ไลน์ beauty 6 ชิ้น สุดปังที่ควรมีจาก ARMANI แบรนด์โปรดที่เรารักมากกก

Pameilin

Pameilin

ดู Profile

สวัสดีค่ะทุกคน ตั้งแต่ช่วงที่ทำงานอยู่บ้านมายาวๆ แป๋มก็มีเวลาจัดห้องและโต๊ะเครื่องแป้งจนสะอาดเอี่ยมอ่องเลยค่ะ เลยถือโอกาสดีหยิบเครื่องสำอางและน้ำหอม GIORGIO ARMANI ที่เป็นตัวโปรดมารีวิวป้ายยาสักหน่อย (จริงๆ บทความนี้ตั้งแต่ใจจะเขียนตั้งแต่ 2 เดือนก่อนแต่งานก็ยุ่งจนเลทยาวๆมาจนเดือนนี้ทีเดียว)
แชะรูปรวม armani ในกรุโต๊ะเครื่องแป้งกันสักหน่อย
"แชะรูปรวม armani ในกรุโต๊ะเครื่องแป้งกันสักหน่อย"

GIORGIO ARMANI


GIORGIO ARMANI เป็นแบรนด์อิตาเลียนที่มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องสำอาง สกินแคร์บำรุงผิว น้ำหอมที่ทุกคนคงคุ้นเคยกันว่าดีไซน์สวย คุณภาพสูง แต่ก็มากับราคาที่เขย่ากระเป๋าสตางค์จนสั่นเช่นกัน แต่หลังจากแป๋มได้มีโอกาสลองคุชชั่นของนางชิ้นแรก ก็เลยผันตัวกลายมาเป็นแฟนตัวยงเลยค่ะ

Armani Code Cashmere

ขอเริ่มรีวิวจากน้ำหอมเพราะรู้สึกเรื่องกลิ่นหอมเป็นความอมตะ ใครๆก็ชอบ แป๋มอาจจะไม่ใช่เซียนน้ำหอม ไม่ได้มีกรุน้ำหอมแน่นๆ5555555 แต่ก็มีตัวโปรดที่รู้สึกว่าหลาย ๆ คนน่าจะรักน้องเหมือนที่เรารักเหมือนกันค่ะ  ตัวนี้คือ Armani Code Cashmere เป็นกลิ่นหอมที่มีเสน่ห์ ฉีดตัวนี้แล้วผู้ชายทักค่ะ (แปลว่าหอม) กลิ่นแบบ oriental-floral มีความหรูแต่ก็ยังเฟรชอยู่ เซ็กซี่นิดๆ

Top Note จะยังมีความเฟรชจากกลิ่น orange blossom แต่พอมาถึง Heart Note จะหอมแบบฟลอรัลมากขึ้นด้วยด้วยดอกไอริส ดอกเฮลิโอโทรป และนมอัลมอนด์ค่ะ หลับตาดมเรารู้สึกว่าผู้หญิงที่เลือกฉีดกลิ่นนี้ต้องมี sex appeal สูงประมาณนึงเลย เป็นน้ำหอมที่ทำให้รู้สึกถึงช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวันนะ อาจจะเพราะมันให้ความเย้ายวนหน่อย ๆ

ปล .เข้าใจว่ามันหมดซีซั่นวางขายแล้ว แต่น่าจะยังหาซื้อตามร้านออนไลน์บางแห่งได้ 

Giorgio Armani Si Passione ขวดแดง

มาถึงนางเอกที่ไม่ใช่นางเอกวัยรุ่นแบบในละครซีรีส์ใดๆ แต่เป็นนางเอกสาวสวยที่มีอายุในวัยทำงานอย่าง si ขวดแดง แป๋มว่าน่าจะเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมากในปีหลังๆมานี้ คำเดียวที่ต้องให้เลยคือ  หอมแบบผู้ดีมากกกก เป็นกลิ่นแบบ fruity-floral หอมหรู แต่ไม่ฉุน

มันมีความหวานด้วยกลิ่นจากกุหลาบและวานิลลาค่ะ แป๋มว่าเป็นการ combine ที่ลงตัวนะ ยอดเลยแหละ Top Note เป็น Blackcurrant, bergamot,Violet Leaf เลยทำให้ยังรู้สึกสดชื่นอยู่บาง ๆ ไม่อึดอัด แล้วพอไปแตะ Heart Note ส่วนตัวแป๋มคือกลิ่นฮาร์ทโน้ตเข้ากับกลิ่นตัวมากๆ หอมจาก Rose de Mai กุหลาบหายาก และ Jasmine Absolute น้ำมันหอมระเหยจากดอกมะลิ

แป๋มว่าถ้าหลับตาก็จะเห็นผู้หญิง working woman คนนึงที่แต่งตัวสวยไปทำงาน แต่เวลาเลิกงานแล้วก็เป็นสาวชิค ๆ ไปกินข้าว ช้อปปิ้งกับเพื่อนหรือหนุ่มสักคนไหว ส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นกลิ่นที่ฉีดได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเลยค่ะ ถ้าเทียบกะ cashmere มันไม่ได้รู้สึกเย้ายวน แต่หอมแบบน่าอยู่ใกล้อะไรแบบนั้น

ราคา 5,400.-

Luminious Silk Foundation



ต่อมาเข้าสู่หมวดเมคอัพกันบ้างนะคะ รองพื้นขวดแก้วฝาดำที่ช่วงนี้หยิบมาใช้บ่อยๆ Armani Luminious Silk เป็นรองพื้นที่เนื้อละเอียดมากกกกกกค่ะ texture เหลว ไม่ข้นมากเกินไปเลยทำให้เกลี่ยง่าย สามารถลงด้วยนิ้วมือได้เลย แต่ก็แห้งเร็วพอสมควรต้องรีบเกลี่ยให้ทั่วหน้า ถ้าอยากลงให้กริบ แป๋มใช้คู่ฟองน้ำ eveandboy ก็เวิร์คมากๆ 


ฟินิชลุคได้ออกมาเป็นงานผิวกลาง ๆ ค่ะ ไม่ glow และ ไม่ matte แต่มหัศจรรย์ใจ ผิวดูลูกผู้ดีมาก ไบร์ทขึ้น เหมือนคนบำรุงผิวมาดี แต่สำหรับคนมีปัญหาผิวเยอะแป๋มว่าตัวนี้เขาไม่ได้เน้นเรื่องปกปิดเท่าไหร่ค่ะ ถ้าอยากปกปิดควรใช้คอนซีลลงก่อน

พอใช้ไปแล้วระหว่างวัน ไม่ตกร่องและไม่เป็นคราบเลย แต่คุมมันไม่ค่อยอยู่ แป๋มผิวผสมค่อนแห้งก็จะมันมากตรงช่วงจมูกค่ะ

เรื่องเฉดสีมีให้เลือกเยอะ และแบ่งอันเดอร์โทนเป็นเหลืองกับชมพูค่ะ .5 จะเป็นโทนเหลือง แป๋มผิว NC25 ใช้เบอร์ 3.5 แล้วจะทำให้หน้าไบร์ทขึ้นมาเล็กน้อย สีใกล้เคียงผิวค่ะ

ราคา 2,500.-
หน้าในวันที่แต่งเบา ๆ อยู่บ้านนะคะ ลงรองพื้นแล้วก็เซ็ตแป้งฝุ่นแค่เบาๆ
"หน้าในวันที่แต่งเบา ๆ อยู่บ้านนะคะ ลงรองพื้นแล้วก็เซ็ตแป้งฝุ่นแค่เบาๆ"

Armani To Go Cushion  

คุชชั่นที่ผสมตัวบำรุงไปด้วย มีคนตั้งชื่อให้ว่าคุชชั่นราชนิกูล
"คุชชั่นที่ผสมตัวบำรุงไปด้วย มีคนตั้งชื่อให้ว่าคุชชั่นราชนิกูล"
Armani to go cushion essence-in-foundation de teint SPF 23 คุชชั่นตลับแดงที่แป๋ม highly recommend สำหรับคนที่ชอบงานผิวฉ่ำ เพราะเนื้อคุชชั่นผสม essence บำรุงลงไปด้วย ฟินิชผิวมีความฉ่ำเบาๆกำลังดี ผิวดูชุ่มชื้นแต่ไม่ใช่แบบหน้ามัน ปกปิดได้ระดับกลาง บิ้วได้ โดยที่ยังรู้สึกไม่หนาหรือหนักหน้า


น้องบิ้วระดับการปกปิดได้พอสมควรเลยนะคะ อยู่ที่ว่าเราจะตบหนัก-เบาแค่ไหน กดเนื้อคุชชั่นมาเยอะแค่ไหน
"น้องบิ้วระดับการปกปิดได้พอสมควรเลยนะคะ อยู่ที่ว่าเราจะตบหนัก-เบาแค่ไหน กดเนื้อคุชชั่นมาเยอะแค่ไหน"
สิ่งที่ประทับใจในน้องคือ ให้ลุคผิวฉ่ำแต่ไม่ได้มันง่าย แป๋มแต่งไปลุยกิจกรรมทั่วกรุงเทพอะ เช้ายันค่ำ ไม่ได้เติมแป้ง ซับหน้ารอบเดียว คุชชั่นยังอยู่ ไม่ดรอปไม่เปลี่ยนเฉด มีตกร่องข้างจมูกนิดหน่อย จัดว่าคุมมันดี (พื้นผิวแป๋ม ผิวผสมค่อนแห้ง)

อันนี้เบอร์ 4 นะคะ เทียบกับรุ่นตลับดำที่กำลังจะรีวิว รุ่นนี้ขาวกว่าเป็นเฉดกลาง ไม่เหลือง หากชอบฟินิชผิวสวยจัด ๆ ไม่ต้องเซ็ตแป้งก็ได้ค่ะ
ราคา 2,700.-

Armani Fabric Foundation Balm

จริงๆ แล้ว คุชชั่นตลับดำรุ่นเนื้อ Fabric อันนี้เป็นชิ้นแรกของแบรนด์ armani ที่แป๋มมีเลยค่ะ น่าสนใจในแง่เนื้อโปรดักส์ เป็นคุชชั่นเนื้อบาล์ม (สัมผัสคล้ายดินนิ่มๆ) ซึ่งให้ฟินิชผิวแมตต์ ตัวนี้เหมาะกับคนที่ชอบความปกปิดและคุมมันค่ะ 
เทสการปกปิดแบบแท็บสองรอบนะคะ มัน build ได้อีก จะออกแนวผิวกริบๆ เนื้อเขาดีมากกนะ ทันทีที่แตะลงผิวจะรู้สึกมันเนียนเรียบไปเลย แต่เสียดายที่แป๋มหน้าแห้งไปหน่อยค่ะ ;-; เลยคิดว่าฟินิชกว่าที่จะเหงื่อออกมันให้ความรู้สึก dry ไปหน่อย แต่เชื่อว่าตัวนี้ขึ้นแท่นลูกรักคนหน้ามันนะคะ

สำหรับเฉด มี 10 สีค่ะ ตั้งแต่ 2 ไปจนถึง 6.5 แป๋มใช้เบอร์ 4 ส่วนตัวคิดว่าเลือกพลาด T_T เหมือนอันเดอร์โทนจะออกกลาง-ชมพู ถ้า 4.5 มันจะเหลืองกว่านี้ค่ะ น่าจะเพราะช่วงนี้ผิวขาดน้ำเลยไม่ค่อยหยิบมาใช้งะ แต่ถ้าสำหรับวันที่พาคุชชั่นคุมมันดีๆ เพราะต้องออกไปไหน outdoor นานๆ ตัวนี้เหมาะค่ะ

ราคา 2,800.-

Armani Lip Maestro

Armani Lip Maestro เนื้อลิปเป็นเนื้อ velvet ฟินิชกึ่งกำมะหยี่ เนื้อจะข้นนิดนึง แต่ทาแล้วสมูทไม่เป็นคราบ ก่อนทาลิปทุกชนิดอย่าลืมสครับปากให้หนังปากหลุดก่อนนะคะ

ทุกสีกลบสีปากมิด ต่อให้ลิปนู้ดก็กลบค่ะ ที่ทุกคนควรมีซักแท่ง แป๋มชอบหลายสีมาก อันที่ชอบพกสุด จะมี 2 สี คือ 500 blush เป็นสีชมพูกลาง กับ 415 redwood สีแดงอิฐ
applicator เป็นตัวตรงทรงเฉียงนิดนึง เพื่อจะได้ทาแนบปากได้ง่าย หัวแปรงจุ่มสีแล้วกักสีไว้ได้เยอะที จุ่ม 1 รอบ สามารถทาลิปได้เต็มทั้งปา แต่จะมีในเรื่องของความติดทน ที่ไม่ได้ทนมากเท่าไหร่ หากกินอะไรเยอะก็จะหลุดออกไปครึ่งนึง แต่มีทริคให้ คือ ทาลิปแมตตัวที่ติดทนมากๆ ลงเป็น base ก่อนก็จะช่วยได้ค่ะ

ราคา 1,450.-

ขอแนบรูปรีวิวเซ็ตเก่าเอาไว้ด้วยจะได้ดูสวอชสีหลาย ๆ สีนะคะ
สี 206 เป็นสีแดงอิฐมีความติ่งน้ำตาล สีอุ่นๆ โทน autumn
"สี 206 เป็นสีแดงอิฐมีความติ่งน้ำตาล สีอุ่นๆ โทน autumn"

Giorgio Armani Eye Tint Liquid Eye Color

เป็นอีกตัวที่ทำรูปรีวิวเซ็ตล่าสุดหายค่ะ.. ขออนุญาตนำรูปรีวิวเซ็ตเก่ามาลงด้วย น้องเป็นลิขวิดอายแชร์โดว์ที่เนื้อดีมากกค่ะ เขามีเทคโนโลยีในการทำ texture และพิกเมนต์สีโดยเฉพาะงะ โดยคอลสีก็จะมีเยอะมากก น่าจะราว 30-40 สี

แป๋มเอามาลอง 2 สี คือ เบอร์ 9 โทนแชมเปญมุก และ 41 น้ำตาลอุ่นๆ ที่น่าจะใช้ง่ายสำหรับทุกคน เนื้ออายแชร์โดว์นุ่มสุๆ ปาดสีแล้วไม่เป็นปื้นเลย ตัวประกายชิมเมอร์เป็นเนื้อเดียวกะอายทินต์ไปเลย
พอเซ็ตตัวแล้วเหมือนเราไม่ได้แต่งตา คือสีชัด และดูกลืนไปกับตาเลยค่ะ วันไหนอยากแต่งตาแบบธรรมชาติใช้ตัวนี้จบได้เลยนะคะ แต่โทนที่มีตัวอื่น ที่ไม่ได้หยิบมารีวิวจะเป็นสีเขียว ม่วง ฟ้า ไอเราก็ยังไม่สบโอกาสจะใช้สักที

ราคา 1,215.-


สำหรับวันนี้ก็เขียนกระทู้มาอย่างเพลิดเพลิน ยาวนานกว่า 2 ชั่วโมงแล้วค่ะ555555555 ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ หวังว่าจะมี armani สักตัวที่กระแทกตากระแทกใจหลาย ๆ คนนะคะ ลองแวะไปที่บูติคดูก็จะดี ได้ลองก่อนซื้อน่าจะตอบโจทย์ที่สุดกับของราคาระดับนี้

แล้วพบกันใหม่กระทู้หน้านะคะ :-)


Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย