ซูมผิวพังแพ้ง่ายเห็นทุกร่องทุกรู กับเครื่องยังชีพกันผิวพังที่ต้องมี

som27270

som27270

ดู Profile

ฮัลโหลลทุกคนนเคยสงสัยกันมั้ยว่าใน 24 ชั่วโมง ผิวของเราเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง แล้วการดูแลผิวแบบเดิมๆที่ทำอยู่ทุกวันมันตอบโจทย์เราจริงไหม กระทู้นี้เราเลยอยากมาเผยผิวพังๆของเราให้ดูกันว่าใน 1 วัน ผิวเราเปลี่ยนแปลงไปยังไงบ้าง

แล้วผิวที่เรามองเห็นด้วยตาเปล่า คิดว่ามันพังหรือปังกันแน่!?


ด้วย กล้อง Microscope ที่ซูมผิวได้มากถึง 1,000 เท่า กันเลยค่ะ

[SPOIED ALERT] 

บอกไว้ก่อนนะคะว่ากระทู้นี้แอบมีความซาดิสของเรานิดๆ ใครที่ชอบดูคลิปกดสิว ซูมผิว น่าจะชอบเราคือหนึ่งในนั้นเรียกได้ว่าเสพติดเลยก็ว่าได้ ถ้าเริ่มดูแล้วหยุดดูต่อไม่ได้เลยค่าาา

เราเห็นคลิปกดสิวจากต่างประเทศหลายๆคลิปจนเริ่มอยากรู้ว่า ผิวอย่างเราที่มองด้วยตาเปล่าไม่ค่อยมีสิวเท่าไหร่ และพื้นฐานผิวคือเป็นคนผิวแห้งแพ้ง่ายมากเป็นพิเศษ ชนิดที่ว่าแค่อากาศเปลี่ยนก็มีผดผื่นขึ้นแล้ว


หาหมอผิวหนังหลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ทีทางรักษาหายขาด ได้แค่บรรเทาอาการ เพราะผิวเรามีปัญหาเรื่องผิวแห้งมากบวกกับการผลิตชั้นผิวหนังได้น้อยกว่าคนปกติ (เช่นพวก Ceramide) ถึงแม้จะดื่มน้ำเยอะๆก็ไม่ค่อยช่วย ทางที่ดีคือ งดใช้สบู่ ห้ามหยุดทาครีม ห้ามปล่อยให้ผิวแห้งโดยเด็ดขาด!!!!

กล้อง microscope ที่ใช้ส่องผิวในครั้งนี้
"กล้อง microscope ที่ใช้ส่องผิวในครั้งนี้"
มาค่ะ เกริ่นกันไปเยอะแล้ว ต่อจากนี้คือของจริงละจ้า
เริ่มต้นด้วยรูปแรกตอนตื่นนอน ตื่นปุ๊บ ถ่ายปั๊บ
ขออภัยหากตกใจความหน้าสดที่เพิ่งตื่นนอนของเรานะคะ

เวลา :  ตอนเช้า หลังตื่นนอน
สภาพผิว : รูขุมขนขยายตัว และมีความมันเยิ้มเกาะตามรู
รู้สึกว่าหน้ามันมากกกกกก ทั้งๆที่ปกติเป็นคนผิวแห้ง อาจเพราะว่าการที่เรานอนห้องแอร์ทำให้อากาศในห้องค่อนข้างแห้ง ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นมากกว่าปกติ
ก็เลยทำให้ผิวผลิตน้ำมันออกมาปกคลุมผิวเอาไว้มากเกินไป กลายเป็นความมันเยิ้มที่เราเห็นอยู่นี่แหละ
บวกกับก่อนนอนเราโบกสกินแคร์ไปเพียบ ทั้งครีม ทั้งออยล์ สารพัดสิ่งเพราะกลัวหน้าเหี่ยว สกินแคร์บางส่วนมันก็จะซึมเข้าไปบำรุงผิว และอีกส่วนก็จะกองเคลือบผิวอยู่นั่นเอง
เวลา : หลังล้างหน้าเช้า
สภาพผิว : หน้าแห้งทันที โดยเฉพาะจมูกที่ผิวลอกเป็นแผ่นออกมา
ถ้าไม่รีบทาครีมบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น สเตปต่อไปคือเริ่มมีอาการคันยิบๆ แสบตึงผิว เหมือนผิวจะแตกปริให้ได้เลยค่ะ พวกไขมันที่อยู่ตามรูขุมขนหายเกลี้ยง เห็นตาข่ายผิวชัดเจน โดยเฉพาะร่องรูขุมขน และร่องริ้วรอย
เวลา : หลังแต่งหน้าตอนเช้า
สภาพผิว : เนียนกริ๊บรูขุมขนหายวับไปกับตาเหมือนเสกได้
จริงๆเราอยากได้งานผิวๆแบบสาวเกาหลีอย่างที่คุณจองแซมมุลเค้าแนะนำ ก็เลยเลือกใช้คูชชั่นตัวนี้
แต่ แต่ แต่!! ด้วยสภาพผิวส่วนตัวเราที่แห้งลอกเป็นแผ่น กับปัญหาผิวส่วนตัวด้วย ก็เลยได้ความงานผิวเกามาเพียงเท่านี้ คนอื่นอาจจะเนียนกริ๊บผิวโกลว์สวยกว่านี้ก็ได้นะคะ

สิ่งนึงที่เราลองมองเห็นในกล้อง Microscope คือพวกรองพื้น กลิตเตอร์ต่างๆที่เราเมคอัพลงผิวไปนั้น มันเข้าไปเกาะติดอยู่ตามรูขุมขน และร่องผิว
ทำให้มองด้วยตาเปล่าผิวจะดูเบลอๆเรียบเนียนดี
แต่อย่าลืมว่าเมคอัพพวกนี้มันทำได้เพียง cover เอาไว้ ฉะนั้นต้องล้างหน้าให้สะอาด ไม่งั้นผิวพัง สิวบุกแน่นอนค่ะ
ระหว่างวัน
"ระหว่างวัน"
ออกนอกบ้านก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย และด้วยอากาศบ้านเราร้อนแทบไหม้ สลับฝนตกไม่หยุด ทำให้ผิวหน้าร้อนอบอ้าว อับชื้นอยู่ข้างในเพราะถูกปิดทับเอาไว้

ช่วงโหนกแก้ม ปลายจมูกที่ถูกกดทับ ทำให้หน้าเป็นรอย ผิวถูกเสียดสี และมีผดผื่นขึ้น อันนี้ไม่ต้องส่องกล้องก็เห็นด้วยตาเปล่าแล้วค่ะ

ผิวเราจะเซนซิทีพมากโดยเฉพาะกับเรื่องของอุณหภูมิ ถ้าอุณหภูมิเปลี่ยนนิดๆหน่อยๆก็มีอาการผดผื่นแดงเห่อขึ้นมาแล้ว

ตกเย็นแล้วเหงื่อยังแตกไม่หยุด
"ตกเย็นแล้วเหงื่อยังแตกไม่หยุด"
กลับถึงบ้านปุ๊บ ลองถ่าบรูปจากกล้องหลัง ดูผิวแบบชัดๆไปเลย ไร้การแต่งรูปใดๆ เราใช้กล้องมือถือ iPhone ปกติเลยค่ะ มองเผินๆก็ดูผิวไม่แย่มากเท่าไหร่ 
มีผดผื่นขึ้น และเมคอัพยังดูดีไม่เยิ้มเท่าไหร่ใช่มั้ยล่ะ
ตอนแรกเราก็คิดงั้นแหละ เลยพิสูจน์ด้วยการหยิบกล้อง Microscope มาส่องดูอีกครั้งว่าจะเหมือนกับที่คิดมั้ยนะ
และนี่คือสิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจ้าาา
เวลา : ตอนเย็น
สภาพผิว : พัง พัง พัง
คำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ พัง!! ความที่เมคอัพมาทั้งวัน ผสมกับเหงื่อ ไขมัน และฝุ่นที่เจอระหว่างวัน มันรวมตัวกันกลายเป็นคราบหยึยๆเกาะอยู่ตามรูขุมขน และตกร่อง บางจุดก็มีหลุดออกไปบ้าง

จากรูปก่อนหน้านี้ที่ใส่หน้ากากอนามัยทำให้มีผดผื่นขึ้น ตอนเย็นมันขึ้นชัดยิ่งกว่าเดิม และมีอาการระคายเคือง แดงๆร่วมด้วย ยิ่งช่วงแก้มจะเห็นในกล้องชัดเลยว่าผิวมีความแดงระคายเคือง
เวลา : ก่อนล้างเมคอัพ
สภาพผิว : อี๋กว่าเดิมไปอีก คราบเกาะผิวยิ่งกว่าตะไคร่น้ำริมคลอง
จากที่มองด้วยตาเปล่าก็ว่าเป็นคราบเมคอัพหลุดนิดหน่อย แต่พอส่องกล้องดู เปลี่ยนจากพังเป็นอี๋เลย สีขาวๆเป็นคราบเมือกๆ นั่นคือวิวัฒนาการของเมคอัพ + เหงื่อ + ไขมัน + ฝุ่น น่ากลัวกว่าเดิมไปอีก ทำให้คิดเลยว่าถ้าเราล้างหน้าไม่สะอาด เจ้าพวกคราบเหล่านี้มันคงอุดตันผิว ทำให้เกิดสิวแน่นอน

และอาการระคายเคืองก็ยังอยู่ไม่ไปไหนนะจ๊ะ เค้าคงรักเรามากจริงๆ TT

เวลา : หลังล้างเมคอัพ
สภาพผิว : ผิวหน้าดูอิดโรยขาดน้ำ ร่องริ้วรอยชัด
และยังคงความแห้งกร้าน ลอกเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือผิวระคายเคือง ผดผื่นแดง และสิวขึ้นเป็นเม็ดชัดเจน

นี่แค่ 1 วันนะคะ ผิวยังมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นๆลงๆขนาดนี้เลย แล้วลองคิดดูนะถ้ายิ่งเราอายุมากขึ้น ไม่ใช่แค่ร่างกายที่อ่อนแอ ผิวเราก็จะอ่อนแอตามไปด้วย ปัญหาผิวทั้งหลายคงจะมากขึ้นกว่านี้ ถ้าเรายังปล่อยปละละเลย แล้วคิดว่าที่เราดูแลมันดีอยู่แล้ว ในอนาคตอาจจะแก้ไขไม่ทันการก็ได้นะคะ
มาปิดท้ายเทียบชอตต่อชอตดูการเปลี่ยนแปลงของผิวกันอีกครั้งนึง ว่าใน 1 วัน ผิวเราเปลี่ยนแปลงกันยังไงบ้าง
และถ้าการที่เรายังคงบำรุงแบบเดิมๆซ้ำๆ แต่ไม่ใส่ใจสิ่งที่ผิวต้องเผชิญในแต่ละวัน ไม่ได้สังเกตว่าผิวเราต้องการอะไรเป็นพิเศษ อาจจะทำให้เราบำรุงไม่ถูกจุด แล้วก็เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ก็ได้นะคะ
และนี่คือเจ้าผองเพื่อนซี้ของเรา
นี่เป็นสกินแคร์ และเมคอัพที่เราใช้ในการทดลองครั้งนี้ค่าา
ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นแบรนด์ที่เน้นเรื่องผิวแพ้ง่ายเป็นพิเศษทั้งนั้น ใครที่มีปัญหาผิวแพ้แบบเราก็ลองดูไว้เป็นตัวเลือกได้เลยนะคะ

my best skincare
"my best skincare"
กลุ่มทำความสะอาด
Smith Soft Jelly Wash : เจลล้างหน้าแบบมีฟอง
เราใช้ล้างหน้าทั้งเช้า-เย็น ผิวสะอาดแต่ไม่แห้งตึงดีมากค่ะ ต้องมีติดห้องน้ำไว้ขาดไม่ได้เลย เค้าปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่างๆ แล้วยังการันตีด้วยคุณหมอโอ๊คเป็นเจ้าของ เราลองซื้อมาใช้ตอนที่เค้าจัดโปรโมชั่น ตั้งแต่นั้นก็ซื้อใช้ตลอดถอนตัวไม่ขึ้นอีกเลย

Amira Golden Lake Oil Cleanser : ออยล์ล้างหน้าลบทุกคราบสกปรกได้หมดจด
ยกให้เป็นออยล์ล้างหน้าที่ดีที่สุดเท่าที่เคยลองมาเลย ถ้าใครที่ติดภาพการใช้ออยล์ล้างหน้าแล้วยังทิ้งความเหนอะหนะ ต้องล้างต่ออีกหลายครั้ง ขอให้ลองตัวนี้เถอะ แค่นวดพวกเมคอัพ สิ่งสกปรกก็จะหลุดออกไปง่ายมาก จริงๆแล้วถ้าใครที่แต่งหน้าไม่หนัก ทาแค่กันแดดอะไรพวกนี้ สามารถใช้ตัวนี้ตัวเดียวได้เลยนะ ฟิลลิ่งปิดท้ายคือดีงามสุด หน้านุ่มมากก เค้ามีกลิ่นหอมรู้สึกจรรโลงใจดีมาก
กลุ่มบำรุงผิว
D Program Vital Act Lotion : โลชั่นปลอบผิวจากการระคายเคือง ลดริ้วรอย
จริงๆตัวนี้เค้ามี 2 สูตร I กับ II ต่างกันที่สำหรับผิวแห้ง ผิวมัน ระวังซื้อผิดนะคะ และแน่นอนว่าราหยิบผิดค่ะดันเอาสูตรผิวมันมา 555 แต่เราก็ยังชอบนะ เราใช้แทนโทนเนอร์ ให้ตัวนี้เป็นสกินแคร์ปรับผิวตัวแรกก่อนลงตัวอื่นๆ สัมผัสแรกจะรู้สึกเย็นสบายหน้า อาการระคายเคืองจากความร้อนของเราก็ดีขึ้น 
เค้าเคลมว่าช่วยเรื่องริ้วรอยด้วยในส่วนนี้คงต้องใช้เวลามากๆกว่าจะเห็นผลค่ะ

Amira Argan Milky : เซรั่มอาร์แกนผิวอิ่มน้ำดูเด็กลง
ขึ้นชื่อว่า Argan จากแบรนด์ Amira ก็การันตีคุณภาพฟื้นฟูผิวได้ดีมากๆแล้ว ยิ่งมาเป็นรูปแบบมิลค์ พอเราได้ใช้แล้วยิ่งรู้สึกดีกว่าเดิม เนื้อแตกตัวเป็นน้ำซึมสู่ผิวทันทีที่เกลี่ย แต่ยังคงทิ้งความชุ่มชื้นฟิลลิ่งออยล์เล็กๆเคลือบผิวเอาไว้อีกชั้น เหมือนกับว่าเค้าล็อคความชุ่มชื้นให้น้ำในผิวไม่ระเหยออกไป อยากบอกว่าใช้เพลินมากก 
ยิ่งทาผิวยิ่งเด้งฟูอะ 
อีกสิ่งที่ดีมากคือ เราใช้เกือบหมดขวดแล้วสังเกตว่าความขาดน้ำของหน้าเราลดลงจากแต่ก่อน และรูขุมขนก็กระชับขึ้นด้วย

Mizumi Dry Rescue : ครีมเนื้อละมุนเติมความชุ่มชื้น
ขอแค่ช่วยเรื่องผิวแห้งเราก็คล้อยตามหลงซื้อมาใช้แล้ว ยิ่งใช้คู่กับ Amira Argan Milky ยิ่งดีเลย เพราะตัวนี้เนื้อจะข้นกว่าหน่อย ก็ให้น้องเค้าช่วยเคลือบผิวเอาไว้อีกชั้น ช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้คงอยู่กับผิว
ที่สำคัญ ถึงจะเป็นเนื้อครีม แต่ก็ไม่เหนียวเหนอะหนะผิวนะคะ สามารถทาบำรุงตัวอื่นต่อได้ หรือจะเมคอัพต่อเลยก็ไม่มีปัญหา

CeraVe Eye Repair Cream : ครีมเซราไมด์ทาใต้ตา
เพราะยิ่งอายุมากขึ้น ความเหี่ยว ความริ้วรอย โดยเฉพาะคนยิ้มเก่งชอบแสดงออกทางสีหน้าแบบเรา ทำให้รอบดวงตามีริ้วรอยชัดมาก ก่อนหน้านี้เราเคยใช้โลชั่นทาตัวของแบรนด์นี้แล้วผิวเราหายจากการลอกคราบ พอเค้าออกไลน์ทารอบดวงตามา ก็เลยคิดว่า มันต้องดีแหละ พอใช้แล้วเรารู้สึกว่า ผิวบริเวณรอบดวงตาดูสดใสขึ้นนะ พวกเส้นริ้วรอยเล็กๆดูจางลง เหมือนเค้าไปซ่อมแซมในบริเวณนั้น เราก็เลยเอามาทาตามร่องแก้มด้วย เพราะริ้วรอยลึกมากก T^T ด้วยความที่เราแสดงออกทางสีหน้าบ่อย ทำให้เกิดริ้วรอยร่องลึกที่แก้ยาก มันก็เลยจะไม่เห็นผลชัดเจนมากเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่บำรุงแหละเนอะ
ถ้าอยากให้ริ้วรอยหายวับไปเลยก็คงจะต้องไปพึ่งเข็มฉีดยาแทนแล้วค่ะ
Makeup & Protection
Smith Total Sunscreen SPF50 PA+++ : ครีมกันแดดเนื้อมูส
ไม่ใช่แค่เป็นกันแดด แต่ยังเป็น makeup base ได้ด้วย เพราะเนื้อเค้าจะเป็นสีเนื้อๆ เกลี่ยง่ายสมูทมากกก นอกจากช่วยกันแดด แล้วยังทำให้ผิวดูนวลๆดีด้วย และเนื้อสัมผัสเค้าถึงแม้จะ SPF50 แต่ไร้ความมัน เหนอะหนะบนผิวเลย สามารถใช้เป็น daily skincare ได้ จะอยู่ในร่ม หรือออกแดดก็ไม่มีปัญหา 
แต่ถ้าถึงขั้นลงเล่นน้ำอาจจะต้องใช้ตัวอื่นนะ เพราะตัวนี้ไม่ได้เน้นในเรื่องกันน้ำเท่าไหร่ค่ะ 

Jung Saem Mool : Cushion-cealer
คูชชั่นเนื้อเนียนเม็ดสีแน่นดีมาก ก่อนใช้ BA แนะนำให้วอร์มที่ฝาก่อนลงผิวจริง จะช่วยให้เนื้อคูชชั่นติดบนผิวในปริมาณที่พอดี รุ่นนี้เค้ามีคอนซิลเลอร์ด้วยในตัว แต่เรายังไม่ได้ลองใช้ หน้าน้องเค้าเนียนเกินไป ไม่กล้าทำให้น้องเป็นรอย ฟิลลิ่งที่เราได้คืองานผิวที่ดูนวลๆเบลอๆ แต่ยังคงให้ดูเป็นผิวจริง ไม่โบกหนาเหมือนทารองพื้นทั่วๆไป แต่ถ้าอยากให้ปกปิดขึ้นอีกนิด สามารถ top up เติมซ้ำเฉพาะจุดได้นะคะ และสีก็ดีมากเข้ากับผิวได้กำลังพอดี ทาตอนแรกจะแอบรู้สึกสว่างไปนิด แต่พอทิ้งไว้ซักพัก บวกกับเหงื่อออกด้วย ผิวดูโกลว์ขึ้นมาเฉย
หน้าไม่หมอง ไม่ดำ ไม่ม่วง ไม่เทา เป็นการแก้ตัวให้คูชชั่นเกาหลีแบรนด์ทั่วไปที่เคยมีในสมัยก่อนไปเลย 

Golden Rose Eyebrow Mascara : มาสคาร่าเนื้อเจลใส
ถ้าไม่อยากคิ้วปลิง แนะนำให้ลองใช้มาสคาร่าคิ้วแทนดินสอเขียวคิ้ว จริงๆแล้วมือใหม่ก็ใช้ได้นะคะ ไม่ยากอย่างที่คิด (ควรกันคิ้วให้เป็นทรงก่อนใช้) เนื้อเค้าจะเป็นเจลสีน้ำตาลใส ติดทนในระดับนึงเลย จะใช้ตัวนี้ตัวเดียวจบแบบเราเลยก็ได้ หรือใช้จัดทรงคิ้วหลังเขียนคิ้วก็ไม่ทำให้คิ้วเกาะเป็นก้อน ปัดย้ำๆก็ยังดูเป็นธรรมชาติดีนะคะ 

Innisfree Blush On : บลัชออนเนื้อฝุ่นสีพีช
ไม่มีอะไรนอกจากคำว่าสีน้องเค้าน่ารักละมุนตุ้มสุดๆ เป็นสีพีชๆมีชิมเมอร์สีทองละเอียดให้แก้มดูระเรื่อมีเลือดฝาดเหมือนไปออกกำลังกายยามเช้า ตัวนี้มือหนักก็ไม่เป็นไรเพราะสีเค้าค่อนข้างอ่อน ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นตูดลิงค่าาา
กลุ่ม S.O.S ฉุกเฉิน
Kraam Essential Oil Roller : อโรมาออยล์แก้เครียด
เราความดันต่ำทำให้หน้ามืด ปวดหัวง่าย แต่เบื่อที่จะใช้ยาดมแล้วเพราะใช้มานานจนรู้สึกแสบจมูก และกลัวโพรงจมูกจะมีปัญหาในอนาคต ก็เลยลองเปลี่ยนเป็น essential oil ดูเพราะเคยได้ยินมาว่านอกจากกลิ่นหอม ยังมีสรรพคุณช่วยบำบัดความเครียด อารมณ์ต่างๆได้ด้วย
ตัวนี้จะเป็นกลิ่น lavender ผสม lemongrass ดมแล้วให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย อารมณ์สงบนิ่งขึ้นเหมือนกับนั่งสมาธิเลย

Amira Kaira the maid of the facial mist : สเปรย์ลดสิว ฆ่าแบคทีเรีย
อันนี้คือขาดไม่ได้ แบบขาดไม่ได้จริงๆ ยังไงก็ต้องมีพกติดกระเป๋าเอาไว้ เพราะว่าทุกวันนี้สภาพแวดล้อม อากาศ ปัจจัยรอบตัวเราแย่มาก ทำให้ผิวพังบ่อยๆ ตัวนี้เป็นสเปรย์ฉีดหน้า ฆ่าเชื้อแบคทีเรียสาเหตุสิว แถมยังเอามาฉีดหน้ากากอนามัยก็ช่วยลดกลิ่นอับชื้นได้ดีมาก ฉีดปุ๊บหายปั๊บ ผิวแพ้ง่าย เป็นสิวง่ายยิ่งใช้ยิ่งดี เค้าเคลมว่าสารฆ่าเชื้อที่เค้าใช้เป็นประเภทเดียวกับพวกเดตตอลด้วย แต่ในเกรดที่ใช้ในยาหยอดตา จึงอ่อนโยนมากๆ สัมผัสผิวโดยตรงได้ ไม่กลัวแพ้ แล้วยังฆ่าเชื้อไวรัสได้ด้วยนะคะ
เอกลักษณ์อีกอย่างคือ กลิ่นหอมแนว woody ไม่ฉุน ทำให้รู้สึกสะอาด สดชื่นขึ้นทันทีหลังใช้ นี่ถ้าเราไม่มีตัวนี้รับรองเลยว่าหน้าเราคงพังยิ่งกว่านี้อีกค่ะ
มีใครอ่านจบจนถึงตอนนี้กันบ้างมั้ยนะ
ขออภัยที่กระทู้นี้ยาวมากกก แต่ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน และให้ทุกคนหันมาใส่ใจผิวตัวเอง สังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิวตัวเองกันมากขึ้นนะคะ
แล้วเราจะมีผิวสุขภาพดีไปด้วยกัน 
ใครมีวิธีดูแลผิวที่ใช้แล้วได้ผล หรือมีผลิตภัณฑ์แนะนำให้ลองใช้ก็บอกกันมาได้เลยนะคะ เราขอโดนทุกคนป้ายยากันบ้างค่าาาา

ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ :)

sensiskins.
แถมรูปสิวให้ดูกันค่ะ
"แถมรูปสิวให้ดูกันค่ะ"
ปิดท้าย และท้ายสุดด้วยรูปสิวเม็ดจิ๋วที่มองตาเปล่าอาจคิดว่าก็แค่สิวเม็ดเล็กๆ
แต่พอส่องด้วยกล้องแล้วดูสิคะ ผิวบริเวณนั้นอักเสบแดง และลอกเป็นแผ่นเลย เห็นชัดว่านอกจากปัญหาสิว ยังมีปัญหาผิวอ่อนแอร่วมด้วย อย่าปล่อยให้น้องผุดๆโผล่ๆอยู่แบบนี้อีกเลยน้าาาา

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย