บอกเล่าประสบการณ์ เลเซอร์รักษาหลุมสิวที่ผ่านมา (ทั้ง E-Matrix และ Fraxel)

luxio

luxio

ดู Profile

สวัสดีครับ เพื่อนๆสมาชิกชาวจีบัน
วันนี้ผมจะมาขอแชร์ประสบการณ์ไปยิงเลเซอร์เพื่อรักษาหลุมสิวที่ผ่านมาทั้งหมด 4 ครั้ง โดยจะแบ่งเป็น

ครั้งแรก : E-Matrix
ครั้งที่สอง : E-Matrix + Subcision
ครั้ง 3-4 : Fraxel Restore

ต้องบอกก่อนว่า ผมเองก็มีปัญหาเรื่องหลุมสิวและรุขุมขนกว้างมาหลายปีมาก โดยหลักๆจะใช้ครีมที่เขาว่าช่วยกันเรื่องหลุมสิวและรูขุมขน แต่ใช้ไปก็ไม่ได้ผลซะที จนกระทั่งเริ่มมาหาข้อมูลกลุ่มเลเซอร์ จากทั้งหาข้อมูลในเนตรวมถึงถามเพื่อนหลายๆ เลยมาลงตัวที่ E-Matrix ถึงจะแพงสุด แต่หลายคนบอกว่าให้ผลดีที่สุด ผมเลยจัดหนักเลย

ยิง E-Matrix ครั้งแรก

เริ่มกันที่การยิงรอบแรก รอบนี้หาข้อมูลเยอะมาก จำได้ว่าเกือบ 2 เดือน โดยผมหาข้อมูลหลายด้านมากๆ ทั้งเรื่องประเภทเลเซอร์ ราคา โดยเอาหลายๆเจ้ามาเทียบกัน รวมถึงข้อระวังก่อนยิงและหลังยิง เรียกได้ว่า หาข้อมูลทุกวัน จนมาลงตัวที่นี่ซะที

ก่อนจะไปยิง ให้ดูสภาพหน้าก่อนไปยิงนะครับ จะเห็นได้ว่าหลุมสิวเป็นรอยลึกมากและรูขุมขนเบิกบานสุดๆ

พอถึงวันนัด ผมก็ไปตรงตาม เวลา หลังจากกรอกข้อมูลเพื่อเข้ารับการรักษา ทางเจ้าหน้าที่ก็พาไปทำความสะอาดหน้าและลงยาชา คือยาชาที่ปาดลงหน้าจะเป็นครีมเนื้อหนักๆข้นๆเลย โดยเขาปาดหนามาก คงเพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์ได้ดี หลังจากปาดทั้งหน้า เขาก็เอา wrap พลาสติกมาห่อไว้
จากนี้คือ ทิ้งไว้ 1 ชม เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์เต็มที่

พอครบ 1 ชม เจ้าหน้าที่ก็พาผมไปขึ้นเขียง รอหมอมายิง
ระหว่างคุย หมอก็ถามนู่นนี่ไปเรื่อยๆ จนจบที่ปรับที่เบาๆก่อนไหม แต่ด้วยความงก เลยบอกว่า เอาแรงสุดเลยหมอ ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวบอกเอง จัดไป !!

ก่อนยิง เจ้าหน้าที่อีกคนก็จะเอาไดร์มาเป่า เพราะเลเซอร์ Ematrix ต้องยิงบนผิวที่แห้งสนิท

พอเริ่มจะยิง หมอปรับไปที่ความแรงสุด แล้วยิงไปเรื่อยๆ
ด้วยคอร์สที่ผมซื้อเป็นแบบไม่จำกัดชอต หมอก็ยิงไปเรื่อยๆ จำได้ว่า ทั้งหน้า หมอวนให้ 3 รอบ และย้ำตรงหลุมสิวลึกช่วงหน้าแก้มเน้นๆอีกหลายรอบ

ระหว่างยิงก็เพลินๆดี รู้สึกอุ่นหน่อย แต่พอยิงไปซักพักจะเริ่มรู้สึกร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะเลเซอร์ประเภทนี้มันจะสะสมพลังงานในผิวไปเรื่อยๆ พอช่วงใกล้จบการยิง จะรู้สึกร้อนแบบจี๊ดนิดหน่อย พอทนได้

พอยิงเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็พาไปพักอีกห้อง แล้วเอาน้ำแข็งมาคอยประคบเพื่อลดพลังงานความร้อนที่สะสมให้ คือช่วงนี้มันยังชาด้วยฤทธิ์ยาชาและชาจากน้ำแข็งเลยแค่รู้สึกร้อนแสบหน่อยๆ


รูปข้างบนคือสภาพหลังยิงเสร็จ คือ ผิวจะแดงเป็นจ้ำๆตามรอยหัวยิงเลเซอร์

หลังยิงจะไม่เห็นอะไรเปลี่ยนแปลงมากนอกจากผิวแดงขึ้น
พอเจ้าหน้าที่ประคบน้ำแข็งให้เสร็จ ก็จะเอาครีมเนื้อมันกลิ่นออกถั่วมาทา เพื่อลดการระคายเคืองและอาการแสบให้ ช่วงนี้ยังรู้สึกผิวอุ่นๆไม่มีอะไรมาก

แต่พอถึงบ้านเท่านั้นแหละ แสบหน้ามากกกก เหมือนโดนเอาพริกขี้หนูมายีหน้า
คืนนั้นคือนอนแทบไม่หลับเพราะร้อนและแสบหน้ามาก จนต้องเอาครีมที่เขาให้มาโปะแล้วเอาว่านหางจรเข้โบกหนาๆถึงจะนอนได้

พอครบ 3 วัน สะเก็ดก็เริ่มขึ้น ช่วงนี้จะคันๆหน่อย แต่อย่าเอามือไปเกาหรือแกะมันนะ เราจะปล่อยให้ผิวฟื้นฟูและสะเก็ดหลุดไปเอง ใครมือบอนก็ห้ามใจหน่อย เพราะมันจะคันยุบยิบจริงๆ

ซึ่งระยะเวลาฟื้นฟูอาจจะใช้เวลาถึง 1 เดือน ระหว่างนี้แนะนำว่าให้ทากันแดด และหลบแดดเข้าไว้ พกร่มติดตัวเลยยิ่งดี

ส่วนอาหารการกิน ให้ดื่มน้ำเยอะๆกับกินวิตามินซีเยอะๆ เพราะวิตามินซีจะช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ผิวจะฟื้นตัวเร็วขึ้น

ขอข้ามเวลาไป 1 เดือน หลังจากยิงเลยนะครับ
พอผ่านไปได้ 1 เดือน ด้วยการดูแลตัวเองอย่างระมัดระวัง
ทั้งทากันแดดบ่อยๆทุก 3 ชม. + หลบแดด + กินวิตามินซีเยอะๆ

ถือว่าผลลัพธ์น่าพอใจมากทีเดียว แต่เรื่องหลุมสิวลึกๆ ยังพอเป็นชัดอยู่บ้าง
แต่โดยรวมพวกหลุมสิวตื้นกับรูขุมขนแทบจะเรียบเนียนไปกับผิวเลยล่ะ

ลองของรอบสอง กับ E-Matrix + Subcision


รอบนี้ทิ้งช่วงจากรอบแรกประมาน 8 เดือน โดยสังเกตุว่า ทำไมรูขุมขนมันกว้างขึ้น และมีหลุมสิวใหม่ๆเกิดขึ้น (เพราะเป็นคนมือบอนด้วยล่ะ ชอบเอามือไปกดสิวออก)

เลยเป็นเหตุให้ต้องมายิงรอบสอบ แต่คราวนี้อยากลอง Subcision ด้วย เพราะเห็นว่าช่วยเรื่องหลุมสิวได้เช่นกัน
ตามเคย ทายาชาแล้วรอ 1 ชม เหมือนรอบแรก
รอบนี้หลังยิงรู้สึกแดงมากกว่ารอบแรก แต่โดยรวมยังเหมือนรอบแรกครับ

ช่วงยิง e-matrix ก็เหมือนรอบแรก ยิงแล้วรู้สึกอุ่นๆ
พอช่วงทำ subcision คุณหมอจะเอาเข็มชนิดพิเศษที่ปลายเป็นมีด แล้วทำการแซะลงไปใต้ผิวหนังเพื่อตัดผังผืดที่รั้งหลุมสิวไว้ เพื่อให้หลุมสิวมันเด้งคืนมา

ตอนเข็มเซาะลงไปไม่เจ็บอ่ะ แต่ช่วงตัดผังผืดมันจะได้ยินเสียง กึ๊ก กึ๊ก (เสียงเหมือนตอนเราเอากรรไกรตัดยางวง) มันคือเสียงตอนมีดเซาะผังผืดและมันเด้งคืน ช่วงนี้ก็นั่งตัวเกร็งเลยครับ เพราะแอบกลัวอยู่เหมือนกัน กลัวว่าถ้าขยับแล้วหมอเซาะพลาด 5555
จะเห็นได้ว่า รอบนี้สะเก็ดจะเยอะกว่ารอบที่แล้ว และมีรอยช้ำม่วงซึ่งเกิดจาก Subcision แถมมาด้วย

บอกเลยช่วงนี้หน้าเยินมาก ใส่ Mask ตลอดเวลา ไม่กล้าเจอคนเลยครับ
กว่าสะเก็ดและรอยช้ำแบบนี้จะหายใช้เวลาเกือบ 2 สัปดาห์เลย ก็แอบทรมาณเหมือนกันนะ ช่วงนี้ก็ยังคงต้องหลบแดด ทากันแดดบ่อยๆ และพยายามให้ผิวชุ่มชื้นตลอดเวลา เพื่อลดอาการคันจากสะเก็ดแผลครับ
หลังจากสะเก็ดหลุดหมด ก็เผยผิวใหม่ที่สร้างขึ้นมา

ประทับใจอยู่นะ เพราะเหมือนได้ผิวใหม่เลย ผิวดูสดใสและเรียบเนียนขึ้นพอสมควร
ส่วนหลุมสิวลึกที่เคยมี ดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

เก็บงานแบบเบาๆ (??) ด้วย Fraxel Restore


ส่วนครั้งที่ 3-4 จะขอพูดรวมๆเลยแล้วกันนะครับ เพราะมันเหมือนกันทั้ง 2 ครั้ง
ซึ่งการยิงครั้งนี้ห่างจาก E-matrix รอบที่แล้วเกือบปีเลยทีเดียว จู่ๆก็มาสังเกตุว่า รูขุมขนดูกว้างขึ้น และมีหลุมสิวใหม่เกิดขึ้นอีกแล้ว 55555 (คนมือบอนจริงๆ)

เลยนัดคลินิกแล้วลองยิง Fraxel Restore ดู รอบนี้ยิงด้วยความอยากรู้ด้วยแหละว่ามันต่างจาก E-Matrix ยังไง เห็นราคาถูกกว่ากันครึ่งนึง
ยังคงทายาชาตามเคยและรอพัก 1 ชม. เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์

พอครบ 1 ชม เจ้าหน้าที่ก็พาไปขึ้นเขียง คุยกับหมอนิดๆหน่อยๆ แล้วหมอก็ยิงเลย โดยผมก็ขอความแรงสูงสุดตามเคย หมอก็จัดให้

ความรู้สึกตอนยิงคือ อุ่นน้อยกว่า E-matrix พอสมควร และพลังงานสะสมน้อยกว่าด้วย เลยทำให้ตอนยิงเสร็จแล้ว รู้สึกร้อนน้อยกว่ามาก

พอยิงเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็พาไปพักอีกห้องแล้วเอาน้ำแข็งมาคอยประกบให้เพื่อลดพลังงานความร้อนสะสม พอประคบจนไม่มีความร้อนบนผิวแล้ว ก็เอายาตัวเดิมกลิ่นถั่วมาทาเพื่อลดอาการระคายเคืองและอาการแสบร้อนครับ
พอยิงเสร็จก็จะแดงๆหน่อย แต่คิดว่าแดงน้อยกว่า E-matrix นะ
และอาการแสบก็น้อยกว่าด้วย

พอช่วงยาชาหมดฤทธิ์ ก็รู้สึกแบบเดียวกันคือ แสบน้อยกว่าตอนยิงครั้งแรกมากๆ รู้สึกร้อนผิวเฉยๆ แค่นั้นเองครับ
หลังจากนั้นประมาน 3 วัน หน้าก็เริ่มขึ้นสะเก็ด

แต่สะเก็ดรอบนี้จะมีความละเอียดกว่า E-matrix และไม่มีความเป็นตารางเฉพาะตัวแบบ E-matrix ด้วย

ระหว่างนี้ก็ยังคงต้องหลบแดด ทากันแดดเยอะๆ และห้ามมือซนไปแกะสะเก็ดเช่นเคยครับ
พอครบ 1 สัปดาห์ สะเก็ดหลุดหมด โดยส่วนตัวก็คิดว่า มันเหมือนเดิมก่อนยิง 5555
แต่จริงๆเราต้องรอให้ผิวมันฟื้นฟูตัวเองอีกประมาน 3 เดือน ซึ่งผิวเราจะซ่อมตัวเองไปเรื่อยๆ ระหว่างนี้ก็ คอยหลบแดด ทากันแดดเยอะๆ ตามเคย

พอครบ 3 เดือน เห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนเลยครับ

ลองเปรียบเทียบรูประหว่างก่อนยิง และหลังยิงดู

รูปก่อนยิงทางซ้าย จะเห็นว่าหลุมสิวชัดลึกและรูขุมขนกว้างมาก
แต่หลังยิงมาหลายรอบ เห็นได้ชัดเลยว่า หลุมสิวตื้นลงอย่างมากและรูขุมขนเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

สรุปแล้ว พอใจกับการทำเลเซอร์ที่ผ่านมามากๆครับ
เอาไว้ถ้ามีเงิน ผมคงจะไปยิง E-Matrix ซ้ำอีกซักรอบเพื่อเก็บงานให้ผิวดูเรียบเนียนมากกว่านี้

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านรีวิวนะครับ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย