[ที่สุดของแจ้] สร้างงานผิวระดับแม่ชมด้วย Jung Saem Mool

King of Eugenie

King of Eugenie

ดู Profile

ฮายยยย ซิสสสสสสส


วันนี้คิสมาแบบพิเศษมากกก มากกว่าทุกๆครั้งที่เคยผ่านมา คิสเคยได้เข้า workshop ตามงานต่างๆบ้าง รวมถึงบ้านJeban.comก็มี workshop ดีๆจัดให้ลูกบ้านเสมอ


แต่ครั้งนี้เป็น exclusive workshop ที่มีนักเรียนทั้งหมด 20 คน!! คือเรียกว่าที่สุดของการประชิดตัวพี่ป้อมแล้วค่ะ แล้วยังไม่นับคุณสุ* และสตาฟจากทาง JSM ที่มาประกบกันแบบ 1:1 นี่เรียกว่ามองไกลๆนึกว่าแข่งขึ้นสายยูโดกันเลยทีเดียว ประกบคู่เลย


*คิสเข้าใจเอาเองว่าคุณสุน่าจะเป็นผู้บริหารจากทางแบรนด์ เพราะรู้รายละเอียดของสินค้าทุกอย่างเหมือนมี harddisk ติดอยู่ข้างๆหู ข้อมูลแน่นมากๆ และสวยมากด้วย คือหยิบของชิ้นไหนขึ้นมาสามารถบอกรายละเอียดได้หมด เหมาะกับใครยังไง ที่มาที่ไป วิธีการใช้ ความพิเศษของชิ้นนั้นๆ เหมือนกับว่าได้อยู่ร่วมกับ R&D มาด้วยกันเลย


ในงาน workshop หลังงานก็มีสินค้าให้เลือกซื้อกันได้ตามอัธยาศัย คิสอยากจะกวาดมาให้หมดเลยค่ะ 55 แต่เราจะค่อยๆไปกันเนอะ ของทีกองอยู่ที่บ้านจะได้ไม่น้อยใจกัน
 

ก็เป็นอีกเสียงถ้าไปถึงแบรนด์ JSM ว่าอยากขอให้มีกิจกรรมแบบนี้สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์อีกจังเลยค่ะ เพราะทริคดีมากๆ และสินค้าคือน่าใช้ทุกตัวจริงๆ ไม่เหมือนที่เราแค่อ่านจากในรีวิว คนแนะนำเท่าไหร่ไม่เท่าที่เรามาสัมผัสใช้งานด้วยตัวเองจริงๆ ใช้แล้วรักหมดเลย หลงรักแบรนด์นี้เลยค่ะ

workshop จัดที่ co-working space ที่ Siam Discovery นะคะ นับถือสปิริต JSM มากๆที่ขนของมาจัดรายการพิเศษให้เรามีโอกาสเลือกซื้อในราคาพิเศษสุดๆ ของจริงๆคือเยอะมากค่ะ
"workshop จัดที่ co-working space ที่ Siam Discovery นะคะ นับถือสปิริต JSM มากๆที่ขนของมาจัดรายการพิเศษให้เรามีโอกาสเลือกซื้อในราคาพิเศษสุดๆ ของจริงๆคือเยอะมากค่ะ"

คิสมีซื้อสินค้าของ JSM (ขอเรียก Jung Saem Mool เป็น JSM นะคะ) บ้าง แต่คือหลายๆชิ้นคิสไม่ได้มีโอกาสได้ทดลองเลย ไม่ได้เทส เทสก็เทสกับมือ ไม่กล้าเทสกับผิวหน้า และตอนที่แบรนด์เปิดตัว คิสก็ไม่ได้เข้า workshop ไม่ได้เจอตัวจริงของคุณจอง ตอนนั้นก็ยังคิดเสียใจ น้อยใจเลยค่ะว่าทำไมเราไม่ได้เจอ


ตอนนี้เรียกว่าความรู้สึกมันแบบ overwhelmed มากๆ คิสรู้สึกดีใจสุดๆไปเลย เพราะอะไรที่อยากลอง คิสได้ลองแบบสาแก่ใจ JSM จัดเต็มให้ได้ลองแบบทุกอย่าง ไม่มีหวงของ ไม่มีกั๊ก และที่สำคัญที่สุดคือคิสได้รู้จัก JSM มากขึ้นจาก workshop นี้ว่าไม่ได้มีดีแค่คูชั่น หรือ JSM ไม่ใช่คสอ.สายเกาหลีแบบเราคุ้นเคยกัน แต่เป็นคสอ.ระดับโปรเหมือน MAC, Nars, MUFE etc.

ก่อนที่อะไรๆจะพร้อม แม่เราต้องพร้อมก่อนค่ะ 55555555555


คิสเห็นพี่ป้อมครั้งแรกคืออยากจะกริ๊ดมากๆแต่เก็บอาการ เพราะไม่เคยได้ใกล้ชิดขนาดนี้เลย และคิสมองพี่ป้อมเป็นศิลปิน คือเป็น Artist อย่างแท้จริง คือเทพกว่านี้คิสก็คิดไม่ออกละนะ ถ้าที่เกาหลีมีท่านจอง ที่ไทยก็มีท่านป้อมนี่ละคะ


และอย่างที่บอกว่าเป็น exclusive สุดๆทำให้ได้รับเทคนิคและความใกล้ชิดแบบชิดกว่านี้อาจจะขอพี่ป้อมเป็นคนสวน แม่บ้าน ช่วยเอาหนูกลับบ้านไปด้วยนะคะ อยากอยู่เป็นลูกมือถือกระเป๋าให้พี่ป้อมตลอดไปเลย ตัวจริงน่ารักที่สุด

ในระหว่างที่ clean หน้านางแบบ ก่อนจะเริ่มต้น Workshop ก็ยังทำให้เรารู้ว่าความสวยงามเป็นเรื่องอยู่คู่กับเราทุกๆนาทีค่ะ ก่อนที่เราจะทำให้ใครสักคนสวยได้ เราต้องสวยก่อน ชอบหลักการนี้มาก แม้พี่ป้อมไม่ได้บอกไว้


((รูปนี้เอามาหยอกโดยเฉพาะค่ะ เพราะ workshop ก็ยังไม่ได้เริ่มเลยตอนนั้น ใครที่แต่งหน้ามาก็คลีนผิว บางคนก็หน้าสดมาเลยค่ะ))

เข้ามาประจำที่ก็อวทม.ค่ะ มีจัดของไว้ระหว่างโต๊ะแบบจัดเต็ม แต่หน้า station ก็จะเป็นอุปกรณ์ประจำตัว
"เข้ามาประจำที่ก็อวทม.ค่ะ มีจัดของไว้ระหว่างโต๊ะแบบจัดเต็ม แต่หน้า station ก็จะเป็นอุปกรณ์ประจำตัว"

คิสตั้งใจว่าจะมาบอกประสบการณ์ เพราะแชร์เทคนิคดีๆที่พี่ป้อมและพี่สุได้ให้ไว้ แต่ด้วยความที่แรมต่ำของคิสก็เรียกว่าขอ breakdown มาเป็นข้อๆ อาจจะมีข้อมูลเพี้ยนๆไปบ้างนะคะ พยายามจะจำและปรับมาใช้ให้มากที่สุดค่ะ


ก่อนที่จะไปถึงเทคนิค อย่างแรกที่คิสอยากจะบอกเลยคือ


"ถ้าอยากแต่งหน้าให้สวย ผิวเราต้องสวยก่อน"


นี่คือเป็น key word ที่ทำให้แบรนด์นี้ทำเครื่องสำอางออกมาเป็นสายบำรุงซะเกือบหมด ทุกตัวที่ลง prep ผิวมีสารบำรุงผิวจนต้องเรียกว่าเป็นกึ่งสกินแคร์ กึ่งเมคอัพ


ซึ่งเหตุผล?? พี่ป้อมมีบอกเอาไว้ค่ะ canvas วาดรูปที่ดี ใครๆก็บอกว่าต้องมีผิวที่ดี แต่พี่ป้อมพี่สุให้ข้อมูลคิสมากกว่านั้น เพราะความเป็นจริง จะมีสักกี่คนที่เกิดมามีผิวที่ดีแต่กำเนิด

รูปต่อๆไปจากนี้คิสถ่ายไม่ทันนะคะ เพราะแค่แต่งหน้ายังลงช้ากว่าคนอื่นหมดเลย 55
"รูปต่อๆไปจากนี้คิสถ่ายไม่ทันนะคะ เพราะแค่แต่งหน้ายังลงช้ากว่าคนอื่นหมดเลย 55"

พี่ป้อมและ JSM ได้ให้ความรู้ใหม่ๆว่า "ผิวที่ดีและดูเด็กของสาวเกาหลี เกิดจากการที่ร่องผิวจริงถูกเติมเต็มด้วยสกินแคร์ที่อุ้มน้ำในผิวไว้ด้วยความชุ่มชื้นทำให้ผิวเปล่งประกายและดูสวยจากการบำรุงผิวที่ดี ไม่ใช่แค่จากเครื่องสำอางที่ทาลงไป"


และ


"การบำรุงผิวเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด การใช้ครีมหรือเซรั่มบำรุงที่ตรงกับสภาพผิวเราจะช่วยทำให้ make up เราวันนั้นสวยและติดทนได้ทั้งวันการลงสกินแคร์ ทำให้การแต่งหน้าง่ายกว่ามากๆ เรียกว่าเทคนิคการแต่งหน้ายังเป็นรองเทคนิคในการเตรียมผิว"


ที่ว่ามาทั้งหมด คือมันอยู่ใน Base Makeup ของ JSM ทุกๆตัว เพราะสารบำรุงเค้าจัดหนักจัดเต็ม รายละเอียดต้องไปดูที่บล๊อคเกอร์ท่านอื่นเลยค่ะ คิสบอกได้แค่ว่าคิสใช้อะไรบ้าง และมันให้สัมผัสยังไง รู้สึกยังไง

ตัวแรกเป็น Toner มี 2 สูตร สำหรับผิวคนไทยที่อยู่ในอากาศที่ร้อนชื้น หรือคนที่มีสภาพผิวมันก็จะเหมาะกับสูตร Minifying Boosting Toner มากกว่า


ซึ่งตอนแรกก็เดาๆว่าน่าจะเป็นกึ่งๆ astringent หน่อยๆรึป่าว เพราะชื่อที่ดูแล้วน่าจะมีพวกแอลกอฮอล์ทำให้ผิวดูรูขุมขนกระชับชั่วคราว แต่ไม่ใช่เลย มันก็คือโทนเนอร์ที่เต็มไปด้วยสารบำรุงผิวนั่นละ แต่อ่อนโยนมากๆ 


ตัวนี้ใช้เช็ดหรือใช้เป็นน้ำตบผิวแบบเอสเซนส์ก็ได้ค่ะ และกลิ่นดีมาก ตัวนี้พี่ป้อมบอกว่ากระหน่ำใช้ได้เลยไม่ต้องกลัวหน้าเมือกหน้ามัน ดีกับผิวมาก ใส่ไปเลยค่ะ เต็มถัง

ตัวต่อมาเป็นตัวที่คิสเคลิ้มไปกับคำโปรย feat.กันระหว่างพี่ป้อมพี่สุมากๆ เพราะฟังแล้วมันช่างดูดีต่อผิวเหลือเกิน Minifying VC Ampoule(แอมพูล)


คิสยอมรับว่าไม่รู้จักว่า Ampoule คืออะไร แชมพูรู้จัก อัมพุในละครช่อง 3 ก็คุ้นๆ แต่แอมพูลนี่ไม่รู้เลย เคยเห็นหลายทีแล้ว ออกเสียงยังไงก็เพิ่งจะมารู้


อันนี้คือเป็นเทคโนโลยีที่มีเฉพาะในสกินแคร์ของเกาหลีที่ทำให้สกัดสารบำรุงผิวไว้ในแคปซูลขนาดจิ๋วที่เมื่อสัมผัสกับผิวแล้วจะแตกตัวเพื่อทำงานทำการให้ผิวเราดูสดใส ไบรท์แบบ 911 และที่แน่จริงที่สุดคือตัวนี้เป็น Vit C ในขวดใส เพราะเค้าสามารถกักเก็บความสดของ Vit C ไว้ได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องการเสื่อมสภาพ


ตัวนี้ให้สารบำรุงเน้นๆ แน่นๆ ลงไปเติมเต็มร่องผิวเราด้วยไฮยารูลอนนิคเอซิด เนื้อตัวนี้คิสใช้แล้วเบามาก ซึมไวมากๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะค่ะ แต่คิสว่าจากราคาแล้วนั้น ใช้ประหยัดๆหน่อยก็ดีค่ะ 55

มาถึงนางเอกของงานแล้ว!! Essential Mool Cream


ตัวนี้ตั้งแต่ก่อนจะมาถึงเมืองไทย คิสอ่าน JSM มาเยอะมากว่าตัวนี้ห้ามพลาด ประมาณว่าเปรียบเป็นครีมลาแมร์ก็ตัวคลาสสิกแล้ว เป็นตัวที่ก่อนจะไปตัวไหนของ JSM ต้องมาโดนตัวนี้ก่อนเลย


(หลายคนอาจจะสวนกลับมาว่าคูชั่นสิ ใช่ค่ะ คูชั่นของ JSM นี่ขึ้นหึ้งไปแล้วว่าดีมาก แต่ Mool Cream เป็นของใหม่ที่แบรนด์อื่นทำไม่ได้แบบนี้)


ซึ่งพอมาอ่านรีวิวหลายๆรีวิวของคนไทยก็ทำให้คิสเขว้ๆอยู่ เพราะฟีทแบคว่ามันหนึบ หนัก และเหนอะมาก ซึ่งคิสยังไม่ได้แม้แต่จะเทสหน้าเคาทเตอร์ด้วยซ้ำ เพราะอ่านมาก็คิดว่าไม่ต้องลองแล้ว ไม่เหมาะกันแน่นอน


มางานนี้ได้ลองแบบ...ยังไงก็ต้องลองแล้วละ สตาฟกดใส่มือให้มาแล้ว


และพี่ป้อมบอกว่าตัวนี้เด็ดมากเพราะใช้นวดผิวเพื่อเตรียมผิวให้พร้อมสุดๆจากการหมุนเวียนของเลือดบนหน้าดีขึ้น พี่ป้อมอธิบายเทคนิคทั้งการนวดกดจุด การนวดเพื่อ drain ของเสีย(น้ำเหลือง)ออกจากผิว ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทั้งพี่ป้อง ทั้งพี่สุ พูดตรงกันเลยว่า อยากสวยนี่ต้องนวดผิวแบบนี้เลยจริงๆ


และเนื้อที่คิสกลัวไว้ตอนแรก พอสตาฟกดให้คิสก็เซอรไพรสที่เนื้อมันค่อนข้าง runny คิสใช้ 1 ปั๊ม ปริมาณค่อนข้างน้อย* แต่ใช้ได้พอทั้งหน้าบานๆเบี้ยวๆเหมือนที่ดินยังไม่ได้ทำรังวัด นวดดดด นวดๆตามที่พี่ป้อมนวดให้นางแบบค่ะ


และพี่ป้อมแนะนำให้ให้ฝ่ามือถูกันให้เกิดความร้อนอุ่นๆมาประคบผิว เพื่อให้ผิวได้เปล่งประกายแบบสุดๆ ทาทั้งทีก็เอาที่เหลือๆทาคอ ทาหน้าเพื่อนอะไรก็ว่ากันไปค่ะ เรียกว่าอะไรติดไม้ติดมือมาก็เอาให้หมด


ส่วน finish ที่ได้ คิสยอมรับเลยว่าเกินคำว่า Glow ค่ะ ผิวมันฉ่ำมาก ฉ่ำแบบ...โห้ย สุดยอด เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงบอกว่าไม่เหมาะกับผิวมัน แต่เรื่องนี้มีหักมุมค่ะ คิสตอนนวดไป มองในกระจกก็ยังกลัว เพราะผิวใกล้จะปลิ้นออกมาละ


*ปริมาณของที่ใช้ใน workshop ซึ่ง JSM ไม่หวงของนะคะ ใช้ได้เต็มที่ แต่ปริมาณที่ใช้กันจริงๆ ใช้น้อยมากกก แต่ทาหลาย layer ค่ะ เข้าใจแล้วว่าที่บอกว่าแต่งหน้าแบบเกาหลีมันยากกว่า ขั้นตอนเยอะกว่ามันคืออะไร มันอยู่ที่ขั้้นตอนพวกนี้ทั้งนั้นค่ะ

อยากจะขอ coffee break พร้อม ost. ของวงไหนก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเกาหลีก็ได้ เอาร๊อคคงค๊ยมาปลุกใจคิสเลย เยอะมากกก โอ๊วววว ชั้นใช้อะไรเยอะแยะ


นี่การตระเตรียมผิวน๊านนน เพิ่งจะผ่านพ้นไปนะคะ เรากำลังเดินทางเข้าสู่การแต่งหน้าแล้วค่ะ รู้สึกเหมือนรถไฟฟ้าช่วงต่อขยายไปลาดพร้าวเลยนะคะ มีความค่อยเป็นค่อยไปสูงมากจริงๆ


ตอนใช้เบสนี่ทาง JSM ก็มีการแนะนำให้ใช้ สูตรผสมกันเพื่อ finish ที่ดู ideal ต่อผิวมากที่สุด แต่!! คิสผู้ซึ่งจัดหนักจัดเต็มกับ Mool Cream ไปแล้ว ส่องกระจกแล้ว มั่นใจมาก นาทีนี้ขอเลย ขอไม่เอาเลยนะ Glowing Base คือ Glow กว่านี้ก็พร้อมไปเป็นประธานงานฝังลูกนิมิตวัดท่าไม้แล้วค่ะ เราจะหยุดเอาไว้ตรงนี้ ขอ Smoothing มาเลย


และสตาฟหยดให้คิสน๊อยยยยยมาก ซึ่ง JSM ให้เราทำเองได้หมดเลยค่ะ ตั้งแต่ตอน clean หน้า ทากันแดดแล้ว ทุกสิ่งอย่างใช้ปริมาณได้ตามอัธยาศัย แต่คิสเป็น hygiene freak ใน workshop คิสใช้ baby wipe ไปน่าจะราวๆครึ่งแพคได้ เพราะแตะอะไรทีนึง คิสเช็ดมือล้างใหม่หมด รับไม่ได้ค่ะ


พวกเบส ครีม เซรั่ม คิสเลยขอให้สตาฟช่วยจัดการให้ ปริมาณที่ให้มา ขัดใจคิสมากในตอนแรก แต่พอเกลี่ย เฮ้ย มันไปได้อยู่ มันไปถึงด้วย เหมือนขึ้นฝั่งธนฯไป iconsiam เลยค่ะ แบบเฮ้ย นึกว่าจะไปไม่ถึงละ จะแตะไม่ได้ละ เอ๊าาา ถึงเว้ย


มีใครเกทคิสมั๊ยเนี้ย เอาว่าเบสเค้ามัน blend-able มากๆแค่นั้นละค่ะ 555555

อันนี้คือเรื่องที่เสียดายที่สุดใน workshop นี้เลยค่ะ คิสลืมลองใช้เบสสูตรหลอดดำของผู้ชายเค้าไป คิสเคยสวอชเนื้อแล้วสีมันเหลืองที่สุด และฟินิชดีมากๆ อยากได้มากกกก อยากลองมากกก แต่ไม่ได้ลอง!! ลืม!! และคิสต้องลงกับผิวจริงๆเท่านั้นถึงจะเลือกได้ว่าหลอดไหน เอาว่าไว้ค่อยว่ากันค่ะ


คิสมีงอแงเรื่อง "สี" ของ Base Makeup กับพี่ป้อมว่า "หนูชอบเหลืองๆค่ะ เบสก็ขอเหลืองๆ รองพื้น คูชั่นขอเหลืองๆ หนูไม่เอาสีชมพู"


และพี่ป้อมได้ให้ความรู้ใหม่ว่าอันเดอร์โทนของผิวที่ดูเด็กนั้นจริงๆแล้วคือเบสที่อมชมพู(แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่ามันเข้ากับทุกคนนะคะ) การที่เราจะใช้เบสสีต่างๆ เราควรผสมสีให้ได้สิ่งที่ใช่และเหมาะกับผิวของเราจะดีที่สุด


และการเมคอัพนางแบบที่เห็นนั้น พี่ป้อมก็ใช้โทนชมพูตลอด เพื่อให้ผิวดูเปล่งประกายเหมือนผิวเด็ก และใสแบบสาวเกาหลี การที่ผิวจะสวย ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องใช้เฉดรองพื้นเฉดเดียว หรือเบสแค่ตัวเดียว ทุกอย่างผสมได้หมด


นี่คิสเข้าใจผิดมาตลอดเลยจ้าว่าต้องเหลืองๆเท่านั้นถึงดี

JUNG SAEM MOOL Cushion-cealer # Fair Light
"JUNG SAEM MOOL Cushion-cealer # Fair Light"

ในที่สุดก็ถึงขั้นตอนที่เป็น All time favorite(ขอเสียงแบบโมเม swear by)


เรา..จะ...ได้...ลง...คูชั่นกันแล้ว


ซึ่งก็มีหลายรุ่นให้เลือกตามกรรมจัดสรรของแต่ละคนเลยค่ะ เพราะใน workshop มีให้ทุกอย่างจนเรางงไปหมด ต้องให้สตาฟมาช่วยเลือก และได้ใช้ตัวคูชั่นที่เป็นรุ่นที่เน้นทั้งการปกปิด แต่ยังให้งานผิว แถมมีคอนซีลเลอร์ติดถาดมาให้ในตัว


น่าจะเรียกว่าเป็นการรวมกระแสตำถาด กระเพราถาดของเมืองไทยไปแน่ๆค่ะ


งานถาดก็มาและถาดของ JSM ไม่เคยธรรมดาค่ะ ใครมีในมือคงรู้ดี ถาดนี้คือถาดผสมสีที่มีพื้นที่ให้เราเบลนด์และวอร์มเนื้อก่อนใช้งาน เพื่อให้ฟินิชงานผิวได้ดีที่สุด

ใครที่งงกับการเลือกรุ่น cushion ของ JSM ที่เป็นตำนาน ของมันต้องมี ของมันต้องโดนนั้น คิสมีตัวช่วยมาให้ค่ะ งานนี้ต้องขอบคุณ Google จริงๆ เพราะคิสเองก็ไม่สามารถลอง JSM ได้ทั้งหมด ของเค้าเยอะมาก เยอะจนเมาค่ะ

เรื่องเทคนิคการลง cushion อันนี้คือก็เป็นเรื่องใหม่อีก เพราะคิสก็ดูซีรีย์เกาหลีมาเยอะมาก เจ้จวนทายังไงคิสก็ทาตาม แปะๆตามมาตลอด


พี่ป้อมอธิบาย ย้ำ พี่ป้อมอธิบายแล้ว แต่คิสจำไม่ได้!! คือรู้แต่ว่าคูชั่นเป็นหลักการการสร้าง second skin ที่ต่างกับรองพื้น แง้ คิสจำได้เท่านี้ คือมันเป็น water base ที่ผสมกับ essential ingredients ต่างๆในการใช้พิคเม้นท์ปกปิดผิวด้วยการให้เนื้อคูชั่นได้ไป fill up กับผิวเราจริงๆ


การใช้คูชั่นเลยไม่ใช่แค่แปะๆๆๆ แต่เป็นการวอร์มเนื้อเพื่อให้การลงนั้นเป็นเหมือนฟิลม์ชั้นผิวที่ flexi ไม่ให้ความรู้สึกที่หนาหนัก


ให้ตายสิ ถ้าคิสพิมพ์อะไรผิดไปคิสขอโทษจริงๆ ตั้งใจเรียนมาก แต่เซลล์สมองคิสเสื่อมค่ะ ระหว่างที่พิมพ์คิสอยากไปตุ๋นไก่โสมพร้อมโรยใบแปะก๋วยมากๆ คือทำไมจำได้มาแค่นี้ฟระ

เกือบทุกๆงานผิว JSM จะออกแบบให้มีถาดให้วอร์มและผสมสีเหมือนเป็นจานสีอย่างที่เห็นเลย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นรองพื้นแบบตลับ หรือรุ่นคู่ชั่น ทุกรุ่นจะได้อานิสงค์ผลบุญของเจ้จองในการทำถาดรอไว้ให้เราแล้ว


เรื่องการลงคูชั่นมัน amazing korea ตรงที่คิสใช้ปริมาณน้อยมากกก เพราะคิส tap เนื้อมาแล้วก็มาวอร์มกับหลังมือ เท่ากับว่าเนื้อ cushion มันไปอยู่หลังมือคิสมากกว่า แล้วค่อยเอาส่วนที่เหลือนั่นมาลงบนหน้า


คิสว่าคิสแตะไปประมาณ 3 ครั้งเท่านั้น และแตะมาน้อยมากด้วย แต่ปิดริ้วรอยและรูขุมขนคิสได้หมด เรื่อง coverage คือดีมากๆค่ะ เว้นปริเวณที่เป็นแผลเป็น คิสใช้ถาดคอนซีลเลอร์เอามาขยี้ต่อให้ไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน ก็ถือว่าปิดได้บ้าง แต่ไม่ได้ถึงกับปิดจนไม่เห็นเหมือนงาน MAC ที่อันนั้นปิดรอยสักก็ได้ค่ะ

ขั้นตอนถัดมาเป็นขั้นตอนที่คิสหลบสายตาจากพี่ป้อมมากๆ เพราะมันคือขั้นตอนการลงแป้ง ซึ่งมีทั้งแป้ง pressed, แป้งฝุ่นให้เลือกตามลำบาก


และคิส ผู้ซึ่งหลบเลี่ยงการลงแป้ง ถ้าคิสจะต้องลงแป้งจริงๆ นั่นคือคิสต้องลงกับแป้งที่ค่อนข้างมั่นใจว่าจะไม่ทำให้คิสหน้า...Matte(ด้านชา) คือคิสไม่ชอบความดูแห้ง ความแมท ไม่ชอบจริงๆ แป้งตัวนั้นต้องให้ฟินิชที่ดูเบาบาง ไม่ดูดความ Glow ของคิสออกไป


เอาว่าเรื่องแป้งคิสมีลงบ้างนิ๊ดดดเดียว พอเป็นพิธีตรงที่โหนกคิ้วและบริเวณที่เก็บหางคิ้วด้านบน ทำตามที่พี่ป้อมบอกทุกประการ


ส่วนที่เหลือก็สะบัดๆหลอกทุกคนใน workshop ไปค่ะ ที่เซอรไพรสคือแปรงแป้งด้ามนี้ของ JSM ดีมากกกกก พระเจ้า แปรงก็ยังเทพอีก คิสเพิ่งซื้อ Hakuhodo ไปเลยไม่กล้าซื้อ ไม่งั้นโดนคุณแฟนด่าแน่นอน


ตัวนี้แนะนำสาวๆทุกคนค่ะ ซื้อเลย ซื้อเหอะ ถูกมากๆๆๆๆ ถ้าจำราคาไม่ผิดคือ 6xx ราคาบ้าบอมาก คือตั้งราคามาได้แบบคุณภาพนี้ ตั้งมา 1,500 ก็ยังเหมาะกับค่าตัวค่ะแปรงเค้าดีจริงๆ ใช้งานได้หมดทุกอย่าง แปรงสารพัดประโยชน์ (ตัวด้ามที่คิสถือในรูปนะคะ ตัวอื่นคิสแทบจะไม่ได้ใช้ค่ะ เลยไม่กล้าคอนเฟริม)

หลังจากเราจบที่ Base Makeup แล้ว ส่วนที่เป็น Point Makeup ไม่ว่าจะตาแก้มปาก พี่ป้อมก็มีทริคและเทคนิคที่ทำให้แต่งแบบ...เฮ้ย มันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ


หรือแม้แต่สิ่งที่เข้าใจผิดกันมาตลอด เรื่องการกรีดอายไลเนอร์ที่ทำให้ตาดูโตสวยและน่ารัก ดูเด็ก ดูตาชัด ด้วยการให้ช้ไลเนอร์ชิดขอบตาให้มากกี่สุด เส้นบางที่สุด แค่เติมช่องว่างระหว่างขนตาก็พอซึ่งถ้าเป็นเสื้อผ้าก็ต้องบอกว่า silhouette ชัดขึ้น แต่ไม่ดูคม ดูไม่ดุ ไม่น่ากลัว


การลงอายแชโดว์ที่เน้นความเปล่งประกายสดใสของตา(คิสใช้ของ point makeup เค้าเกือบจะทุกตัวเลย ลองสะใจจริงๆ) ตัวอายแชโดว์ prism ของเค้าเด็ดมาก คิสฟาดไป 3-4 สีค่ะ ยิ่งทายิ่งชอบ ใช้นิ้วนี่ละปาดๆๆๆ ปาดไปเรื่อยๆค่ะ เพราะวิ๊งเค้าสวยจริงๆ


ส่วนงานคิ้ว อันนี้คิสยอมแพ้ คิสทำตามเทคนิคพี่ป้อมไม่ได้ค่ะ ฝีมือไม่ถึง ในการทำให้ขนคิ้วดูเป็นเส้น ทำให้คิ้วได้รูปที่ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้หน้าดูเด็ก


พี่ป้อมแนะนำเรื่องคิ้วสไตล์ที่ทำให้เราดูสวยเป็นธรรมชาติ คือคิ้วที่มีส่วนโค้ง (arch) ตามแนวคิ้วแบบตรง ไม่ตก ไม่ใหญ่ ไม่หนา ไม่โก่ง และไม่ยาวจนเกินไป


ส่วน wing หรือหางของการลงอายไลเนอร์ ให้ลงตามรูปตามไม่ต้องตวัดหางแบบ cat eye ให้ดู fierce เพราะทรงรูปตาของคนเกาหลีนั้นเป็นครงแบบ puppy eyes การเขียนให้ดูเด็กก็ลากเส้นตามรูปตาเพียงเล็กน้อยให้ดูรูปตายาวขึ้น ทรงดูเกือบจะอัลมอนด์มากขึ้น แต่ไม่ต้องเฉียวเก๋เปรี้ยว เพราะมันไม่ใช่ธรรมชาติค่ะ


ส่วนการเชดดิ้งนั้นข้ามไปเลย ไม่มีค่ะ ในบางรูปหน้าที่สัดส่วนต้องปรับอาจจะจำเป็น แต่การแต่งหน้าให้ดูอิ่มสวย ดูเด็ก ไม่เน้นเรื่องการ shading ให้หน้าตอบแบบนางแบบรันเวย์ ปล่อยให้ผิวได้เบิกบานตามธรรมชาติ


ส่วนลิปการทาปาก อันนี้พี่ป้อมนี่เตรียมให้นางแบบไว้ตั้งแต่ตอน clean หน้าเสร็จปุ๊บ พี่ป้อมทาบาล์มเอาไว้รอแต่แรกแล้วค่ะ เพราะพี่ป้อมบอกว่าริมฝีปากบอกอายุของคนเราได้เหมือนคอ เพราะปากเป็นเนื้อเยื่อ ไม่เหมือนผิวส่วนอื่นๆ ถ้าอยากดูเด็ก ริมฝีปากจะต้องฉ่ำ อิ่ม ดู plump สวยเพราะนั่นคือรูปปากของเด็กค่ะ คนถึงได้ฮิตไปฉีดฟิลเลอร์ปากกัน เพราะพอปากดูอิ่มสวย ก็ดูหน้าเด็กขึ้นทันที

ถึงแม้คิสจะได้ลองใช้ Point Makeup ของ JSM เกือบทุกตัว แต่เรื่องสายนี้คิสไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่เลยไม่กล้าไปเจาะลึกมากค่ะ บอกได้แค่ว่าชอบตัวไหนมากเป็นพิเศษ


(Contour Palette เค้าก็สารพัดประโยชน์ และ Eye Prism คืองานดีมาก คิสเล่นสนุกมากๆ ปาดแบบไม่กลัวคนมองเลย คือมันสวยมากจริงๆ)


ส่วนลุคที่ได้จากงานนี้หรอ

คิ้วคิสไม่ได้จริงๆ 555555555555 คือทำตามไม่ทันไม่พอ ทำไม่ได้ด้วยค่ะ
"คิ้วคิสไม่ได้จริงๆ 555555555555 คือทำตามไม่ทันไม่พอ ทำไม่ได้ด้วยค่ะ"

ก็นับเป็น workshop ที่สนุกสุดแสนแดนเนรมิตมากๆ คิสปลื้มมากๆที่เจอพี่ป้อมตัวเป็นๆ และการได้เจอทีม JSM รวมถึงคุณสุที่สวยแบบสง่างาม (คิสนึกถึงนิยามของผู้หญิงในแบรนด์ Suqqu ไม่รู้ทำไม คุณสุลุคเป็นแบบนั้นจริง ดู elegance แต่ไม่หยิ่ง)


สำหรับของที่คิสสอยมาจากงานนี้ก็เขินๆนิดหน่อยที่มีแค่ตัว Mool Cream มาเพิ่มจากในกรุคิสตัวเดียว อยากได้เบสสักหลอด แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้จนกว่าจะได้ลองหลอดดำ 


ตอนนี้คิสมีตัว JSM star cealer foundation และ Essential Skin Nuder Cushion และ....คิสยังไม่ได้เปิดใช้เลยสักอันเดียว 55555555 คือทั้งหมดที่คิสมี คิสใช้แค่พัฟกับแปรงที่มาให้ค่ะ เพราะเปิดใช้งานไม่ทัน ถ้าทำรีวิวคงทำให้สาวๆได้แต่ Mool Cream ค่ะ หรือควรเปิดใช้คูชั่นตีคู่กันไปเลยดี คิดก่อน แฮร่

ของเล่นอันมากมาย คิสได้ลองทุกอย่างจริงๆที่อยากลอง แบรนด์ใจถึงมากๆค่ะ
"ของเล่นอันมากมาย คิสได้ลองทุกอย่างจริงๆที่อยากลอง แบรนด์ใจถึงมากๆค่ะ"

จบงาน workshop คิสอยากเปิดใช้เลยทันที ทั้ง 2 ตัวที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ค่อนข้างซ้ำหน้าที่กับตัวที่คิสเปิดใช้อยู่ แต่ Mool Cream อันนี้คิสใช้เลยวันถัดมา เพราะอย่างที่บอกข้างบน มันเหมือนครีมไว้นวดหน้า มันฉ่ำมากๆๆๆๆ แต่พอลงคูชั่นกลับได้ลุคที่มีมิติ ผิวดูสวยมาก ต่อให้ไม่ลงแป้งก็รอดค่ะ ส่วนตัวคิสคิดแบบนี้นะ คิสอาจจะคิดไม่เหมือนคนอื่นค่ะ*


*คุณสุ JSM เล่าว่าพี่ป้อมเค้าบอกว่าน้องคนนี้ได้ทะลุมิติของความเป็น jung saem mool เข้ามาเรียบร้อยแล้ว คือเค้าต้องการ Glass skin จริงๆ ก็คิดว่าเป็นคำชมแน่ๆเลยค่ะ 55555555555555555555

มารวมตัวกันโดยได้นัดหมายไว้แล้ว และดูทรงคงได้ขยับขยายไปเรื่อยๆแน่ๆ


ตอนนี้คือรู้แต่ว่า Mool Cream เป็นไอเท็ม must have มากๆ ใครที่ชอบให้ผิวดูเด็ก แบบสวยแบบ...ผิวมันเปล่งประกาย คิสแนะนำมากจริงๆ คิสไม่รู้สึกว่าเป็นการเคลือบผิวไว้แบบ coating แต่มันเป็นการเอาสารบำรุงผิวเข้าเติมในส่วนที่เป็นริ้วรอย อำพราง dead cell ของผิวเรา และทำให้ผิวมันดูดีจาก inside out อยากให้ทุกคนได้ลองมากๆ แต่ควรใช้คู่กับตัวอื่นๆด้วยนะ ใช้เดี่ยวๆไม่ได้แน่นอน ตัวนี้ดีงาม ผิวดูเหมือนทำบุญมาดี กุศลดาเมจแรงมาก 55

รักพี่ป้อมมมมม หนูขอเป็นเด็กถือของให้พี่ได้ม๊ายยยย อยากอยู่กับคนๆนี้ มีแต่พลังของความสุขออกมาค่ะ
"รักพี่ป้อมมมมม หนูขอเป็นเด็กถือของให้พี่ได้ม๊ายยยย อยากอยู่กับคนๆนี้ มีแต่พลังของความสุขออกมาค่ะ"

ทั้งนี้ทั้งนั้นการใช้งานคือคิสว่าต้องประกอบไปด้วยหลายอย่างค่ะ ไม่งั้นอาจจะได้ฟินิชที่ไม่ชอบก็ได้ ส่วนตัวคิสก็เอาทริคมาปรับใช้และก็ชอบนะ วันนี้มองหน้าตัวเองเพลินมาก 55 หลงตัวเองสุดๆ


ก็หวังว่าสาวๆจะถูกใจกับมหากาพย์ workshop ของ JSM ในครั้งนี้นะคะ คิสก็ยังตั้งตารอคอยจะได้เจอคุณจองแบบตัวเป็นๆ และก็ยังหวังจะได้เจอพี่ป้อมอีกครั้ง เพราะหลงรักเลย เจอทีเดียวก็แบบ...โห้ สมกับที่เราปลื้มจริงๆ พี่ไนซ์มากๆ


ไปแล้วค่ะคืนนี้ ขอให้สาวๆหลับฝันดีและตื่นด้วยความสดใสค่ะ


^^

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย