ผิวแบบเราควรใช้ La Mer Moisturizer เนื้อสัมผัสไหน? พร้อมเคล็ดลับวอร์มครีมยังไง ใช้แบบไหนให้คุ้มค่า!


หากใครกำลังลังเลอยากลองใช้สกินแคร์ของ La Mer แต่ไม่รู้ว่าเราควรเริ่มต้นใช้ชิ้นไหนดี หรือกำลังมองหาความคุ้มค่าจากการซื้อ La Mer อยู่

ลองเริ่มต้นความคุ้มค่ากับการดูแลผิวตัวเองด้วย " Moisturizer " สกินแคร์ขั้นพื้นฐานที่แม้จะบำรุงผิวได้แค่ผิวชั้นนอก แต่อย่าลืมว่าพื้นฐานผิวที่ดีต้องเริ่มจากความชุ่มชื้นนี่แหละ

ผิวแบบเราใช้ La Mer Moisturizer  แบบไหนดี?

ก่อนจะซื้อสกินแคร์สักชิ้น โดยเฉพาะ La Mer ที่ถือได้ว่าเป็นสกินแคร์ที่ทุกคนอยากจะลองใช้สักครั้งนึง ลองมาทำความรู้จักผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในกลุ่ม Moisturizers กันก่อนดีกว่า เพื่อให้รู้ก่อนซื้อว่าเนื้อสัมผัสแบบไหนที่ชอบและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา
หลายคนอาจจะรู้จัก Crème de la Mer ซึ่งเป็นสกินแคร์ตัวดัง และออริจินัลที่สุดของ La Mer แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้มาคนเดียวนะ เขามีพี่น้องอีก 4 เนื้อสัมผัสด้วยกัน!

ซึ่งหมายความว่า Crème de la Mer และ La Mer Moisturizer ทั้งหมด 5 เนื้อสัมผัสนี้ มีคุณสมบัติเดียวกันทั้งหมด ย้ำว่าคุณสมบัติเดียวกัน และส่วนผสมเดียวกันด้วย 

แตกต่างกันแค่ Finish ผิวหลังจากใช้ ที่ได้จากเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ที่เขาผลิตขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์สภาพผิวที่แตกต่าง มีครอบคลุมตั้งแต่ผิวแห้งมาก ไปจนถึงใช้แล้วทำให้ผิวแมตต์ ซึ่งนอกจากจะขึ้นกับสภาพผิวแล้ว ก็ยังขึ้นยู่กับความชอบของคนใช้ด้วย

Miracle BrothTM

ความพิเศษของส่วนผสมของเขาแน่นอนว่าไม่ธรรมดา เพราะมอยส์เจอไรเซอร์ทั้ง 5 จะมีส่วนผสมของน้ำสกัดเข้มข้นอย่าง Miracle BrothTM ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญ และทรงคุณค่ามากของ La Mer

เกิดจากกระบวนการหมักบ่มทางชีวภาพที่กินเวลานานกว่าสามถึงสี่เดือน โดยมันจะไปช่วยเปลี่ยนแปลงสาหร่ายซีเคลป์จากธรรมชาติ รวมถึงวิตามิน และส่วนผสมอื่นๆ ให้กลายมามีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว ให้ผิวรู้สึกชุ่มชื้น ช่วยลดเลือนริ้วรอยจากความแห้งกร้าน และเผยผิวที่ดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ที่อยู่ในมอยส์เจอไรเซอร์ทั้ง 5 เนื้อสัมผัสนี้

โดยสาหร่ายซีเคลป์ที่เป็นส่วนผสมสำคัญของน้ำสกัดเข้มข้น Miracle BrothTM นี้ ผ่านการเก็บด้วยมือ และส่งมาที่ห้องแลป โดยสาหร่ายจะต้องวางบนน้ำแข็งเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของสาหร่ายที่ยังมีชีวิตให้คงอยู่

เรียกได้ว่าทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการ ทุกส่วนผสม และทุกกระปุกของ La Mer ให้ความสำคัญทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ

  • Crème de la Mer 
    ครีมเข้มข้น และเป็นสูตรออริจินอลที่ขายดีที่สุดของ La Mer ในกลุ่มมอยส์เจอไรเซอร์
  • The Moisturizing Soft Cream
    ครีมสูตรบางเบา แต่ให้การบำรุงผิวเข้มข้น
  • The Moisturizing Cool Gel Cream
    ครีมบำรุงผิวเนื้อเจลบางเบา ให้ความเย็นสดชื่น 
  • The Moisturizing Soft Lotion
    มอยส์เจอไรเซอร์แบบโลชั่นเนื้อบางเบา
  • The Moisturizing Matte Lotion
    มอยส์เจอไรเซอร์แบบโลชั่นเนื้อบางเบา ให้ฟินิชลุคแบบผิวแมตต์

Creme de la Mer

เหมาะสำหรับผิวแห้ง (Very Dry Skin)

สูตรในตำนาน Crème de la Mer สำหรับใครที่ผิวแห้ง ขาดน้ำ ต้องการการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกแบบเร่งด่วนต้องเนื้อนี้เลย เพราะเป็นครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้น ที่จะให้ความชุ่มชื้นกับผิวอย่างล้ำลึก โดยเฉพาะผิวที่แห้งกร้าน

ซึ่งความพิเศษในกระปุกนี้นอกจากคุณสมบัติแล้วทาง La Mer ยังบอกว่า แต่ละกระปุกของ Crème de la Mer จะถูกบรรจุด้วยมือภายในแปดชั่วโมงหลังจากที่สูตรเสร็จในอุณหภูมิห้องที่ควบคุมอย่างเคร่งครัดเลยทีเดียว ซึ่งมันจะช่วยให้ส่วนผสมของครีมยังคงสภาพของอิมัลชั่นได้เป็นอย่างดี
อีกหนึ่งความพิเศษที่ทำให้ครีม Crème de la Mer เป็นสกินแคร์ตัวท็อป คือเรียกได้ว่าเป็นสกินแคร์เคาน์เตอร์แบรนด์ที่ต้องวอร์มครีมก่อนใช้ และเป็นเพียงชิ้นเดียวในกลุ่ม La Mer Moisturizer ด้วยนะ เพราะเป็นครีมที่มีเนื้อสัมผัสที่เข้มข้นมากที่สุด 

เชื่อว่าหลายคนคงเคยสงสัยกับวิธีการใช้ว่าการวอร์มครีมจะช่วยในเรื่องอะไรกันแน่? หรือแม้แต่คิดว่ายุ่งยาก ไม่เห็นความจำเป็น รวมไปถึงบางคนที่ใช้อยู่ วอร์มครีมแล้ว แต่ไม่เห็นจะแตกต่างกับการไม่วอร์มครีม แต่บอกเลยว่าทาง La Mer เขาบอกว่าแตกต่างนะจ๊ะ เพราะความสำคัญของการใช้อยู่ในขั้นตอนการวอร์มครีมนี่แหล่ะ

การวอร์มครีมไม่ได้ทำให้เนื้อครีมหาย

แม้แต่ใครที่กังวลว่าการวอร์มครีมจะทำให้เนื้อครีมหาย หรือซึมลงไปกับมือ บอกเลยว่าไม่จริง! เพราะจริงๆ แล้วรูขุมขนบนนิ้วมือของเราเล็กกว่าผิวหน้ามากๆ ดังนั้นเนื้อครีมจึงจะยังไม่สามารถซึมลงไปบนผิวมือได้

ทำไม Creme de la Mer ต้องวอร์มครีมก่อนทา?

  • การวอร์มครีม จะช่วยเนื้อครีมตื่นตัว ทำให้เนื้อครีมสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะเหมือนเป็นการปลุกส่วนผสมสำคัญอย่าง Miracle Broth™
  • การวอร์มครีมจะทำให้เนื้อครีมแตกตัว จนลดการเสี่ยงในการเกิดผิวอุดตันน้อยลง 
  • สำหรับคนที่เมคอัพต่อหลังจากทาครีม การวอร์มครีม จะทำให้ Finish ผิวที่ได้หลังจากทามีโอกาสในการเกิดคราบน้อยลง 

เคล็ดลับการวอร์มครีม Creme de la Mer

STEP 1

ตักเนื้อครีม Crème de la Mer ในปริมาณเพียงเล็กน้อยวางบนปลายนิ้ว

STEP 2

วอร์มเนื้อครีมด้วยปลายนิ้วทั้งสองข้าง โดยใช้นิ้วทั้ง 4 นิ้ว และกดน้ำหนักให้พอดี

STEP 3

วอร์มเนื้อครีมบนปลายนิ้ว จนกระทั่งเนื้อครีมเปลี่ยนเป็นเนื้อใสๆ จากนั้นสามารถกดแตะเบาๆ ให้ทั่วบริเวณผิวหน้า และลำคอได้เลย
วอร์มเนื้อครีมจนได้เนื้อที่ใสแบบนี้
"วอร์มเนื้อครีมจนได้เนื้อที่ใสแบบนี้"
แนะนำสำหรับใครที่กำลังอยากเริ่มต้นใช้สกินแคร์ของ La Mer เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ Crème de la Mer คือชิ้นแรกที่ทั้งผู้เชี่ยวชาญที่เคาน์เตอร์ของ La Mer และอีกหลายคนแนะนำให้ให้ลองใช้ก่อน เพราะนอกจากจะมีให้เลือกถึง 3 ขนาดแล้ว ยังเป็นชิ้นออริจินัลที่จะทำให้เราได้สัมผัสถึง La Mer ที่แท้จริงเลยล่ะ

ซึ่ง 3 ขนาดนี้มีเริ่มต้นตั้งแต่ขนาด 15 ml ที่สามารถใช้ได้ประมาณ 1 เดือน (เห็นกระปุกไม่ใหญ่มาก แต่ปริมาณการใช้แต่ะละครั้งที่ La Mer แนะนำคือน้อยมาก เพราะฉะนั้นใช้ได้ยาวๆ) ราคา 3,800 บาท ตามมาด้วยขนาดกลาง 30 ml ราคา 7,500 บาทที่สามารถใช้ได้ประมาณ 2 เดือน และขนาดใหญ่สุด 60 ml ราคา 13,700 บาท 

The Moisturizing Soft Cream

เหมาะสำหรับผิวแห้ง จนถึงผิวผสม (Dry To Combination Skin)

สำหรับใครที่มีผิวแห้ง ทีโซนมัน หรือช่วงผิวบริเวณหน้าผาก และจมูกมัน หน้าแก้มแห้ง แนะนำเป็นครีมบำรุงผิวสูตรบางเบา เพราะ เนื้อครีมของ Soft Cream จะมีความเข้มข้นที่น้อยกว่าเนื้อครีมอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว หรือใครที่ชอบเนื้อที่เข้มข้นแต่ไม่ต้องวอร์มครีมเนื้อนี้น่าจะตอบโจทย์

The Moisturizing Cool Gel Cream

เหมาะสำหรับผิวผสม จนถึงผิวมัน (Combination to Oily Skin)

เนื้อครีมเจลที่ให้ความเย็นสดชื่นสูตรบางเบา เนื้อนี้เหมาะสำหรับใครที่ชอบความรู้สึกการทาครีมแล้วรู้สึกเย็นๆ เพราะเนื้อเจลนี้จะช่วยปลอบประโลมผิว ให้รู้สึกสดชื่นอีกด้วย และเขายังมีเนื้อบางเบา แทบจะเรียกได้ว่าเกือบมากที่สุดในกลุ่ม 5 เนื้อนี้ จึงเหมาะสำหรับคนที่มีผิวมัน ต้องการการให้ความชุ่มชื้นกับผิวอย่างเข้มข้น แต่ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ

The Moisturizing Soft Lotion

เหมาะสำหรับผิวแห้ง จนถึงผิวผสม (Dry To Combination Skin)

เนื้อครีมนี้ค่อนข้างคล้ายกับ Soft Cream มาก ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับคนที่ผิวผสม ทีโซนมัน หน้าแก้มแห้งเช่นเดียวกัน แต่ถ้าต้องการการใช้ที่สะดวก หรือการพกพาง่าย แนะนำให้ใช้เป็นขวดอย่าง Soft Lotion นี้เลย

The Moisturizing Matte Lotion

เหมาะสำหรับผิวมัน และคนที่ต้องการผิวแมตต์

โลชั่นเนื้อบางเบา ขวดสีขาวด้าน เหมาะสำหรับผิวมัน และคนที่ต้องการอยากให้ผิวหลังจากทาได้ลุคผิวแมตต์ โดยเฉพาะสาวๆ ที่ต้องการแต่งหน้าต่อหลังจากทาโลชั่นบำรุงผิว แนะนำเลยว่าสูตรนี้ตอบโจทย์มาก  

ใช้  La Mer Moisturizer เช้า 1 สูตร เย็น 1 สูตร ได้ไหม?

สำหรับใครที่รู้สึกว่าผิวในตอนเช้าอยากได้ความบางเบา เพราะต้องแต่งหน้าต่อ จะเลือกเป็นโลชั่นแล้วทาในตอนกลางวันก็ได้ ส่วนตอนกลางคืนอยากได้ครีมบำรุงผิวที่เข้มข้นมากๆ เพราะนอนห้องแอร์ และต้องการการบำรุงด้วยเนื้อที่เข้มข้นมากๆ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

บอกเลยว่าเราสามารถเลือกแมทช์การใช้มอยส์เจอไรเซอร์ของ La Mer ได้ตามความชื่นชอบของตัวเองได้เลย เพราะคุณสมบัติของเขาที่เหมือนกัน แต่ออกแบบมาได้หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของคนใช้จริงๆ

ใช้ La Mer Moisturizer ยังไง? ให้คุ้มค่าดีที่สุด

ความคุ้มค่าของการใช้สกินแคร์แน่นอนว่าอันดับแรกต้องใช้ในการบำรุงผิว แต่สกินแคร์บางประเภท โดยเฉพาะมอยส์เจอไรเซอร์ 5 เนื้อสัมผัสนี้ มีความพิเศษที่ให้มากกว่าการบำรุงทั่วไป

  • ใช้ La Mer Moisturizer กับ Skincolor
    นอกจากจะใช้บำรุงผิวแบบธรรมดาแล้ว เนื้อสัมผัสอื่นๆ นอกจาก Crème de la Mer สามารถใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ Skincolor หรือกลุ่มเมคอัพของ La Mer ได้ด้วย เช่น ใช้ผสมกับรองพื้น The Soft Fluid Long Wear Foundation จะทำให้เนื้อรองพื้นอ่อนลง ให้การปกปิด แต่ดูเป็นผิวมากขึ้น เพราะเหมือนช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวเข้าไปด้วย สามารถใช้ได้กับคุชชั่นเช่นเดียวกัน

  • ใช้  La Mer Moisturizer เพิ่มผิวฉ่ำโกลวหลังจากแต่งหน้า
    เพิ่มความฉ่ำโกลวดูผิวสุขภาพดีแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ผิวแมตต์จนเกินไป ด้วยการนำมอยส์เจอไรเซอร์มาการแตะบนผิวเบาๆ หลังจากแต่งหน้าเสร็จ ถ้าจะใช้เป็น Crème de la Mer  ก็วอร์มเนื้อก่อน แล้วไปกดทับผิวเบาๆ ก็จะดูมีผิวฉ่ำ โกลว มากขึ้นนั่นเอง

เก็บรักษายังไงให้ใช้ได้ดี?

  • ไม่ควรเก็บ La Mer Moisturizer ในตู้เย็น
    ใครที่คิดว่าการเอาครีมเข้าตู้เย็นเพราะกลัวเนื้อครีมละลาย แยกชั้นกัน บอกเลยว่าหยุดก่อน! เพราะเนื่องจากกระปุกของ La Mer สามารถกักเก็บอุณหภูมิได้ในตัวเองอยู่แล้ว (สังเกตดูเลยว่ากระปุก และขวดแข็งมาก) การที่เราเอาเข้า-ออกตู้เย็นจะยิ่งทำให้อุณหภูมิของครีมเปลี่ยน เนื้อครีมอาจจะเกิดการแยกชั้นได้ ดังนั้นการเก็บ La Mer ที่อุณหภูมิห้องดีอยู่แล้ว

  • ไม่ควรวางไว้ในที่แดดจัดๆ หรือกลางแจ้งนานๆ
    โดยเฉพาะเนื้อโลชั่น แบบขวดปั๊มที่พกพาได้ง่าย หลายคนมักอาจจะพกพาออกไปข้างนอก ทั้งยิม ไปต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ ไม่ควรทิ้งไว้ในกระเป๋าตากแดดไว้นานๆ เพราะจะทำให้ครีมเสียประสิทธิภาพได้ง่ายนะ
ใครที่กำลังลังเลอยู่ มีโปรโมชั่นจาก La Mer มาฝาก เพื่อจะได้ไปสัมผัสเนื้อครีมทั้ง 5 ของเคาน์เตอร์กันไปเลย ขอบอกเลยว่าเป็นสิทธิพิเศษสำหรับชาวจีบันเท่านั้นนะ :)

  • ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 - 24 พฤศจิกายน 2562 สามารถโทรนัดหมายวัน และเวลา เพื่อรับบริการ Discover your Perfect Moisturizer ค้นหามอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับคุณ เพื่อให้ผิวที่แลดูชุ่มชื้น และเรียบเนียน พร้อมรับบริการนวดมือ 15 นาที  และรับ The Moisturizing Cool Gel Cream ขนาด 1.5 ml มูลค่า 350 บาท  (จำกัด 20 คนแรกเท่านั้นของแต่ละสาขาในการรับ The Moisturizing Cool Gel Cream แต่สามารถรับบริการดูแลผิวได้ไม่จำกัด) เพียงแค่ "บอกว่ามาจาก Jeban และลงทะเบียนเข้ารับบริการ" ที่เคาน์เตอร์ La Mer ทุกสาขา ยกเว้นสาขา KIS @CentralWorld และ KIS @Central Ladprao
แนะนำว่าควรโทรล่วงหน้า ตามแต่ละสาขาตามนี้เลย


สาขา

เบอร์โทร

สาขา

เบอร์โทร

เซ็นทรัล ชิดลม

0-2655-7291   

 เซ็นทรัล นครราชสีมา

 044-012271 

เซ็นทรัล ลาดพร้าว

0-2937-1338

 เซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่

074-339549

เซ็นทรัล บางนา

0-2745-6759

 เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต

076-307088

เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า

0-2884-8378

 เซ็นทรัล พัทยา บีช

038-043186

เซ็นทรัล พระราม 2

0-2872-4762

 พารากอน

0-2610-7715

เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ

0-2835-3308

 ดิ เอ็มโพเรียม

0-2664-7642

เซ็นทรัล ศาลายา

0-2429-6733

 เดอะมอลล์ บางกะปิ

0-2734-1884

เซ็นทรัล เวสต์เกต 

0-2194-4930

 โรบินสัน พระราม 9

0-2108-1069

เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ 

0-2015-1817

 โรบินสัน แฟชั่นไอส์แลนด์

0-2947-5720

Groove @ CentralWorld

0-2646-1482

 โรบินสัน เชียงใหม่

053-272633

Zen @ CentralWorld

0-2100-9273

 โรบินสัน อุดรธานี

042-223826

เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่

053-288906

 โรบินสัน ขอนแก่น

043-288171

สยาม ทาคาชิมายะ

0-2004-9212



ยกเว้นสาขา KIS @CentralWorld และ KIS @Central Ladprao
  • สิทธิเพิ่มเติม! สำหรับเม็มเบอร์จีบันจำนวน 3 ท่านที่ลงทะเบียนร่วมกิจกรรม Discover you Perfect Moisturizer ที่เคาน์เตอร์ La Mer ระหว่างวันที่15 พฤศจิกายน 2562 - 24 พฤศจิกายน 2562 และมาคอมเมนต์บอกเล่าความประทับใจ หรือข้อแนะนำให้กับเพื่อนๆ หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมภายในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 ในกระทู้นี้คลิกเลย ผู้ที่สามารถบอกเล่าได้โดนใจจีบัน และ La Mer จะได้รับ ผลิตภัณฑ์มูลค่า 3,800 บาท (1 ท่าน : 1 สิทธิ์)  มูลค่ารวม 11,400 บาท 
  1. Crème de la Mer 15 ml มูลค่า 3,800 บาท จำนวน 1 รางวัล
  2. The Moisturizing Soft Cream 15 ml มูลค่า 3,800 บาท จำนวน 1 รางวัล
  3. The Moisturizing Cool Gel Cream 15 ml มูลค่า 3,800 บาท จำนวน 1 รางวัล
  • ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 - 24 พฤศจิกายน 2562 ซื้อผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Moisturizer ขนาด 15 ml มูลค่า 3,800 รับทันที The Cleansing Foam ขนาด 30 ml มูลค่า 1,000 บาท ที่ La Mer ทุกสาขา (ยกเว้นที่ KIS @CentralWorld และ KIS @Central Ladprao) จำกัดจำนวน 20 ชิ้นต่อสาขาโดยต้องโชว์หน้าเว็บนี้ หรือเพจ Jeban.Com และ Jeban Arrival เพื่อยืนยันตัวว่ามาจากจีบันก็รับไปเลย

  • สำหรับสายช็อปออนไลน์ กรอก Code : LMJEBAN ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน - 30 พฤศจิกายน 2562 เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์กลุ่ม Moisturizer ขนาด 50 ml ขึ้นไป ผ่านเว็บไซต์ www.lamer.co.th รับ The Treatment Lotion ขนาด 15 ml มูลค่า 550 บาท 
โปรโมชั่นอัดแน่นจุใจสุดๆ สำหรับชาวจีบันที่อยากช้อป La Mer :)
เรียกได้ว่า La Mer Moisturizer ทั้ง 5 สูตร เป็นสกินแคร์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์โดยการคำนึงทุกสภาพผิวที่แท้จริงของคนใช้ ไม่ว่าเราจะมีผิวแบบไหน ก็ออกแบบการดูแลผิวของตัวเองได้หมด

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย