[Makeup Tutorial] Soft Brown Makeup แต่งหน้าไปคาเฟ่ โทนน้ำตาล ถ่ายรูปยังไงก็สวย| Smindstyle

Smindstyle

Smindstyle

ดู Profile

[Makeup Tutorial]


  Soft Brown Makeup  

แต่งหน้าไปคาเฟ่ โทนน้ำตาล ถ่ายรูปยังไงก็สวย

________________________

by Smindstyle


สวัสดีค่ะทุกคนกลับมาเจอกันอีกแล้ว ครั้งนี้มายมี how to การแต่งหน้ามาฝากกันอีกเช่นเคย แน่นอนว่ามายมีทั้งคลิป mini how to และภาพนิ่งมาให้เพื่อนได้ดูกัน ซึ่งบอกเลยว่าครั้งนี้ไม่ควรพลาด เป็นการแต่งหน้าที่บอกเลยว่าเข้าได้กับทุกสีผิว แต่งออกมายังไงก็สวยถ่ายรูปขึ้นแน่นอนค่ะ

Soft Brown Makeup เป็นลุคการแต่งหน้าโทนสีน้ำตาลแบบซอฟๆ ที่รับรองว่าไม่แก่แน่นอนค่ะ เป็นโทนสีที่มายบอกตรงๆว่า ไม่ได้แต่งมานานมาก เพราะที่ผ่านๆมาเราจะชอบแต่งหน้าโทนพีชๆ ส้มๆ อิฐๆ กันใช่มั้ยละคะ พอครั้งนี้ได้กลับมาแต่งหน้าโทนนี้อีกครั้ง ก็กลายมาเป็นโทนสีที่ทำให้ดูแปลกตา ได้ลุคที่ไม่ดูจำเจ กลายมาเป็น everyday look ของมายไปด้วยเลยค่ะ  ที่สำคัญค่ะเพื่อนๆ มายบอกเลยว่าลุควันใชเครื่องสำอางค์น้อยมากๆ แถมราคาหลักร้อย แต่ได้ลุคที่ดูสวยแพงอีกด้วย พูดมายาวขนาดนี้เพื่อนคงอยากรู้แล้ว เราไปเริ่มขั้นตอนการแต่งหน้ากันเลยดีกว่าค่ะ อิอิ ^^

  STEP 1  


แน่นอนว่าเป้นขั้นตอนของงานรองพื้นนั้นเองค่ะ ซึ่งรองพื้นที่ใช้วันนี้คือ Etue House doule lasting foundation สี Petal #P04 อย่าพึ่งเบื่อกันน้าเพื่อนๆ อาจจะเห็นว่ามายใช้บ่อยเหลือเกิน รีวิวอยู่นั้น แต่ว่าของเค้าก็ดีจริงนะคะ ไม่งั้นไม่กล้าเอามีรีวิวบ่อยขนาดนี้ ตอนนี้มายหยบใช้น้องเค้าบ่อยเลย เพราะน้องเค้าปกปิดดี ติดทน แต่เนื้อบางเบา ไม่รู้สึกหนักหน้า ให้งานผิวที่สวย ยังให้ความเงาฉ่ำผิวสวยกำลังดี

Etude House Double Lasting Foundation #P04
"Etude House Double Lasting Foundation #P04"

จากภาพเพื่อนจะเห็นได้เลยว่า น้องเค้าปกปิดผิวได้ดี และที่สำคัญมาใช้แปรงลงทั่วหน้า เพิ่มให้ลคการแต่งหน้าดูไม่โบ๊ะไม่หนา แต่ใช้รองพื้นตัวนี้แทนคอนซีลเลอร์ ลงเฉพาะจุดที่ต้องการการปกปิดเพิ่ม อย่างใต้ตาและบริเวณที่มีรอยสิวค่ะ นี่แหละค่ะอีกหนึ่งเหตุผลที่ชอบใช้น้องเค้า พกไปตัวเดียวเอาอยู่เลย

อย่างที่เพื่อนรู้กันว่ามายเองเป็นคนที่ผิวแห้ง เพราะฉะนั้นมายจะไม่ได้ลงแป้งต่อนะคะ สำหรับคนที่ผิวมันสามารถลงแป้งต่อได้เลยหน้า แนะนำว่าใช้แป้งฝุ่นจะช่วยทำให้ผิวคงความธรรมชาติมากกว่าการลงด้วยแป้งผสมรองพื้นค่ะ




  STEP 2  


มายเลือกใช้ลิปสติก Etude House Better lip Talk สี #BE119 Orange Bianco เป็นสีส้มนู้ดที่สวยมาก เห็นแล้วคือใส่ตะกร้าโดยไม่ต้องลังเล แต่มายบอกเลยว่าลิปสนี้เป็นลิปสีกันตายไดเลย สามารถเอาอยู่ทุกสถานการณ์ 


มานำลิปสติกมาใช้เป็นครีมบรัชเพื่อ เพิ่มการติดทนและคุมโทนการแต่งหน้าให้ไปในทิศทางเดียวกันนั้นเองค่ะ 

  STEP 3  


เป็นขั้นตอนของการเขียนคิ้วนั้นเอง ซึ่งมายบอกเพื่อนๆเลยว่าลุควันนี้ทั้งคิ้ว ตา แก้ม และคอนทัวร์ อยู่ในพาเลทเดียวกัน นั้นก็คือ Etude House Bakehouse play color eye palette เป็นพาเลทที่ขายดีถล่มถลาย out of stock ทั้งที่เกาหลีและไทย แต่ว่าที่ไทยเค้ามีของมาเดิมอยู่น้า ตั้งแต่มายเห็นครั้งแรกในไอจี บอกเลยว่าตาลุกวาว คิดเลยว่า ยังไงก็ต้องมี บอกเลยว่าไม่ได้จะอวยแบรนด์ แต่สำหรับ Bakehouse เห็นแล้วใจสั่น เป็นพาเลทโทนน้ำตาลที่ละมุนมากๆ พูดตรงๆเลยว่ามายไม่ได้ใจสั่นกับพาเลทโทนน้ำตาลแบบนี้มานานมากๆๆแล้วค่ะ

เห็นมั้ยละคะเพื่อนๆ ใจบางกันเลยใช่มั้ยละคะ มายบอกเลยพาเลทนี้แนะนำขาดใจ ตอนที่มายได้มาเป็นพาเลทสองชิ้นสุดท้ายคือดีใจมากบอกเลย ถ้าเพื่อนๆเห็นหรือซื้อทัน บอกเลยของมันต้องมี ราคาหลักร้อยแต่คุณภาพดี มีทั้งแมท ชิมเมอร์ และกลิตเตอร์ พร้อมคู่สีที่คิดมาแล้ว จะจับคู่สีไหนก็รอดค่ะ


  EYEBROW  


อย่างที่เพื่อนรู้กันดีค่ะ ว่าการเขัยนคิ้วให้ดูสวยแบบธรรมชาติ ควรที่จะเน้นปลานคิ้วเป็นสีเข้ม และหัวคิ้วเขียนเป็นเส้นเลียนแบบขนคิ้วด้วยสีอ่อน ซึ่งมายก็เห็นว่าสี eyeshadow ในพาเลทมีสีที่เหมาะกับการน้ำมาเขียนคิ้วได้พอดีเลย ซึ่งด้วยความที่เค้าเป็น eyeshadow พิกเม้นสีของเค้านั้นก็ชัด ทำให้เขียนคิ้วได้ง่าย เห็นสีชัด ไม่ต้องเสียงเวลาแตะอยู่หลายรอบ 5555

  EYES  


เราไล่ลงมาที่ตาของเราต่อเลยค่ะ บางครั้งเพื่อนๆที่เป็นมือใหม่ ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากอะไร มายแนะนำว่าวิธีนี้เวิคสุดค่ะ คือการไล่ลงมาจากบนลงล่าง ๆจะทำให้การลงส่วนต่างๆได้ง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ 


การแต่งตาวันนี้บอกเลยว่า มายอาจจะใช้สีเยอะหน่อยนะคะ แต่เพื่อความคุ้มค่า ซื้อมาแล้วเราจะใช้อยู่แค่ 1-2 สีไม่ได้นะ จริงมั้ย! (มายรู้เลยว่าหลายๆคนต้องเป็นแน่นอน หมดอยู่สีเดียวทั้งพาเลท) แต่รบรองว่าแต่งไม่ยาก เพื่อนๆสามารถแต่งตามกันได้แน่นอน ถ้าใครรู้สึกว่าซับซ้อนไป ก็สามารถตัดออกก็ได้น้า เพราะอย่างที่มายบอกไปว่า พาเลทนี้ไม่ว่าจะเอาสีอะไรมา match กัน เค้าก็เข้ากันได้ดีแน่นอน 


** ถ้าเพื่อนๆดูรูปแล้วไม่เข้าใจ มายแนะนำว่าดูคลิปประกอบด้วยจะช่วยให้เข้าใจได้ยิ่งขึ้นค่ะ 

  BLUSH & CONTOUR  ​

ใช่แล้วค่ะ เรายังอยู่กันที่พาเลทเดิม (บอกแล้วว่าคุ้มมาก) มายใช้สี Milk Latte และ Pine Cone ปัดบริเวณพวงแก้ม สีดูละมุนแบบนู้ดส้มน้ำตาลเบาๆ บอกเลยว่าได้ลุคที่ดูดีไม่แพ้การใช้บรัชออนราคาแพงเลยค่ะ มายชอบสีของพาเลทนี้มากเลย (อาจจะพูดหลายครั้ง แต่ชอบจริงๆน้า) น้องสามารถใช้ได้กับทุกส่วนจริงๆ แต่แน่อนมายใช้สี Beach Coconut ในการคอนทัวร์กรอบหน้าและจมูกนั่นเอง เป็นสีที่สร้างเงาได้ดี สำหรับมายคิดว่าสีนี้เหมาะกับการคอนทัวร์ที่สุด เป็นโทนสีน้ำตาลกลาง มีความเทา และส้มอยู่จางๆ คือดี

  STEP 4  


จบท้ายด้วยการทาลิปสติก โดยส่วนตัวมายเองจะเป็นคนที่ทาลิปสติกเป็นขั้นตอนสุดท้าย อย่างแรกเลยปากอยู่ล่างสุด มายเคยลองทาปากไปก่อน แล้วมาแต่งตา และคอนทัวร์หน้าที่หลัง บอกเลยว่าเพิ่มความลำบากในการแต่งหน้ามาก เพราะตอนที่ทาตา มือต้องค่อยระวังไม่ให้ไปโดนปาก ตอนที่คอนทัวร์ ต้องระวังไม่ให้ปัดแปรงไปโดนปาก เพราะงั้นโดยส่วนตัวมายชอบทาลิปเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ลิปวันนี้มายเลือกใช้เป็น  Etude House Better lip Talk  ซึ่งลิปรุ่นนี้นะคะเค้ามีด้วยกัน 2 สูตร เป็นสูตร original จะมีฉ่ำวาว ปากรู้สึกชุ่มชื้น เป็นอารมณ์ moisturizer lipstick มายชอบเรียกน้องว่าเป็นรุ่น moisture และอีกสูตรคือ velvet จะเป็นลิปสติกที่ให้ความแมท แบบสบายปาก มายรู้สึกถึงความกำมะหยี่ หลังจากที่ทา เลยเข้าใจว่าทำไมเค้าถึงเรียกว่าเป็น velvet ซึ่งแน่นอนว่า charecter ของลิปสติกรุ่นนี้คือ พิกเม้นแน่น สีชัด ติดทนพอประมาณ สบายปาก 


พูดมาขนาดนี้จะทารุ่นเดียวก็คงจะไม่ใช่ วันนี้ตั้งใจจะมาทาเป็น ombre' ซึ่งบอกเลยว่าลิปสีนี้คิดมาตั้งแต่ตอนอยู่ที่ shop แล้วค่ะ คิดในหัวเลยว่าน้องต้องเข้ากันและเข้ากับ Bakehouse ได้ดีแน่นอน ซึ่งผลก็ตามคาดค่ะ Smindstyle ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน 

  Finished Look  


จบแล้วค่ะ 


หวังว่า blog ครั้งนี้จะเป็นปะโยชน์กับเพื่อนๆทุกคนนะคะ

_______________________________

เจอกันใหม่ครั้งหน้า

บาย

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย