พิสูจน์แล้วว่า...สาวผิวมันก็ใช้ออยล์ได้ L'Occitane Divine Youth Face Oil

bogiebego

bogiebego

ดู Profile

สวัสดีสาวจีบันทุกคนค่าาาา 😁
กระทู้นี้เราตั้งใจมารีวิว Divine Youth Oil และ Cream
ผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง L’Occitane

Face Oil ที่หลายคนกำลังพูดถึงกันค่ะ

ด้วยบุญเก่าที่เคยทำมานั้น ทำให้เราได้มีโอกาสไปร่วมงาน
ที่ทาง Jeban&L'Occitane จัดขึ้นที่สยามพารากอน เมื่อเดือนที่ผ่านมาค่ะ
จนมาถึงวันนี้ก็เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ถึงเวลามาแชร์ความรู้สึก
หลังได้ลองใช้ออยล์ตัวเทพ เผื่อกระทู้นี้จะมีประโยชน์กับสาวๆที่สนใจค่ะ 


💛💛💛💛💛


หลายคนมักกังวลว่า ใช้ออยล์แล้ว.....อุดตันรึป่าว ผิวจะยิ่งมันขึ้นมั้ย??
กระทู้นี้มีคำตอบค่ะ โดยเฉพาะกับสาวผิวมัน เพราะเจ้าของกระทู้นี้..

ผิวมันมากกกกกเจ้าค่ะ! ซึ่งถ้าผิวมันใช้ออยล์ได้

ส่วนตัวคิดว่าผิวประเภทอื่นก็รอดเช่นกันค่ะ! ไปเปิดกล่องกันเล้ยยยยยย

แท่นแท๊นนนนนนนนนนนๆๆๆๆ อลังการตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดกล่อง
สีโทนเหลืองสดใส เรียบแต่โก้ เราประทับใจที่บนกล่อง
มีสลักอักษรเบรลล์ สำหรับผู้พิการทางสายตาไว้ด้วยค่ะ
เห็นแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้ เค้าใส่ใจรายละเอียดดีจัง 

3 ไอเท็มที่อัดแน่นอยู่ในกล่องประกอบด้วย

Divine Youth Face Oil , Foaming Cream และ Cream

ซึ่งทั้ง 3 ตัวนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ในไลน์ Immortelle Divine

(น้ำมันหอมระเหยสกัดจากดอกอิมมอคแตล) ผลิตภัณฑ์ในคอลเลคชั่นนี้มีหลายชิ้น

ขอบอกว่าเป็นไลน์ที่ขายดีและเป็นที่นิยมที่สุดของแบรนด์เชียวน๊าา 😎

แต่ละชิ้นถูกบรรจุอยู่ในกล่องสีทอง หรูหราหมาเห่าที่สุดเลยจ่ะม๊าาาาา

สัมผัสได้ถึงความหะรูหะราาาาาาา และน่าลองใช้ฝุดๆ

มีดอกอีมอคแตล (Immortelle) ใส่มาให้ชมด้วย เค้าบอกว่าอันนี้ของจริงเด้อ!


กระทู้นี้เราขอพูดถึง 2 ไอเท็มที่ได้ลองใช้ก่อนนะคะ คือตัว Face Oil และ Cream

ส่วน Foam ยอมรับว่ายังไม่ได้ลองใช้เลยค่า ขอเวลาทดสอบอีกนิ๊ดดดนะคะ

เปิดกล่องมาปุ๊ป.. แพ็คเกจดีงามพระรามสามสิบ อันนี้ขอชมว่าเค้าทำมาสวยทุกตัวเลยค่ะ

ก่อนหน้านี้เคยใช้ Immortelle reset oil in serum  ตะลึงกับแพ็คเกจไป 10 วิ

ตัวนี้ก็ไม่แพ้กัน ทั้งออยล์และครีมวัสดุเป็นแก้วค่ะ คงความหรูหราเช่นเคย

 Immortelle  Divine Youth Face Oil


มาดูคำเครมของแบรนด์กันก่อน....เริ่มที่ตัวแรก พระเอกขี่ม้าสีเหลืองของเรา

Divine Youth Face Oil ตัวนี้เป็นสูตรปรับปรุงใหม่ เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม 

อุดมไปด้วยน้ำมันหอมระเหยจาก Immortelle ช่วยเรื่องความอ่อนเยาว์

ทำให้ผิวเด็ก โกงอายุให้ผิว ต่อต้านริ้วรอย ช่วยบูสผิวจากความเหนื่อยล้า

ดูอ่อนเยาว์ลงหลังจากการใช้เพียงครั้งเดียว OMG! 😲

เนื้อสัมผัส : ตัวนี้เนื้อแต่งต่างจากออยล์ตัวอื่นที่เคยลอง เป็นออยล์ที่เบาสุดๆ

เนื้อเหลวเป็นน้ำ มีความหนืดน้อยมากๆๆ ไม่มีความหนักหรือเหนียวใดๆเลย

หยดลงบนหลังมือ ออยล์ไหลทันทีค่ะ เนื้อไม่ข้นหนืด เหมือนออยล์ทั่วไป 

ลบภาพการใช้ออยล์แบบเหนียวๆออกจากหัวไปเลยค่ะ ตัวนี้เนื้อสัมผัสดีมาก

ใครกลัวความเหนียวของออยล์ ต้องลองตัวนี้

วิธีการใช้ออยล์ (ของเรา) : ถูกผิดประการใด ข้าเจ้าขอสุมาโตยเน้อ

เราใช้วิธีนี้มาตลอด และ รู้สึกว่าได้ผลจริง แถมผิวไม่อุดตันด้วยค่ะ

สำหรับออยล์ เริ่มจากหยดลงบนผิว 5 จุด ปริมาณที่ใช้แต่ละครั้ง แล้วแต่สภาพผิวค่ะ

ถ้าช่วงไหนนอนน้อย อัดไปเยอะหน่อย หรือวันปกติประมาณครึ่งดรอปก็เพียงพอ 

แต่ถ้าจะให้พอดีจริงๆ เราว่า 1 ดรอปไปเลยค่ะ ปริมาณพอดีกับที่ผิวหน้าต้องการค่ะ 


หลังจากนั้นค่อยๆใช้มือแท๊บๆๆบนผิวค่ะ แท๊บจากกลางหน้าออกข้างกรอบหน้า

จากนั้นใช้ปลายนิ้วค่อยๆลูบตามลูกศร ตบท้ายด้วยการใช้ฝามืออังเบาๆ

ความร้อนจากมือของเรา ช่วยให้ระบบไหลเวียนดีขึ้น ออยล์ซึมลงผิวได้ดีขึ้นด้วยน๊าา

มาซูมมมมมมม ผิวหลังใช้กันค่ะ !

ระยะเวลา : ใช้ต่อเนื่องทุกวัน เช้า-เย็น (ประมาณ 1 เดือน)

สภาพผิว : ผิวมัน มีกระแดดช่วงหน้าแก้ม ไม่มีปัญหาสิว

ความรู้้สึกหลังใช้ : อย่างแรกที่รู้สึกได้คือ ความชุ่มชื่น คุณสมบัติพื้นฐานของออยล์

ทำให้รู้สึกว่าผิวยืดหยุ่นได้ดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ ผิวนุ่มขึ้นจนรู้สึกได้ ตอนล้างหน้าจะรู้สึกเลยว่า

ลูบหน้าแล้วนุ่มดีจัง  ใช้ติดต่อกัน 1 สัปดาห์เริ่มสัมผัสได้ถึง ความอิ่มฟูของผิว 

ประหนึ่งคนนอนเยอะเกิน 8 ชม. และที่ไม่น่าเชื่อที่สุดคือ ใช้แล้วหน้าไม่มันเพิ่มค่ะ

ระหว่างวันหน้ามันน้อยลง จากเคยซับมัน 3 เวลาหลังอาหาร เหลือวันละครั้งตอนพักกลางวัน

เรื่องความอ่อนเยาว์และลดริ้วรอย เรายังไม่เห็นผลชัดเท่าไหร่ เพราะยังไม่มีปัญหาด้านนี้ค่ะ

อ๊ะ!! ยังไม่หมดแค่นั้น นอกจากทาออยล์บนผิวได้แล้ว เราเพิ่งได้ความรู้ใหม่

ในวันที่ได้ไปร่วมงานกับจีบันว่า..  ออยล์ขวดนี้ สารพัดประโยชน์

สามารถใช้ได้หลายอย่าง เช่น  ใช้บำรุงรีมฝีปาก ร่วมถึงบำรุงเส้นผมได้ด้วยนะ

หรือ จะหยดผสมกับรองพื้น ครีมบำรุงที่ใช้อยู่ก็ได้ด้วยเช่นกัน

เรา..จะเอาไปใส่ผมก็กลัวเปลือง 5555 เลยขอลองกับริมฝีปากก่อน 

สรุปว่าเวิคคคคนะ ชุ่มชื่นไม่แพ้ผิวหน้าเลยเจ้าค่ะ ใช้แค่ 1 หยดเท่านั้นนะ

Immortelle  Divine Cream


มาดูคำเครมของแบรนด์....ตัวที่สอง นางสนมเบอร์ 1 ของเรา

Divine Cream ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ค่ะ

ได้รับรางวัลชนะเลิศรางวัล “Miracle” สมญาว่าเป็นครีมแห่งความมหัศจรรย์

อุดมไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด บูสผิวจากความเหนื่อยล้า 

ปกป้องจากมลภาวะ ผิวดูอ่อนเยาว์ลงหลังจากการใช้เพียงครั้งเดียว  OMG! รอบ2 😲

เนื้อสัมผัส : เนื้อสีขาวข้นแต่บางเบา มีอยู่จริง.. ปกติเวลาเราเห็นเนื้อสีขาว

จะมีความกังวลและคิดไปเองว่ามันต้องหนักผิวแน่ๆ ซึ่งตัวนี้แตกต่าง

เพราะเนื้อเข้มข้น แต่เอาจริงๆเบามาก ไม่เหนียวเลย

เวลาเกลี่ยนื้อแตกตัวและซึมเข้าผิวได้ดีค่ะ ไม่หนักอย่างที่คิดแฮะ

หลังทายังคงสบายผิวอยู่  ใครไม่ชอบทาครีมหนักๆ ต้องเลิฟตัวนี้

วิธีการทาครีม  :  ทาตามปกติของทุกคนได้เลยค่ะ ตรงนี้ตามชอบแล้วแต่เทคนิค

วิธีของเราคือ แต้มครีมลงบนผิว 5 จุด ยุทธศาสตร์เหมือนเดิม

จากนั้นคอยๆวนครีมให้ทั่วหน้าอย่างเบามือ จนทั่วผิวหน้า ตบท้ายด้วยการใช้ปลายนิ้ว

ลูบออกด้านข้างตามลูกศรค่ะ สามารถใช้ฝามืออังผิวแบบที่ทำกับออยล์ได้เหมือนกันค่ะ

ความรู้้สึกหลังใช้ : ตัวนี้ใช้ตอนเช้าเราใช้นิดเดียว ลงหนักช่วงกลางคืนค่ะ

เอาจริงๆตัวนี้เราไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แต่ผลลัพธ์ค่อนข้างดีทีเดียว

 เพราะเราลองเอามาทาช่วงใต้ตา ช้แทนอายครีมได้ดีมาก ตาไม่โบ๋วววววเหมือนเคย

และช่วยลดรอยย่นเล็กๆ บริเวณใต้ตาได้ด้วยนะ ทาทั่วหน้ารู้สึกถึงความกระจ่างใส

แต่ไม่ถึงกับขาวใสเปิดไฟเบอร์10 นะคะ แต่ กระจ่างใสในบริเวณที่สีผิวเราไม่เสมอกันค่ะ

ลดอาการแสบแดงหลังโดนแดดได้ ผิวเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้นเล็กน้อย

แต่งหน้าติดมากขึ้นค่ะ โดยรวมคือชอบบบ

ภาพรวมของทั้ง 2 ตัว คือ ใช้แล้วผิวดีขึ้นจริง

แต่ต้องใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มเห็นผลเบื้องต้น

และใช้ไปเรื่อยๆผลลัพธ์จะเริ่มชัดเจนค่ะ และถ้าใช้ในปริมาณที่พอดี ถูกวิธี ไม่อุดตัน

สิวไม่ขึ้นเพิ่ม ค่อยๆใช้ทีละน้อยๆนะคะ ไม่ต้องโบกเยอะให้เปลืองเปล่าๆ 


ถ้าถามว่าใช้แล้วผิวอ่อนเยาว์ภายในหนึ่งครั้งที่ใช้เลยมั้ย? ก็คงไม่ขนาดนั้น

แต่ผิวตึงและกระชับขึ้นจริง หลังใช้ต่อเนื่องค่ะ

ตอนนี้เลิฟผิวตัวเองอยู่น๊า.......หลังทาใหม่ๆขอบอกว่าผิวฟูมั่กกๆ😊

จำเป็นต้องใช้คู่กัน ทั้ง 2 ตัวเลยไหม?


ตอบเลยว่า....แล้วแต่ทรัพย์ในกระเป๋าค่ะ แต่ถ้าต้องเลือกตัวใดตัวหนึ่ง

ถ้าถามเรา...ขอเลือกออยล์ค่ะ เพราะเป็นคนชอบความเร็ว อดใจรอไม่ค่อยได้

ออยล์จะเห็นผลไวกว่า ช่วยปรับสมดุลผิวของเราได้ดี หน้ามันน้อยลง

สัมผัสได้เลยว่า ผิวดีขึ้นเพราะเค้า อีกอย่างเราเป็นสายบำรุง มีสกินแคร์เยอะมาก

ตัวนี้สามารถใช้คู่กับสกินแคร์ตัวอื่นที่เรามีได้  ไม่ทับซ้อนกันค่ะ

ถ้าใครไม่กลัวการใช้ออยล์ ตัวนี้คุ้มค่าแก่การลงทุนที่สุด


แต่.....ใครยังเปิดใจใช้ออยล์ไม่ได้จริงๆ  อาจเพราะเคยผิดหวังมาก่อน

แนะนำให้ลองแบบครีมก่อนนะคะ ตัวนี้เนื้อเบาไม่หนักผิว มีส่วนผสมของออยล์อยู่ไม่น้อยเลย

เพียงแค่มาในรูปแบบครีมเท่านั้น ผลลัพธ์ดีพอๆกัน ถ้าเริ่มชินกับกลิ่นหรือสัมผัสแล้ว

ค่อยมาเริ่มใช้ออยล์ที่หลังก็ได้ค่ะ ต่ถ้าได้ลองแล้ว อาจจะติดใจแบบเราก็ได้น๊าาา

ต้องบอกสาวๆที่เข้ามาอ่านก่อนว่า...เราไม่ได้ใช้แค่ 2 ตัวนี้เพียวๆนะคะ

เราใช้สกินแคร์ที่ใช้อยู่แล้วตามเดิม มีมาร์คหน้า และทานวิตามินตามปกติ

แต่ใช้ 2 ตัวนี้เป็นหลักใช้ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาค่ะ

ถ้ามีเวลาจะมาเขียนกระทู้อัพเดท Skin Care ในกรุที่ใช้เป็นประจำ

และถ้าสาวๆมีคำถาม คอมเม้นท์ไว้ได้เลยนะคะ

หรือจะมาแชร์ประสบการณ์การใช้ออยล์ก็ได้ค่ะ



จบการรีวิวเพียงเท่านี้ ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ 😍

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย