บอกลารักแร้ดำ กับ 5 ครีมรักแร้ขาว ราคาสบายกระเป๋า

Bababurin

Bababurin

ดู Profile

สวัสดีจ้าเพื่อนๆ วันนี้กลับมาเจอกันอีกแล้วนะ มาเจอกันแบบนี้ก็คงรู้แล้วล่ะสิว่าเราต้องมาพร้อมไอเทมดีๆ แน่นอน  ....สำหรับวันนี้ก็ตามหัวข้อเลย เป็นเกี่ยวกับ ครีมทารักแร้ขาว เราเชื่อว่าปัญหาใต้วงแขนนั้นเป็นอะไรที่สาวๆ ทุกคนต้องเจอกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความคล้ำ ผิวหนังไก่ ผิวไม่เรียบเนียน รวมไปถึงเรื่องของเหงื่อและกลิ่นต่างๆ เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เจอปัญหาเหล่านี้มาตลอด และเราก็พยายามเลือกลองใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลใต้วงแขนมาหลายตัว ดีบ้างไม่ดีบ้าง

วันนี้เลยขอคัดมา 5 ตัวที่คิดว่ามันดูโอเคเอามาแชร์กัน ใช้แล้วรอดราคาเบาๆ จับต้องได้ จะมีอันไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันเลยจ้า…..


Vaseline Dry Serum

ตัวแรกเป็นของ Vaseline นะจ๊ะ  เป็นครีมรักแร้ตัวแรกๆ ที่ได้ลองใช้เลยล่ะ เหตุผลคือหาง่าย แล้วก่อนหน้านี้ก็ใช้ครีมบำรุงผิวเค้าอยู่แล้วเลยลองใช้ตัวเซรั่มรักแร้ต่อเนื่องมาเลย เค้ามีหลายสูตรอยู่นะ แต่เราใช้เป็นสูตร White&Dry

 

เค้าจะมีส่วนผสมหลักๆ คือคอลลาเจนและวิตามินอี ที่จะช่วยเรื่องปรับผิวให้กระจ่างใสระงับกลิ่น พร้อมบำรุงผิวที่คล้ำเสียหรือโดนทำร้ายจากการถอนหรือโกนได้ด้วย

ลักษณะเนื้อครีม : เนื้อครีมสีขาว กลิ่นหอมสดชื่น เนื้อจะมีความเข้มข้นหน่อย


จุดเด่น : กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์สามารถช่วยระงับกลิ่นเหงื่อได้ยาวนาน 48 ชม. ลดเหงื่อลดกลิ่นได้สามารถช่วยบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกถึง 20 ชั้นผิว


จุดด้อย : กลิ่นเค้าหอมจริง แต่ไม่ได้อยู่ทนตามที่เคลมไว้เท่าไหร่ ระหว่างวันเราแอบรู้สึกว่ายังมีเหงื่ออยู่...คือถ้าทำกิจกรรมหนักๆ เหงื่อออกเยอะก็เอาไม่อยู่นะสำหรับตัวนี้ 


ความรู้สึกหลังใช้ : ส่วนตัวเราว่าใช้แล้วโอเคแหละ เนื้อครีมเค้าเข้มข้น ซึมลงผิวช้าหน่อย หลังทาจะมีความหนึบๆ ที่ผิวเล็กน้อย แต่กลิ่นหอมเค้าดีงามแม้จะไม่ทนนานตามที่บอกก็ตาม ส่วนเรื่องความขาวใสของน้องจั๊กไม่ได้เห็นผลในทันตาขนาดนั้นแต่ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ (ต้องใช้เวลาพอสมควรเลย) แต่ความเนียนคือมาก่อนความขาวเราว่าเค้าดีตรงช่วยให้ผิวเนียนขึ้นนี่ล่ะ


ราคา / ปริมาณ : บาท 99 ปริมาณ 50 กรัม


Sa-prang 3 in 1 Underarm Cream

ต่อมาเป็นแบรนด์ที่เราเพิ่งลอง (มีเพื่อนแนะนำมาอีกที) นั่นก็คือ "Sa-prang" เรียกง่ายๆ ว่า "สะพรั่ง" แล้วกันเนอะ อย่างแรกเลยคือชอบความน่ารักของแพคเกจเค้ามากเลย เป็นเหมือนตลับมาการอง ^^ แล้วพอลองใช้แล้วมันดีเลยคิดว่าทำเป็น  sa-prang รีวิวร่วมเอาไว้เลยดีกว่า

สำหรับสะพรั่งเค้าเป็นแบบ 3in1 คือสามารถช่วยทำให้รักแร้ขาว หนังไก่หาย และระงับกลิ่นได้ในคราวเดียวกัน ที่เราใช้เป็นสูตรว่านหางจระเข้ ซึ่งส่วนผสมหลักๆ ของเค้ามาจากว่านหางจระเข้ ที่จะช่วยลดความหมองคล้ำ รอยไหม้ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวใต้วงแขนเราอีกด้วย

เนื้อครีม : สีเขียวอ่อน เนื้อบางเบาคล้ายมูส ไม่เหนียวหรือมีความมันเลย กลิ่นหอมอ่อน ออกแนวหวานๆ หน่อย


จุดเด่น : ส่วนผสมมาจากสมุนไพรธรรมชาติ มีคุณสมบัติแบบครบตอบโจทย์ ทั้งช่วยเรื่องปรับผิวให้ขาว แก้ปัญหาหนังไก่ ระงับกลิ่นเหงื่อได้ เนื้อครีมแห้งสบายผิวเหงื่อออกก็ไม่เหนียวหรือเปียกน้องจั๊กเลย 


จุดด้อย : เนื้อครีมเค้าจะซึมช้ากว่าตัวอื่นๆ เล็กน้อย แต่พอแห้งแล้วเค้าจะแห้งไปเลย ไม่เหนียวไม่มีเหงื่อออกระหว่างวันนะ แนะนำว่าก่อนทาควรเช็ดผิวใต้รักแร้ให้แห้งสนิทก่อนแล้วค่อยทาครีมสะพรั่งเค้าจะซึมไวหน่อย ถ้าทาตอนชื้นๆ อาจจะทาวนนานเลยกว่าจะซึม


ความรู้สึกหลังใช้ : ส่วนตัวเราชอบตัวนี้มากสุดในแง่ที่ว่าเค้าช่วยเรื่องหนังไก่ได้ดี คือใช้แล้วหนังไก่ค่อยๆหาย ผิวดูเรียบเนียนมากกว่าเดิม แล้วมีความกระจ่างใสขึ้นจริงๆ และอีกอย่างคือกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเค้าช่วยให้เรามั่นใจมากขึ้นเพราะว่ากลิ่นไม่พึงประสงค์นี่หายไปเลย ยกแขนได้อย่างมั่นใจสุดๆ แถมระหว่างวันน้องจั๊กไม่เปียกอับชื้นด้วย และที่ชอบอีกอย่างคือ ตลับเล็กพกพาง่ายสามารถใส่กระเป๋าได้สบาย

 แอบกระซิบว่าเค้ามี 3 สูตรด้วยกัน อีก 2 สูตรเป็นสูตรเชียร์บัตเตอร์และทับทิม แต่ส่วนตัวเราชอบว่านหางจระเข้ที่สุดเลย


ราคา / ปริมาณ :  159 บาท ปริมาณ 10 กรัม 


Rexona Dry Serum

ตัวที่ 3 Rexona ก็เป็นอีกตัวที่เราชอบกลิ่นกับเนื้อครีม อ้อ! เราใช้เป็นสูตร Fresh Sakura สำหรับเรโซน่าเค้าก็เป็นเซรั่มรักแร้ที่ช่วยเน้นเรื่องความขาวผิวเรียบเนียนพร้อมระงับกลิ่นเช่นเดียวกัน


ซึ่งส่วนผสมหลักก็ได้แก่สารสกัดจากธรรมชาติ วิตามินอีและสิโคริช ที่ช่วยให้ผิวใต้วงแขนกระจ่างใสขึ้น ปกป้องกลิ่นได้ยาวนานถึง 48 ชม. อีกด้วย

ลักษณะเนื้อครีม : เนื้อครีมสีขาวมีความบางเบากว่าตัวอื่นๆ ซึมไว กลิ่นหอมดอกซากุระ 


จุดเด่น : สำหรับเรโซน่าเค้าจะไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เนื้อครีมจะบางเบาเหมือนเซรั่มทาผิวเลยไม่ใช่เนื้อครีมหนักๆ และกลิ่นคือหอมติดทนดีตามที่เคลมไว้เลย 


จุดด้อย : ส่วนตัวเราว่าเค้าไม่ค่อยได้ช่วยเรื่องความขาวใสของน้องจั๊กเท่าไหร่ ส่วนเรื่องผิวเรียนเนียนก็ยังเฉยๆ 


ความรู้สึกหลังใช้ : หลังจากลองใช้เรโซน่าแล้ว เราให้คะแนนเรื่องของกลิ่นติดทนอันดับแรกเลย คือเอาอยู่เรื่องระงับกลิ่นและติดทนมากๆ เนื้อครีมบางเบาซึมไว แต่เค้าไม่ตอบโจทย์เรื่องผิวขาวใสกับแก้ปัญหาผิวหนังไก่ของเราเท่าไหร่ ถ้าอยากน้องจั๊กหอมๆ กลิ่นแบบละมุนๆ ไม่ฉุนใช้ตัวนี้ได้จ้า 


ราคา / ปริมาณ : 59 บาท ปริมาณ 30 กรัม


เต่าเหยียบโลก

เต่าเหยียบโลก เป็นอีกแบรนด์ที่เราใช้มานานเหมือนกัน ใช้มาตั้งแต่ตอนเป็นแป้ง ซึ่งก็ใช้ดีแหละแต่ว่าเวลาใช้ก็จะลำบากหน่อยเพราะว่าจะมีฝุ่นแป้งเลอะตามเสื้อบ้าง พอเค้าทำแบบครีมออกมาก็เลยได้ลองใช้ ส่วนตัวคิดว่าเค้าเน้นช่วยเรื่องกลิ่นเป็นพิเศษคือเอาอยู่เรื่องการระงับกลิ่นอ่ะ 


ส่วนผสมหลักๆ ของเค้าจะมาจากสารสกัด Kiribirth จากสาหร่ายแดง ที่ช่วยบำรุงผิวคล้ำเสียให้ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ 

ลักษณะเนื้อครีม : เนื้อเค้าจะเป็นแบบ ครีมข้นมากกว่าตัวอื่นๆ เวลาเกลี่ยลงผิวแล้วอาจจะแห้งช้าหน่อย กลิ่นหอมแบบธรรมชาติ (ถ้าใครชอบกลิ่นหอมๆ อาจจะไม่ตอบโจทย์นะ)


จุดเด่น : ช่วยเรื่องระงับกลิ่นได้ดี ดีพอๆ กับเวอร์ชั่นที่เป็นแป้งเลย ใครเหงื่อเยอะกลิ่นมากเป็นพิเศษเค้าเอาอยู่


จุดด้อย : กลิ่นเค้าอาจจะไม่หอมละมุนเหมือนตัวอื่นๆ หากชอบหอมๆ ให้ผ่านตัวนี้ไปก่อนเลย 


ความรู้สึกหลังใช้ : คือเอาจริงๆ ก็ไม่แย่นะ โอเคเลยล่ะ เพียงแต่ว่าเรื่องกลิ่นเค้าอาจจะไม่ได้ละมุนเท่ากับตัวอื่นๆ และเนื้อครีมอาจจะเข้มข้นไปหน่อย เวลาทาแล้วแห้งช้านิดนึง แต่เรื่องระงับกลิ่นนั้นชนะเลิศไปเลย ถ้าวันไหนที่ทำกิจกรรมหนักๆ สามารถใช้ตัวนี้แทนโรออนได้เลยล่ะ ส่วนเรื่องความขาวใสหรือแก้ปัญหาผิวหนังไก่ของน้องจั๊กส่วนตัวเราเฉยๆ นะ ยังไม่ได้ผลเท่าไหร่


ราคา / ปริมาณ : ราคา 99 บาท ปริมาณ 15 ml


Claire La Rose

มากันที่ตัวสุดท้ายแล้วนะทุกคน สำหรับแบรนด์นี้เราเพิ่งลองใช้ได้ไม่นานมาก กับ Claire La Rose แต่รู้สึกว่าเค้าน่าสนใจตรงส่วนผสมและกลิ่นหอมของดอกกุหลาบเลยเอามาลองใช้ดู


ส่วนผสมของเค้าจะมาจากสารสกัดจากเมล็ดดอกระฆังทองเกาหลี เค้าบอกว่าสารสกัดอันนี่แหละที่เป็นส่วนช่วยสำคัญในเรื่องการปรับสีผิวใต้วงแขนให้ขาวขึ้นได้มากกว่า Arbutin หลายเท่าเลยล่ะ เอ้ามาลองดู

ลักษณะเนื้อครีม : เป็นครีมสีขาวข้นมีความหนืดเล็กน้อย กลิ่นหอมดอกกุหลาบอ่อนๆ 


จุดเด่น : เด่นตรงส่วนผสมที่แปลกกว่าตัวอื่นและกลิ่นหอมเฉพาะตัวไม่ซ้ำใครเน้นช่วยฟื้นฟูความขาวใสของน้องจั๊กได้ดี


จุดด้อย : กลิ่นหอมอ่อนๆ นี้ไม่ติดทนมาก ถ้าเหงื่อเยอะก็ไม่อยู่ทน ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาผิวหนังไก่เลยเน้นผิวขาวอย่างเดียว


ความรู้สึกหลังใช้ : ส่วนตัวเราชอบกลิ่นเค้ามากจะเป็นกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ แล้วเนื้อครีมมีความนุ่ม ทาแล้วแบบหอมละมุน เราชอบใช้ในวันที่อยู่บ้านหรือวันที่ทำกิจกรรมเบาๆ เพราะถ้าเหงื่อออกเยอะมากก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน ส่วนความขาวนั้นทำได้ดีพอสมควรแหละใช้จะหมดหลอดแล้วรู้สึกขาวขึ้นนะ แต่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาผิวหนังไก่ของเราเท่าไหร่ 


ราคา / ปริมาณ : ราคา 299 บาท ปริมาณ 30 ml


และทั้งหมดนี่คือครีมทารักแร้ทั้ง 5 แบรนด์ ที่เราเอามาแชร์กัน ถ้าถามว่าชอบอันไหนสุด เราว่าแต่ละตัวมีข้อดีข้อด้อยต่างกัน….แต่เราเลือกมาแล้ว 3 อันดับที่เราใช้แล้วชอบสุด เพราะผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจและตอบโจทย์ปัญหาเราได้ครบ นั่นก็คือ 

- Sa-prang: เค้าตอบโจทย์ได้ครบทั้งเรื่องปัญหาหนังไก่หาย ช่วยให้น้องจั๊กขาวขึ้นและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ กำลังดี สามารถใช้ได้ทุกวัน


- Vaseline: ชอบกลิ่นหอมแนวนี้แต่อาจจะไม่ติดทนมาก สามารถใช้ในวันที่ทำกิจกรรมสบายได้ และเค้าช่วยเรื่องความขาวของจั๊กได้ดี


เต่าเหยียบโลก: ให้คะแนนเรื่องการระงับกลิ่น วันไหนทำกิจกรรมเยอะเค้าเอาอยู่จริง เรื่องความขาวหรือความเนียนอาจจะเฉยๆ หน่อยนะ

และนี่คือภาพก่อนและหลังใช้เอามาฝากกัน….ในภาพคือผลลัพธ์จากการใช้ครีมรักแร้ Sa-prang นะจ๊ะ พอดีช่วงนี้หยิบน้องคนนี้มาใช้บ่อยหน่อย จะเห็นเลยอ่ะว่าหนังไก่หายจริงๆ ผิวเรียบเนียนขึ้น มีความกระจ่างใสขึ้น เราเลยทำ Sa-prang review ก่อน-หลัง เอาไว้ให้เพื่อนๆ ดูกัน….ส่วนตัวอื่นๆ เราจะใช้สลับไปมาตามแต่โอกาสว่าวันไหนจะไปทำกิจกรรมอะไรบ้าง หวังว่าเพื่อนๆ จะชอบรีวิวนี้กันน้าใครชอบแบบไหนอยากลองตัวไหนก็ไปมาหาใช้กันได้เลยจ้า


วันนี้ไปก่อนแล้วนะ คราวหน้าจะมีอะไรดีๆ ไอเทมอะไรเด็ดมาแชร์กันอีกรอติดตามด้วยจ้า บ้ายย บายย……….

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย