Bioderma Hydrabio H2O Moisturising Make-up Removing Micelle Solution
Junjaowkha review7411คำเตือน !!!!!
เห็นยาวๆ แบบนี้อย่าเพิ่งเลื่อนผ่านไป เพราะมีสาระดีๆ ซ่อนอยู่นะจ๊ะ ?
เห็นยาวๆ แบบนี้อย่าเพิ่งเลื่อนผ่านไป เพราะมีสาระดีๆ ซ่อนอยู่นะจ๊ะ ?
สาวๆ รู้หรือไม่คะว่า ไม่ใช่ เฉพาะคนที่มีสภาพผิวแห้งอย่างเดียวเท่านั้นนะที่จะมีผิวขาดน้ำได้ ?
แต่ทุกๆ สภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม ล้วนมีปัญหาผิวแห้งขาดน้ำได้ด้วยน๊า
หากเราเติมน้ำให้ผิวไม่เพียงพอแล้วเนี่ยผิวของเราก็จะฟีบ แฟบ ห่อเหี่ยว
ยิ่งไปกว่านั้น ผิวที่ขาดน้ำจะมีความขรุขระ
เมื่อมองดูแล้วจะพบว่ามันไม่เต่งตึง แลดูหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส และที่สำคัญเลยก็คือ ริ้วรอยร่องลึกและร่องตื้นจะตามมาเป็นพรวนเชียวคร้าาาาาาา
.......
...
? ผิวขาดน้ำจะทำให้คนที่มีผิวแห้ง มีริ้วรอยทั้งร่องลึกและร่องตื้นมากกว่าผิวที่อิ่มน้ำ แต่งหน้าไม่ติด หน้าแห้งลอก ระคายเคืองง่าย แพ้ง่าย ส่วนคนหน้ามัน ผิวจะยิ่งมันเพราะผิวจะผลิตน้ำมันออกมาชดเชยความชุ่มชื่นที่หายไป
รู้อย่างงี้แล้วการเติมน้ำให้ผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่น้อย
ดังคำกล่าวที่เรามักจะได้ยินอยู่เสมอๆ ว่า
"ความชุ่มชื่นเป็นพื้นฐานของผิวที่ดี"
เพราะหากผิวเรามีความชุ่มชื่นไม่เพียงพอ
แม้ว่าจะโบกสกินแคร์ตัวท็อปทั้งหลายทั้งปวง
แต่ผิวแห้งแคร๊กของเรามันไม่สามารถรับสกินแคร์เหล่านั้นไปบำรุงต่อได้
แล้วจะเกิดประโยชน์อันใดกันเล่า !!!!!
/ / / / / / / / / / /
? สาวๆ รู้อีกหรือไม่คะว่า....
การเติมน้ำให้ผิวไม่ใช่แค่การทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะ
แต่ยังรวมถึงขั้นตอนการทำความสะอาดผิวด้วย หลายๆ คนบำรุงทุกอย่างดีแล้ว
แต่ผิวยังขาดน้ำอยู่
เกิดจากการใช้คลีนซิ่งผิดประเภทนั่นเองค่ะ
สังเกตได้จากการล้างแล้วผิวแห้งเอี๊ยดเกินไปหลังใช้ เพราะนั่นคือการทำให้น้ำระเหยออกจากผิวเยอะมาก
เราก็เป็นคนนึงที่เคยละเลยความสำคัญของ
ขั้นตอนนี้
เมื่อก่อนอะไรเช็ดได้ก็เช็ดหมด
ไม่ได้คำนึงถึงสภาพผิวเท่าที่ควร
จนเมื่อเข้าสู่อายุ 32 ปี แล้วไซร้ จึงได้สติขึ้นมาว่า แกรรรรร
แกรต้องพิถีพิถันต่อการใช้คลีนซิ่งมากขึ้นแล้วนะ
และในต้นปี 2020 นี้ ก็เป็นโอกาสดีมากๆๆๆๆ ที่เราได้ทดลองใช้ Bioderma Hydrabio H2O คลีนซิ่งวอเตอร์สูตรไมเซล่า ที่ตอบโจทย์สภาพผิวผสมค่อนไปทางแห้งและขาดน้ำของเรามากที่สุด
แต่เค้ามีอะไรดี เค้าเป็นยังไง มันเป็นยังไง มานเป็นยังงาย
เรามาทำความรู้จักคุณคนนี้ไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ ?
Bioderma Hydrabio H2O Moisturising
Make-up Removing
Micelle Solution
? คำเคลมจากแบรนด์
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าและรอบดวงตาสูตรน้ำชนิดไม่ต้องล้างออก สามารถเช็ดเครื่องสำอางแม้เป็นเครื่องสำอางชนิดกันน้ำได้อย่างหมดจดในขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องล้างออกอีกครั้ง ทำความสะอาดอย่างล้ำลึกและไม่ทำร้ายผิวที่บอบบาง
สูตรอ่อนโยน ลดโอกาสการแพ้ ป้องกันการสูญเสียน้ำ เพิ่มความชุ่มชื่นภายในผิวตามธรรมชาติ
เหมาะสำหรับผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ และขาดความชุ่มชื่นโดยเฉพาะ
ยิ่งเช็ดผิวยิ่งชุ่มชื่น มีสารสกัดจากเมล็ดแอปเปิ้ล วิตามินบี 3 และกลีเซอรีน จึงเป็นคลีนซิ่งที่ช่วยให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว
ใช้เทคโนโลยี Micellar Water ช่วยดึงความมันบนใบหน้า ดูดซับเครื่องสำอาง รวมถึงขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ออกจากผิวได้อย่างหมดจดโดยไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ และไม่ทำให้ผิวเสียความเป็นกรดด่างตามธรรมชาติ
ใช้นวัตกรรม Aquagenium สิทธิบัตรเฉพาะที่พบได้ในไฮดราบิโอ โดดเด่นพิเศษในเรื่องการคงความชุ่มชื้นให้แก่ผิวผ่านการเสริมสร้าง Hydrolipidic film ในผิวตามธรรมชาติ ทำให้รู้สึกสดชื่นในทันทีที่ใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งผ่านความชุ่มชื่นตามธรรมชาติของเซลล์ผิว ป้องกันการสูญเสียน้ำ คืนความสมดุลและเพิ่มความแข็งแรงให้ผิว อ่อนโยนต่อผิวอย่างแท้จริง ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังใช้
ช่วยผ่อนคลายและคืนความสมดุลให้ผิว จึงทำให้รู้สึกสดชื่นในทันทีที่ใช้
ปราศจาก : น้ำหอม สารอุดตันรูขุมน ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
ขายดีอันดับ 1 ในหลายประเทศทั่วโลก
? วิธีใช้
ข้อแนะนำจากแบรนด์
สามารถใช้ทุกวัน ทั้งเช้าและเย็น และหลังจากใช้แล้วไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ นั่นคือจบกระบวนการทำความสะอาดผิวแล้ว
แต่ส่วนตัวเราใช้เฉพาะตอนเย็นและต่อด้วยการล้างทำความด้วยคลีนเซอร์อีกครั้งเพื่อความมั่นใจ มันก็คือการ Double cleansing นั่นเองค่ะ
ตามมาดู Step การใช้ของเรากันเลย ?
Step 1 : เทไฮดดราบิโอ้ เอชทูโอ ลงบนสำลีแผ่น
Step 2 : เริ่มเช็ดบริเวณรอบดวงตาโดยแปะสำลีค้างไว้สักพัก จากนั้นใช้วิธีซับเบาๆ จากบนลงล่าง
Step 3 : เช็ดทำความสะอาดผิวหน้า และรอบดวงตาอย่างเบามือ เราเช็ดตามแนวโพรงขนของตัวเอง และเช็ดซ้ำทั่วใบหน้าจนสำลีสะอาด ( ขี้นตอนนี้หากใครพอใจแล้วก็จบ ไปที่ Step 5 ได้เลยค่ะ
Step 4 : ล้างหน้าอีก 1 ขั้นตอนด้วยคลีนเซอร์
Step 5 : ซับหน้าเบาๆ ด้วยผ้าขนหนูหรือทิชชู
มาเล่นกันเถอะๆ
อย่าเพิ่งเชื่อ ถ้ายังไม่ได้ทดลองและเห็นด้วยตา
?
เราจะทดลองให้ทุกคนได้เห็นว่าน้อง Bioderma Hydrabio H2O ที่มีความใสแจ๋วและอ่อนโยนต่อผิวบอบบางแบบนี้จะเอาเมคอัพกันน้ำแบบแน่นๆ อยู่หรือเปล่า และจะสู้สิ่งที่เกิดมาเพื่อ Eye & lip makeup remover อย่าง Bifesta ลูกรักของเราได้หรือไม่
Let's go!!!
ความแน่นของหน้าในวันนี้นั้น......
Waterproof makeup ทั้งนั้นนะคะ
Bifesta Eye Makeup Remover
เค้าก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีเสมอต้นเสมอปลายของเค้า เพราะน้องเค้าเกิดมาเพื่อสิ่งนี้
Bioderma Hydrabio H2O คลีนซิ่งวอเตอร์สูตรไมเซล่า สูตรนี้สามารถสู้ได้ชนะเลิศเลยนะ สามารถทำความสะอาดเมคอัพรอบดวงตาได้อย่างหมดจดและให้ความรู้สึกที่แตกต่างคือ ผิวหนังรอบดวงตาที่ใช้น้องเค้ามีความชุ่มชื่นมากกว่าตอนที่ยังไม่ได้ใช้ เลิฟฟฟฟฟ
แต่มีข้อแนะนำนิดนึงคือต้องใช้เวลาแปะตาเพื่อดูดซับเมคอัพนานขึ้นมาหน่อยนะคะ
✏️ สรุปอีกครั้งคือ เช็ดได้สะอาดหมดจดจริงๆอ่ะแกร๊ !!!
Next step ?
เช็ดหน้ากันเถอะ ๆ
วิธีเช็ดทำความสะอาดหน้าของเราคือ เช็ดตามแนวโพรงขนนะคะ เพราะวิธีนี้ช่วยลดสิวผด สิวอุดตัน ได้เยอะเลย และช่วยชะลอไม่ให้หน้าเหี่ยวเร็วเกิ๊นได้ด้วยน๊า
? ผลลัพธ์หลังการใช้
Bioderma Hydrabio H2O สูตรนี้เหมาะกับผิวผสมค่อนไปทางแห้งและขาดน้ำแบบเรามากๆ ค่ะ ที่สำคัญคือเค้าทำความสะอาดได้อย่างหมดจด ไม่เว้นแม้แต่ Waterproof makeup ... คุณเค้าเอาอยู่จริงๆ เมื่อเช็ดทำความสะอาดผิวจะรู้สึกเย็นๆ ผ่อนคลาย และสัมผัสได้ในทันทีว่าผิวชุ่มชื่นเหมือนได้รับการบำรุงควบคู่กันไปด้วย จากการใช้อย่างต่อเนื่องของเราเกือบๆ 1 สัปดาห์ เค้าไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน หรือระคายเคืองผิวเลยค่ะ แม้ผิวที่บอบบางที่สุดอย่างรอบดวงตา ก็ไม่ได้รู้สึกแสบตาและระคายเคืองเลยนะ และแม้จะมีสิวอุดตันเม็ดเป้งบริเวณแก้มแต่เรากลับรู้สึกว่ามันอ่อนโยนและทำความสะอาดหมดจริงๆ จนทำให้สิวเม็ดเป้งที่อักเสบจากการบีบลดลงไวกว่าปกติมาก เห็นมั้ยคะว่าความชุ่มชื่นมันดีต่อผิวทุกสภาพผิวจริงๆนะ ผิวที่เป็นสิวยังต้องการความชุ่มชื่นเลย และด้วยความที่หลังเช็ดเมคอัพแล้วมันสบายผิวมากกกกกก ๆๆๆๆ จนเราลืมตัวทำนู่นทำนี่ผ่านไป 2-3 ชม. ทุกคนนนนนนน ผิวของเรายังชุ่มชื่น ไม่รู้สึกระคายหรือแห้งตึงเลย เพราะฉะนั้นที่แบรนด์เคลมว่าหลังเช็ดไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ ... นั่นคือจริงอย่างที่เค้าว่า แต่เราก็ยังชอบที่จะ Double cleansing อีกครั้งอยู่ดี อิอิ
จากภาพจะเห็นว่าเราใช้สำลีทั้งหมด 6 แผ่น โดยใช้สำลีเช็ดทั้งสองด้านนะคะ ถือว่าไม่ได้ใช้สำลีจำนวนมากกว่าคลีนซิ่งตัวอื่นๆ ที่เราใช้ประจำๆ เลย อาจจะดูเยอะใช่ม๊าาาาา เพราะเราเช็ดหน้าแล้วก็เอาไปเช็ดหู เช็ดคอด้วยไง ... อย่าลืมว่าเวลาเราทาครีมรองพื้นหรือทาแป้งพับตั่ง ๆ นานา เราทาไปจนถึงหูและลำคอเลยนะทุกคน ดังนั้นอย่าลืมเช็ดบริเวณนั้นด้วยนะคะ
? Special part
ไขข้อข้องใจ : ทำไมบำรุงผิวอย่างดีแล้วผิวยังขาดน้ำอยู่
การที่สภาพผิวของแต่ละคนไม่ว่าจะเป็นผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม ขาดน้ำ!!!!!!! ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วยนะคะ จึงเห็นได้ว่าแม้ว่าเราจะบำรุงผิวเป็นอย่างดีแล้วก็ตามแต่ผิวก็ยังขาดน้ำอยู่ โดยสาเหตุของผิวขาดน้ำส่วนใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของพวกเราเองนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็น
1. การดื่มน้ำน้อยเกินไป คือ น้อยว่า 2.7 ml/day
2. นอนดึก ช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00 - 01.00 เป็นช่วงที่เราควรนอนหลับให้สนิทที่สุด เพราะกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวอยู่ในช่วงนี้ค่ะ
3. อยู่ในห้องแอร์นานๆ ... รู้ๆกันอยู่
4. เว้นการบำรุงผิว โดยเฉพาะตอนกลางคืน
อารมณ์บับ!!!! ชั้นง่วงแล้วววววว และปิดไฟนอนเลย ... ทำแบบนี้บ่อยๆ ไม่ดีแน่ๆ น๊าาาาา
5. ใช้คลีนซิ่งผิดประเภท คือใช้ไม่เหมาะกับสภาพผิว จะรู้สึกว่าผิวตึง ผิวเอี๊ยดเกินไป
6. การบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือของที่มีน้ำตาลสู๊งงงงง สูง สิ่งเหล่านี้ทำให้ผิวแห้ง ผิวเหี่ยว เซลล์แก่ไวกว่าปกติได้ค่ะ (เทกาแฟในมือทิ้งแป๊บ !!!! ล้อเล่นนนน 555)
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของฮอร์โมน โดยเฉพาะช่วงวันนั้นของเดือน สภาพอากาศ รวมถึงสิ่งแวดล้อม บลาๆๆๆ ที่ทำให้ผิวของเราขาดน้ำ
ดังนั้นหันมาดูแลผิวของเราให้เต็มน้ำอิ่มฟูกันตั้งแต่ตอนนี้เถอะค่ะ เพื่อผลลัพธ์ของผิวที่ดีในระยะยาว
สำหรับวันนี้ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและขอบคุณ JebanxNAOS ที่ให้เราได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ตรงกับสภาพผิวแบบนี้นะคะ
แล้วพบกันใหม่
บ๊ายบายคร้า
พกจีบันไว้ใกล้ตัว
อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป
Discussion (11)