HOW TO: ลดไขมันแบบไม่กดดัน

silhouettegal

silhouettegal

ดู Profile

สวัสดีค่า.....

นี่เป็นรีวิวแรกกกในชีวิตของเราเลย ตื่นเต้น 😆😆 จริงๆ มีคนอยากให้ทำนานแล้ว ช่วยแชร์หน่อยว่าเรามาอยู่จุดนี้ได้ยังไง แต่ก็ยังไม่เคยได้ฤกษ์สักที วันนี้ฤกษ์อะไรไม่รู้ อ่ะลองดูละกัน ถือเป็นความท้าทายอันใหม่ 😬

My figure info 

เราเป็นสาวโครงร่างใหญ่นะคะ กระดูกเบอร์ใหญ่ ดังนั้นเวลาอวบขึ้นมา จะดูตัวใหญ่กว่าคนที่น้ำหนักเท่ากัน ส่วนสูงเท่ากัน แต่กระดูกเล็กกว่าไปโดยปริยาย (เศร้า)
เราสูง 164 ซม.
ในอดีต  peak สุด น้ำหนัก 65 กิโลกรัม เอว 32 นิ้ว
ปัจจุบัน 50-52 กิโลกรัม แล้วแต่ช่วงไหนของเดือน เอว 23 นิ้ว ช่วงลีนสุดๆ คือ 22 นิ้ว โดยน้ำหนักคงตัวแบบนี้มาแล้วประมาณ 7 ปี



อายุ 16 กับ 36 นะคะ ผู้หญิง 2 คนนี้
"อายุ 16 กับ 36 นะคะ ผู้หญิง 2 คนนี้"

คำถามที่ได้บ่อยๆ คือ 

ลดพุงยังไง ลดต้นขายังไง อยากมีร่อง 11 บ้างทำยังไง...

คำตอบคือ ไม่มีทางลัด และไม่มีการออกกำลังกายเฉพาะส่วนเลยค่ะ ร่างกายของเราจะ balance และดึงไขมันส่วนต่างๆ ไปใช้แบบไม่ได้จำเพาะเจาะจง ดังนั้น keywords สำหรับการได้สิ่งต่างๆ เหล่านั้นคือ

Diet อาหาร (70%)

"you are what you eat" กินอะไรก็ได้อย่างนั้น แต่เรากินทุกอย่างนะคะ อาหารทุกประเภทเรากินหมด เพียงแต่สิ่งที่เราคิดไว้ในใจเสมอคือ ทานให้พอดีกับพลังงานที่ร่างกายต้องการเพราะถ้า
  •  in = out ก็ไม่มีอะไรมาสะสม
  • แต่ถ้า in > out ยังไงก็อ้วนแน่ๆ
  • กลับกันถ้า in < out ก็น้ำหนักลดลง            
หลักการข้อนี้เป็นจริงเสมอ

จะรู้ได้ยังไงว่ากินเท่าไรถึงพอดี 


แต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ ทุกคนจะมีความแตกต่างกันทั้งในด้าน เพศ น้ำหนัก มวลกล้ามเนื้อ กิจวัตรประจำวัน การออกกำลังกาย ความเครียด โรคประจำตัว บลาๆๆ 
สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกำหนด metabolic rate ของเราค่ะ ว่าจะเผาแคลอรีได้มากน้อยแค่ไหน หรือถ้าอยากคำนวณคร่าวๆ ลองหาคำว่า TDEE ดูค่ะ 

ในส่วนของอาหารคลีน เราไม่ได้ซีเรียสกับมันมากค่ะ ถ้ามีโอกาสก็กิน แต่ถ้าอยากกินอย่างอื่นที่ไม่คลีนก็จัดไป ไม่คำนวณแคลอรี่ด้วย ฮ่าๆๆๆ แต่อย่างที่บอกสติต้องอยู่กับเรานะสาวๆ ข้อดีของอาหารคลีนคือ แคลอรี่หรือพลังงานที่มองไม่เห็นจากรูปลักษณ์ภายนอกของอาหารจะมีน้อยกว่า เนื่องจากไม่ค่อยผ่านการปรุงแต่ง นอกจากนี้ยังอิ่มนานกว่า สารอาหารครบถ้วนกว่า การกินขนมจุ๊กจิ๊กๆ หรือน้ำอัดลม ที่มีน้ำตาลเป็นปริมาณมาก ซึ่งก็ยิ่งกระตุ้นความอยากอาหารให้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้จักจบสิ้น!!            

เทคนิคของเราที่ใช้ในการควบคุมการกินของเราคือ เทคนิคที่เรียกว่า Intermittent fasting (IF) ซึ่งปรับตามการอด (fast)และการกิน (fed) ในแต่ละสัปดาห์ เช่น 
18 (fast)/6 (fed), 20/4, 24/0
โดยถ้าไปออกนอกลู่นอกทางมาเยอะในสัปดาห์นั้น เราก็จะ fasting (ช่วงอด) โดยมีจำนวนชั่วโมง fasting ที่ยาวนานขึ้นมาหน่อย ถ้ากินหนักมากก ก็ fast ไป 24 ชม. เลยค่ะ แต่ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่นะคะ 

Workout 🏋🏻‍♂️ Cardio and Strength (30%) 

เราออกกำลังกายทั้งสองประเภทเลยค่ะ สลับกันไปใน 1 สัปดาห์ โดยจะออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นตั้งแต่ "zone 2" หรือมากกว่า (ของเราคือประมาณ 120 ครั้งต่อนาที) ให้ได้ 240 นาทีหรือมากกว่านั้น เราไม่ได้เข้ายิม หรือฟิตเนสเลยนะคะ บ้านเรานี่แหละเป็นที่ที่ออกกำลังกายที่ดีที่สุด โดยออกกำลังกายจาก youtube เลยค่ะ fitness influencer หรือ channel ที่เราตามมีหลายคนเลย เช่น Sydney cumming, popsugar, Ali Karmenova สาวๆ ลองไปตามดูได้น้า ที่เราจะทำบ่อยๆ ก็เช่น การออกกำลังกายแบบ HIIT, Body weight, Bootcamp, yoga, plyometrics สลับๆ กันไปค่ะ จะได้ไม่เบื่อ หากางเกงออกกำลังกายสวยๆ มาใส่ก็เป็นแรงจูงใจที่ดีในการลุกขึ้นมาออกกำลังกายนะคะ
หาเวลาให้กับตัวเอง ออกกำลังกายบ้าง
"หาเวลาให้กับตัวเอง ออกกำลังกายบ้าง"
เราทำแค่ 2 อย่างนี้นี่แหละค่ะ ทำต่อเนื่องมาจนเริ่มเห็นผล เริ่มมีกล้ามเนื้อ เมื่อเข้าเดือนที่ 3-4 พอมันมาก็ดีใจมาก จนเราไม่อยากจะสูญเสียมันไป ทำให้เราสามารถ maintain consistency หรือความสม่ำเสมอมาได้ ซึ่งบอกเลยว่ามันคือ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับภารกิจนี้เลย

แต่ยังไงก็ตาม สาวๆ อย่าลืม Smile to yourself มีความสุขกับสิ่งที่ทำ ไม่ตึงไป ไม่หย่อนไป หาสมดุลของตัวเองว่าชอบแบบไหน หามันให้เจอและต้องทำให้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เหมือนตื่นเช้ามาแล้วเราก็ต้องแปรงฟัน เพราะมันคือชีวิตของเรา สุขภาพของเราเอง ไม่มีใครช่วยและไม่มีตัวช่วยใดๆ นอกจากใจล้วนๆ


เวลา happy ความสุขก็จะ shining ออกมาเองค่ะ
"เวลา happy ความสุขก็จะ shining ออกมาเองค่ะ"
เอาใจช่วยสาวๆ ทุกคนค่ะ 😉

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย