กรมศุลช่วงนี้ดุ!! ภาษีนำเข้าโหดจริงไหม? ช็อปยังไงให้เซฟ?

mimikk

mimikk

ดู Profile

ไม่กี่วันที่ผ่านมา เห็นข่าวเรื่องโดนเรียกเก็บภาษีจากกรมศุลกากรผ่านไทม์ไลน์เยอะพอควร จากประเด็นที่มีคนไปเที่ยวเกาหลีกลับมาแล้วโดนเรียกเก็บภาษีไป 6,000 จากมูลค่าของ 1,500 บาท ตอนได้ยินข่าวก็คือตกใจมาก แบบเห้ยยย! จริงดิ โหดอะไรเบอร์นี้คะคุณณณณ
บทสนทนาบางส่วนจากประเด็นโดนเรียกเก็บภาษี 6,000 บาท
"บทสนทนาบางส่วนจากประเด็นโดนเรียกเก็บภาษี 6,000 บาท"
หลังจากประเด็นนี้ก็มีหลายคนที่ออกมาแชร์ประสบการณ์การโดนเรียกเก็บภาษีของตัวเองเรื่อยๆ มีทั้งเรื่องจริงและโป๊ะป๊ะบ้าง อันนี้ก็ถือว่าอ่านแล้วได้เก็บข้อมูลไปในตัวละกันเนอะ อิอิ 😁👌

พอเห็นคนเริ่มตื่นตัวเรื่องเสียภาษีส่วนนี้กันเยอะขึ้น เราเลยอยากนำข้อมูลมาแชร์ให้สาวๆ ได้ใช้เป็นข้อมูล เผื่อไปเที่ยวแล้วกังวลเรื่องช็อปเพลินแล้วจะเกินข้อกำหนดที่ต้องเสียภาษีหรือเปล่า? ถ้าเกินแล้วต้องเสียมากน้อยแค่ไหน?
เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าหากไปเที่ยวต่างประเทศ มูลค่าของที่ซื้อกลับมา ถ้าไม่เกิน 20,000 บาท จะไม่โดนเรียกเก็บภาษี (ของใช้ส่วนตัว พิจารณาตามปริมาณที่ซื้อ ดูแล้วไม่มีลักษณะซื้อมาเพื่อขายต่อ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า ของกิน ของใช้)

แล้วถ้าหากของที่ซื้อมามีมูลค่าเกิน 20,000 บาทล่ะ จะมีวิธีคิดภาษียังไง?

ตามข้อมูลของกรมศุลกากร หากราคารวมของที่นำเข้ามา เกิน 20,000 บาท จะต้องมีการจ่ายภาษี ซึ่งอัตราภาษีอากรนำเข้าจะแตกต่างกันตามชนิดและประเภทสินค้า เช่น กระเป๋า 20%, นาฬิกา 5%, เครื่องสำอาง 30%, เข็มขัด 30% เป็นต้น และรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

โดยมีวิธีการคำนวณคือ

ราคาสินค้า x อัตราภาษีขาเข้า = อากรขาเข้า
(ราคาสินค้า + อากรขาเข้า) x อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% = ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ค่าภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระ = อากรขาเข้า + ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตัวอย่างเช่น
สมมติสาวๆ ซื้อเครื่องสำอางเข้ามา รวมแล้วได้ 30,000 บาท ภาษีที่ต้องชำระ ก็คิดได้ดังนี้
30,000 x 30% = 9,000
(30,000 + 9,000) x 7% = 2,730
ค่าภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระ = 9,000 + 2,730 = 11,730

หรือ

ถ้าซื้อกระเป๋า Chanel ราคา 150,000 บาท เข้ามา ภาษีที่ต้องชำระ คิดได้ดังนี้
150,000 x 20% = 30,000
(150,000 + 30,000) x 7% = 12,600
ค่าภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระ = 30,000 + 12,600 = 42,600

พอลองคำนวณมูลค่าของที่รวมภาษีแล้ว บางอย่างซื้อในประเทศอาจจะถูกกว่าก็มี!! 😂😂

*ตามข้อมูลของกรมศุลกากร เรทนี้ใช้คำนวณทั้งที่เข้าช่องต้องสำแดง (ช่องแดง) และไม่ต้องสำแดง (ช่องเขียว) นะจ๊ะ แต่ตามข่าวที่ออกมา ถ้าไม่เข้าช่องสำแดงก็อาจต้องลุ้นกันหน่อยยยย 

**เพิ่มเติม หากของที่ซื้อมา มีมูลค่ารวมแล้วเกิน 20,000 บาท แน่ๆ แนะนำให้เข้าช่องแดงเลยน้าา ไม่งั้นหากเจ้าหน้าที่ตรวจเจอ นอกจากจะเสียภาษีนำเข้าแล้วยังอาจจะโดนข้อหาจงใจหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งส่วนนี้ก็จะโดนเรียกค่าปรับด้วย จ่ายเยอะกว่าปกติไปอี๊กกก 😥😥

สาวขาช็อปคนไหนที่วางแผนเที่ยวต่างประเทศช่วงนี้ หากจะช็อปแบบจัดเต็ม ก็ลองคำนวณมูลค่าของดูก่อนนะคะ เพราะตามข่าวคือถึงแม้ของมูลค่าไม่เกินกำหนด แต่ก็โดนเรียกเก็บ ด้วยเหตุผลที่ว่าพิจารณาตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่... 😓ฮือออ ได้ยินแบบนี้ก็จุกไปตามๆ กันค่ะ ทางที่ดีก็ช็อปในปริมาณที่พอเหมาะ ดูแล้วไม่เยอะเกินใช้จริง หากเพื่อนฝากหิ้วก็ต้องเอาให้พอดี ไม่งั้นโดนเรียกเก็บภาษีเดี๋ยวจะเซ็งกันหมดไม่รู้ด้วยน้าาา 😰😰😰😰


แต่ แต่ แต่....

หากเราคิดว่าภาษีที่โดนเรียกเก็บจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร ดูแล้วไม่เหมาะสมตามที่ควรจะเป็น ในส่วนนี้เราสามารถร้องเรียนได้ตามช่องทางต่าง ๆ ได้นะคะ โดยร้องเรียนได้ที่
- โทรศัพท์สายด่วนรับเรื่องร้องเรียน 1332
- ร้องเรียนผ่านทาง Application LINE ID: @customshearing
- ร้องเรียนด้วยตนเองผ่านศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน ตามโครงการ
“ระฆังศุลกากร” ของแต่ละส่วนราชการที่ใช้บริการ
- ส่งไปรษณีย์ไปที่กรมศุลกากร หรือส่ง E-mail ไปที่ ctc@customs.go.th
- ร้องเรียนด้วยตนเองที่กลุ่มคุ้มครองและส่งเสริมจริยธรรม ณ กรมศุลกากร
- ร้องเรียนผ่านสำนักนายกรัฐมนตรี GCC 1111

สำหรับข้อมูลคร่าวๆ เรื่องภาษีนำเข้าสนามบินจากกรมศุลกากรก็ประมาณนี้ค่ะ 

ยังไงก่อนไปเที่ยวรอบหน้าก็ลองวางแผนช็อปกันดูเนอะ เช็คมูลค่า เช็คของให้ดีนะจ๊ะทุกคนนน~


...แล้วสาวๆ บ้านจีบันล่ะคะ มีใครเคยโดนภาษีในส่วนนี้บ้างไหมเอ่ย? ปกติโดนกันเท่าไหร่? หรือถ้าใครมีทริคช็อปยังไงไม่ให้โดนภาษีก็มาแชร์ประสบการณ์กันได้น้าาา ไว้เป็นข้อมูลให้เพื่อนๆ ได้เตรียมตัวล่วงหน้าก่อนช็อปกันค่ะ อิอิ 😁💓

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย