รีวิว 4 แป้งพัฟหลักร้อยสำหรับสาวผิวแห้ง เนื้อละเอียด ทาแล้วไม่เป็นคราบ ไม่มีตกร่องจ้า

mafaikra

mafaikra

ดู Profile

สวัสดีค่า วันนี้จะมารีวิว “แป้งพัฟของคนหน้าแห้ง” นะคะ บอกตรงๆว่า ส่วนตัวหาแป้งค่อนข้างใช้ยาก เพราะแป้งพัฟในบ้านเรา ส่วนใหญ่จะทำออกมาให้ตรงกับสภาพผิวสาวๆมากที่สุดซึ่งก็คือ หน้ามันค่ะ ทำให้คนผิวแห้ง เริ่มมีริ้วรอยอย่างเราเหมือนชนกลุ่มน้อย มีทางเลือกน้อย T_T

ก็เลยต้องงมๆหาแป้งมาลองใช้เองบ่อยๆ จนหลังๆมาเนี่ยแหละค่ะ มาเจออยู่ 3-4 ตลับ ที่บอกว่าสาวผิวแห้งใช้ได้ เราเองดูจากส่วนผสมจากในแป้ง ดูจากสภาพเนื้อแป้งต่างๆ แล้วก็ลองซื้อมาใช้ดู+คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่มีสภาพผิวเหมือนเราด้วย เลยเกิดเป็นรีวิวนี้ขึ้นค่ะ

ในรีวิวจะมีทั้งหมด 4 ตัวนะคะ ที่เลือกมาเพราะ 4 ตัวนี้ ราคาไม่แรงมาก และหาซื้อง่ายค่ะ สาวๆน่าจะซื้อใช้ตามกันได้แบบสบายๆทั้งราคาและช่องทางในการเลือกซื้อค่ะ
 
  • Deesay Bright Skin Color Control Foundation Powder SPF 30 PA+++
  • Physicians Formula Youthful  Wear Cosmeceutical Youth-Boosting Powder
  • Eglips Blur Powder Pact
  • innisfree No-sebum Mineral  Pact
Deesay Bright Skin Color Control Foundation Powder SPF 30 PA+++
  • Benefit  เป็นแป้งพัฟผสมรองพื้น เน้นการปกปิดและพรางริ้วรอยได้อย่างเรียบเนียน พร้อมให้ผิวเนียนเด้งตลอดทั้งวัน ที่สำคัญคือ ไม่มันและไม่ดรอปด้วย มีคุณสมบัติคือ กันน้ำ กันเหงื่อได้ดี และมีส่วนผสมนำเข้าจากญี่ปุ่นอย่างสควาเลน ที่เป็นน้ำมันตับปลาฉลามผสมในแป้งด้วยค่ะ ซึ่งจะช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำในผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นและลดการระคายเคืองในคนที่ผิวแพ้ง่ายได้ค่า
  • เนื้อแป้ง   เราซื้อแป้งเบอร์ 2 มาใช้ค่ะ โทนแป้งจะออกสีเหลือง เหมาะกับสีผิวสาวไทยส่วนใหญ่ในบ้านเรา เนื้อแป้งเนียนละเอียด บางเบา ไม่หนักหน้า ทาแล้วเกาะหน้าดี ไม่ตกร่อง ผิวแห้งใช้ได้ ทาแล้วไม่เป็นคราบ กลืนเข้ากับสีผิวดีมาก    
  • ความแมท  ตัวนี้ไม่ได้แมทแห้งสนิทนะ ตัวแป้งยังมีความชุ่มชื้นกำลังดี ทำให้เกาะหน้าได้ดี ไม่เป็นคราบหรือขุยค่ะ ชอบมากๆ ทาแล้วทำให้หน้าดูมีมิติ โกลว์ๆ ได้งานผิวธรรมชาติเนียนสวย และระหว่างวันยังมีความฉ่ำเด้งนิดๆทำให้ผิวหน้าดูเนียนผ่องขึ้นไปอีกค่ะ
  • ปกปิดริ้วรอย/รอยสิว  พรางริ้วรอยได้ดีค่ะ ไม่ตกไปตามร่องของริ้วรอยนะ ไม่มีตรงไหนเป็นคราบ หรือเกาะหนาเป็นจุดๆเลยด้วย เรียบเนียนมาก ส่วนรอยดำจากสิวก็อำพรางได้นะคะ แต่ไม่ได้หนาปิดมิดเหมือนขนาดลงรองพื้นค่ะ
  • กันน้ำ กันเหงื่อ  กันน้ำกันเหงื่อดีมากค่ะ แป้งไม่ค่อยหลุดลอก ไม่ละลาย และไม่ดรอปลงเลยค่ะ
  • ราคา  เห็นตลับใหญ่แถมสีม่วงสวยหรูหรา อย่าคิดว่าแพงค่ะ เพราะค่าตัวนางคือ  390 บาท ถือว่าถูกมากๆ เพราะตอนเราใช้ทาหน้า ตลับหนึ่งนี่ใช้ได้ 2 เดือนเลยนะคะ คุ้มสุดไรสุด หน้าเด้ง ไม่มีตกร่องเลย
  • ซื้อมาจาก มีขายเยอะแยะค่ะ แต่ชัวร์สุดก็ออนไลน์ จากเพจเค้าก็ได้ หรือตาม lazada , shopee ร้านเครื่องสำอางทั่วไปก็มีค่ะ        
Physicians Formula Youthful  Wear Cosmeceutical Youth-Boosting Powder
  •  Benefit เป็นแป้งฝุ่นอัดแข็งไม่ผสมรองพื้น ตัวนี้จะไม่เน้นการปกปิด แต่จะเน้นเรื่องการกระจายแสง ช่วยให้หน้าดูสว่าง ผ่องเนียน ดูไม่หมอง แถมยังช่วยพรางรูขุมขนและลดเลือนริ้วรอยด้วยค่ะ ซึ่งส่วนมาก สาวๆรวมถึงเราด้วยมักจะใช้เป็นแป้ง Finishing powder ค่ะ คือใช้เซตแป้งอีกทีหลังการแต่งหน้าเสร็จ เพราะจะช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอและดูเป็นธรรมชาติที่สุดเลยค่า
    เนื้อแป้ง  เนื้อแป้งบางเบา กลืนได้กับทุกสีผิว ไม่หนักหน้า มีชิมเมอร์เล็กๆ เวลาใช้เลยจะช่วยกระจายแสงบนผิวหน้าได้ดีมาก ตัวนี้ผิวแพ้ง่ายใช้ได้เช่นกันค่ะ แต่ใครที่แพ้น้ำหอมต้องระวัง เพราะมีส่วนผสมของน้ำหอมอยู่ค่า
  • เนื้อแป้ง  เนื้อแป้งบางเบา กลืนได้กับทุกสีผิว ไม่หนักหน้า มีชิมเมอร์เล็กๆ เวลาใช้เลยจะช่วยกระจายแสงบนผิวหน้าได้ดีมาก ตัวนี้ผิวแพ้ง่ายใช้ได้เช่นกันค่ะ แต่ใครที่แพ้น้ำหอมต้องระวัง เพราะมีส่วนผสมของน้ำหอมอยู่ค่า  
  • ความแมท  ให้ฟีลผิวแมทแต่ไม่แห้งค่ะ และด้วยความมีชิมเมอร์เล็กๆของนางเลยช่วยกระจายแสงบนผิวทำให้หน้าดูเนียนสว่างมากขึ้น และแป้งก็ค่อนข้างติดผิว ไม่รู้สึกแห้งเลย
  • ปกปิดริ้วรอย/รอยสิว เบลอรูขุมขนและพรางริ้วรอยได้เนียนมากค่ะ แต่ไม่ปกปิดรอยสิวเลย เน้นทำให้หน้าดูวาวๆ มีมิติ ไม่แมทมากค่ะ 
  • กันน้ำ กันเหงื่อ  ไม่ค่อยติดทน กันน้ำ กันเหงื่อไม่ค่อยได้ เนื้อแป้งหลุดติดออกมาง่ายมากค่ะ ต้องคอยพกไว้เติมหน้าทั้งวันเลย แต่ดีนะคะที่มีแปรงมาให้พร้อมใช้ พกพาสะดวก
  • ราคา 489 บาท สูงสุดในทุกตัวที่รีวิววันนี้ มีกระจกให้ส่องอยู่ใต้แป้งและแปรงปัดนุ่มนิ่มเบาๆ มาให้ใช้แทนพัฟค่ะ
  • ซื้อมาจาก วัตสัน หรือไม่ก็ท๊อปส์บางสาขาค่ะ แต่หมดไวมาก ไปซื้อทีไรหมดทุกที สงสัยจะขายดีแฮะ        
innisfree No-sebum Mineral  Pact  
  • Benefit  เป็นแป้งฝุ่นอัดแข็ง เน้นคุมมันและป้องกันความมันบนใบหน้า ไม่ทำให้หน้าเป็นคราบ มีส่วนประกอบของแร่ธาตุธรรมชาติจากเกาะเชจู และมิ้นท์ ซึ่งช่วยควบคุมความมันและความชุ่มชื้นบนผิว เพื่อให้ผิวเนียนใสและดูสุภาพดีค่ะ
  • เนื้อแป้ง เนื้อแป้งสีขาวแต่ทาแล้วกลมกลืนกับผิว ไม่วอกไม่ลอย และค่อนข้างเนียนละเอียดมากๆ ช่วยให้ผิวเนียนมากขึ้น เบาสบาย และไม่หนักผิวเลยค่า  
  • ความแมท ไม่ทำให้ผิวหน้ารู้สึกแห้งแต่พอใช้บนหน้าแล้วผิวหน้าดูแมทมากๆ ช่วงเช้าที่เพิ่งทาแป้งไม่เท่าไหร่ แต่พอระหว่างวันไปจนถึงเย็น รู้สึกและเห็นได้ชัดเลยว่า หน้าแห้ง เป็นคราบ และแป้งหลุดออกมาเป็นจุดๆ บางจุดก็หนา บางจุดก็ไม่มีแป้ง คือเค้าเอาน้ำจากผิวเราไปหมดอ่ะ ร้องไห้หนักมาก เลยต้องโบกมือลา ส่งต่อให้น้องสาวใช้ล่ะ น้องสาวหน้ามัน เค้าชอบมากค่ะ บอกว่าคุมมันดี 
  • ปกปิดริ้วรอย/รอยสิว ไม่ปกปิดรอยสิวนะคะ แต่พรางริ้วรอยและรูขุมขนได้ดีมากๆทาแล้วหน้าจะนวลๆ รูขุมขนดูเบลอๆ เหมาะกับเป็น Setting powder หลังจากการลงรองพื้นนะ
  • กันน้ำ กันเหงื่อ ไม่ค่ะ แป้งหลุดออกมาง่ายมากๆ และต้องคอยพกเติมระหว่างวันตลอดเลยค่ะ มีดรอปลงบ้างเล็กน้อยด้วยค่ะ 
  • ราคา  ตลับเล็กมาก แต่ราคาแอบสูงเบาๆ จัดไป 450 บาทค่า ให้สมฐานะความแบรนด์ดังจากเกาหลีไปเลย
  • ซื้อมาจาก ช็อป Innisfree ค่ะ สาขาที่ไปซื้อมาก็เซนลาดค่ะ เดินทางสะดวกมาก แต่รถก็ติดมากเช่นกัน เกี่ยวมั้ย ไม่รู้ บ่นเฉยๆค่ะ 555      

Eglips Blur Powder Pact ราคา 235 บาท 
  • Benefit แป้งอัดแข็งขนาดละเอียด เนื้อนุ่มบางเบา มีคุณสมบัติในการเบลอรูขุมขนที่กว้างและริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า เนื้อแป้งมีส่วนผสมของเลซิตินที่ช่วยในการดูดซับความมัน พร้อมการบำรุงจากไข่มุกและสารสกัดธรรมชาติ ให้ผิวดูชุ่มชื้นและเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
  • เนื้อแป้ง  เราซื้อเบอร์ 23 มาใช้ค่ะ คือดูในรูปก่อนซื้อ เบอร์นี้จะค่อนข้างเข้มแต่พอซื้อมาใช้จริงๆ เราว่าค่อนข้างขาวเลยค่ะ คิดว่าคนผิวเข้มน่าจะต้องสั่งสีที่เข้มกว่านี้มาใช้นะคะ ถึงจะไม่ลอย แต่เรารอดค่ะ ทาได้ไม่ลอย ไม่เทา และเนื้อแป้งเค้าก็เนียนละเอียด บางเบามากๆ คือ ทาแล้วหน้าเนียน ดูเป็นธรรมชาติเลยค่ะ  
  • ความแมท  ตัวนี้ไม่ทำให้ผิวแห้งค่ะ ไม่ทำให้หน้าแห้งด้วย ทาแล้วหน้าเนียนผ่องดีค่ะ ไม่มีตรงไหนที่เป็นคราบเลยนะคะ ทาแล้วหน้าเนียนดีค่ะ มีความแมทพอสมควร 
  • ปกปิดริ้วรอย/รอยสิว เบลอรูขุมขนได้ดีสมคำเคลมค่ะ ใครรูขุมขนกว้างต้องโดนนะ เพราะเบลอได้จริงโดยที่ไม่ต้องทาแป้งซ้ำให้มันดูหนา ทำให้หน้าดูเนียนเป็นธรรมชาติมากๆ ส่วนรอยสิวเราว่าปกปิดได้เล็กน้อยนะ ด้วยความที่แป้งค่อนข้างบางเบา เราก็ไม่ได้คาดหวังเรื่องการปกปิดซักเท่าไหร่ค่ะ
  • กันน้ำ กันเหงื่อ กันเหงื่อได้พอสมควรเลยนะคะ ไม่ถึงกับไหล หรือว่าเป็นคราบระหว่างวัน แต่อาจจะไม่ทนทานมากมายค่ะ เน้นเติมได้ ไม่เป็นคราบมากกว่า
  • ราคา ตลับเท่าอินนิสฟรีเลยค่ะ แต่ถูกกว่าครึ่งหนึ่งเลย ทั้งๆที่มีพัฟ มีกระจก มีที่รองพัฟให้ครบเลยนะคะ ราคาแค่ 235 บาทเองค่า  
  • ซื้อมาจาก วัตสันค่ะ แต่ต้องเป็นสาขาใหญ่ๆนะคะ สาขาเล็กๆไม่ค่อยมีขาย แล้วก็ตามออนไลน์ทั่วไปก็มีร้านขายเยอะเลยค่ะ    

ขอทดสอบการกันน้ำกันเหงื่อหน่อยนะคะ แล้วก็ขอโชว์สีแป้งแต่ละยี่ห้อไปในตัวด้วยเลยค่ะ

เราค่อนข้างจะชอบเนื้อ และสีแป้งของ  Physicians Formula กับ Deesay นะคะ
มันจะเป็นโทนสีกลืนเข้ากับสีผิวของเราอ่ะค่ะ  
เอาสเปรย์น้ำแร่ฉีดลงบนแป้งทุกตัว จากนั้นเอาทิชชู่ซับค่ะ เพื่อดูว่า 
แป้งตัวไหนเหลือติดผิวอยู่เยอะที่สุด
หลังการทดสอบค่ะ ที่เห็นได้ชัดเลยว่าแป้งหลุดออกไปค่อนข้างเยอะเลยคือ Innisfree กับ Physicians Formula ค่ะ คือแป้งแทบจะหายไปเลย 

ส่วน Deesay และ Eglips ด้วยความที่เป็นแป้งผสมรองพื้น ก็จะมีความติดทนทาน กันน้ำได้ดีเลยนะคะ
ผิวที่ลงแป้งโดยรวมยังดูเนียนเหมือนเดิม เหมือนตอนก่อนโดนน้ำเลยค่ะ 
แสดงว่าแป้งเกาะผิวและกันน้ำกันเหงื่อได้ดีค่ะ 

และทั้งหมดก็คือ รีวิวแป้งพัฟ 4 ตัวสำหรับสาวผิวหน้าแห้งที่อยากมีลุคฉ่ำๆ ผิวหน้าเนียนๆที่เราเอามาฝากกันนะคะ หวังว่าจะทำให้สาวๆได้เจอแป้งที่ถูกใจและใช่กับหน้ากันนะคะ แต่ทั้งนี้ขอดอกจันทร์ไว้เล็กน้อยว่า ก่อนแต่งหน้าไม่ใช่แค่ใช้แป้งแล้วผิวจะดีเลยนะคะ สำหรับสาวผิวแห้งอย่างเราๆก็อย่าลืมบำรุงหนักๆเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวก่อนแต่งหน้า และเลือกรองพื้นที่มีความชุ่มชื้นสำหรับผิวของเราด้วย รวมถึงไพรเมอร์ที่ขาดไม่ได้เพราะจะทำให้แป้งพัฟรวมถึงเครื่องสำอางติดทนมากขึ้นและผิวของเราก็ชุ่มชื้นขึ้นตามไปด้วยค่า   

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย