7 สเต็ปรักษาสิวอักเสบ ช่วงมีประจำเดือน

44 7

          ฮัลโหลเพื่อน ๆ ชาว Jeban ออกตัวก่อนว่าเราเป็นนักรีวิวมือใหม่ที่ชอบการเล่าเรื่องและรีวิวอยู่แล้ว แต่ปกติจะชอบรีวิวลง Facebook ตัวเองกับลงแคปชั่นใน IG ตามประสา แต่วันนี้อยากลองมารีวิวใน Jeban ดูบ้าง เผื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่ประสบปัญหาแบบเดียวกับเราลองไปทำตามดูได้

          เราเป็นคนผิวหน้าค่อนไปทางมันช่วง T-zone ยิ่งเวลาเจอความร้อน(จากอากาศ)หรือดื่มเบียร์ สิวจะขึ้น ! (เคยไปหาหมอที่รพ.อโศก วินิจฉัยว่า สิวที่เกิดคืออาการแพ้จากความร้อนและยีสต์ ถ้าเจอแดดจัดและเหงื่อออก จะเป็นสิวแดง ๆ คัน ๆ แต่จะหายไปภายใน 1 คืน ส่วนช่วงที่โหดร้ายที่สุดก็ตอนช่วงมีประจำเดือน ที่สิวอักเสบเม็ดใหญ่จะบุกประมาณ 4-5 เม็ดแบบไม่เลือกตำแหน่ง แต่ส่วนใหญ่จะบุกตรงที่เจ็บ ๆ ทั้งนั้น เม็ดจะใหญ่ บวม แดง บ้างมีหัว บ้างไม่มี ช่วงนี้แหละที่เราจะงดการแต่งหน้าประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อรักษาหน้าอย่างละเอียดละออเป็นพิเศษ 

          และความที่เราหมดเงินไปกับการรักษาหน้าจากคลินิคหลากหลายที่ว่าดีนักหนา ไปโรงพยาบาลแพงๆ ทำให้กระเป๋าตังค์กรอบไปพอสมควร เราเลยหยุดการไปหาหมอและเริ่มใช้ประสบการณ์ในการไปหาหมอมาหลาย ๆ ที่นี่แหละให้เป็นประโยชน์ ด้วยการสรุปและรวบรวมช่วงที่รักษาและทำตามบางขั้นตอนแล้วได้ผล มารักษาด้วยตัวเองดู ก็สรุปได้มาประมาณ 7 ขั้นตอนและของที่ใช้ส่วนใหญ่ใช้เองมาเกิน 1 เดือน และไม่เกิดอาการแพ้ มาดูกันเลยจ้าาาว่ามีอะไรบ้าง


          1) ขั้นตอนแรกตั้งแต่เริ่มตื่นนอนคือ เราจะล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน ล้างแล้วไม่แสบ ไม่ตึงผิว เราผิวแพ้ง่าย เลยอยากได้โฟมที่มันมีส่วนผสมช่วยสมานแผลและลดอาการระคายเคืองทำให้สิวอักเสบทุเลาลงด้วย เราใช้ของ Kiehl’s Calendula Deep Cleansing Foaming Face ตอนนี้จะหมดขวดแล้ว ส่วนตัวชอบ เพราะไม่แพ้และหน้าแข็งแรงขึ้น สิวเกิดยากขึ้น ฟื้นฟูผิว และที่สำคัญใช้คุ้มมาก กดนิดเดียวเท่าเม็ดถั่วเขียวก็ล้างได้ทั้งหน้าจรดคอเลย
          2) เราจะซับหน้าให้แห้งด้วยสำลี ย้ำว่าสำลีนะ ไม่ใช้ผ้าขนหนู ! หรือถ้าจะเป็นทิชชู่ ก็ให้ใช้ For face เท่านั้นและไม่ผสมน้ำหอม หลังจากซับหน้าเสร็จแล้วเราก็ต่อด้วย Toner ก่อนหน้านี้เราก็ใช้ของ  Kiehl’s สูตร calendula นี่แหละ แต่ว่าเผอิญหมดและไปหาหมอกดสิวอุดตันพอดี เลยซื้อของคุณหมอมาแก้ขัดก่อน เป็นตัวประจำคลินิคสำหรับผิวแพ้ง่าย (ขอสงวนชื่อคลินิคละกัน) เช็ดให้ทั่วหน้าไปจนถึงคออย่างทะนุถนอมนะ อย่าฮาร์ดคอมาก สงสารผิว
          3) ขั้นตอนสำคัญ ยาแต้มสิว ! เราเคยลองของ Pair ไม่ค่อยเอาสิวเราอยู่ยุบช้า  ส่วน Benzac แรงไปผิวลอก  เลยใช้ของยันฮี เพราะพี่สาวรักษาหน้าที่นี่ เค้าใช้อยู่แล้วค่อนข้างได้ผล เราเลยใช้ตาม ถ้าสิวอักเสบไม่ได้ขึ้นปกติ มาเป็นช่วง ๆ แบบเรา ซื้อแค่แบบซองก็พอ มีขายใน 7-11 ยาแต้มสิวอย่าเน้นแรงมาก เข้าใจว่าอยากหายไว ๆ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าไม่ควรเลือกยาที่ทำให้ผิวแห้งมาก บางทีลอกผิวเราด้วย ทำให้ชั้นผิวบางลง เราว่ายิ่งทำให้หน้าบาง อ่อนแอ สิวขึ้นง่ายกว่าเดิมอีก อย่างตัวที่เราใช้แต้มนี้ ไม่รู้สึกแสบ หรือคันยิบ ๆ ให้แต้มเฉพาะจุดที่สิวอักเสบขึ้นพอนะ ไม่ต้องละเลงทั่วหน้า ตื่นเช้ามาอาการเจ็บหรืออักเสบจะทุเลาลง ใช้ทุกวันจนกว่าสิวจะยุบได้เลย ระหว่างนี้พยายามอย่าใช้ปนกับตัวอื่น เดี๋ยวตัวยามันตีกัน จะยิ่งไม่เห็นผลหรือร้ายแรงคืออักเสบกว่าเดิมเอาได้นะ
          4) ครีมบำรุง / มอยซ์เจอไรเซอร์  ช่วงที่เราสิวขึ้น เราจะไม่ค่อยใช้สกินแคร์เยอะ เพราะมีความเชื่อว่า หากพื้นฐานผิวหน้ายังไม่รักษาให้ดีหรือถูกรักษาอย่างถูกจุดก่อน ต่อให้สกินแคร์ดีหรือราคาแพงแค่ไหน ก็ไม่ช่วย เหมือนรดน้ำต้นไม้ที่กำลังจะตาย ถ้าไม่เปลี่ยนดินหรือหาต้นตอที่ถูกต้อง รดให้ตายต้นไม้ก็ไม่ฟื้น เราเลยใช้แค่มอยซ์เจอไรเซอร์ลงหน้าพอ ให้หน้าพอมีความชุ่มชื้น ผิวจะได้ไม่ขับน้ำมันออกมามาก เราใช้ของ Cetaphil moisturizing cream สูตรอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและลาโนลิน ไม่ก่อให้เกิดสิว จริง ๆ ใช้ได้ทั้ง Body และ Face แต่เรากลัวเปลือง เลยใช้แค่ใบหน้าพอ 55555 ถ้าใครกลัวแพ้ลองซื้อขนาด 50 g. แบบเรามาใช้ก่อนก็ได้
         5) อย่างที่บอก ช่วงเป็นสิวเราจะไม่แต่งหน้าเลย เพราะมันเป็นสาเหตุที่ทำให้สิวขึ้นจากการอุดตันของเครื่องสำอาง และทำให้สิวหายช้าด้วย ต้องใช้ความอดทนสูงมาก และหลีกเลี่ยงการ Hang out กับเพื่อน ๆ อย่างอดทน 555 แต่ถึงจะไม่แต่งหน้า ทุกคนคงเคยได้ยิน จะไม่ใช้อะไรทาหน้าก็ได้ แต่ที่สำคัญต้องอย่าลืม ทาครีมกันแดด ! เพราะนอกจากช่วยกัน UV ทั้งหลายแล้ว ยังช่วยป้องกันฝ้าในอนาคตอีกด้วย เราใช้ยี่ห้อ  Banana Boat Simply Protect Aqua SPF50+ PA++++ เนื่องจากเป็นสูตร Aqua มันเลยเกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ เราใช้มาหลอดนึงแล้ว ไม่เป็นสิวอุดตัน และไม่แพ้นะ กันน้ำ กันเหงื่อ จัดว่าใช้ได้ทุกวันเลย แต่ถ้าวันแต่งหน้าหนักแบบไปปาร์ตี้เราจะใช้สูตรสเปรย์ เพราะรู้สึกซึมไวกว่า และเบาหน้ากว่าจ้า
          6) ก่อนล้างหน้าทุกเย็น อย่าลืมใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดเด็ดขาด มลภาวะ ครีมกันแดดหรืออะไรต่าง ๆ ต่องถูกเช็ดออกก่อนล้างหน้าเสมอ เราใช้ยี่ห้อ Himalayan Micellar Cleansing Water เนื่องจากเราอยากใช้ของออร์แกนิค และยี่ห้อนี้ได้รับรางวัลการันตีมาด้วย แถมปราศจากสารเคมี 11 ชนิด เลยเอาเงินในกระเป๋าเราไปได้แบบไม่ลังเล นี่ขวดที่3แล้ว  ตัวนี้เราใช้ทุกวันเลย ไม่เฉพาะช่วงเป็นสิวเท่านั้น เป็นทั้งคลีนซิ่งทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเมคอัพได้ในขวดเดียว  เราใช้ชุบสำลีประมาณไม่เกิน 3 แผ่นคือเกลี้ยงแล้ว กลิ่นอาจจะแปลก ๆ หน่อย แต่เราชินเลยไม่รู้สึกอะไร
          7) ขั้นตอนนี้ใช้ตอนสิวแห้ง เหลือแต่รอยเท่านั้น (ถ้ายังมีสิวค้างอยู่เราไม่แนะนำให้ใช้) คือ ยารักษาริ้วรอย แผลเป็น รอยแดงที่เกิดจากสิว เราใช้ของ Kiehl’s เช่นเดิม เนื่องจากรีวิวตัวนี้โด่งดังมากกก เราเลยลองดู แต่ว่าดียังไง เราก็กลัวแพ้อยู่ดี เลยสั่งขนาดทดลองมาใช้ก่อนกันพลาด ใช้ทุกวันหลังจากเช็ดโทนเนอร์เสร็จก่อนนอน ส่วนตัวเราว่ามันช่วยเรื่องรอยแดงได้ดีนะ ยิ่งใช้ตอนสิวแห้งใหม่ ๆ จะเห็นผลมาก เหมือนตัวเซรั่มมันทำงานได้เลย ไม่ต้องขุดลงไปทำงานหนักยันชั้นรากผิว แต่ถ้าพวกรอยเก่าคร่ำครึ อาจจะต้องให้เวลานางหน่อย ของทุกอย่างไม่ใช่ยาวิเศษ ดีแค่ไหนก็ต้องรู้จักอดทนรอนะจ๊ะ
หมดแล้วจ้ากับ 7 ขั้นตอนรักษาสิวอักเสบช่วงมีประจำเดือน ใครอยากลองทำตามก็ได้ไม่หวง  แต่ถ้าไม่ดีหรือไม่เห็นผลอย่าว่ากันน้าา เพราะแต่ละคนมีสภาพผิวคนละแบบ ต่อให้เกิดปัญหาเหมือนกันแค่ไหนก็ต้องมีความต่างอยู่ดี ถ้าใครมีขั้นตอนอื่น ๆ หรือผลิตภัณฑ์อะไรน่าสนใจก็มาแชร์กันได้จ้า ทำบุญสวยชาติหน้า แต่ถ้ามาแชร์เรื่องหน้าสวยชาตินี้นะ 55555