ปลอกเปลือก Vitamin C Serum 6 แบรนด์ดัง!

ด้วยความที่เราเป็นหนึ่งในคนที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา แต่จะมีสกินแคร์อยู่กลุ่มหนึ่งที่เราไม่เคยละเลยใน Skincare Routine ของเรานั่นคือกลุ่ม "Vitamin C" แน่นอนว่าเพื่อนๆ หลายคนคงรู้ดีอยู่แล้วว่าวิตามินซีนั้น มีคุณสมบัติที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น : 
  • ช่วยให้ผิวกระจ่างใส และมีส่วนช่วยลดสีผิวที่ไม่สม่ำเมอ
  • เป็น Antioxidant ที่ทรงประสิทธิภาพ 
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • ช่วยปกป้องผิวจากอันตรายจากแสงแดด UVA และ UVB ด้วยการจับอนุมูลอิสระที่เกิดเมื่อผิวถูกกระตุ้นด้วยแสงแดด
  • ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ช่วยให้ผิวขาวขึ้น
  • อีกทั้งยังลดการอักเสบ ช่วยในการสมานแผล และลดรอยด่างดำซึ่งเกิดขึ้นตามหลังการอักเสบของผิวหนังได้
จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของการทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Vitamin C นั่นมากมายหลายประการ แต่เราเชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจว่า Vitamin C ตัวไหนก็น่าจะเหมือนกันถูกมั้ยหละ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่อย่างนั้นเลยหละฮะ เอาเป็นว่าเราขอมาแชร์ในมุมที่เรารู้ และแบรนด์ที่เรามีโอกาสได้ลองมาแล้วกันฮะ ไปชมกันเลยจ้า....


Kiehl's :  Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate (50ml./3,200.-)

เรียกว่าเป็นต้นแบบของ Vitamin C Serum ในหลายๆ แบรนด์เลยก็ว่าได้ ซึ่งจุดเด่นของเค้าคือความเข้มข้นของ Vitamin C ถึง 12.5% ซึ่งแบ่งเป็น :
  • Ascorbic acid : Vitamin C ชนิด L-ascorbic acid ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดเมื่อเทียบกับวิตามินซีประเภทอื่น ทำให้ผิวดูสว่างสดใสขึ้น ช่วยให้ริ้วรอยตื้น ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสถียรที่น้อยกว่าเช่นกัน
  • Ascorbyl Glucoside : คือวิตามินซีในฟอร์มที่ค่อนข้างเสถียร ซึ่งทางแบรนด์ใส่เข้ามาเพิ่มอีก 2% โดยวิตามินซีฟอร์มนี้มีงานวิจัยรองรับว่า มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ ลดการออกซิเดชั่นของไขมันบนชั้นผิว ลดผลกระทบจากรังสี  UVB และเป็นไวท์เทนนิ่งได้ดี (แม้จะยังมีข้อมูลไม่มากเท่า Ascorbic Acid แต่ก็มีการศึกษาแล้วว่าสามารถดูดซึมและผิวสามารถนำไปใช้ได้จริง)
นอกจากการผสานวิตามินซี 2 ฟอร์มแล้ว ยังมีสารที่น่าสนใจอย่าง Adenosine ที่ช่วยให้ผิวสามารถซ่อมแซมตัวเองได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ แถมการปรับสูตรใหม่ในครั้งนี้ทางแบรนด์ยังปรับเนื้อสัมผัสให้เบา และซึมไวขึ้นอีกด้วยหละ


ผลลัพธ์ : จากที่เราได้ลองใช้อย่างต่อเนื่องมาประมาณ 2-3 เดือน พบว่าผิวกระจ่างใสขึ้นได้จริง รอยแดง/ดำ จากสิวจางลงไวกว่าปกติ ส่วนในเรื่องริ้วรอยเนื่องจากเรายังไม่ค่อยมีปัญหาในจุดนี้ จึงอาจจะพูดได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่นัก แต่หากอ้างอิงจากผลวิจัย ร่วมกับการใช้อย่างต่อเนื่อง และดูแลตัวเองในองค์รวม น่าจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้ฮะ

Paula’s Choice C15 Super Booster (20ml./1,800.-)

หากพูดถึงแบรนด์ Paula's Choice เราเชื่อว่ามนุษย์สาย Skincare หลายคนคงรู้จักเป็นอย่างดี และแน่นอนว่า Vitamin C Booster ขวดนี้ก็เป็น Top List ของแบรนด์ที่มักจะขายดีจน Sold Out อยู่ตลอดเวลา จากที่เราดูส่วนผสมแล้วพบว่านอกจากวิตามินซีแล้วยังมีส่วนผสมที่น่าสนใจอย่าง
  • Acetyl Octapeptide-3 : มีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำและความสามารถในการฟื้นฟูผิว ในทางทฤษฎีกล่าวถึงบทบาทในการช่วยให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย
อีกจุดเด่นหนึ่งของเซรั่มขวดนี้คือเนื้อสัมผัสที่บางเบา เราคิดว่าเป็นวิตามินซีเซรั่มที่เนื้อเบาที่สุดตั้งแต่เคยใช้มาเลยหละ ใครที่เป็นมนุษย์ผิวมันน่าจะถูกใจอยู่ไม่น้อย แต่มีอีกจุดที่เป็นข้อที่เราแอบเป็นห่วงคือถึงแม้บรรจุภัณฑ์จะเป็นขวดแก้วทึบแสง แต่ด้วยความที่เป็นดรอปเปอร์ทำให้ทุกครั้งที่เปิดใช้ก็เสี่ยงต่อการสัมผัสกับอากาศเหมือนกันฮะ


ผลลัพธ์ : จากที่เราใช้มา 2-3 ขวดเราเห็นผลได้ชัดเจนในเรื่องความกระจ่างใสของผิว สีผิวสม่ำเสมอมากขึ้น ที่สำคัญคือไม่ค่อยพบปัญหาการอุดตันจากการใช้บูสเตอร์ขวดนี้ เนื่องจากเนื้อสัมผัสที่บางเบา ส่วนในแง่ของริ้วรอยเราอาจะยังตอบไม่ได้มากเนื่องจากยังไม่ค่อนมีปัญหาในส่วนนี้ขอรับ

Clinique Fresh Pressed™ Daily Booster with Pure Vitamin C 10%(8.5ml x 4 = 3,600 Baht)

หากคุณกำลังมองหา Vitamin C Serum ที่มีส่วนผสมอื่นที่น่าสนใจนอกเหนือจาก L-Ascorbic Acid แล้วหละก็ เราแนะนำให้ไปลองตัวนี้เลย เพราะนอกจาก Vitamin C 10% บูสเตอร์ขวดนี้ยังอัดแน่นไปด้วยเปปไทด์ถึง 4 ตัวรวมถึงสารบำรุงที่หลากหลาย อาทิ :
  • Acetyl Hexapeptide-8 : ทางผู้ผลิตเคลมว่าช่วยลดการส่งสัญญาณไปยังกล้ามเนื้อจึงถูกเคลมว่าทำงานคล้าย BOTOX และก็มีการทดสอบในมนุษย์พบว่าเปปไทด์ตัวนี้ช่วยลดริ้วรอยและลดความหยาบกร้านของผิวได้
  • Palmitoyl Hexapeptide-12 : เคลมว่าเป็นเปปไทด์ทีกระตุ้นการสร้างอีลาสติน เพื่อความยืดหยุ่นกระชับของผิว
  • Matrixyl 3000 : การศึกษาพบว่า Matrixyl 3000 ช่วยกระตุ้นโปรตีนสำคัญที่เป็นโครงสร้างของชั้นผิวได้
และสารที่น่าสนใจอีกหลายตัวที่ช่วยในเรื่อง Skin Barrier, Anti-Aging และ Exfoliation ที่สำคัญคือการแยกกันของ Vitamin C กับตัวทำละลายที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เราได้วิตามินที่สดใหม่ และมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอ

ผลลัพธ์ : จากที่เรามีโอกาสได้ลองราว 1 เดือนนิดๆ ต้องยอมรับว่าเป็น Vitamin C Booster ที่น่าสนใจมากทีเดียวทั้งในด้านเนื้อสัมผัสที่ซึมค่อนข้างไว เห็นชัดในเรื่องการลดรอยดำ/แดง จากการกดและการเกิดสิว รวมถึงโทนผิวโดยรวมสม่ำเสมอมากขึ้น ผิวที่คล้ำจากแสงแดดก็กลับมากระจ่างใสขึ้นหลังใช้ไปประมาณ 2 สัปดาห์ คาดว่าจะเป็นอีกตัวที่เราซื้อซ้ำอย่างแน่นอน(แต่ขอเก็บเงินเข้ากระปุกหมูก่อนนะ)

JUV | Serum Brightening Vit C+ (30ml./1,090.-)

จาก 3 แบรนด์ด้านบนที่ใช้ L-Ascorbic Acid เป็น Main Ingredient มาถึงแบรนด์นี้ที่เลือกใช้ฟอร์มที่ต่างออกไปอย่าง Ascorbyl Tetraisopalmitate ซึ่งเป็นอนุพันธ์วิตามินซีประสิทธิภาพสูง มีความเสถียรที่สูงมาก ดูดซึมสู่ผิวได้ดี แต่ในขณะเดียวกันประสิทธิภาพและงานวิจัยรองรับก็ยังถือว่าน้อยกว่า L-Ascorbic Acid อยู่พอสมควร นอกจากนี้ยังใส่สารสกัดจากธรรมชาติอย่าง 
  • Red Berries Complex : สารสกัดจากผลไม้ 5 ชนิด ได้แก่ Strawberry, Raspberry, Cranberry, Cowberry และ Redcurrant berries มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลิสระ และช่วยดูแลปัญหาผิวหมองคล้ำ เผยผิวให้แลดูสว่างกระจ่างใส  ช่วยให้ผิวกระชับ เรียบเนียน
  • Well Cap Garcine : สารสกัดจากธรรมชาติที่ได้รับรางวัลสารสกัดชนะเลิศแห่งประเทศไทยในปี 2013 สามารถต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว ลดการระคายเคืองของสิว และทำให้ผิวขาว กระจ่างใส
ซึ่งนับว่าเป็นส่วนเสริมที่ช่วยให้เซรั่มขวดนี้มีความน่าสนใจ และโดดเด่นมากยิ่งขึ้นนั่นเองฮะ ซึ่งในแง่เนื้อสัมผัสก็ถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว บางเบา ซึมง่าย โอกาสอุดตันค่อนข้างต่ำ

ผลลัพธ์ : หากคาดหวังผลในเรื่องความกระจ่างใส ต้านอนุมูลอิสระ และลดการเกิดสิวในคราวเดียวกันแล้วหละก็เซรั่มขวดนี้เป็นตัวที่ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว แถมยังมาในราคาที่ค่อนข้างน่าสนใจอีกด้วยหละฮะ

fresh Vitamin Nectar Glow Juice Antioxidant Face Serum(15ml./1,200.-)

เราผ่านเซรั่มวิตามินซีมาก็หลายตัวแล้ว แต่เชื่อไหมว่านี่เป็นเซรั่มขวดแรกที่ทำให้เรารู้สึกอยากทาตลอดเวลา ด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และผลลัพธ์ที่ทำให้ผิวเราดูเปล่งปลั่งจนหลายคนทักมาถามว่าช่วงนี้ใช้อะไรบ้าง ซึ่งนอกจากจะใช้ Ascorbyl Tetraisopalmitate เป็นส่วนผสมหลักแล้ว ทางแบรนด์ยังใส่สารสกัดที่น่าสนใจอย่าง
  • Cichorium Intybus (Chicory) Root Extract : อุดมด้วย Oligofructosans ทำหน้าที่คล้ายวิตามินดี โดยช่วยให้ Vitamin D Receptor ทำหน้าที่ได้ตามปกติในการกระตุ้นยีนที่ทำหน้าที่ควบคุม การแบ่งเซลล์ การเพิ่มจำนวนเซลล์ การผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงช่วยชะลอวัย
ซึ่งต้องบอกว่าเป็นส่วนผสมที่เราไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่นักในสกินแคร์ทั่วๆ ไป นอกจากนี้ยังมี Cocos Nucifera (Coconut) Oil ที่มี Vitamin E ในปริมาณสูง จึงช่วยลดการเสื่อมสภาพของผิว ทำให้ผิวเต่งตึง ป้องกันไม่ให้ผิวแห้งใส่มาเพิ่มประสิทธิภาพของวิตามินซีอีกด้วยหละ

ผลลัพธ์ : สำหรับเซรั่มขวดนี้นอกจากผลลัพธ์ในเรื่องความกระจ่างใสแล้ว เรารู้สึกว่าเค้าเด่นในเรื่องการทำให้ผิวเปล่งประกาย ดูสุขภาพดี เหมือนเราดื่มน้ำและพักผ่อนมาเพียงพอยังไงอย่างนั้นเลยหละฮะ 

Trilogy Vitamin C Booster Treatment (12.5ml/1,850.-)

และแล้วก็มาถึงวิตามินซีเซรั่มขวดสุดท้ายแล้ว ต้องบอกว่าตัวนี้มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยในแง่ส่วนผสม และการดีไซน์บรรจุภัณฑ์ ซึ่งเซรั่มขวดนี้ทางแบรนด์เลือกใช้ L-Ascorbic Acid 6% เป็นส่วนผสมหลัก  เอาจริงๆ ก็ถือว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับหลายแบรนด์ แต่มองในมุมกลับ คือ ความเข้มข้นที่สูงขึ้นของวิตามินซีนั้นมีโอกาสทำให้ผิวระคายเคืองได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมที่น่าสนใจอย่าง

  • Rosa Canina (Rosehip) Seed Oil(น้ํามันโรสฮิป) : น้ำมัน Rosehip มีจุดเด่นที่มีสารกลุ่ม Provitamin A คือ Beta-Carotene ในปริมาณสูง (ซึ่งทำให้น้ำมันตัวนี้มีสีเหลืองอมส้ม) และยังมีสารกลุ่ม Retinoid ซึ่งมีประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็น การช่วยลดเลือนริ้วรอยต่างๆ อีกทั้งยังทำให้รอยต่างๆดูตื้นขึ้น, สีผิวดูสม่ำเสมอ, รูขุมขนดูเล็กลง, หน้ากระชับ และใสขึ้น
  • Bellis Perennis (Daisy) Flower Extract(สารสกัดจากดอกเบลิเดส) : เป็นไวท์เทนนิ่งที่อุดมไปด้วยสาร Saponins, Polyphenols และ Polysaccharides ทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosinase ไม่ให้เปลี่ยนไปเป็นเมลานินจึงช่วยให้ผิวหน้าแลดูกระจ่างใส ลดฝ้า กระ จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี
ซึ่งเป็นจุดเด่นที่แตกต่างกับแบรนด์อื่นค่อนข้างชัด รวมถึงเนื้อสัมผัสที่บางเบา แต่ยังให้ความชุ่มชื้นที่เพียงพอกับผิวได้ดี แต่ปริมาณ/ราคาก็แอบแรงอยู่ไม่น้อยเลยหละฮะ

ผลลัพธ์ : เป็นวิตามินซีเซรั่มในฟอร์ม L-Ascorbic Acid ตัวนึงที่ค่อนข้างปลอดภัยในช่วงที่ผิวกำลังระคายเคือง แต่ก็ยังต้องการคงความกระจ่างใส และลดจุดด่างดำ ให้ผิวสม่ำเสมอ 

สรุป

กลุ่ม L-Ascorbic Acid

  • หากคุณเคยใช้ Vitamin C ในฟอร์ม L-Ascorbic Acid อยู่แล้ว และต้องการอะไรที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่กังวลเรื่องการระคายเคือง การอุดตัน Kiehl's :  Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate เป็นตัวเลือกที่เราแนะนำฮะ
  • แต่หากกังวลในเรื่องการอุดดัน และไม่ชอบเนื้อสัมผัสของ Kiehl's แต่ก็ยังอยากได้ L-Ascorbic Acid ในความเข้มข้นที่สูงแล้วหละก็จัด Paula’s Choice C15 Super Booster ได้เลยจ้า รับรองไม่ผิดหวัง
  • แต่ถ้าอยากได้อะไรที่ Advance กว่านั้นขึ้นมาอีกซีกหน่อย มีสารกลุ่ม Peptide หลายตัวที่ช่วยในเรื่องริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน รวมถึงต้องการความสดใหม่ของวิตามินซี Clinique Fresh Pressed™ Daily Booster with Pure Vitamin C 10% เป็นทางเลือกที่ดีที่เราแนะนำฮะ
  • สุดท้าย ถ้าคุณไม่เคยลอง L-Ascorbic Acid มาก่อน แต่อยากลองใช้ และกังวลเรื่องผิวระคายเคือง หรือทนกับ Effect หลังทา Vitamin C ไม่ค่อยได้ Trilogy Vitamin C Booster Treatment ก็เป็นตัวเลือกที่โอเคฮะ

กลุ่ม Ascorbyl Tetraisopalmitate

  • ถ้าคุณคาดหวังในเรื่องผิวกระจ่างใส และลดการเกิดแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวในเวลาเดียวกันอยากให้ลองเจ้า JUV | Serum Brightening Vit C+ ดูฮะ
  • แต่ถ้าคุณอยากได้อะไรที่ Relax ผ่อนคลายทุกครั้งที่ทาลงบนผิว แถมยังช่วยให้ผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง ดูสขุภาพดีแล้วหละก็ fresh Vitamin Nectar Glow Juice Antioxidant Face Serum เป็นอีกตัวที่คุณควรต้องลองฮะ

พกจีบันไว้ใกล้ตัว

อ่านเรื่องที่ชอบ คุยกับเพื่อนต่อได้ในแอป

Download on the App StoreGet it on Google Play
รู้จัก Jeban.com App

Discussion (16)

ชอบ JUV มากค่า ไม่ร้อนหน้าเบย
อ๋อ ใช่ครับวิตามินซีในฟอร์ม Ascorbyl Tetraisopalmitate จะระคายเคืองน้อยหว่า L-Ascorbic Acid ครับ
ผิวใสสุขภาพดี หาได้จากกระทู้นี้จริงๆ น่าลองทุกตัวเลยค่า
ขอบคุณค๊าบ ^^
ข้อมูลมาแบบแน่นๆ เน้นๆ อีกแล้ววววว น่าสนใจทุกตัวเลยจ้า
ขอบคุณค๊าบ
ต้องลองนะค๊าบ
คุณบูมมีวิตามินซีเยอะมากๆเลยค่ะ
ค่อนๆ ซื้อมาเรื่อยๆ จากการป้ายยาของเพื่อนๆ พี่ๆ เนี่ยแหละฮะ