✨ How to ✨ Sweet Luxury Peachy ~ โทนส้มพีช ละมุน ฉ่ำๆ ขับให้ผิวเนียน ยิ่งกระจ่างใส

its.tsunisa

its.tsunisa

ดู Profile

วันก่อนแอบเห็นรูปเมคอัพโทนส้มพีชที่ตองชอบ ~ 

แต่มาในลุคที่ดูใสๆ ผิวใสๆ ดูเบาๆ แต่มีลูกเล่นเต็มไปหมด


วันนี้ก็เลยถือโอกาส ทำฮาวทูภาพนิ่ง + รีวิวไอเท็มงานผิวที่ใช้ มาฝากกันน๊า

ซึ่งวันนี้เลยมาในลุคที่งานตายังคงเขียนอายไลเนอร์ดำฟุ้งๆ

แต่จะแตะสีเพิ่มยังไงให้ยังดูละมุนอยู่ ~

สำหรับฟินิชลุควันนี้จะประมาณนี้เลยยย ~

มีความละมุน มีความฉ่ำเบาๆ ดูใสๆ แต่ก็ไม่ได้เบาไปซะทีเดียวน๊าาา


Before - After

จะเห็นความต่างในเรื่องงานผิวชัดมากๆ ๕๕๕๕ ผิวที่ดูเบลอสวยๆ

ยิ่งขับให้ลุคนี้ดูนัว และกระจ่างใสมากขึ้นได้นั่นเองค่ะ


มาเริ่มกันเลยดีกว่านะคะ ซึ่งก่อนที่จะแต่งหน้าตองก็ลงสกินแคร์เรียบร้อยแล้ว

ก็มาเริ่มลงงานผิวได้เลยคร่า เพราะว่า เมคอัพเบสที่เค้าใช้มีกันแดดในตัวจ้า

- MAKEUP BASE -


Connecting Base ของ Covermark 

เขย่าก่อนใช้ แล้วนวดลงผิวได้เลย ตัวเบสน้ำนมเนื้อลื่นมากๆ จะได้ผิวที่กระจ่างใสขึ้นน๊า


หลังจากนั้นก็ต่อด้วยงาน รองพื้นเนื้อแป้ง

Moisture Veil LX ของ Covermark


ตองใช้เบอร์ #MN40 นะคะ พอเค้าเซทตัวแล้วสีจะเข้ากับผิวตองสุดๆเลย

วิธีการลงเนื้อรองพื้นเทคนิคที่เค้าแนะนำ ก็คือลงปาดออกไปตามกล้ามเนื้อหน้านะคะ

พอลงครบ 1 ชั้นแล้ว สามารถกดย้ำจุดที่ต้องการปกปิด เพิ่มได้เลยค่ะ

ตองมีแป้งรีฟิลเบอร์ MN50 อยู่ด้วย สีนี้เค้าจะเหมาะกับคนผิวสองสีเลยนะคะ

ตองลองทาทั้งหน้าแล้ว วันไหนอยากได้แทนสกิน คือ ตัวนี้ได้เลย

โดยที่ตองใช้ปัดบริเวณกรอบหน้าเพื่อเป็นคอนทัวร์แบบเป็นธรรมชาติ เป็นอันจบงานผิว ~ 


- EYES POINT -

มาต่อที่งานตากันเลย ตอนแรกตองจะแต่งสไตล์ที่ตองชอบแต่งช่วงนี้ “ก่อน”


Ink fitting Shadow #25 | Peripera 

ลงอายแชโดว์เป็นเชปแคทอาย ลงสีไม่เกินรอยพับตา และไม่ได้เบลนให้ฟุ้งนะคะ



24/7 Glide-On EyePencil #BlackMarket | Urban Decay
ใช้อายไลเนอร์แบบดินสอ ถมบริเวณโคนขนตา และเขียนขึ้นมาเป็นไลเนอร์แบบเบาๆ ไม่ลากหางยาว ลงแค่เบาๆ ให้สีติด แล้วใช้แปรงหัวตัดเฉียง ในการค่อยๆ เบลนให้เป็นเส้นที่ดูฟุ้งขึ้น

Voluminous Lash Paradise | L’oreal

ปัดขนตาเบาๆ วันนี้ไม่เน้นขนตาหนา เน้นปัดให้ยาว ให้เรียงเส้นและกระจาย


- EYEBROW POINT -

It’s Brow Time Brows Kit NaturalBrown | KMA #

ลงที่เขียนคิ้วเนื้อฝุ่นสีน้ำตาลเทาอ่อนบริเวณหัวคิ้ว > กลางคิ้ว
แตะสีน้ำตาลเทาข้มบริเวณกลางคิ้ว > ปลายคิ้ว
ปิดท้ายตัวที่เขียนคิ้วเนื้อเจล ปัดขนคิ้วให้เรียงเส้น ตั้งขึ้น

งานตาเสร็จแล้ว ไปต่อกันค่ะ ~

Simplify Ultra Light Blusher #04| Goldberry 

ค่อยๆ กดบรัชโทนสีส้มพีช เนื้อใสๆ ลงตามที่ตองวงเอาไว้เลย

แต่จะไม่ลงให้น้ำหนักมือเท่ากันทั้งหมดนะคะ จะกดเน้นๆ แค่แถวหน้าแก้ม


Glow Fleur Cheeks #10| Canmake

แตะเฉพาะสีโดทนแดงก่ำ กดทับบริเวณหน้าแก้ม


หลังจากนั้นก็แตะแป้ง Moisture Veil LX สี #MN50 เพื่อไล้ดั้งเพิ่มจ้าาาา


-

มาต่อที่งานลิปกันเลยดีกว่า แต่ที่บ้านยังไม่มีลิปอันไหนที่ให้

สีแบบที่อยากได้ และให้เนื้อ ที่ตอบโจทย์ในแท่งเดียว วันนี้เลยใช้ลิป 3 สีไปเลยจ้าาา ~


Rouge Unlimited Supreme Matte #Sandy Quartz | Yazbukey x Shu uemura

ลงสีพื้นปาก ด้วยสีชมพูพีชเพื่อกลบสีปากทั้งหมด


Rouge A Levres #Juicy| Urban Decay

สีพีชส้มอ่อน กลิตเตอร์ทอง ลงเฉพาะบริเวณเส้นขอบปาก 

แตะให้เบลอ ถ้าสีอ่อนก็ลงเพิ่มอีกรอบนึง 


Velvet Matter Lip Color #Whisky Myth | Malissa Kiss

สีสีโก้โก้ บริเวณด้านในปาก แล้วแทปๆ ให้ทั่วกระจายมาเกือบถึงขอบปาก


เป็นอันฟินิชชชช ~ ได้สีปาก ละมุนๆ น่าจุ๊บ น่าทะนุถนอม ๕๕๕


แต่ค่ะ แต่~ จะบอกว่าเสร็จแล้วก็ไม่ใช่

เพราะวันนี้ตองอยากได้ฟินิชลุคที่ดูละมุนๆ ก็ต้องมีแตะมีเติมกันนิดนึง ~

แตะกลิตเตอร์ Metallist & Glitter #Margaret | Touch in Sol

ฝั่งเมทัลลิคครีม ลงบริเวณหัวตานะคะ


Amrezy Highlight | Anastasia

ปัดไฮไลท์สีทอง เบาๆ บริเวณเปลือกตาด้านในแบบในรูปเลย

เพราะทำให้เปลือกตาดูเด่นขึ้น และปัดลงเบาๆ ตามจุดไฮไลท์ เน้นปัดเบาๆ ให้ได้ผิวนัวๆ นะคะ


Simplify Ultra Light Blusher #04| Goldberry 

เพื่อความนุ่มของตาโดยรวม ตองแตะบรัชสีส้มพีช ลงบริเวณหัวตา

และปัดบริเวณขอบตาล่างเพิ่ม เพื่อให้ตาดูซอฟขึ้น


เป็นอันฟินิช จริงๆ แล้วคร่าาา ~

ลุคโดยฟินิชโดยรวมดูเหมือนไม่ได้แต่งเยอะ แต่แต่งเยอะจริงๆนะ ๕๕


เลิฟตรงงานผิวที่ขั้นตอนน้อยที่สุดเลยจ้าา ~

และงานผิวเนียนๆ ยิ่งทำให้ลุคนี้ดูนัว และกระจ่างใสขึ้นกว่าเดิมนั่นเองคร่า


พูดมาถึงขนาดนี้แล้วก็ขอมาเม้าส์ มาเล่า มาเห่อ ไอเท็มงานผิวหน่อยนะคะ

เค้าขอมาเม้าส์เรื่องงานผิวกันนิดนึงน๊าาาา เพราะเรื่องงานผิวต้องยกให้ Covermark จริงๆ

สำหรับวันนี้เค้าใช้

Connecting Base คู่กับ Powdery Foundation

รุ่น Moisture Veil LX

เป็นรองพื้น เนื้อแป้งนะคะ ตองใช้สี MN40 ค่ะ ( รุ่น Flawless Fit ตองใช้ FN40 )


ต้องบอกก่อนเลยว่า คู่นี้ คือ เหมาะกับการใช้ในประเทศไทยมากๆ

โดยเฉพาะคนที่มีผิวแบบ Combo สุดๆ แบบตอง เพราะ ตองเป็นคนผิวผสม - มัน

และบางส่วนจะแห้ง เช่นหน้าผากเป็นต้น และพอระหว่างวัน ก็มันเชียวจ้าา ~


ความพิเศษของรองพื้นรุ่นนี้ เค้าอยู่ตรงนี้ค่ะ คือ

ไม่ว่าจะมีผิวผสม ผิวมัน หรือผิวแห้ง! ก็สามารถใช้สูตรนี้ได้เลย

Moisture Veil LX | Covermark #MN40

( แป้งพร้อมตลับ 2,200.- )


เอาตลับมาอวดก่อน เพราะตลับเลอค่ามากกก แต่ตอนนี้ตลับลายนี้ไม่มีขายแล้วนะคะ

เป็น Limited Edition ของเมื่อปลายปีที่แล้ววว ~ เป็นความภาคภูมิใจที่อยากอวด ๕๕๕


ตลับทรงยาวสไตล์ Covermark มาพร้อมกระจกและช่องวางฟองน้ำ

เค้ามีทั้งหมด 6 เฉดสีนะคะ อยากได้ความชัวร์ แนะนำให้ไปลองเทสสีที่เคาร์เตอร์เลยค่ะ

ตัวแป้งมีปั้มโลโก้แบรนด์มา แต่ตอนนี้โลโก้หายไปแล้ว ใช้บ่อยจัด


ตองลองเทียบให้ดู 2 สีที่ตองมีอยู่ เบอร์ #MN40 และ #MN50

ซึ่ง #MN40 เป็นเบอร์ที่ตรงกับผิวตองมากก ( รุ่น Flawless Fit ตองก็ใช้ #FN40 ด้วยค่ะ )


มาต่อกันที่งาน Makeup Base กันเลยดีกว่าค่ะ

ซึ่งสำหรับตัว Makeup Base เค้ามีหลายรุ่นนะคะ แต่ตองเคยลองตัวนี้แล้วติดใจ

Connecting Base | Covermark

( 1,600.- )


สำหรับเบสตัวนี้จะเหมาะกับคนที่ผิวผสม - มัน ช่วยให้รองพื้นติดแน่นมากกว่าเดิม

 ติดทน ให้ผิวเนียน ลื่น ก่อนลงรองพื้นนั่นเองค่ะ * เขย่าก่อนใช้ *


: เนื้อสัมผัส :


เนื้อลิควิคสีครีมอ่อนๆ เหลวแต่เข้มข้น เนื้อเกลี่ยได้ง่าย

เกลี่ยลื่นมากๆ นวดลงผิวเพลิน ไม่มีกลิ่น นวดๆไปบนผิว ไม่เป็นคราบ

ปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใส สว่างขึ้น ใสขึ้น ทันที ไม่เหนอะหนะผิว พร้อมลงรองพื้นต่อ 


หลังจากลงเบสเรียบร้อย ก็ต่อด้วยรองพื้นเนื้อแป้งได้เลยค่ะ ใช้บ่อยจนโลโก้หายไปละ > <

ตองลองเปรียบเทียบระหว่างลง

ลงรองพื้นทับตัว Connecting Base ( บน ) กับ ตัวรองพื้นบนผิว (ล่าง ) นะคะ

ลงรองพื้นทับตัว Connecting Base ( บน ) กับ ตัวรองพื้นบนผิว (ล่าง ) นะคะ


ตัวรองพื้น ปกปิดทำให้ผิวดูสม่ำเสมอขึ้นได้ ทั้งบนผิวปกติและบนเบสนะคะ

แต่ถ้าลงแป้งทับตัวเบส จะทำให้เนื้อแป้งของเราติดได้แน่นขึ้น ปกปิดมากขึ้น และติดทนมากขึ้น

หลังจากที่ลงแป้งทั่วทั้งผิว จะเห็นได้เลยว่าผิวดูเรียนเนียน เบลอผิวสวย

ผิวดูกระจ่างใสขึ้น สีผิวดูสม่ำเสมอ และปกปิดได้ดีมากๆ

อันนี้ตองลงทั่วผิวแค่เลเยอร์เดียว ไม่ได้กดซ้ำอีกชั้น ก็ปกปิดได้ดีเลยน๊า

แต่ถ้ามีบริเวณไหนที่เป็นกังวล เช่นรอยสิว รอยฝ้า กระต่างๆ สามารถใช้แป้งกดทับเพิ่มได้เลย


รอให้รองพื้นเค้าเซทตัวสักแป๊ปนึง จะได้ผิวที่ดูเป็นผิวมากขึ้นค่ะ 


สำหรับรองพื้นรุ่นนี้เค้ามีกันแดด SPF32 PA+++ และสารบำรุงต่างๆที่ให้ความชุ่มชื้นด้วยนะคะ

นอกจากนั้นก็คือ ความพิเศษของแป้งรุ่นนี้ที่ตองแอบบอกไปแล้วว่า 


เหมาะกับทั้งคนที่ผิวผสม - ผิวมัน และ ผิวแห้ง ~

เพราะตัวแป้งที่เป็น Moisture Coating ที่เคลือบอนุภาคแป้งด้วยความชุ่มชื้น

ทำให้ปาดเนื้อแป้งได้ นุ่ม ลื่น เกลี่ยลงผิวได้ง่าย แม้ว่าจะผิวแห้งก็ตาม


และยังมี Sandwich Complex Powder และ Moist Change Powder

ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น และช่วยแป้งติดทนได้มากขึ้น เปลี่ยนความมัน หรือน้ำมันที่ผิวขับออกมาระหว่างวัน ให้เป็นความกระจ่างใสของงานผิว ไม่ดรอประหว่างวัน เหมาะกับคนผิวมันแบบเราๆ


หลังจากเนื้อรองพื้นเซทตัว จะเห็นได้เลยว่าสีเค้าเข้ากับผิวตองมากๆเลยน๊า

ผิวดูเนีบย เรียบ ลื่น ~ ดูเป็นผิวที่เบลอมาสวยๆ เลิฟฟฟมาก


ในเรื่องของความติดทน

ตองลง Connecting Base ตามด้วยรองพื้น Moisture Veil LX 

และใช้ชีวิตอยู่ในอุณหภูมิปกติ ตั้งแต่ 10:XX - 19:XX นะคะ

ไม่ได้ซับหน้า ไม่ได้เติมแป้งระหว่างวัน

จะเห็นได้เลยว่าความมันผิวออกมา จะเห็นได้ตามร่องจมูก และจมูกที่มีความมันชัด

แต่รองพื้นทุกอย่างติดทนมากๆ เหงื่อออกก็ไม่ไหล ไม่เยิ้ม ไม่ดรอประหว่าง 

ตองให้ ผ่าน ผ่าน ผ่าน

เอาฮาวทู ลุคนัวๆ ทองๆ นู้ดๆ คลีนๆ มาฝากและรีวิวงานผิวแบบจัดหนักให้ด้วย

หวังว่าจะชอบกันน๊าาา แล้วเจอกันใหม่นะคะ


xoxo

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย