My Favorite Skincares สกินแคร์เพื่อเสริมพื้นฐานผิวแข็งแรง ใช้แล้วรัก ดีจริงจึงต้องบอกต่อ

กลับมารีวิวรอบนี้ ไฉไลกว่าเดิมแน่นอน เพราะรีวิวนี้ เวฟตั้งใจเขียน และคิดหนักประหนึ่งเป็นคณะกรรมการกองประกวด Miss Universe ยากมากในการคัดเลือกสกินแคร์ที่จะนำมารีวิวให้เพื่อนๆ ภายใต้หัวข้อ My Favorite Skincares หรือ สกินแคร์ตัวโปรดนั่นเองครับ ...หันไปมองที่โต๊ะเครื่องแป้ง เห็นภาพหลอนเสมือนว่า สกินแคร์แต่ละตัวกำลังถกเถียงกันว่า “ฉันนี่แหละต้องเป็นที่หนึ่ง” สกินแคร์ตัวไหนมงจะลงกันบ้าง มาดูกันครับ...

เกณฑ์การตัดสินสำหรับสกินแคร์ตัวโปรดของเวฟ ประกอบด้วย การใช้แล้วเห็นผลลัพธ์ตามคำเคลมได้มากที่สุด บรรจุภัณฑ์ที่สวยงามและมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง ส่วนผสมต้องดี มีความแปลกใหม่ หรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวครับ

ก่อนจะพูดถึงสกินแคร์ตัวโปรดในแต่ละประเภท เวฟขออธิบายสภาพผิวของเวฟก่อนว่า เวฟเป็นคนผิวมัน ขาดน้ำ มีสิวประปราย มีรอยดำจากสิว และมีหลุมสิวบริเวณแก้มทั้ง 2 ข้าง ไลฟสไตล์เป็นคนนอนดึก ตื่นเช้า ทำงานในห้องแอร์ตลอดวัน อีกทั้งทุกๆเดือน เวฟจะต้องรับการรักษาผิวด้วยเลเซอร์ เพื่อแก้ไขปัญหารอยหลุมสิว ตรงนี้เวฟขออนุญาตพูดให้ชัดเจน ไม่มีอะไรมาปิดบังกัน เพื่อที่ว่าข้อมูลจากการรีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆที่มีสภาพผิว หรือปัญหาผิวในลักษณะเดียวกันครับ
สำหรับรีวิวนี้ เวฟของดอธิบายเรื่องส่วนผสม แต่จะถ่ายทอดจากความรู้สึกและประสบการณ์ดีๆจากการใช้สกินแคร์ตัวโปรดนะครับ
สกินแคร์ตัวโปรด แบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์ มีดังนี้
1. ประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า :
เวฟเลือก La Mer the Cleansing Foam (4,100 บาท/125 ml) บรรจุมาในหลอดสีขาว ฝาสีเงิน เรียบหรูตามสไตล์ลาแมร์ คุณสมบัติชัดเจนในการขจัดความมันส่วนเกินบนใบหน้า ทำความสะอาดได้ล้ำลึก มีกลิ่นหอมอ่อนๆได้บรรยกาศท้องทะเล เนื้อสีเขียวน้ำทะเลฟองหนานุ่ม สามารถใช้คู่กับเครื่องล้างหน้าไฟฟ้าอย่าง Foreo Luna 3 ได้ดี ใช้ด้วยกันแล้วผิวสะอาด ไกลสิว หลังล้างหน้าได้ความรู้สึกสะอาดแบบเอี๊ยดๆนิดนึง แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งนะ ฟิลลิ่งตอนจบอาจจะไม่ดีนัก แต่ผลลัพธ์ดีจริงๆครับ
2. ประเภทโทนเนอร์ :
เวฟเลือก Kiehl’s Calendula Herbal Extract Alcohol-Free Toner (1,500 บาท/250 ml) โทนเนอร์กลิ่นน้ำเก๊กฮวย บรรจุในขวดพลาสติกใส คำอธิบายคุณสมบัติและส่วนประกอบชัดเจน ลูกเล่นที่แปลกใหม่ คือ มีกลีบดอกดาวเรืองฝรั่งผสมเข้ามา กลีบดอกนี้แหละที่ทำเวฟตื่นเต้นและอยากลอง มันแปลกดี เมื่อได้ลองใช้เวฟพบว่า เนื้อโทนเนอร์ทำให้ผิวเย็นสบาย ปลอบประโลม ช่วยทำให้ผิวเกิดความสมดุล อีกทั้งยังรู้สึกผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆจากสารสกัดธรรมชาติ ช่วงไหนที่อากาศร้อน มีสิวผด โทนเนอร์ตัวนี้จะเป็นคู่หูของผิวได้ดีเลยทีเดียวครับ
3. ประเภทบูสเตอร์ (Booster) :
บูสเตอร์กับเซรั่มทำงานต่างกันครับ ตัวบูสเตอร์จะมีความจำเพาะเจาะจงในการดูแลปัญหาผิวที่มากกว่า สำหรับบูสเตอร์ที่เวฟประทับใจที่สุด ณ ตอนนี้ คือ 1.0 Tea Tree Booster จาก Skin Regimen (3,800 บาท/25 ml) ตัวนี้เป็นบูสเตอร์ที่เหมาะกับคนที่มีปัญหาสิว ทั้งสิวฮอร์โมนหรือสิวจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันครับ อาทิ สิวจากมลภาวะ ความเครียด อาหารการกิน และการพักผ่อน เวฟใช้ตัวนี้ทุกคืนก่อนนอน เพื่อลดการอักเสบของผิว ปกป้องการเกิดสิวใหม่ และลดเชื้อแบคทีเรียบนผิวอันเป็นสาเหตุของสิว ในส่วนของบรรจุภัณฑ์ เวฟต้องปรบมือให้รัวๆ คือ ดีมาก มาในขวดปั๊มสีดำ สีที่ผู้หญิงและผู้ชายใช้แล้วไม่เคอะเขิน มีความเรียบหรู ขวดทึบแสงยังช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของสารจากแสงได้อีกด้วย นอกจากนี้กลิ่นผลิตภัณฑ์ก็ดีงาม มีความอะโรมาติกจาก Tea Tree Oil สารสกัดจากธรรมชาติที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายสบายจิต ในขณะเดียวกันก็ปรนนิบัติผิวไปด้วยครับ
4. ประเภทเซรั่ม เนื่องด้วยเวฟใช้เซรั่มหลายตัวจึงขอแบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งานครับ
⁃ เซรั่มเพิ่มความชุ่มชื้น: เวฟเลือก Fresh Rose Deep Hydration Oil-Infused Serum (2,470 บาท/100 ml) เวฟเพิ่งจะรีวิวฉบับเต็มไปไม่นานนี้เอง ตัวนี้เป็นเซรั่มแบบ Bi-Phase ที่มีน้ำและน้ำมันเป็นส่วนผสม บรรจุมาในขวดแก้ว ฝาปิดสีชมพู เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นน้ำสีใสและน้ำสีขาวอมชมพู อันเป็นการแบ่งชั้นของน้ำและน้ำมันในเซรั่มขวดนี้ครับ เซรั่มตัวนี้มีสารสกัดสำคัญมาจากดอกกุหลาบ ที่ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น เรียบเนียนและนุ่มลื่น การใช้งานก็สามารถเลือกใช้ตามสภาพผิวของตนได้ เซรั่มตัวนี้แม้จะมีน้ำมันผสมเข้ามา แต่หลังทาลงบนผิว ไม่ได้ความรู้สึกเหนอะหนะเลย หากแต่สัมผัสถึงความเบาสบาย เย็นสดชื่น มอบความชุ่มชื้นแก่ผิวในทันทีที่ใช้ ผนวกกับกลิ่นหอมของดอกกุหลาบและแตงกวา ใครชอบ sensory ผ่านสกินแคร์ ตัวนี้ต้องโดนครับ เวฟขอสรุปเลยว่า เซรั่มตัวนี้เหมาะสำหรับคนผิวมันขาดน้ำ และผิวแห้งมากๆ ขวดนี้เอาอยู่จริงๆครับ
⁃ เซรั่มเพื่อผิวกระจ่างใส: เวฟเลือก Mesoestetic aox ferulic (4,690 บาท/30 ml) เป็นเซรั่มวิตามินซีที่ชอบมากที่สุด โดยมีความเข้มข้นของวิตามินซีบริสุทธิ์ถึง 15% อีกทั้งความเสถียรของเนื้อสารค่อนข้างดี เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกัน โดยวิตามินซีตัวนี้เปลี่ยนสีได้ช้ากว่า ในขณะที่หลายๆแบรนด์เปิดใช้แล้วเนื้อผลิตภัณฑ์จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพของสาร Active อย่างวิตามินซีด้วยครับ สำหรับเซรั่มวิตามินซีตัวนี้ถูกบรรจุมาในขวดสีชาทึบแสง เวลาใช้ต้องใช้ Dropper หรือ หลอดหยดนั่นเอง ตรงหลอดหยดนี่แหละที่เวฟไม่ประทับใจนัก เพราะทำให้เกิดโอกาสที่อากาศจะลงมาทำปฎิกิริยากับสารได้ทุกครั้งที่เปิดขวดใช้ อย่างไรก็ตามผลลัพธ์จากการใช้ต่อเนื่อง ถือว่าน่าพอใจมาก เวฟพบว่ารอยดำจากสิวลดลง สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น รวมถึงช่วยกระชับรูขุมขนได้
⁃ เซรั่มป้องกันริ้วรอย: เวฟเลือก Estée Lauder New Advanced Night Repair Synchronized Multi-Recovery Complex หรือ New ANR (4,700 บาท/50 ml) ตัวนี้ขอเรียกว่าเป็นยาสามัญประจำบ้าน เวฟใช้มายาวนานจนจะ 10 ปีแล้ว สูตรเก่ารักมาก และสูตรใหม่ก็ยังคงรักต่อไป ใช้แล้วเหมือนช่วยทำให้ริ้วรอยมาช้าลง แม้อายุจะมากขึ้นก็ตาม สำหรับสูตรใหม่ขวดผลิตภัณฑ์น่าประทับใจมาก มีความทันสมัยมากขึ้นในรูปทรง แม้จะคงคอนเซปต์เดิมอย่างขวดสีชา มีหลอดหยด ซึ่งหน้าที่หลักของ ANR คือ ทำให้ผิวแข็งแรง ผิวชั้นนอกดูละเอียดขึ้น ช่วยกู้ผิวจากความโทรม คืนไหนไปเที่ยวกลางคืน ถ้าขี้เกียจทาครีมหลายขั้นตอน หลังล้างหน้าแล้ว เวฟจะโบกเซรั่มตัวนี้เคลือบผิวก่อนนอน เมื่อตื่นเช้ามา ผิวยังคงดูปกติ ไม่อิดโรยเหมือนได้นอนหลับเต็มอิ่มมา 8 ชั่วโมง สำหรับเวฟ ANR คือเซรั่มกันแก่ที่เวฟใช้มายาวนานมากที่สุด และใช้ติดต่อกันโดยไม่เปลี่ยนใจเลย
⁃ เซรั่มเพิ่มความแข็งแรงของผิว: เวฟเลือกไม่ได้ระหว่าง Bella Aura Rapid Repair Clarifying Elixir และ La Mer the Concentrate 2 ตัวนี้กินกันไม่ลงจริงๆครับ เวฟจึงขอให้อยู่ด้วยกัน อยากเก็บเธอไว้ทั้ง 2 ตัวอ่ะนะ
La Mer the Concentrate สูตรใหม่ (6,500 บาท/15 ml) เวฟค่อนข้างจะประหลาดใจในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และชัดเจน เหมาะมากสำหรับใช้ปลอบประโลมผิวหลังการทำเลเซอร์ ใช้แล้วช่วยลดอาการแสบร้อน และรอยแดงได้ดีครับ อีกทั้งมีส่วนผสมสำคัญ Miracle Broth หรือ สารสกัดสาหร่ายทะเลน้ำลึกเข้มข้นที่ช่วยทำให้ผิวแข็งแรง และป้องกันริ้วรอยแห่งวัย โดยเจ้าตัวนี้ถือว่ามีความเข้มข้นของสารชูโรง อย่าง Miracle Broth สูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆในแบรนด์เดียวกันด้วยครับ สำหรับเวฟ ตัวนี้คือความอัศจรรย์ทางสกินแคร์ เพราะใช้แล้วดีงามมาก เห็นการเปลียนแปลงของผิวตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ในส่วนของบรรจุภัณฑ์และกลิ่นก็ดีงาม ชอบดีไซด์ แต่ไม้ตักแอบใช้ยาก เวลาติดก้นขวดคงยากในการโกยเนื้อเซรั่มที่เหลือ ตัวนี้เวฟไม่หักคะแนนใดๆเลย แต่ราคาเห็นแล้วจะเป็นลม
ในขณะที่ Bella Aura Rapid Repair Clarifying Elixir (3,390 บาท/30 ml) เป็นเซรั่มที่เวฟเพิ่งจะใช้หมดไป 1 ขวด ตอนนี้ขึ้นขวดที่ 2 แล้ว ทำไมถึงโดนใจ? เวฟยอมรับเลยว่า ราคาน้องจับต้องได้ง่าย ผลลัพธ์ก็ชัดเจน ใช้แล้วผดผื่นและสิวอักเสบลดลง ช่วงไหนที่ต้องเผชิญแสงแดดหรือมลภาวะจากสิ่งแวดล้อม เช่น ไปเดินตลาดนัด เดินริมถนน เครียดเรื่องงานจนสิวเริ่มมา เวฟจะใช้เซรั่มตัวนี้ในการปลอบประโลมผิว เพื่อลดโอกาสการเกิดสิวในอนาคตครับ ในส่วนของบรรจุภัณฑ์มาในขวดสีดำสนิท ลดโอกาสการเสื่อมสภาพจากแสงได้ดี รูปทรงก็ทันสมัยครับ
สรุปแล้ว งานกู้หนังหน้า สร้างผิวแข็งแรง เวฟขอยกให้ 2 ตัวนี้ครับ
5. ประเภทบำรุงรอบดวงตา: เวฟเลือก Lancome Genifique Yeux Light Pearl (2,900 บาท/20 ml) ตัวนี้มีลูกเล่นที่หัวเหล็กสำหรับการจุ่มเนื้อเซรั่มทาใต้ตา สามารถใช้นวดได้ระหว่างการใช้ สำหรับเซรั่มทารอบดวงตาตัวนี้ ไม่ใช่แค่ดูแลริ้วรอยและความหมองคล้ำใต้ตาเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงและเพิ่มความหนาของเส้นขนตาได้อีกด้วย เวฟใช้แล้วรู้สึกสบายผิวรอบควงตา มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ใช้ต่อเนื่องจะสังเกตุได้ว่าริ้วรอยเส้นบางๆรอบดวงตาจะค่อยๆจางลง และความหมองคล้ำบริเวณถุงใต้ตาก็ดีขึ้น ทั้งนี้ปัญหาบริเวณรอบด้วยตายังเกี่ยวกับปัจจัยอื่น เช่น พันธุกรรม ภูมิแพ้ และการนอนหลับด้วยครับ กรณีของเวฟ นอกจากใช้สกินแคร์บำรุงรอบดวงตาแล้ว จำเป็นต้องปรับพฤติกรรมการนอนเสียใหม่ด้วยครับ
6. ประเภทครีมบำรุงมอบความชุ่มชื่นผิวหน้า: เวฟขอเลือก 2 ตัวเช่นกัน ใช้เป็นตัวตายตัวแทนกันได้ ในราคาที่ต่างกัน นั่นคือ Creme de La Mer (13,900 บาท/60 ml) แบรนด์ลูกรักที่เวฟจงรักภักดีกันมายาวนาน ด้วยส่วนผสมสุดล้ำอย่าง Miracle Broth ที่ทำให้ผิวเป็นผิวที่ดีกว่า สาวกลาแมร์รู้และเข้าใจกันดีว่ามีดีอย่างไร แค่มีกระปุกลาแมร์วางที่โต๊ะเครื่องแป้ง ออร่าความไฮโซจับ ความสุขมา แต่ทำไมเงินไม่มี? 555 รักทุกอย่าง แต่ราคาน้องแรงจนลมจับ
อีกตัวที่จะไม่พูดไม่ได้ มาทีหลังแต่เข้ามาทำให้หวั่นไหว นั่นก็คือ Argentum la potion infinie (6,950 บาท/70 ml) เวฟซื้อเพราะแพคเกจที่เรียบหรู มีสตอรี่ดีเทลดี มีการ์ดสัตว์ประหนึ่งดูดวงไพ่ทาโร่ ที่สำคัญคือ มีส่วนผสมที่น่าสนใจ ตัวครีมบำรุงตัวนี้มีความอ่อนโยน ใช้ได้ในผิวแพ้ง่าย มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ ครั้งแรกที่ใช้ก็สัมผัสถึงความนุ่มของผิวได้เลย ตัวนี้มีลูกเล่นของส่วนผสม Silver Hydrosol ที่มีฤทธิ์ต่อต้านแบคทีเรีย ลดการอักเสบของผิว และช่วยสมานแผลให้หายได้เร็วขึ้นด้วย
เห็นแบบนี้แล้วจะไม่รักพี่ เสียดายน้องได้อย่างไร ก็มันเลือกไม่ได้จริงๆ จับกอดในอ้อมแขนพร้อมกันเลยครับ
7. ประเภทกันแดด: กันแดดตัวโปรดของเวฟ อาจจะไม่ได้มีค่า SPF สูงนัก แต่ประสิทธิภาพการปกป้องผิว ถือว่าเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์เวฟเป็นที่สุด เวฟเลือก Skin Regimen Urban Shield SPF 30 Anti-Pollution UV Fluid (2,400 บาท/40 ml) เป็นครีมกันแดดที่นอกจากจะกันแดดได้ดีแล้ว ยังกันแก่ได้อีกด้วย โดยเนื้อผลิตภัณฑ์มีความบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่เพิ่มความมันระหว่างวัน และที่สำคัญคือ ไม่ก่อสิวอุดตันครับ ตัวนี้ใช้ทาก่อนลงเมคอัพก็ดีครับ เหมือนทำหน้าที่ช่วยเตรียมผิวก่อนลงรองพื้นได้ สำหรับกันแดดตัวนี้สามารถปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB รวมถึงมลภาวะในสิ่งแวดล้อมได้ด้วย เห็นขวดดำๆทึบๆแบบนี้ ใช้แล้วผิวไม่ดำนะจ๊ะ
8. ประเภทน้ำมันบำรุงผิวหน้า: เวฟเลือก La Mer the Renewal Oil (10,200 บาท/30 ml) น้ำมันสารพัดนึกที่ถูกบรรจุมาในขวดแก้วใส มีหัวปั๊มแบบสูบ มีความเรียบหรูตามสไตล์ลาแมร์ สำหรับน้ำมันบำรุงผิวตัวนี้ สามารถใช้ได้กับทุกสัดส่วนของร่างกาย เช่น แก้ปัญหาผมแตกปลาย เล็บฉีก แผลน้ำร้อนลวก หรือผิวที่ถูกแสงแดดเผาก็ช่วยได้ดีครับ ขั้นตอนการลงน้ำมันบำรุงผิว เวฟชอบใช้กลุ่มน้ำมัน Facial Oil เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุง หรือผสมกับมอยเจอร์ไรเซอร์ก่อนทา จะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ด้วยครับ น้ำมันตัวนี้เนื้อบางเบา ทาแล้วไม่หนักหน้าและไม่อุดตันผิว มีกลิ่นหอมอ่อนๆให้ความผ่อนคลายอีกด้วย
ทั้งหมดนี้คือ สกินแคร์ตัวโปรดของเวฟ สกินแคร์เพื่อเสริมพื้นฐานผิวแข็งแรง ใช้แล้วรัก ดีจริงจึงต้องมาแนะนำกันครับ
ขอบคุณที่ติดตามรีวิวกันนะครับ

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (10)

อยากลอง SKin Rigament มากค่ะ
โดยป้ายยายกแพคเลยย
กระทู้คุณภาพอีกแย้วววว น่าโดนตามหลายตัวเลย
ดีงามหลายตัวเลยจ้า สำหรับพี่แล้ว Creme de La Mer เอาอยู่ทุกสภาพอากาศเลย ส่วนโฟมเค้าก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีมั๊กๆ
มั่นใจว่าชนะเงินในบัญชีแนนไปแล้วค่ะคุณเวฟฟฟ อุแง้ T_T
@Nanearlybird คิดเหมือนกันเลย มุแง้