[ Korean Skincare Routine ] อยากผิวหน้าแบบสาวเกาหลี ก็ต้องใช้สกินแคร์จากเกาหลี!!!

Namnaoww

Namnaoww

ดู Profile

อันยองนาเซโยวววว สาวๆกลับมาพบกันในรีวิวสกินแคร์จุกๆอีกแล้ว วันนี้เรามาใน Korean Skincare Routine ที่น้ำใช้เป็นประจำในไตรมาตรนี้ ขอบอกว่าน้ำแอบซุ่มใช้มาสักพักแล้ว ชอบมากจนต้องหยิบมารีวิว นั่นก็คือ มาส์กและสกินแคร์จากแบรนด์ Banobagi นั่นเองง

Banobagi เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมชื่อดังอันดับต้นๆของเกาหลีเลย เค้าได้คิดค้นสกินแคร์ขึ้นมาสำหรับใช้ฟื้นฟูผิวให้สาวๆที่มาทำศัลยกรรม (ตอนนั้นผิวจะอ่อนแอมาก) ใช้ชื่อแบรนด์ว่า Banobagi ชื่อเดียวกับรพ.เลย ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกตัวของบาโนบากิจะไม่มีพวกสารระคายเคืองผิว 11 ชนิด และไม่มีน้ำหอม คนที่มีผิวแพ้ง่าย คนท้องให้นมลูกก็สามารถใช้ได้หายห่วง 

มาดูกันที่ตัวแรกกันเลยย ตัวนี้เป็น Vita Genic Jelly Mask มาส์กชีทตัวดังของเค้าเลย ล่าสุดเค้าได้รางวัล Best Sheet Mask 2019 จาก Cleo Thailand ด้วย มีทั้งหมด 4 สูตร Relaxing ( Vitamin B ) , Hydrating ( Vitamin E ) , Whitening ( Vitamin C ) และ Lifting ( Vitamin A ) สูตรที่เราชอบมาก ซื้อแล้วซื้ออีก ก็คือสูตร Relaxing ( Vitamin B ) ค่ะ 

​BANOBAGI 

Vita Genic Jelly Mask Relaxing


ตัวนี้ช่วยในเรื่องการปลอบประโลมผิว ลดรอยแดง ลดการอักเสบของผิว เหมือนได้ไปทำทรีตเม้นท์บำรุงผิวที่คลินิกเลย
นางมีสารสกัด
Aloe Vera จากเกาะเจจู ช่วยทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น และยังช่วยลดการระคายเคืองได้อีกด้วยยยยยยย
เวิร์คมากกับคนที่หน้าโทรมเพราะทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์, ออกแดดบ่อยจนผิวเบิร์น หรือเป็นสิว มีรอยแดงเยอะๆ ตัวนี้ก็ช่วยได้

น้ำมาส์กนางเป็น “เจลลี่เซรั่ม” ส่วนแผ่นมาส์กเป็น Cotton 100%  
เนื้อสัมผัสคือดีงามบวกกับเจลลี่เซรั่มที่ชุ่มไปทั้งแผ่น เวลามาส์กจะรู้สึกเย็นๆผิว ฟินสุด

แผ่นมาส์กไม่หนา ไม่บางจนเกินไป แอบติดที่ตรงรูปตามันใหญ่ไปหน่อยเท่านั้นเองงง ตัวนี้เราจะมาส์กทิ้งไว้  10-15 นาที แล้วจากนั้นก็ค่อยลอกออก  

เนื้อเซรั่มที่เหลืออยู่ในซองเราก็ทำการบีบๆออกมาแล้วก็โบ๊ะไปที่หน้าและลำคอเลยจ้า คือเนื้อเซรั่ม 30 ml เยอะมาก จนสามารถเอาไปทาแขนต่อได้เลยอ่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ

 พอครบ 15 นาทีก็ลอกแผ่นมาส์กออก  tap tap ที่หน้าเบาๆก่อนไปขั้นตอนการบำรุงต่อไปเลยยยย~~~  

มาต่อกันที่สกินแคร์ของแบรนด์บาโนบากิกันบ้างค่ะ เซ็ตสกินแคร์ของนางจะมีด้วยกันสองตัว ก็คือ Banobagi Milk Thistle Repair Serum กับ Banobagi Milk Thistle Repair Cream เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ผิวหมองคล้ำ มีริ้วรอย และอีกอย่างที่ชอบก็คือเหมาะกับผิวหลังทำเลเซอร์หรือศัลยกรรม ทั้ง 2 ตัวนี้ไม่มีส่วนผสมของน้ำเปล่าเลย แต่นางใช้สารสกัด Burdock Root แทนน้ำเปล่า ทำให้มันเข้มข้นสุดๆ เริ่ดมากก มีไม่กี่แบรนด์ที่ทำแบบนี้ แล้วนางก็ไม่มีพวกสารระคายเคืองผิว ไม่มีน้ำหอมเหมือนเดิม 

ANOBAGI MILK THISTLE REPAIR SERUM

 ตัวนี้นางก็ได้รางวัลจาก Cleo 2019 เช่นกันค่ะ สาวๆเค้าลงมติว่าให้เป็น Favorite Serum 2019 เลย 

เป็นเซรั่มช่วยฟื้นฟูผิวเสีย ทำให้ผิวให้แข็งแรงขึ้น ส่วนผสมหลักๆก็คือสารสกัด Milk Thistle แอบไปอ่านมา นางบอกว่าจะช่วยดูดซับสารพิษที่เป็นอันตรายต่อผิวได้ ลดเลือนพวกริ้วรอย ต้านอนุมูลอิสระ และลดการอักเสบของผิว และที่เราเกริ่นไปตอนแรกที่ว่าสกินแคร์ของนางไม่มีส่วนผสมของน้ำเปล่าแต่ใช้สารสกัด Burdock Root แทน ทำให้ช่วยปลอบประโลมผิว และต้านอนุมูลอิสระได้ดีขึ้นไปกว่าเดิมอีก ยังไม่พอบาโนบากิเค้าใส่ Acetyl Hexapeptide-8 ที่ออกฤทธิ์คล้าย Botox มาด้วย ช่วยผ่อนคลายการเกร็งของกล้ามเนื้อ จึงสามารถช่วยลดริ้วรอยในระยะยาวได้ด้วยเด้อออออ

เนื้อเซรั่มเป็นสีใสๆ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเข้าผิวได้ดี แล้วก็ไม่มีกลิ่นน้ำหอมด้วยย ค่อนข้างอ่อนโยนและปลอดภัยเลยแหล่ะ ส่วนตัวน้ำเองถูกชะตากับเนื้อเซรั่มประมาณนี้มากกก

หยดเนื้อเซรั่มที่หน้า 4-5 หยด จากนั้นก็ใช้นิ้วมือเกลี่ยๆนวดๆเบาๆให้เนื้อเซรั่มซึมซับเข้าสู่ผิว

โดยรวมคือชอบเลยแหละ นางช่วยเติมความชุ่มชื้นได้กำลังดี ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะ สามารถใช้ได้ทั้งผิวแห้งและผิวมันเลย เพราะว่านางไม่ได้ทำให้หน้ามันกว่าเดิม แล้วก็ไม่ทำให้อุดตันด้วย ทาแล้วหน้าจะตึงๆหน่อย รูขุมขนกระชับ ผิวแข็งแรงขึ้น เจอมลภาวะเยอะๆหน้าก็ยังโอเคอยู่ ปลื้ม!!! 

BANOBAGI MILK THISTLE REPAIR CREAM

เอาจริงๆเป้าหมายเราคือเจ้าตัวนี้ เพราะนางฮ็อตมากกกที่เกาหลีแอบเห็นบล็อกเกอร์เกาหลีรีวิวตัวนี้เยอะเลย
แถมยังมีรางวัลผู้ใช้พอใจ 100% จากนิตยสาร Allure อีกอ่ะ
(เค้าสำรวจจากสาวๆตั้ง 200คนแหนะ และทุกคนลงมติว่าชอบครีมตัวนี้) เนี่ยะ อยากลองกว่าเดิมไปอี๊กกกก นางเป็นครีมบำรุงผิวแบบเข้มข้น นางเคลมว่าตัวนี้ของนางเอาอยู่ทุกปัญหาผิว เพราะนางจะช่วยฟื้นฟูผิวให้กับมาสมดุล แข็งแรงขึ้น (ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเลย ถ้าผิวเราแข็งแรงขึ้นก็จะเกิดปัญหาผิวต่างๆได้ยากขึ้น) นางมีส่วนผสมของ Milk Thistle เข้มข้นถึง 20,000 PPM ถามว่าน้ำไปรู้มาได้ยังไง ขอบอกว่าเลยไปหาข้อมูลมาแน่นมากกก!! มันเป็น Super Antioxidant ที่ช่วยดูดซับสารพิษที่เป็นอันตรายต่อผิว นอกจากนั้นก็ยังใช้สารสกัด Burdock แทนน้ำเหมือนตัวเซรั่ม แถมเค้ายังอัดอาหารผิวมาให้แบบจุกๆอีก เช่น น้ำมันเมล็ดทานตะวัน, Madecassoside, Copper-tripeptide-1 ,วิตามินบี 5 บลาๆๆๆ ที่จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ลดริ้วรอย ลดจุดด่างดำ ลดการอักเสบ กระตุ้นคอลลาเจน เชื่อแล้วว่าเอาอยู่ทุกปัญหาผิวจริงๆอ่ะ

เนื้อครีมเป็นสีขาวขุ่นๆหน่อย นางเข้มข้น แต่ไม่เหนียวเหนอะผิวเลย เกลี่ยง่าย ซึมไว
ฟีลลิ่งหลังทาคือดีมากกกกกก ผิวชุ่มชื้นและนุ่มสุดๆไปเลย

มาถึงชั้นตอนการทากันค่ะ ด้วยความที่นางเกลี่ยง่ายมากๆ และให้ความชุ่มชื้นได้ดี แอบแนะนำสาวๆที่ผิวหน้ามันนิดนึง ว่าไม่ต้องแต้มเยอะมากเท่าเม็ดถั่วเขียวก็พอ คนหน้าแห้งอาจจะทาขึ้นมาเยอะนิดนึง จากนั้นก็เกลี่ยๆทาๆให้ทั่วทั้งใบหน้าเลยจ้าาาาา

หลังใช้มาซักพัก คืออยากบอกว่าน้ำประทับใจมากกกก  ชอบเนื้อครีมที่ทาแล้วรู้สึกชุ่มชื้น แต่ไม่ทำให้หน้ามันอ่ะ วันไหนผิวพัง หรือเจอมลภาวะมาหนักๆ กลับบ้านมาโบกครีมตัวนี้แล้วคือรอดเลย นางช่วยปลอบประโลมผิว ลดพวกรอยแดงได้ดีมาก แถมตอนทาก็ไม่ได้รู้สึกว่าแสบหรือระคายเคืองอะไรเลย แนะนำให้สาวๆมีติดบ้านไว้เลยอ่ะตัวนี้ เริ่ดจริงอะไรจริง

และนี่ก็คือ Skincare Routine ของเราในไตรมาสนี้ และคิดว่าไตรมาสต่อไปคงฝากชีวิตไว้กับน้องเค้าอีกสักเซ็ต เพราะติดใจมาก แต่ขอบอกก่อนนิดนึงว่าน้องเค้าไม่ได้ช่วยในเรื่องของการกำจัดเรื่องสิวโดยตรงเด้อออ แต่เรื่องลดรอยสิวก็ได้อยู่นะ หลักๆนางช่วยฟื้นฟู บำรุงผิวให้แข็งแรงขึ้นจากภายในมากกว่า ถ้าใครผิวแพ้ง่ายแล้วมองหาสกินแคร์ดีๆอยู่ น้ำก็แนะนำบาโนบากิเลยค่ะ วันนี้น้ำก็ขอตัวไปก่อนแล้วไว้เจอกันใหม่ในกระทู้หน้าสวัสดีค่าาาา~~~~~~~

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย