ฮาวทู... ไปทะเลแล้วหน้าไม่พัง

ฮู้วววว สิ้นปีแล้ว ใครจะกำลังไปท้าเล

ขอนำเสนอ

“ฮาวทู….. ไปทะเลแล้วหน้าไม่พัง” 

เราจะพาไปพิสูจน์ไกลถึง มัลดีฟสสสส์! 


........


ความท้าทายมันอยู่ที่หลังจากลงเครื่อง วันถัดไป ต้องไปงานแต่งเพื่อน! 

........ 

นี่เป็นเหตุที่ต้องขนสกินแคร์ กอบโกยของที่จะกู้หน้าได้ทุกอย่างไปมัลดีฟส์ด้วย 

เป้าหมายคือ อยู่มัลดีฟส์หน้าชั้นต้องดี และ กลับไทยหน้าจะต้องไม่เบิร์น!!

ประวัติผิวหน้าของผู้รีวิว

  • ก่อนจะเริ่มรีวิว ขอบอกก่อนว่าพื้นเพ ไม่ใช่คนผิวดี ไม่ได้มีแต้มบุญเรื่องผิวมาแต่กำเนิด
    การรีวิวนี้จึงขอจำกัดคำว่าใช้แล้วผิวดีขึ้น คือดีขึ้นจากพื้นเพเดิมของเรานะคะ

  • เคยแพ้หนักจากการซื้อครีมในออนไลน์ จนหน้าเสียศูนย์ เสียสมดุล สิวขึ้นทุกอนู ถึงแม้ตอนนี้จะดีขึ้นแล้ว แต่ก็ทำให้ผิวอ่อนแอ และเซนเซทีฟกับครีมที่มีสารเคมีแรงๆง่ายมาก บวกกับเป็นคนหน้ามัน หน้าขาดน้ำ นอนไม่พอ 


 Checklist ที่ต้องเตรียมไปทะเล

  1. ครีมกันแดด ทริปนี้เราใช้ครีมกันแดดแบบกันน้ำของ MizuMi ขวดสีส้ม เพราะเป็นครีมกันแดดที่สำหรับเรามันเอาแดดอยู่ ลองแล้วไม่แพ้ ส่วนใครที่มีครีมกันแดดที่เคยใช้แล้วไม่แพ้ SPF สูงๆหน่อย ก็จัดไปได้หมดจ้า

  2. สกินแคร์ ขอให้น้ำหนักกับหัวสิ่งนี้หน่อย เพราะนอกเหนือจากครีมกันแดด สิ่งที่จะกู้หน้าได้ก็คือสกินแคร์เนี้ยแหละ และสืบเนื่องจากเพจบันทึกของตุ๊ด ที่รีวิวสรรพคุณที่เลิศเลอของเจ้าตัว Claire Triple C Skin Booster Treatment Pad จนเข้าตาเพื่อนในออฟฟิตของอิชั้น เป็นเหตุุให้มือลั่นกด CF ซื้อยกเซ็ตพร้อมเพื่อนไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งแอดมินก็น่ารัก ส่งด่วนนนนนจี๋ ให้ถึงเราก่อนเดินทางไปมัลดีฟส์จนได้!
                               


นี่คือโฉมหน้าเซ็ตที่เราสั่งมา โดยเพื่อนเราเอาตัว Treatment Pad  ไป ส่วนเราเอาอีกสองตัว ที่เห็นแล้วว่าได้รางวัลมาไม่แพ้กันมา จากนั้นก็จัดการแพ็คลงกระเป๋าทันที ใจก็ตุ๊มๆ ต่อมๆ      อุสาต์หอบไปถึงมัลดีฟส์ ถ้าแพ้นี่จบเลยนะ แต่เอาวะ เราต้องมี... ศรัทธา  

วันแรกที่ถึงมัลดีฟส์ ช่วงบ่ายแก่ๆ สภาพอากาศ ร้อนมาก เริ่มสัมผัสได้ถึงผิวที่รู้สึกเริ่มไหม้ ลมก็พัดแร๊ง พัดเอาความเหนียวของน้ำทะเลมาให้เราตลอด  พอช่วงที่เราได้เข้าห้องพักก็เป็นช่วงที่เราจะได้มาเปิดสกินแคร์ที่แบกมาจากกรุงเทพด้วยความตื่นเต้น

  • ตัวแรกที่เปิด นั่นก็ครือออ .... Triple C Milky Moisturizer สาเหตุที่เอาตัวนี้มา เพราะเขาบอกว่าตัวนี้จะช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวให้หลุดออกเร็วขึ้น เพราะเวลาเราเจอแสงแดดบวกกับอายุที่เพิ่มมันก็ทำให้ผิวเราผลัดเซลล์ช้าลง.... ใช่ค่ะ เราเจอทั้งแสงแดด และอายุเริ่มมากขึ้น T_T คนใกล้สามสิบก็จะเข้าใจดี ว่าร่างกายมันโทรมเร็วขนาดไหน ซึ่งสรรพคุณตัวนี้เหมาะกับให้เราไปลองเจอแดดที่มัลดีฟส์มากกก       

ส่วนผสม : เขาเคลมว่ามีโลชั่นน้ำนมที่มีสารสกัดจากน้ำนมถึง 5 ชนิด บวกกับกรดไฮยารูลอนิคและวิตามินซี 3 ชนิด เราชอบตรงส่วนผสมความลงตัวของครีมตัวนี้ ที่ไม่ต้องใช้ตัวอื่นให้ยุ่งยากอีกแล้ว เพราะมีทั้งตัวบำรุงให้ผิวชุ่มชื่นอย่างไฮยารูลอนิค ให้ผิวนุ่มด้วยน้ำนม และให้ผิวใสและขาวขึ้นด้วยวิตามินซี ซึ่งปกติเราต้องใช้ไฮยาลูลอนขวดสีม่วงที่ซื้อจากญี่ปุ่น และวิตามินซีแยก แต่ตอนนี้มีครีมที่จบในตัวเดียว เหมาะกับคนหยาบๆอย่างเรา ที่ไม่ชอบให้ช่วงเวลาทาครีม ต้องกินเวลานอนเรามาก ทาๆ ถูๆ จบ!
เนื้อครีม : เนื้อครีมซึมกับผิวง่ายดาย และไม่ทิ้งความมันเเต่อย่างใด
Packaging : ขนาดเหมาะกับพกไปต่างประเทศ ไม่หนักเลยจ้า แถมการใช้ก็ง่ายดาย กดอย่างเดียว ไม่เลอะเทะ 

ผลลัพธ์ :  หลังใช้จะไม่ได้เห็นผลทันที แต่มันช่วยให้หน้าเราไม่หมองลง หลังจากเจอแดดที่ แร๊งงงงงมาก ทุกวัน และพอเราใช้ติดต่อกันประมาณหนึ่งอาทิตย์ ถึงรู้สึกผิวหน้าจะค่อยๆใสขึ้น ทำให้เรากลับมัลดีฟส์แล้วผิวไม่พัง กลับมาไม่มีใครทักว่าดำขึ้นเลยจ้าา ยอมเขาเลยจ๊ะแม่ 

คะแนน : 9/10 ขอหักหนึ่งคะแนน สำหรับคนที่ชอบความสุดโต่ง อยากได้ผลลัพธ์อยากใส อยากขาว อยากหน้านุ่มทันที แต่ตัวจะได้ความครบทุกอย่างในขวดเดียวมากกว่า ด้วยความที่ตัวนี้เป็นตัว 3 in 1 ซึ่งมันได้ทุกอย่างตามส่วนผสมมันจริงๆ แต่มันจะไม่ได้โดดเด่นแบบเห็นผลทันตาเหมือนตัว Claire Sleeping Milk Mask ที่เด่นเรื่องความนุ่ม ก็ตื่นมานุ่มทันทีเลยจ๊ะแม่ ถ้าสำหรับคนที่ขี้เกียจอย่างเรา ตัวนี้ก็ตอบโจทย์เรา ซื้อต่อแน่นอนจ้าา

  • ส่วนตัวที่สองก็ครือออ....Claire Sleeping Milk Mask

ส่วนผสม : ตัวนี้ส่วนผสมคล้ายๆตัวด้านบน แต่ต่างตรงที่ Triple C Milky Moisturizer มีวิตามินซี แต่ Sleeping Milk Mask มีสารสกัดธรรมชาติจากต้น Wild Indigo และมะนาวคาเวียร์ แทน เหมาะกับคนทำงานหนัก ใช้ผิวหน้าหนักอย่างเรา โดยคุณสมบัติที่เขาเคลมคือ ช่วยบำรุงผิวหน้าที่อ่อนล้า แล้วยิ่งมีน้ำนมด้วย รู้สึกว่ามันต้องเป็นธรรมชาติ ดูแลผิวเราเหมือนผิวเด็กแรกเกิดแน่นอน ที่สำคัญต้องไม่ทำให้หน้าชั้นแพ้!
เนื้อครีม : ครีมมีความเข้มข้น  (ข้นกว่าตัว Moisturizer) ตอนทาลงไปครั้งแรกไม่ได้ถึงขนาดซึมทันที รู้สึกหนีบๆเหนียวๆหน้านิดหน่อย  
Packaging : พอเปิดออกมา ชอบตรงเขาจะมีไม้พายไว้ตักครีมด้วย ป้องกันคนซกมกอย่างเรา ควักจนเลอะเทอะ
ผลลัพธ์ : ถ้าคนที่ต้องการครีมที่เห็นผลทันที แนะนำตัวนี้เลยจ้า เพราะตื่นมาคือรู้สึกทันทีว่าหน้านุ่มขึ้น รู้สึกว่าผิวฟู ถึงแม้เราจะมีกิจกรรมโลดโผนทั้งวัน นอนน้อยแค่ไหน แต่ตื่นขึ้นมา เอ้าาา หน้าดีเฉยย หน้านุ่มมมละมุนน แถมแต่งหน้าแล้วติดมากขึ้นอี๊กกกก ดีต่อใจ

คะแนน : 10/10 ชอบในความเห็นผลทันที เขาเคลมไว้ว่าให้ผิวฟูเด้ง ตื่นมาก็สวย ซึ่งมันเป็นอย่างงั้นจริงๆ แถมเนื้อครีมข้นขนาดนี้ ปกติเราต้องแพ้แน่นอน แต่ตัวนี้ไม่แพ้เลยจ้าาา ดีใจสุดๆ

ปกติแต่งหน้าแล้วไม่เคยอยู่ได้ทั้งวัน

แต่ทริปนี้เครื่องสำอางค์่ติดอยู่แบบแน่นหนามากจ้าาแม่ 

             ..........

ขอสรุปว่า Claire ทั้งสองตัวนี้เป็น สกินแคร์ที่โคตรสปาร์คจอยกับเรามากจริงๆ 

ปล. ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัว แต่จะสปาร์คจอยกับคนอื่นหรือเปล่า ต้องไปลองกันเองน้าา

นี่เป็นกระทู้แรกของเราเอง ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยเด้ออ

ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ^^ 


#รีวิวสกินแคร์ #มัลดีฟส์ #ClaireSkin 

Discussion (10)

น่าลองมากค่าาา ?
กำลังหาริวิวอยู่เลยคะ
น่าใช้ทุกตัวเลยค่ะ
ผิวสวยมากเลยค่ะ