ผิวขาวอมชมพูได้ด้วย Clinique iD Tone-up Gel

Charlotte Rak

Charlotte Rak

ดู Profile

สวัสดีค่ะชาวจีบันทุกคน

วันนี้เราจะมารีวิว Clinique iD ตัวใหม่ที่เราได้มาจากการที่ไปร่วมกิจกรรม JebanxClinique ซึ่งมีชื่อเต็มว่า

Clinique iD Dramatically Different™ Moisturizing Tone-up Gel

หลังจากที่พยายามทดลองใช้อยู่หลายครั้งหลายครา จนค้นพบวิธีการใช้ที่เหมาะสมกับตัวเอง

ก่อนหน้านี้เราได้มีการแนะนำตัวผลิตภัณฑ์

Clinique iD Dramatically Different™ Moisturizing Tone-up Gel 

กันไปแล้วในกระทู้ก่อนหน้านี้ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ Clinique iD Tone-up Gel ผิวเปล่งประกายพร้อมได้รับการบำรุง กันเลยนะคะ

ภายในเซตประกอบด้วย

Moisturizer Tone-up Gel 115ml ราคา 1,400 บาท และ Active Cartridge Concentrate 10ml ราคา 500 บาท

วิธีใช้ ขั้นตอนที่ 1

ให้จับคู่  Dramatically Different™ Moisturizing Tone-up Ge ตัวนี้เหมาะสำหรับผิวทุกประเภท ไม่มีพาราเบน ไม่มีพาทาเลต ไม่มีน้ำหอม เนื้อโทนอัพสีชมพูสดใสที่ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง กระจ่างใส และให้ความชุ่มชื้นได้ดีแก่ผิว 

วิธีใช้ ขั้นตอนที่ 2

ใส่หลอดบรรจุภัณฑ์สารสำคัญเข้มข้น (Active Cartridge Concentrate) หรือบูสเตอร์ลงในบรรจุภัณฑ์มอยส์เจอไรเซอร์ที่เราเลือก เพื่อสร้างสรรค์ Clinique iD ใน แบบของตัวเองได้เลยค่ะ 
Clinique iD Dramatically Different™ Moisturizing Tone-up Gel พร้อมใช้งานแล้วค่ะ
"Clinique iD Dramatically Different™ Moisturizing Tone-up Gel พร้อมใช้งานแล้วค่ะ"
เราเลือกบูสเตอร์สีขาว (Uneven Skin Tone) สำหรับสีผิวดูไม่สม่ำเสมอ ช่วยให้สีผิวแลดูสม่ำเสมอ สว่างกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ มาใช้คู่กับ Dramatically Different™ Moisturizing Tone-up Geค่ะ
สัดส่วนของตัวเบส 90% และบูสเตอร์ 10%
"สัดส่วนของตัวเบส 90% และบูสเตอร์ 10%"

เวลาที่กดออกมาใช้จะมีสัดส่วนของตัวเบส 90% ช่วยในเรื่องความชุ่มชื้น และบูสเตอร์ 10% ช่วยเสริมการบำรุงที่ตอบโจทย์ปัญหาของผิวแต่ละคน

วอร์มเนื้อสักนิดนะคะ ให้พิกเมนท์แตกตัว
"วอร์มเนื้อสักนิดนะคะ ให้พิกเมนท์แตกตัว"

คุณสมบัติ

Tone-up ตัวนี้จะช่วยเพิ่มพลังความแข็งแรง และเสริมสร้างปราการให้ผิว สามารถเลือกใช้คู่กับบูสเตอร์เพื่อเสริมการบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพ สูตรใหม่เนื้อครีมสีชมพูใน Clinique iD Tone-up Gel นี้ จะยกระดับการบำรุงไปอีกขั้น มอบความเปล่งประกายให้ใบหน้าด้วยเทคโนโลยี Transforming Tint Release ที่อยู่ในพิกเม้นต์แคปซูล ซึ่งจะเปลี่ยนจากตัวที่เป็นเม็ด แตกออกเวลาที่อยู่บนหน้าเรา ช่วยกระจายแสงให้ใบหน้าแลดูไบรท์ขึ้นอีกหนึ่งสเต็ป ช่วยให้ผิวเปล่งประกายทันทีที่ใช้ โดยไม่ทำให้หน้าลอย

เทคโนโลยี Transforming Tint Release ที่อยู่ในพิกเม้นต์แคปซูล ซึ่งจะเปลี่ยนจากตัวที่เป็นเม็ด แตกออกเวลาที่อยู่บนหน้าเรา ช่วยกระจายแสงให้ใบหน้าแลดูไบรท์ขึ้นอีกหนึ่งสเต็ป ช่วยให้ผิวเปล่งประกายทันทีที่ใช้ โดยไม่ทำให้หน้าลอย
ความต่างชัดเจนถ้าลงในผิวที่ไม่ขาวมาก แต่ถ้าใครหน้าขาวอาจจะมองไม่ค่อยเห็นความแตกต่าง
"ความต่างชัดเจนถ้าลงในผิวที่ไม่ขาวมาก แต่ถ้าใครหน้าขาวอาจจะมองไม่ค่อยเห็นความแตกต่าง"

ลองทา Tone-up ที่ท้องแขนเปรียบเทียบให้ดู จะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนในเรื่องของการปรับโทนผิวให้สว่างมากขึ้น เหมือนที่เค้าบอกว่าเปิดไฟให้ผิว แบบนั้นเลยค่ะ 


***แสงตอนที่ถ่ายอาจมีส่วนทำให้สีของแขนทั้งสองข้างแตกต่างกันชัดเจน

ปัญหาที่พบในช่วงแรก

อย่างที่บอกไปตอนต้นนะคะว่าเราพยายามทดลองใช้หลายครั้งมากๆ เพราะทุกครั้งที่ใช้ Tone-up หลังจากที่ลงเซรั่ม หน้าเราเป็นคราบทุกครั้ง ยิ่งพอลงครีมกันแดดหรือรองพื้น ยิ่งไปกันใหญ่เลยค่ะ ทำเราจิตตกและไม่อยากใช้อีกเลย

โดยปรกติทุกวัน เราเป็นคนที่ทาสกินแคร์ในช่วงกลางวันประมาณ 4 ตัว เราก็ปรับลดการทาสกินแคร์ลงมาจนเหลือ 3 ตัว ก็ยังเป็นคราบ ปรับลดลงอีกให้เหลือ 2 ตัวก็ยังไม่ได้ผล จนสุดท้ายเราใช้แค่น้ำตบตัวเดียวแล้วตามด้วย Tone-up นั่นแหละค่ะ ถึงจะเห็นผล

ตอนแรกคิดว่าเป็นเพราะตัวเองหน้ามัน จึงทำให้ทาออกมาแล้วเป็นคราบ แต่จริงๆ แล้วน่าจะเป็นเพราะเนื้อเซรั่มอาจจะหนักไป จึงทำให้ทา Tone-up แล้วแยกชั้นออกมา

**ปัญหาดังกล่าวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองเท่านั้น คนอื่นอาจจะไม่เป็นก็ได้นะคะ
ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังใช้ Tone-up
"ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังใช้ Tone-up"
หลังจากที่ค้นพบวิธีใช้ Tone-up ที่เหมาะสมกับตัวเองได้แล้ว ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย คิดว่าจะไม่ได้ทำรีวิวซะแล้ววว คราวนี้มาดูความแตกต่างตอนลงที่ผิวหน้ากันบ้างนะคะ

ก่อนทาจะเห็นรูขุมขนชัดเจนเวอร์ รอยแผลเป็นก็มา ร่องรอยที่บ่งบอกอายุก็มา ทุกอย่างชัดเจนหมด ^_^ แต่พอทา Tone-up Gel ลงไปเท่านั้นแหละค่ะ ทุกอย่างมันดูเบลอไปหมด รูขุมขนดูเล็กลง เห็นรอยแผลเป็นน้อยลง ริ้วรอยก็ดูจะเบลอๆ ไปด้วย นี่ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปมาเปรียบเทียบ ก็ไม่ได้รู้สึกว้าวอะไรมากมายนะคะ เพราะมันเห็นเรื่องหน้าขาวขึ้นชัดเจนมากกว่า
ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังใช้ Tone-up
"ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังใช้ Tone-up"
มาซูมดูใกล้ๆ กันบ้าง จะได้เห็นกันชัดๆ ไปเลยว่า Tone-up Gel ตัวนี้ก็ช่วยปกปิดความบกพร่องของผิวหน้าได้โอเคเหมือนกันนะ ผิวดูผ่อง ดูสว่างขึ้น อาจจะไม่เท่ากับรองพื้น แต่ถ้าใครที่ชอบความเบาสบาย แต่งหน้าใสๆ ก็แค่ทากันแดด แล้วลงแป้งบางๆ ก็ได้ผิวแบบธรรมชาติ ที่ไม่เน้นการปกปิด แต่หน้าจะดูผ่องเหมือนสาวสุขภาพดีได้เหมือนกันนะ
ภาพเปรียบเทียบหลังจากใช้ Tone-up และรองพื้น
"ภาพเปรียบเทียบหลังจากใช้ Tone-up และรองพื้น"
ทีนี้เราลองมาดูความแตกต่างหลังจากที่เราใช้ Tone-up Gel คู่กับรองพื้นดูบ้างนะคะ มันดีมากกกก เพราะนอกจากจะไม่เป็นคราบแล้ว มันยังช่วยให้ผิวหลังจากที่ลงรองพื้นดูดีมากขึ้นไปอี๊กกก เชื่อแล้วว่าเค้าทำได้จริงๆ ผิวสวยด้วย ได้รับการบำรุงไปด้วย ใครยังไม่ได้ลอง อยากให้ไปลองนะคะ อาจจะเปลี่ยนใจเหมือนเราก็ได้น๊าาา

วันนี้ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้นะคะ

แล้วพบกันใหม่กระทู้หน้าค่ะ

??

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย