ไขข้อข้องใจ ! AHA และ BHA คืออะไร และต่างกันยังไง ?

donut

donut

ดู Profile

วันนี้โดนัทขอมารวบรวมข้อมูลของทั้ง AHA และ BHA ให้อ่านกันนะคะ 🥰 

เพราะมีสาวๆถามมาเยอะมาก ว่าสรุปแล้ว

AHA และ BHA เนี่ย ....

ตัวไหนใช้กับปัญหาผิวแบบไหนดี 🧐

1. AHA (เอเอชเอ)
.

- ALPHA HYDROXY ACID


- ละลายได้ใน “น้ำ” 💙


- พบในธรรมชาติ เช่น มะนาว ส้ม มะขาม หรือ

สารสกัดทางเครื่องสำอาง เช่น

กรดมาลิก จากแอปเปิ้ล

กรดไกลโคลิก จากอ้อย

กรดแลคติก จากนม


- สามารถสลายสะพานเชื่อมระหว่างเซลล์ (Desmosome)


- เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป เพื่อทำให้ผิวดูกระจ่างใส เรียบเนียน จุดด่างดำต่างๆจางลง ผิวชุ่มชื้นขึ้น


- ในเครื่องสำอางไม่ควรมีเกิน 10%


- ในคลินิกมีการใช้ % สูงกว่านั้น ซึ่งทั้งความเข้มข้น และความถี่จะถูกควบคุมโดยแพทย์ (ที่สมัยก่อนเรียกว่าการทำ Baby Face)


- ในวัยรุ่นที่มีการผลัดเซลล์ผิวดีตามปกติอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้


- ไม่แนะนำให้ใช้ช่วงกลางวัน และ เมื่อใช้แล้ว ต้องทากันแดด


- ถ้ามีอาการระคายเคือง ให้หยุดใช้ทันที


- ไม่เหมาะกับคนที่เป็นสิวอักเสบ ❌


- เหมาะกับสาวๆที่เริ่มอายุเยอะขึ้น การผลัดเซลล์ผิวแย่ลง จนรู้สึกว่าผิวหยาบ หมองคล้ำ ไม่สดใส มีสิวอุดตัน และความชุ่มชื้นผิวไม่พอ


-ถ้าต้องการบูสต์คอลลาเจนในผิว แนะนำกรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) 

ถ้าผิวระคายเคืองง่าย ใช้แบบอ่อนโยนลง 

แนะนำกรดแลคติก (Lactic Acid) 

Curology.com
"Curology.com"

2. BHA (บีเอชเอ)


- BETA HYDROXY ACID 


- ละลายได้ในน้ำมัน ⭐️


- สารตัวหนึ่งในกลุ่มนี้คือ Salicylic Acid


- สามารถสลาย Keratin มีผลทำให้
ผิวหนังชั้นขี้ไคลผลัดตัวออกไป 


- มีฤทธิ์สลายสิ่งอุดตันรูขุมขน (Comedolytic)

- มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Bactericidal)


- ใช้ 0.5-5% (ยิ่ง% สูงยิ่งระคายเคืองมาก)


- แนะนำให้ใช้ที่ 2% เพื่อรักษาสิวอักเสบ และอุดตัน

- เมื่อใช้แล้วต้องทากันแดด


- ถ้ามีอาการระคายเคือง ให้หยุดใช้ทันที 


- เหมาะกับคนเป็นสิว 👍🏻💕

การใช้เครื่องสำอางที่มี AHA หรือ BHA สามารถปรับความถี่ในการใช้ได้ อาจจะลดความถี่ลง หรือเพิ่มความถี่ได้ “ให้ดูผิวเราเป็นหลักค่ะ” 


​หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังสนใจอยู่นะคะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย