Mattifying Moisturizer 



 PHILOSOPHY Purity Made Simple One-Step Mattifying Facial Cleanser (990.-/240 ml) 


เน้นทำความสะอาดผิวหมดจด และลดความมันส่วนเกินของผิวได้อย่างอ่อนโยน ใช้ได้ทั้งผิวผสมและผิวมัน ตัวนี้ที่ต่างประเทศเขาว่า เป็น 3 in 1 คือ ทำความสะอาดพวกสิ่งสกปรกตกค้าง น้ำมันส่วนเกิน และเมคอัพ ได้, กำจัดมลภาวะที่มาติดผิว และคงสมดุลความชุ่มชื้นไว้ ให้ผิวดูสดใส ไม่แห้งตึง

 


 ส่วนประกอบ : 


มีสาร Sodium Lauroamphoacetate, Sodium Trideceth Sulfate และ Sodium C14-16 Olefin Sulfonate เป็นตัวทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน โอกาสระคายเคืองผิวต่ำมาก แต่ส่วนตัวอาจจะยังไม่ค่อยแนะนำสำหรับคนที่ผิวแห้งมากเท่าไหร่นะคะ + ตัวช่วยลดแรงตึงผิวจาก Lauryl Betaine เป็นสารอ่อนโยนจากผัก + มีกลุ่มปรับกลิ่นคือ Fragrance และ Linalool น้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์ + บำรุงผิวด้วย Bambusa Vulgaris Shoot Extract สารจากหน่ออ่อนของต้นไผ่ ช่วยคงความผิวเนียนนุ่ม แลดูมีสุขภาพดี พร้อมดูดซับน้ำมันส่วนเกิน ให้รู้สึกสะอาดมากขึ้น และต้านอนุมูลอิสระ



 PHILOSOPHY Purity Made Simple Oil-Free Mattifying Moisturizer (1250.-/141 ml) 


เน้นเรื่องกักเก็บความชุ่มชื่น คุมมันตลอดวัน ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่ม แต่ทำให้ผิวดูแมตต์ + ดูสุขภาพดีมีชีวิตชีวา เขาว่า หลังจากผ่านไป 3 วันผิวจะมีสุขภาพดีขึ้น + แข็งแรง สามารถป้องกันผิวจากปัจจัยภายนอกและความเสียหายจากสารอนุมูลอิสระได้ดีมากขึ้น



 ส่วนประกอบ : 


ตัวที่ช่วยบำรุงผิวหลักๆ Bambusa Arundinacea Stem Extract ช่วยต้านอนุมูลอิสระและทำให้ผิวผ่อนคลาย คุมมันปรับผิวให้มีความแมตต์ตลอดวัน + Ascorbyl Glucoside และ Ascorbic Acid ปรับผิวกระจ่างใส + Camellia Sinensis Leaf Extract และ Coffea Arabica (Coffee) Seed Extract ช่วยต้านอนุมูลอิสระและทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น + มีกลุ่มให้ความชุ่มชื้นเป็น BG, Glycerin เสริมด้วย Tocopheryl Acetate, Panthenol, Sodium Hyaluronate และ Pongamia Glabra Seed Oil ทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่นและยืดหยุ่นมากขึ้น + มีซิลิโคนจาก Bis-PEG-18 Methyl Ether Dimethyl Silane (ปกติซิลิโคนไม่ได้ทำให้ผิวอุดตัน ถ้าล้างผิวสะอาดไม่ต้องกังวลค่ะ) และ Aluminum Starch Octenylsuccinate (ดูดซับความมัน) เป็นฟิล์มคลุมผิวให้นุ่มเนียนและไม่ให้ความมันโผล่ + แต่งกลิ่นด้วย Fragrance, Linalool, Geraniol และ Citronellol 



 เนื้อสัมผัส : 


ตัว One-Step Mattifying Facial Cleanser จะเป็นเจลใสสีแอบอมเหลืองเล็กน้อย เนื้อแอบแน่น ให้ฟองนุ่มได้ในระดับนึง ทำความสะอาดสิ่งสกปรกตกค้าง + ความมันได้ดี แต่ยังไม่กล้าลองใช้ลบเมคอัพ เลยไม่รู้ว่าทำได้ดีขนาดไหน กลิ่นหอมแนวซิตรัสสดชื่นอ่อนๆ 

.

ส่วน Mattifying Moisturizer เนื้อเหมือนครีมเจลแต่ซึมไวไม่ต่างจากเซรั่มบางตัวที่มีในกรุ สีอมเหลืองนิดๆ เหมือนกัน หลังทาจะมองด้วยตาเปล่าจะนึกว่านางซึมลงไปในผิวหมด แต่ลองถูๆ ที่ผิวไปเรื่อยๆ รู้สึกว่า นางคลุมผิวด้านบนไว้บางส่วนด้วย ช่วยคลุมผิวไม่ให้ความมันส่วนเกินโผล่มา มีกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆ เช่นกัน


(ด้านล่างเราถ่ายเก็บไว้ดูเรื่องการคุมมันค่ะ รูปแรกก่อนล้างหน้า-รูปสองหลังล้างหน้า
และทามอยส์เจอร์แล้ว-รูปสามหลังทา 1 ชั่วโมง-สุดท้าย 7 ชั่วโมง)


 ความรู้สึกหลังใช้ : 


ปกติเราเป็นคนผิวผสมแต่ช่วงนี้ผิวแห้งจากอากาศเปลี่ยนมากกก บางทีถึงขั้นแอบคันผิว แต่หลังจากใช้เช้า-เย็นมาประมาณ 1 สัปดาห์ คือ ผิวมีความชุ่มชื้นอยู่ในระดับที่สมดุลมากขึ้น รู้สึกมีความสดใสทั้งในเรื่องของผิวและกลิ่นที่ได้ ตัว Mattifying Facial Cleanser เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการดูแลผิว ลบสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินบนผิวได้สะอาดมาก  ไม่มีลื่นผิว และไม่รู้สึกแห้งตึง ค่อนข้างอ่อนโยน (แต่หลังล้างเสร็จควรรีบลงสกินแคร์บำรุงผิวทันทีเด้อ) ส่วน Mattifying Moisturizer ประทับใจมากกก เติมความชุ่มชื้นได้ดี เหมือนมีฟิล์มบางๆ มากักเก็บความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวได้นานขึ้น + แอบช่วยคุมมันให้ระหว่างวันความมันโผล่มาบนผิวน้อยลงพอสมควร ทาก่อนแต่งหน้าได้ หน้าไม่เยิ้ม เป็นความพอดีกับชาวผิวผสม-ผิวมันมากค่ะ แต่ใครที่ผิวแห้งมากหรืออยู่ห้องแอร์ตลอดเวลา อาจจะทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ตัวอื่นเพิ่มเติมด้วยก็ได้ค่ะ ส่วนเรื่องความคุ้มค่า เทียบผลลัพธ์+ปริมาณ กับ ราคายังไงก็คุ้มค่ะ ดูน่าจะใช้ได้นานมากแน่ๆ ขนาดกระปุกเก่า 60 ml ใช้ลากยาวได้หลายเดือนเลย 555 

-

 สรุปคือ  ตอบโจทย์ผิวผสม-ผิวมันที่กำลังหาตัวช่วยปรับสมดุลความชุ่มชื่น 

ค่อนข้างอ่อนโยน แอบช่วยเรื่องคุมมัน และไม่อุดตันผิว ;w;


ใครที่สนใจอยากให้ไปลองสัมผัสเนื้อที่เคาท์เตอร์ของ PHILOSOPHY ดูนะคะ แนะนำพวกมอยส์เจอร์ไรเซอร์เลย ยิ่งไลน์ Mattifying ก็ขอเชียร์ทั้งคลีนเซอร์ และมอยส์เจอไรเซอร์เลยแฮ่ ยังไงก็ไว้เจอกันใหม่โอกาสหน้านะคะ สวัสดีค่ะ รักรักรัก <3



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย