Part 2 ว่าด้วยเรื่องเรื่อง "อยู่ก่อนแต่ง" ตอน มื้อนี้ใครจ่าย

Withinyou

Withinyou

ดู Profile

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ทุกคน 
ยังอื่นเลยต้องขอขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาอ่าน กันมากๆนะคะ
มีหลายๆคอมเม้น ที่ฝิ่นตามอ่านทำให้ฝิ่นได้เห็น มุมมองหลายๆคน หลายๆแบบ

ก่อนอื่นฝิ่นต้องขอบอกก่อนนะคะว่า ประสบการณ์ของฝิ่น ชีวิต คู่ ของเรา
ยังดำเนินต่อไป เราเลยไม่สามารถจะมาบอกอะไร ถึงอนาคตว่า
การอยู่ก่อนแต่ง หรือ แต่งก่อนอยู่ จะทำให้ทุกอย่างดีกว่ากัน
แต่ สิ่งที่ทำให้เรารับรู้ได้ตอนนี้คือ ทุกวันนี้ เราใช้ชีวิต มีความสุข
สนุกกับ สิ่งที่เจอ ใหม่ๆทุกวัน มีอะไรมาท้าทายไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว หรือ งาน
มันทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตมันสั้น ทุกวันนี้ เดินออกจากบ้านก็อันตรายแล้ว
เพราะฉะนั้น เลยอยากมาแชร์ เรื่องราว ที่เราได้เจอ อาจจะให้เพื่อนๆ
เป็นแง่คิดอีกมุมนึง ของ ชะนีสาวที่ย้ายตัวเองมาอยู่ต่างแดนตั้งแต่อายุ 18

ความเดิมตอนที่แล้วเพื่อนๆสามารถ กด ลิงค์เข้าไปอ่านได้นะคะ

https://www.jeban.com/topic/279039

มาต่อกัน เรื่องที่ ฝิ่นเคยได้ยิน หนาหูมาสุดๆ เรื่อง มื้อนี้ใครจ่าย ? ทำไมผู้ชายต้องเป็นฝ่ายจ่ายเสมอ ? อันนี้คือคำถามที่เราอยากฟัง คำตอบด้วยเหตุและผล จากทุกๆคน

ต้องบอกก่อนนะคะ ว่าเราเป็นสาย อยู่บนพื้นฐาน ฐานะ ปานกลาง
และ โตมาด้วยตัวเอง ทำงานตอนเด็ก เราเลยค่อนข้างจะไม่ค่อยสนใจ
เรื่องที่ 50% แชร์กัน ค่าข้าว ค่าตั๋วหนัง หรือแม้กระทั่ง ค่าชอปปิ้งหรือสิ่งใด

เราจะเล่าว่าตอน สมัยที่เรากับแฟนเดทกันเนี่ย เราสองคน เป็นเพื่อนกันมาก่อน
เพราะฉะนั้น ชีวิตเราเริ่มจากการไปไหนกันเป็นกลุ่ม เป็นเพื่อน
เดทแรกของเราไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ทุกคนก็ต่างคนต่างจ่าย แฟนเราก็ไม่ได้ออกให้
ในส่วนของเรา ตอนนั้น เราไม่ได้รู้สึกว่ามัน กระทบกระเทือนอะไร

ต่อมาตอนไปเดทกันสองคน จริงๆจังๆ รอบนั้นเขาเป็นคนจ่ายค่าดื่ม เพราะเราขึ้นไปดื่มกันที่ร้านหรูแห่งนึง ฮ่าๆ เรียกสะ ก็มันเป็น คอกเทลล์บาร์ที่ วิว ค่อนข้างจะสวย เลยละ แต่เรารู้สึกในใจว่า ครั้งต่อไปเราต้องเป็นคนออกบ้าง

เหตุ และ ผล

สำหรับเรา มื้อนี้ใครจ่าย ไม่สำคัญ เท่ากับ ความจริงใจ และ ความซื่อตรงต่อกัน
เหตุผลหลายๆประการ คือ แฟนเรา ยังเรียนและทำงาน ไปพร้อมๆกัน
ซึ่งเขาไม่ได้เงิน ซัพพอทจากทางบ้าน เขาก็เป็นคนต่างชาติ ที่มาเรียนที่ออสเตเลีย
เขาจ่ายค่าเทอมเอง ค่าที่พักเอง ค่ากินเอง เราเลยไม่รู้สึกว่าทำไมเขา
ต้องมารับผิดชอบในการใช้ชีวิตเป็นอยู่เรา เพราะเราตอนนั้น คือ ทางบ้านจ่ายค่าเทอม ค่าที่พัก เราทำงานหาค่ากิน ค่าใช้ชีวิตของเรา ความเป็นอยู่เราดีกว่าด้วยซ้ำ
เราไม่ได้มองกันที่ ฐานะ หรือ เงิน หรือ อะไรทั้งสิ้น ณ เวลานั้น

เราแค่รู้สึก เคารพ ผู้ชายที่ ให้เกรียติ กล้าพูด ความจริง มากกว่าปิดบังกัน เขาเป็นคนที่ มีแต่ความคิดดีๆ จนทำให้เราบางทีรู้สึกเกรงใจ แต่บอกก่อนนะว่าเราไม่ได้ บอกว่า เราไม่ชอบคนจ่ายให้เด้อ 555555
มีครั้งนึงไปทานข้าวกัน เขาก็พูดขึ้นมา สมมุติมื้อนี้ 30ดอลล่า เขาบอก เธอจ่าย 10ฉันจ่าย 20นะ ตอนนั้นคือยังเป็นแฟนกันยังไม่ได้ย้ายมาอยู่กัน เพื่อนเราพูดขึ้นมาประมาณว่า ทำไมแฟนไม่เลี้ยง เราเลย ให้คำตอบกลับไปว่าก็กินกันสอง สามคน ตัวเขา ตัวเราเพื่อนเรา ทำไมเขาต้องมานั่งรับผิดชอบ ทั้งหมด

ใน ตอนนั้น เขายังเรียน ยังทำงาน ยังหาเงิน เดือนชนเดือน ในต่างบ้านต่างเมือง
การที่เราไม่เอาเปรียบกัน ทำให้เขาเองรู้สึกอุ่นใจและไว้ใจเรามากขึ้น อันนี้ความรู้สึกเรา เราไม่อยากเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคู่คนไหน แค่นี้มันก็ทำให้เราสุขใจ
เราทำอะไรอยู่ในบันทัดฐานความพอดี
เราแค่รู้สึกการไม่เอาเปรียบใคร ไม่ว่าจะเป็น แฟน เพื่อน หรือใครก็ตาม คือสิ่งที่ดีในการดำรงชีวิต

เรื่องขำ ของความหรูหรา : 
ตอนวันเกิดเราเขาพยามพาเราไปร้านหรูดินเนอร์กันที่ร้านอาหารแห่งนึง
ตอนนั้นเขา จ่ายให้ มันเป็นเหมือนคอร์สอาหารร้านอิตาลี ร้านดังที่เมลเบิร์น
พอเราทานเสร็จ สีหน้าเราไม่สู้ดี แฟนถามเป็นอะไร อาหารไม่อร่อยหรอ
เราบอกเขาไปว่า เปล่าหรอก เราไม่อิ่ม ฮ่าๆ
หลังจากนั้นเราบอกเขา เราไม่ใช่สายอาหารร้านหรู คือถ้าคนอินกับการทำอาหาร
หรือ อินกับสายนั้น เราเข้าใจเลยนะ มันดีต่อใจมาก
แต่เราเป็นสายแบบ Street foods หรือ สายกิน จริงจัง อะ อะไรก็ได้
อาหารเอเชีย คือ เราได้หมด ฮ่าๆ
เขาเลยเปิดอกคุยกันนึกว่า เราจะชอบไปร้านหรูๆเพราะเขาไม่ค่อยได้พาไป
เราเลยบอกเขาไปตรงๆว่า ตอนนี้เรายังอายุแค่นี้หาเงินได้วันละเท่านี้
ใช้ชีวิตแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ส่วนตัวเขาไม่ได้ชอบสายนี้อยู่แล้ว
ไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่ฝืนใจใคร เราเลย ตกลงกันได้ในเรื่องของการกิน
และการ ไปสถานที่ต่างๆ

พอเป็นสามีกันเรื่องการใช้จ่ายเปลี่ยนไป
เขารับผิดชอบในส่วนของค่าใช้จ่าย ค่าอาหาร ค่ากิน ค่าต่างๆ มากขึ้น
เพราะตอนนี้เราทั้งสองได้งานที่ดีไม่ต้องรับผิดชอบค่าเทอม
แต่เราสองคนก็ยังแชร์ค่าบ้าน ค่าบิล บางอย่าง
ตอนนี้เขาหาเงินได้มากขึ้น เขาก็ ให้จ่ายเยอะขึ้น
เพราะ เราเป็นคู่ชีวิตกันแล้ว เขาบอกเสมอเขาอยากดูแลเราให้ดีที่สุด ทุกๆวัน

เรารู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลจริงๆ เราไม่สามารถมาวัดได้ว่า
การ ให้ผู้หญิงช่วยจ่ายค่าอาหาร ทำให้ผู้ชายดูไม่แมน ไม่ให้เกรียติผู้หญิง
เรื่องนี้สำหรับเรา ไม่เกี่ยวเลย เราเอง ต้องให้เกรียติ ผู้ชาย

ถ้ายังอยู่ในวัย ขอเงิน คุณพ่อคุณแม่ ยังอยู่ในวัยที่ ยังไม่สามารถรับผิดชอบชีวิต
ตัวเองได้มาก ใช้ชีวิตให้ พอดี กับสิ่งที่เป็นอยู่
บางคนไป ร้านอาหารเป็นพัน อาจจะ ไม่แพงสำหรับเขา
บางคนไป ร้านอาหารเป็นร้อย อาจจะ แพงสำหรับเขา
มันไม่เกี่ยวว่ากินอะไรวันไหนที่ไหน แต่มันอยู่ที่คนสองคน
ตกลง รู้สึกดีไม่อึดอัด ต่อกัน ก็พอ

เราชอบคิด ถึงความรู้สึกทั้งสองฝ่ายนะ ว่าถ้าวันนี้เขาจ่าย เขาจะอึดอัดไหม
เราเคยมีความสัมพันธ์ที่ผู้ชายเปย์ตลอด แต่สุดท้าย มันทำให้เราอึดอัดเอง
เพราะ เราไม่มีสิทเลือกมากในสิ่งที่เราอยากกิน หรือ อยากทำ
เพราะฉะนั้น ปรับ และ เปลี่ยน คือ สิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตคู่ได้มากที่สุดค่ะ

เพื่อนๆ คนไหนอยากฟัง ตอนต่อไปอย่าลืมคอมเม้นกันและอย่าลืมแชร์ประสบการ ให้ฝิ่นฟังด้วยนะคะ
ตอนหน้า ฝิ่นจะเอาบทสัมภาษณ์ฝั่งคุณสามี ในเรื่อง การอยู่ก่อนแต่ง มาฝากค่ะ




วันนี้ขอปิดท้ายด้วยวีดีโองานแต่งงานสไตล์ยุโรปของเรานะคะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย