La Mer The Treatment Lotion & La Mer The Moisturizing Cool Gel Cream

เชื่อว่าลาแมร์เป็นแบรนด์ที่ใครๆ ต่างก็อยากลองใช้สักครั้งในชีวิต เราก็เช่นกันค่ะ และด้วยราคาที่แพงแสนแพงจึงเป็นอะไรที่ตัดใจซื้อยากมากๆ แต่ในที่สุดกิเลสที่พุ่งพล่านสะสมมาอย่างยาวนานก็ทำให้เราได้ลาแมร์มาครอบครองเข้าจนได้  5555 และในวันนี้ก็ถือเป็นจุดอิ่มตัวจากการที่เราซุ่มใช้มาหลายเดือนจนพร้อมมาเล่าให้เพื่อนๆ ได้ฟังกัน ... ถ้าสรุปตรงนี้เลยจะดีมั้ยว่า "ควรค่าแก่การลงทุนมากเลยแกร๊" !!!!!!  


อย่ารอช้าเรามาเริ่มทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์สองชิ้นที่เราภูมิใจนำเสนอในวันนี้กันดีกว่าค่ะ ?

? สภาพผิว : ผิวผสมค่อนไปทางแห้งและขาดน้ำ และแพ้ง่าย ระคายเคืองง่าย

La Mer The Treatment Lotion & La Mer The Moisturizing Cool Gel Cream

จุดเริ่มต้นของลาแมร์ ?


เริ่มต้นมาจาก ดร.แมกซ์ ฮูเบอร์ นักฟิสิกส์ด้านกระสวยอวกาศประสบอุบัติเหตุในห้องทดลอง เขาจึงศึกษาหาวิธีดูแลปรนนิบัติผิวหน้าด้วยตัวเอง ด้วยการทดลองกว่า 6,000 ครั้งในระยะเวลาถึง 12 ปีเต็ม ในที่สุดเขาได้ค้นพบน้ำสกัดเข้มข้น Miracle Broth™ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยฟื้นบำรุงผิว จึงนำมาเป็นส่วนผสมหลักในทุกๆผลิตภัณฑ์ของลาแมร์ ดร.แมกซ์ ฮูเบอร์ เชื่อว่าทะเลคือแหล่งทรัพยากรอันมหัศจรรย์ และสาหร่ายทะเลอย่างเช่นสาหร่ายซีเคลป์ที่เขาสนใจเป็นพิเศษมีความสามารถอย่างไม่จำกัดในการ ฟื้นบำรุงผิว และความทรงประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้น สาหร่ายซีเคลป์ถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือและเลือกใช้ส่วนผสมที่เรียบง่ายอย่างแร่ธาตุและส่วนผสมจากธรรมชาติต่างๆ มาผ่านกระบวนการหมักบ่มทางชีวภาพภายใต้การผสมผสานพลังแสงและเสียง เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของส่วนผสมดังกล่าวในการมอบคุณค่าแห่งการ ฟื้นบำรุงผิว จนได้น้ำสกัดเข้มข้น Miracle Broth อันทรงประสิทธิภาพ


? ขอขอบคุณที่มาจากแบรนด์ค่ะ

 La Mer The Treatment Lotion 


โลชั่นบำรุงผิวสูตรน้ำ มอบความมีชีวิตชีวาให้แก่ผิวด้วย Liquid Energy ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ซึมลงสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วยสารสกัด The Revitalizing Ferment ที่มีสาหร่าย Marine Algae และแร่ธาตุจากท้องทะเล จึงมีคุณสมบัติช่วยฟื้นบำรุงผิว มอบความชุ่มชื้นในทันทีที่ใช้ ช่วยปรับสภาพผิวให้สมดุล พร้อมปลอบประโลมผิว และเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้ยังมอบการดูแลผิวให้เนียนนุ่ม เรียบเนียน และช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอ 

จากส่วนผสมอันทรงคุณค่าตำนานแห่งท้องทะเลสู่การค้นพบอันยิ่งใหญ่จนได้รับการขนานนามว่าเป็นสูตรลับเฉพาะของลาแมร์ เราจึงพบกับส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูผิว ดังนี้


Miracle Broth

เป็นส่วนผสมที่ให้ผลกับกระบวนการเสริมสร้างผิวใหม่ หรือช่วยการผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยนขั้นสุด ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่น ปลอบประโลมผิวทำให้ผิวดูเรียบเนียนเปล่งประกาย


Softening Waters

เป็นส่วนผสมระหว่างไมโครเจลจากสาหร่าย และไฮยาลูรอนิคช่วยให้ผิวชุ่มชื่นนุ่มเด้งมีชีวิตชีวา


Revitalizing Ferment

น้ำหมักจากสาหร่ายทะเลซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทะเลทรายซาเฮล ทวีปแอฟริกา สาหร่ายชนิดนี้สามารถปรับตัวตามสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี จึงมีคุณสมบัติในการรับมือกับสภาพอากาศอันแห้งแล้ง ช่วยมอบความชุ่มชื่นและความมีชีวิตชีวาให้แก่ผิว

ลักษณะของผลิตภัณฑ์เป็นโลชั่นเหลวใส มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ซึ่งเราชอบมากเพราะทำให้รู้สึกสดชื่นผ่อนคลายและปลุกผิวให้อยากตื่นมารับการบำรุง 555 (อันนี้เว่อร์ไปหน่อย) ... ว่าแต่มีใครรู้สึกเหมือนเรามั้ย ?? ^ __ ^  ตัวโลชั่นเหลวใสก็จริงแต่ว่ามีความเข้มข้นและมีความหนืดเล็กๆ สังเกตจากภาพจะเห็นว่าโลชั่นค่อยๆ ไหลลงมา เมื่อใช้กับใบหน้าจะรู้สึกหนึบๆ ในแว้ปแรกเท่านั้นจากนั้นจะซึมเข้าสู่ผิวในทันทีโดยไม่ทิ้งความรู้สึกเหนอะหนะเลยค่ะ 

เปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆ อีกครั้ง หลังมือที่ใช้ลาแมร์ชุ่มชื่นมากขึ้น

วิธีใช้

หลังจากล้างหน้า หยดโลชั่นเล็กน้อย หยดลงบนปลายนิ้วหรือบนสำลี แต่โดยส่วนตัวเราใช้ 1-2 หยด หยดลงบนอุ้งมือ จากนั้นกดแตะลงบนผิวเบาๆ ต่อด้วยการบำรุงผิวด้วยเซรั่มและมอยเจอร์ไรเซอร์ในขั้นตอนต่อไปได้เลยค่ะ

นอกจากวิธีใช้ข้างต้นของการทำหน้าที่เป็นน้ำตบแล้ว รู้หรือไม่คะว่า ... La Mer The Treatment Lotion ขวดนี้ เค้ายังทำหน้าที่เป็นมาส์กได้ด้วยนะ โดยเพื่อนๆ จะนำมาหยดลงบนสำลีหรือเม็ดมาส์กก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัวได้เลยค่ะ

มาถึงสิ่งที่ทุกคนอยากรู้ นั่นก็คือ ?



ผลลัพธ์หลังการใช้ ?


สภาพผิวของเราคือผิวผสมค่อนไปทางแห้งและขาดน้ำนะคะ ส่วนความบอบบางแพ้ง่ายก็มีบ้าง แต่ระคายเคืองง่ายกว่า ถ้าถามถึงผลลัพธ์ในช่วงที่สภาพผิวเป็นปกติแข็งแรงดี La Mer The Treatment Lotion ตัวนี้ ให้ได้เพียงความนุ่มชุ่มชื่นและเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปเท่านั้น  อ้อ!!!! เกือบลืมสิ่งสำคัญอีกข้อคือ เค้าทำให้ผิวหลังแต่งหน้าดูเรียบเนียนมากขึ้นและเมคอัพติดทน ยาวนานมากขึ้นด้วยนะคะ

ปล. เราไม่ได้หยิบมาใช้ทุกวันนะคะเพราะขี้งก กลัวเปลือง กลัวหมดไว 5555 เราจะหยิบมาใช้ในวันที่ผิวเจออะไรมาหนักๆ และในวันที่รู้สึกว่าหน้าช้านต้องโด๊ปอาหารเสริมดีๆ หน่อยเท่านั้นค่ะ 

แต่!!!!! หากถามในช่วงที่สภาพผิวของเราพังจากการแพ้ < อาการแพ้ของเราคือ มีสิวผด สิวอุดตัน คันยุบยิบ ผิวหน้าระคายเคืองและหยาบกร้าน  .... เราจะแนบภาพไว้ให้ชมในด้านล่างนะคะ > ทุกคนคะ ด้วยพลังแห่ง Miracle Broth™ เค้าช่วยปลอบประโลม และช่วยฟื้นฟูผิวของเราจากปัญหาดังกล่าวได้จริงๆ ค่ะ .... มาดูภาพกันเลยเน๊อะ

มีสิวผด สิวอุดตัน คันยุบยิบ ผิวหน้าระคายเคืองและหยาบกร้าน จากการแพ้ นี่เป็นภาพวันที่สองของการแพ้นะคะ ช่วงที่แพ้ในตอนแรกเรายังไม่ได้หยิบคุณเค้ามาใช้เพราะคิดว่าแค่หยุดใช้สิ่งที่แพ้แล้วน่าจะค่อยๆหายไปเอง แต่ระหว่างนั้นมันรู้สึกระคายผิวมากๆ แถมยังไม่ดีขึ้นจนทนไม่ไหวเลยต้องหยิบ La Mer The Treatment Lotion มาโบก เรียกว่าโบกจริงๆค่ะทุกคน คืนนั้นจำความรู้สึกได้เลยว่า แม่เจ้า!!!!! แสบหน้ามาก แต่มั่นใจว่าไม่แพ้ลาแมร์แน่นอนเพราะใช้มาหลายเดือนไม่มีอาการผิดปกติใดๆเลย ความแสบนั้นน่าจะเกิดจากสภาพผิวที่ระคาย แห้งกร้านจนขาดน้ำนั่นเองค่ะ เพราะเราเคยมีผิวขาดน้ำหนักๆ มาก่อนพอเติมน้ำให้ผิวทุกวันอาการเหล่านั้นก็หายไป หลังจากนั้นเราจึงใช้ลาแมร์เป็นยาสามัญประจำบ้านไปเลย มาดูสภาพผิวปัจจุบันหลังดีขึ้นจากอาการแพ้กัน

หลังจากที่เราใช้ La Mer The Treatment Lotion ติดต่อกัน 3 วัน เช้าและเย็น สภาพผิวก็ดีขึ้นตามลำดับค่ะ อยากบอกว่ามันดีขึ้นมากๆๆๆๆ 

ปล. แสงอาจไม่เท่ากันนะคะ เพราะถ่ายคนละช่วงเวลาค่ะ

สำหรับผลลัพธ์ในสภาพผิวปกติที่เปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังใช้ La Mer The Treatment Lotion จะเห็นได้ว่าผิวมีความชุ่มชื่นยิ่งขึ้น รูขุมขนเบลอลงนิดหน่อยซึ่งเกิดจากผิวได้รับความชุ่มชื่นนั่นเองค่ะ

เมื่อถามถึงความคุ้มค่า ?

La Mer The Treatment Lotion ขวดนี้ ขนาด 150 ml นะคะ สำหรับราคาก็แล้วแต่แหล่งที่จะหามาได้เพื่อนๆ ลองหาข้อมูลดูนะคะ ส่วนเรานั้นเราได้มาในราคา 4,950 บาท เมื่อพลิกดูอีกด้านจะเห็นว่าคุณเค้าอยู่ได้ถึง 2 ปี หลังเปิดใช้ ถามว่าคุ้มค่าและควรค่าแก่การลงทุนหรือไม่ ???? สำหรับเรา ควรค่ามากค่ะลงทุนไปเถิดจะเกิดผล

Take a rest ☕️ 

ไปพักเบรคกันก่อนมั้ยคะทุกคน เพราะวันนี้มายาวมาก 5555555 ... แต่สำหรับคนที่ไหว เรามาดูตัวสุดท้ายกันเลยค่ะ 

La Mer The Moisturizing Cool Gel Cream


ครีมบำรุงผิวสูตรเจลเย็นสดชื่น ที่ประกอบด้วยสารสกัดอันทรงคุณค่า Miracle Broth™ ช่วยปลอบประโลมผิว มอบความรู้สึกมีชีวิตชีวาให้ผิว เผยผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผิวมัน และผิวผสม

ลักษณะของผลิตภัณฑ์เป็นเนื้อเจลสีขาว ให้ความรู้สึกเย็นที่ผิว และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วยค่ะ เกลี่ยง่ายซึมไว

วิธีใช้

หลังล้างหน้า แตะและลูบไล้เนื้อครีมเล็กน้อยบริเวณปลายนิ้วทั้งสองข้าง จากนั้นจึงกดเบาๆ ลงบนผิวหน้าและลำคอ ใช้ทั้งเช้าและเย็น

ผลลัพธ์หลังการใช้ ?

สำหรับ La Mer The Moisturizing Cool Gel Cream กระปุกนี้เราซื้อขนาดทดลองมาลองใช้ก่อนนะคะ ยังตัดใจซื้อไซส์จริงไม่ได้จริงๆ แถมกลัวแพ้ด้วย ... ปรากฏว่าคิดถูก!!!!!! 5555 เพราะคุณคนนี้เค้าทำให้เรามีสิวผดเล็กๆๆๆ แถมสิวอุดตัน แง้!!!! เราจึงหยุดใช้และวางลืมไปเลย แต่หลายเดือนผ่านไปด้วยความที่เราใช้สกินแคร์กลุ่มมอยส์เจอร์ไรซ์เซอร์แล้วสิวมันลดลง แต่ยังทิ้งจุดด่างดำตั่งๆเอาไว้ เราเลยหยิบ La Mer The Moisturizing Cool Gel Cream มาแต้มจุดด่างดำจากสิวเฉพาะจุดโดยไม่มีเหตุผลใดๆ เมื่อรอบนี้ไม่แพ้จึงแต้มต่อไปทุกวันเช้า-เย็น ทุกคนนนนนนน ใครจะเชื่อว่าไม่กี่วันเค้าช่วยลดเลือนจุดด่างดำจากรอยสิวที่เกิดใหม่ให้จางลงได้ไวมากๆ ทำให้เราหยิบเค้ามาใช้อีกครั้งโดยทาทั่วใบหน้าปรากฏว่าไม่แพ้ ... งงในความอินดี้นี้ 555555 แต่ด้วยความที่มันเป็นขนาดทดลองแค่ 3.5 ml ราคา 350 บาท เราจึงบอกผลยาวๆ ของการทาทั่วไปหน้าไม่ได้มากนักแต่อยากเล่าความรู้สึกหลังการใช้ในทันทีว่าเค้าช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่มขึ้นจริงค่ะ ให้ความชุ่มชื่นได้จริงจนทำให้เราอยากลองนำเนื้อสัมผัสอื่นๆ ของ Crème de La Mer มาใช้ (สะกดจิตตัวเองแป๊บ 55555)  

ข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับลาแมร์นั้นเค้ามีส่วนผสมที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวได้บ้าง ได้แก่ สาหร่ายหรือส่วนผสมจากท้องทะเล ออยล์ของน้ำมันจากพืชธรรมชาติ สารสกัดจากยีสต์ และน้ำหอม ดังนั้นผู้ที่ประวัติแพ้ส่วนผสมดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงหรือเทสก่อนใช้เสมอนะคะ 

มาถึงช่วงขอบคุณกันแล้วนะคะ เย้ๆ ? ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบ และหวังว่าข้อมูลที่ได้จากเราในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจนะคะ สิ่งสำคัญคืออย่าลืมว่าผิวของแต่ละคนตอบสนองต่อสกินแคร์แตกต่างกันออกไปบางคนแพ้ บางคนไม่แพ้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย...เทสก่อนใช้เสมอนะคะ



ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม

แล้วพบกันใหม่

บ๊ายบายคร้า

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (16)

ชอบมากเลยค่ะ รีวิวละเอียด ดีต่อใจ (ต้องลองสักวัน ราคานี่กระเป๋าเบาเลยค่ะ) ขอบคุณมากๆค่ะ
กรี้ดด อยากลองเลยเจ้าา ><
หนูเกลต้องลองน๊า ต้องลองด้วยตัวเองจริงๆ อ่ะถึงจะรู้ .... แอบป้าย  ?
น่าลองมากค่าาาา