Bioderma Hydrabio H2O Moisturising Make-up Removing Micelle Solution

คำเตือน !!!!!
เห็นยาวๆ แบบนี้อย่าเพิ่งเลื่อนผ่านไป เพราะมีสาระดีๆ ซ่อนอยู่นะจ๊ะ ?

สาวๆ รู้หรือไม่คะว่า ไม่ใช่ เฉพาะคนที่มีสภาพผิวแห้งอย่างเดียวเท่านั้นนะที่จะมีผิวขาดน้ำได้ ?

 แต่ทุกๆ สภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม ล้วนมีปัญหาผิวแห้งขาดน้ำได้ด้วยน๊า 

หากเราเติมน้ำให้ผิวไม่เพียงพอแล้วเนี่ยผิวของเราก็จะฟีบ แฟบ ห่อเหี่ยว 

ยิ่งไปกว่านั้น ผิวที่ขาดน้ำจะมีความขรุขระ 

เมื่อมองดูแล้วจะพบว่ามันไม่เต่งตึง แลดูหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส และที่สำคัญเลยก็คือ ริ้วรอยร่องลึกและร่องตื้นจะตามมาเป็นพรวนเชียวคร้าาาาาาา

.......
...

? ผิวขาดน้ำจะทำให้คนที่มีผิวแห้ง มีริ้วรอยทั้งร่องลึกและร่องตื้นมากกว่าผิวที่อิ่มน้ำ แต่งหน้าไม่ติด หน้าแห้งลอก ระคายเคืองง่าย แพ้ง่าย ส่วนคนหน้ามัน ผิวจะยิ่งมันเพราะผิวจะผลิตน้ำมันออกมาชดเชยความชุ่มชื่นที่หายไป


รู้อย่างงี้แล้วการเติมน้ำให้ผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่น้อย

ดังคำกล่าวที่เรามักจะได้ยินอยู่เสมอๆ ว่า 

"ความชุ่มชื่นเป็นพื้นฐานของผิวที่ดี" 

เพราะหากผิวเรามีความชุ่มชื่นไม่เพียงพอ

แม้ว่าจะโบกสกินแคร์ตัวท็อปทั้งหลายทั้งปวง 

แต่ผิวแห้งแคร๊กของเรามันไม่สามารถรับสกินแคร์เหล่านั้นไปบำรุงต่อได้

        

        แล้วจะเกิดประโยชน์อันใดกันเล่า !!!!!

/  /  /  /  /  /  /  /  /  /  /

? สาวๆ รู้อีกหรือไม่คะว่า.... 

การเติมน้ำให้ผิวไม่ใช่แค่การทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะ 

แต่ยังรวมถึงขั้นตอนการทำความสะอาดผิวด้วย หลายๆ คนบำรุงทุกอย่างดีแล้ว

แต่ผิวยังขาดน้ำอยู่

เกิดจากการใช้คลีนซิ่งผิดประเภทนั่นเองค่ะ 

สังเกตได้จากการล้างแล้วผิวแห้งเอี๊ยดเกินไปหลังใช้ เพราะนั่นคือการทำให้น้ำระเหยออกจากผิวเยอะมาก 

เราก็เป็นคนนึงที่เคยละเลยความสำคัญของ

ขั้นตอนนี้ 

เมื่อก่อนอะไรเช็ดได้ก็เช็ดหมด

ไม่ได้คำนึงถึงสภาพผิวเท่าที่ควร 

จนเมื่อเข้าสู่อายุ 32 ปี แล้วไซร้ จึงได้สติขึ้นมาว่า แกรรรรร

แกรต้องพิถีพิถันต่อการใช้คลีนซิ่งมากขึ้นแล้วนะ 

และในต้นปี 2020 นี้ ก็เป็นโอกาสดีมากๆๆๆๆ ที่เราได้ทดลองใช้ Bioderma Hydrabio H2O คลีนซิ่งวอเตอร์สูตรไมเซล่า ที่ตอบโจทย์สภาพผิวผสมค่อนไปทางแห้งและขาดน้ำของเรามากที่สุด 


แต่เค้ามีอะไรดี เค้าเป็นยังไง มันเป็นยังไง มานเป็นยังงาย


เรามาทำความรู้จักคุณคนนี้ไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ ?

Bioderma Hydrabio H2O Moisturising 

Make-up Removing 

Micelle Solution


? คำเคลมจากแบรนด์


  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าและรอบดวงตาสูตรน้ำชนิดไม่ต้องล้างออก สามารถเช็ดเครื่องสำอางแม้เป็นเครื่องสำอางชนิดกันน้ำได้อย่างหมดจดในขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องล้างออกอีกครั้ง ทำความสะอาดอย่างล้ำลึกและไม่ทำร้ายผิวที่บอบบาง 

  • สูตรอ่อนโยน ลดโอกาสการแพ้ ป้องกันการสูญเสียน้ำ เพิ่มความชุ่มชื่นภายในผิวตามธรรมชาติ 

  • เหมาะสำหรับผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ และขาดความชุ่มชื่นโดยเฉพาะ 

  • ยิ่งเช็ดผิวยิ่งชุ่มชื่น มีสารสกัดจากเมล็ดแอปเปิ้ล วิตามินบี 3 และกลีเซอรีน จึงเป็นคลีนซิ่งที่ช่วยให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว

  • ใช้เทคโนโลยี Micellar Water ช่วยดึงความมันบนใบหน้า ดูดซับเครื่องสำอาง รวมถึงขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ออกจากผิวได้อย่างหมดจดโดยไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ และไม่ทำให้ผิวเสียความเป็นกรดด่างตามธรรมชาติ

  • ใช้นวัตกรรม Aquagenium สิทธิบัตรเฉพาะที่พบได้ในไฮดราบิโอ โดดเด่นพิเศษในเรื่องการคงความชุ่มชื้นให้แก่ผิวผ่านการเสริมสร้าง Hydrolipidic film ในผิวตามธรรมชาติ ทำให้รู้สึกสดชื่นในทันทีที่ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านความชุ่มชื่นตามธรรมชาติของเซลล์ผิว ป้องกันการสูญเสียน้ำ คืนความสมดุลและเพิ่มความแข็งแรงให้ผิว อ่อนโยนต่อผิวอย่างแท้จริง ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังใช้ 

  • ช่วยผ่อนคลายและคืนความสมดุลให้ผิว จึงทำให้รู้สึกสดชื่นในทันทีที่ใช้

  • ปราศจาก : น้ำหอม สารอุดตันรูขุมน ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ 

  • ขายดีอันดับ 1 ในหลายประเทศทั่วโลก 

 ? วิธีใช้


ข้อแนะนำจากแบรนด์ 

            สามารถใช้ทุกวัน ทั้งเช้าและเย็น และหลังจากใช้แล้วไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ นั่นคือจบกระบวนการทำความสะอาดผิวแล้ว


แต่ส่วนตัวเราใช้เฉพาะตอนเย็นและต่อด้วยการล้างทำความด้วยคลีนเซอร์อีกครั้งเพื่อความมั่นใจ มันก็คือการ Double cleansing นั่นเองค่ะ


ตามมาดู Step การใช้ของเรากันเลย ?


  • Step 1 : เทไฮดดราบิโอ้ เอชทูโอ ลงบนสำลีแผ่น

  • Step 2 : เริ่มเช็ดบริเวณรอบดวงตาโดยแปะสำลีค้างไว้สักพัก จากนั้นใช้วิธีซับเบาๆ จากบนลงล่าง

  • Step 3 : เช็ดทำความสะอาดผิวหน้า และรอบดวงตาอย่างเบามือ เราเช็ดตามแนวโพรงขนของตัวเอง และเช็ดซ้ำทั่วใบหน้าจนสำลีสะอาด ( ขี้นตอนนี้หากใครพอใจแล้วก็จบ ไปที่ Step 5 ได้เลยค่ะ

  • Step 4 : ล้างหน้าอีก 1 ขั้นตอนด้วยคลีนเซอร์

  • Step 5 : ซับหน้าเบาๆ ด้วยผ้าขนหนูหรือทิชชู

มาเล่นกันเถอะๆ

 

อย่าเพิ่งเชื่อ ถ้ายังไม่ได้ทดลองและเห็นด้วยตา


?

เราจะทดลองให้ทุกคนได้เห็นว่าน้อง Bioderma Hydrabio H2O ที่มีความใสแจ๋วและอ่อนโยนต่อผิวบอบบางแบบนี้จะเอาเมคอัพกันน้ำแบบแน่นๆ อยู่หรือเปล่า และจะสู้สิ่งที่เกิดมาเพื่อ Eye & lip makeup remover อย่าง Bifesta ลูกรักของเราได้หรือไม่


​Let's go!!!

ความแน่นของหน้าในวันนี้นั้น......

Waterproof makeup ทั้งนั้นนะคะ 

Bifesta Eye Makeup Remover

เค้าก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีเสมอต้นเสมอปลายของเค้า เพราะน้องเค้าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้

Bioderma Hydrabio H2O คลีนซิ่งวอเตอร์สูตรไมเซล่า สูตรนี้สามารถสู้ได้ชนะเลิศเลยนะ สามารถทำความสะอาดเมคอัพรอบดวงตาได้อย่างหมดจดและให้ความรู้สึกที่แตกต่างคือ ผิวหนังรอบดวงตาที่ใช้น้องเค้ามีความชุ่มชื่นมากกว่าตอนที่ยังไม่ได้ใช้ เลิฟฟฟฟฟ  

แต่มีข้อแนะนำนิดนึงคือต้องใช้เวลาแปะตาเพื่อดูดซับเมคอัพนานขึ้นมาหน่อยนะคะ 

✏️ สรุปอีกครั้งคือ เช็ดได้สะอาดหมดจดจริงๆอ่ะแกร๊ !!!

Next step  ?

เช็ดหน้ากันเถอะ ๆ 

วิธีเช็ดทำความสะอาดหน้าของเราคือ เช็ดตามแนวโพรงขนนะคะ เพราะวิธีนี้ช่วยลดสิวผด สิวอุดตัน ได้เยอะเลย และช่วยชะลอไม่ให้หน้าเหี่ยวเร็วเกิ๊นได้ด้วยน๊า

? ผลลัพธ์หลังการใช้


Bioderma Hydrabio H2O สูตรนี้เหมาะกับผิวผสมค่อนไปทางแห้งและขาดน้ำแบบเรามากๆ ค่ะ ที่สำคัญคือเค้าทำความสะอาดได้อย่างหมดจด ไม่เว้นแม้แต่ Waterproof makeup ... คุณเค้าเอาอยู่จริงๆ เมื่อเช็ดทำความสะอาดผิวจะรู้สึกเย็นๆ ผ่อนคลาย และสัมผัสได้ในทันทีว่าผิวชุ่มชื่นเหมือนได้รับการบำรุงควบคู่กันไปด้วย จากการใช้อย่างต่อเนื่องของเราเกือบๆ 1 สัปดาห์ เค้าไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน หรือระคายเคืองผิวเลยค่ะ แม้ผิวที่บอบบางที่สุดอย่างรอบดวงตา ก็ไม่ได้รู้สึกแสบตาและระคายเคืองเลยนะ และแม้จะมีสิวอุดตันเม็ดเป้งบริเวณแก้มแต่เรากลับรู้สึกว่ามันอ่อนโยนและทำความสะอาดหมดจริงๆ จนทำให้สิวเม็ดเป้งที่อักเสบจากการบีบลดลงไวกว่าปกติมาก เห็นมั้ยคะว่าความชุ่มชื่นมันดีต่อผิวทุกสภาพผิวจริงๆนะ ผิวที่เป็นสิวยังต้องการความชุ่มชื่นเลย และด้วยความที่หลังเช็ดเมคอัพแล้วมันสบายผิวมากกกกกก ๆๆๆๆ จนเราลืมตัวทำนู่นทำนี่ผ่านไป 2-3 ชม. ทุกคนนนนนนน ผิวของเรายังชุ่มชื่น ไม่รู้สึกระคายหรือแห้งตึงเลย เพราะฉะนั้นที่แบรนด์เคลมว่าหลังเช็ดไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ ... นั่นคือจริงอย่างที่เค้าว่า แต่เราก็ยังชอบที่จะ Double cleansing อีกครั้งอยู่ดี อิอิ


จากภาพจะเห็นว่าเราใช้สำลีทั้งหมด 6 แผ่น โดยใช้สำลีเช็ดทั้งสองด้านนะคะ ถือว่าไม่ได้ใช้สำลีจำนวนมากกว่าคลีนซิ่งตัวอื่นๆ ที่เราใช้ประจำๆ เลย อาจจะดูเยอะใช่ม๊าาาาา เพราะเราเช็ดหน้าแล้วก็เอาไปเช็ดหู เช็ดคอด้วยไง ... อย่าลืมว่าเวลาเราทาครีมรองพื้นหรือทาแป้งพับตั่ง ๆ นานา เราทาไปจนถึงหูและลำคอเลยนะทุกคน ดังนั้นอย่าลืมเช็ดบริเวณนั้นด้วยนะคะ 

? Special part


ไขข้อข้องใจ : ทำไมบำรุงผิวอย่างดีแล้วผิวยังขาดน้ำอยู่

การที่สภาพผิวของแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม ขาดน้ำ!!!!!!! ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วยนะคะ จึงเห็นได้ว่าแม้ว่าเราจะบำรุงผิวเป็นอย่างดีแล้วก็ตามแต่ผิวก็ยังขาดน้ำอยู่ โดยสาเหตุของผิวขาดน้ำส่วนใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของพวกเราเองนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็น

1. การดื่มน้ำน้อยเกินไป คือ น้อยว่า 2.7 ml/day

2. นอนดึก ช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 - 01.00 เป็นช่วงที่เราควรนอนหลับให้สนิทที่สุด เพราะกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวอยู่ในช่วงนี้ค่ะ

3. อยู่ในห้องแอร์นานๆ ... รู้ๆกันอยู่ 

4. เว้นการบำรุงผิว โดยเฉพาะตอนกลางคืน 

อารมณ์บับ!!!! ชั้นง่วงแล้วววววว และปิดไฟนอนเลย ... ทำแบบนี้บ่อยๆ ไม่ดีแน่ๆ น๊าาาาา

5. ใช้คลีนซิ่งผิดประเภท คือใช้ไม่เหมาะกับสภาพผิว จะรู้สึกว่าผิวตึง ผิวเอี๊ยดเกินไป

6. การบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือของที่มีน้ำตาลสู๊งงงงง สูง  สิ่งเหล่านี้ทำให้ผิวแห้ง ผิวเหี่ยว เซลล์แก่ไวกว่าปกติได้ค่ะ (เทกาแฟในมือทิ้งแป๊บ !!!! ล้อเล่นนนน 555)


นอกจากนี้ยังมีเรื่องของฮอร์โมน โดยเฉพาะช่วงวันนั้นของเดือน สภาพอากาศ รวมถึงสิ่งแวดล้อม บลาๆๆๆ ที่ทำให้ผิวของเราขาดน้ำ

ดังนั้นหันมาดูแลผิวของเราให้เต็มน้ำอิ่มฟูกันตั้งแต่ตอนนี้เถอะค่ะ เพื่อผลลัพธ์ของผิวที่ดีในระยะยาว 

สำหรับวันนี้ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและขอบคุณ JebanxNAOS ที่ให้เราได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ตรงกับสภาพผิวแบบนี้นะคะ 


แล้วพบกันใหม่

บ๊ายบายคร้า

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (11)

เราเคยใช้แต่สูตรสีชมพู ต้องไปลองสีฟ้าบ้างแล้วค่า
สูตรนี้ดีงามจริงๆ ค่า
เช็ดแล้ว สบายผิว แถมได้ผิวใสกลับมาด้วย ดีฝุดๆ
สบายผิวจริงๆค่ะ เช็ดเสร็จลืมไปเลยว่ายังไม่ได้อาบน้ำ 5555 เค้าอ่อนโยนจริงๆ แถมให้ผิวที่ชุ่มชื่นมากเลย
น่าลองค่าาา ?
ใช้ดีมากเลยค่ะคุณตั้น อยากให้ลองมากๆเลยค่ะ ?
ชอบใช้ทั้ง 2 ตัวเหมือนกันเลยค่าาาา
จริงค่าา