หมดปัญหาหน้าหมองคล้ำเหมือนโดยเล่นของ ด้วย Kiehl's เซรั่มวิตามินซีสูตรเข้มข้น

Wave1992

Wave1992

ดู Profile

วิตามินซีนั้นสำคัญไฉน เหตุใดจึงเป็นส่วนผสมสำคัญของวงการความงาม?
 
สวัสดีครับ วันนี้เวฟขอมารีวิวสกินแคร์เพื่อการฟื้นฟูปัญหาผิวหมองคล้ำสำหรับคนพักผ่อนน้อย นอนดึก ตื่นเช้าแบบเวฟ โดยสกินแคร์ที่เวฟจะมารีวิวมี 2 ตัวด้วยกัน นั้นก็คือ Kiehl’s Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate  และ Kiehl’s Powerful-Strength Line- Reducing and Dark Circle Diminishing Vitamin C Eye Serum โดยทั้ง 2 ตัวนี้มีส่วนผสมสำคัญอย่างวิตามินซีครับ 

วิตามินซีสำคัญต่อผิวอย่างไร ?
1. เป็นสาร Antioxidant ที่ช่วยป้องกันริ้วรอย ช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับ
2. เสริมสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่นฟู
3. ผิวดูเรียบเนียนและรูขุมขนแลดูเล็กลง 
4. ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ลดรอยจุดด่างดำ โดยวิตามินซีจะทำหน้าที่เป็นกรดอ่อนๆช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เพื่อเผยผิวใหม่ที่ดูเปล่งปลั่ง
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว การเลือกใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีเข้มข้นจึงไม่ควรมองข้ามกันครับ

ผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่เวฟจะแนะนำ คือ Kiehl’s Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate หรือ เซรั่ม Vit C นั้นเอง ตัวนี้เป็น 1 ใน Best Seller ขายดีตลอดกาลของ Kiehl’s ด้วยครับ 
ทางแบรนด์เคลมมาว่า เมื่อใช้เซรั่ม Vit C ตัวนี้เป็นประจำ จะช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส จุดด่างดำค่อยๆจางลง อีกทั้งช่วยให้ริ้วรอยตื้นๆบนใบหน้าค่อยๆดีขึ้น โดยเซรั่ม Vit C ตัวนี้ มีส่วนผสมวิตามินซีมากถึง 12.5% ซึ่งประกอบด้วย 

1. (L-Ascorbic Acid 10.5%) วิตามินซีบริสุทธิ์เข้มข้น ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ และลดเลือนริ้วรอย
2. วิตามินซีจี (Ascrorbyl Glucosid 2.0%) เป็นวิตามินซีที่ค่อนข้างเสถียรต่อความร้อน ซึมสู่ผิวได้ไว จึงทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินซีอยู่ได้นานและคงสภาพเนื้อสารได้ดี 
3. สารไฮยาลูโรนิก แอซิดที่ผ่านการแยกส่วน (Fragmented Hyaluronic Acid) เป็นอีกหนึ่งส่วนผสมสำคัญที่ช่วยลดโอกาสการระคายเคืองผิวจากความเป็นกรดของวิตามินซี และยังเป็นตัวกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวไม่แห้งกร้าน ลดโอกาสการเกิดริ้วรอยแห่งวัย 
4. Adenosine เป็นสารกลุ่มอะมิโนที่ช่วยในเรื่องของการช่วยให้ริ้วรอยแลดูจางลง โดยมีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผิว ทำให้ผิวดูเนียนนุ่มและอ่อนกว่าวัย 

เนื้อสัมผัสและกลิ่น:
เนื้อครีมกึ่งซิลิโคน มีความบางเบา สัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่นของผิวได้ทันทีหลังใช้ เวลาใช้จะมีความรู้สึกอุ่นบริเวณผิวในช่วงเวลาสั้นๆ ตรงนี้เป็นผลมาจากปฏิกิริยาของกรดวิตามินซีที่มีต่อผิว สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง อาจจะได้ความรู้สึกอุ่นและคันยิบๆร่วมด้วย 
กลิ่นของเซรั่มตัวนี้จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆจากธรรมชาติ ที่ได้จากน้ำมันหอมระเหย เช่น กลิ่นเปลือกส้ม และกลิ่นเปลือกเลมอน

วิธีใช้:
สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน โดยใช้หลังทำความสะอาดหน้าแล้ว บำรุงในขั้นตอนเซรั่มได้ตามปกติ เพื่อลดการระคายเคืองของผิวจากกรดวิตามินซี จึงแนะนำให้บำรุงผิวต่อด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื่น สำหรับช่วงเช้า ให้ลงครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงร่วมด้วยทุกครั้ง เนื่องจากวิตามินซีทำให้ผิวไวต่อแสงได้ง่ายขึ้น จึงควรป้องกัน อีกทั้งวิตามินซีจะทำงานได้มีประสิทธิภาพในช่วงกลางวัน เมื่อมีสารกันแดดเข้ามาเป็นตัวช่วยด้วยครับ

ข้อดี
1. ความเข้มข้นของวิตามินซีสูงถึง 12.5% 
2. บรรจุภัณฑ์เป็นแบบขวดปั๊มสีชาทึบแสง จึงช่วยลดโอกาสการเสื่อม คุณภาพของสารได้ทั้งจากอากาศและแสง
3. เห็นผลได้ไวขึ้น เมื่อเทียบกับสูตรเก่าที่ความเข้มข้นวิตามินซีน้อยกว่า

ข้อเสีย
1. มีส่วนผสมของ silicone (Dimethicone) แม้จะบางเบาและทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นหลังใช้ทันที แต่สารนี้ก็มีโอกาสก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยเฉพาะคนผิวมัน-มีสิว
2. มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวได้

ผลลัพธ์ : 
จากการใช้มากกว่า 2 สัปดาห์ เวฟพบว่าปัญหารอยดำจากสิวลดลงได้จริง ผิวดูกระจ่างใสขึ้นและดูสม่ำเสมอมากกว่าก่อน เรื่องริ้วรอยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน คิดว่าต้องให้เวลามากกว่านี้ เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงครับ โดยรวมถือว่าเป็นเซรั่มวิตามินซีบำรุงผิวหน้าที่มีสารวิตามินซีสูงและค่อนข้างเสถียร เนื้อสารเปลี่ยนสี หรือเสื่อมคุณภาพได้ยากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มสกินแคร์วิตามินซีแบรนด์อื่นด้วยกันครับ 

ตัวที่ 2 คือ Kiehl‘s Powerful-Strength Dark Circle Reducing Vitamin C Eye Serum ตัวนี้เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นานนัก เป็นเซรั่ม Vit C ที่ได้รังสรรค์ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหารอบดวงตาโดยเฉพาะครับ ไม่ว่าจะริ้วรอยหรือความหมองคล้ำก็ตาม ถือว่าเป็นความแปลกใหม่สำหรับเวฟที่เซรั่มรอบดวงตามีส่วนผสมของวิตามินซีบริสุทธิ์สูงถึง 10%

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ก็ คือ
1. มีส่วนผสมวิตามินซีบริสุทธิ์ (Ascorbic Acid) 10% ทำหน้่ที่เป็น Antioxidant ที่มีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอย
2. Tri-Peptides (Palmitoyl Tripeptide-1) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ลดรอยดำคล้้ำบริเวณถุงใต้ตา
3. ไฮยาลูโรนิก แอซิด (Fragmented Hyaluronic Acid) เป็นส่วนผสมเติมความชุ่มชื้นแก่ผิว ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียน กระชับ
เซรั่มตัวนี้ยังผ่านการรับรองโดยแพทย์ผิวหนังและจักษุแพทย์แล้วว่า ปลอดภัยแม้กับผู้ที่ต้องใส่คอนแทคเลนส์อยู่เป็นประจำอีกด้วยครับ

เนื้อสัมผัสและกลิ่น:
เนื้อครีมซิลิโทนระดับบางเบาสีเหลืองนวล มีกลิ่นอ่อนๆคล้ายผลส้ม สามารถทาได้ทั้าเช้าและก่อนนอนหลังทำความสะอาดใบหน้าแล้ว ใช้ทาบริเวณรอบดวงตา อาจจะมีความรู้สึกอุ่นร้อนระหว่างใช้ในช่วงเวลาสั้นๆ หลังทาตัวซิลิโคนจะช่วยเบลอริ้วรอยตื้นๆบริเวณถุงใต้ตาได้เล็กน้อยในทันที

ข้อดี:
1. มีส่วนผสมวิตามินซีบริสิทธิ์สูงถึง 10%
2. ขวดปั๊มช่วยถนอมคุณภาพสารภายในให้คงสภาพได้นาน
3. ปลอดภัยและไม่มีความระคายเคืองต่อดวงตา
4. ช่วยเบลอริ้วรอยตื้นๆได้ทันทีหลังทา โดยเนื้อซิลิโคนทำหน้าที่เคลือบผิวคล้ายไพร์เมอร์

ข้อเสีย:  
1. ยังไม่เห็นผลชัดเจนในการลดรอยความหมองคล้ำบริเวณถุงใต้ตาตามที่ทางแบรนด์เคลมไว้ ส่วนตัว เวฟคิดว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการพักผ่อน และหยุดการขยี้ตาด้วย ในขณะที่ถุงใต้ตาดำจากพันธุกรรมและภูมิแพ้ ไม่สามารถรักษาได้ด้วยเซรั่มตัวนี้เท่านั้น
2. มีส่วนผสมของ silicone (Dimethicone) แม้จะบางเบาและทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นหลังใช้ทันที แต่สารนี้ก็มีโอกาสก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยเฉพาะคนผิวมัน-มีสิว

ผลลัพธ์: 
จากการใช้ติดต่อกันมากกว่า 2 สัปดาห์ เวฟพบว่าริ้วรอยตื้นๆ ดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่รอยคล้ำบริเวณถุงใต้ตายังไม่เห็นผลที่ชัดเจน เวฟคิดว่าเซรั่ม (Eye Serum ) จะมอบประสิทธิภาพสูงสุด ก็ต่อเมื่อเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการพักผ่อน เข้านอนให้เป็นเวลา ไม่นอนดึกจนเกินไป ซึ่งไลฟ์สไตล์ของเวฟ คือ นอนดึก ตื่นเช้า จึงทำให้โอกาสการเกิดริ้วรอยและรอยดำคล้ำเสียบริเวณรอบดวงตามีมากครับ ด้วยเหตุนี้เวฟคิดว่า ถ้าปรับพฤติกรรมการนอนร่วมด้วย ริ้วรอยและรอยคล้ำคงจะดีขึ้นกว่านี้แน่นอน ปัญหาความหมองคล้ำใต้ตา หรือปัญหาผิวอื่นๆจะพึ่งเพียงสกินแคร์อย่างเดียวไม่ได้ หากแต่จะต้องปรับกิจกรรมในชีวิตประจำวันนั้นๆด้วยครับ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสกินแคร์กลุ่มวิตามินซี
ทำไมสกินแคร์กลุ่ม Vit C จึงมักเปลี่ยนสภาพสีของเนื้อสารเป็นสีเหลือง?
วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เมื่อโดนความชื้น แสง หรืออุญหภูมิสูง จะทำให้สีของเนื้อสารเปลี่ยนจากสีใสหรือขาว กลายเป็นสีเหลือง โดยสีที่เปลี่ยนไปเป็นตัวชี้วัดคุณภาพและประสิทธิภาพของวิตามินซีนั่นเอง แม้ตัวผลิตภัณฑ์จะยังไม่หมดอายุตามที่ระบุข้างกล่อง แต่คุณภาพของสารนั้นได้ลดลงไปแล้วครับ ด้วยเหตุนี้เมื่อใช้เสร็จ ควรเก็บวางในที่ทึบแสง ไกลจากความร้อนครับ

ทำไมใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีเข้มข้น เมื่อทาลงบนผิวแล้ว จึงรู้สึกอุ่นๆ หรือ แสบคันยิบๆ?
วิตามินซีมีความเป็นกรดอ่อนและมีระดับค่า pH ที่ต่ำ การทำให้ค่า pH สูงขึ้นจะทำให้มีผลต่อประสิทธิภาพของวิตามินซี และทำให้การดูดซึมได้น้อยลง ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องคงให้วิตามินซีมีค่า pH ตามธรรมชาติ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งทาง Kiehl’s ก็ใช้หลักการนี้ในการสร้างชิ้นงานผ่านเซรั่ม 2 ตัวนี้ขึ้นด้วยครับ

สำหรับผิวบอบบางหรือผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น มีโอกาสที่จะเกิดความรู้สึกแสบหรือคันได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น ซึ่งสามารถแก้ได้ด้วยการบำรุงผิวโดยเน้นการเติมเต็มผิวด้วยความชุ่มชื้น เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นที่เพียงพอ อาการร้อน แสบคันยิบๆจะค่อยๆลดลง นอกจากนี้ สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้สกินแคร์กลุ่มวิตามินซีและกลัวแพ้ ก็ให้เริ่มใช้จากปริมาณแต่น้อยในระยะแรกและใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ดูแลความชุ่มชื้นอื่นๆ ร่วมด้วยครับ

สุดท้ายนี้ หากเพื่อนๆคนไหนสนใจใช้เซรั่ม Vit C ตามที่ได้กล่าวไป สามารถติดต่อเค้าเตอร์แบรนด์ Kiehl’s เพื่อรับผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองมาใช้ดูก่อนได้ครับ

หากใครมีคำถามหรือข้อสงสัย สอบถามได้นะครับ 
ขอบคุณครับ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย