Heaven’ S Hue Highlighters รีวิวไฮไล์ทั้งหมด 25 ตัว จาก 16 แบรนด์

Jayskennedy

Jayskennedy

ดู Profile

รีวิวบรอนเซอร์กันไปแล้ว ครั้งนี้มาดู “ไฮไลท์” กันบ้างดีกว่าาาา ชิ้นไหนตาบอด ชิ้นไหนปัง ชิ้นไหนแป้ก

.

.

.

.

เหมือนเดิมเนาะ ผิว nc ระหว่าง 30-35 สภาพผิวมัน รูขุมขนค่อนข้างกว้าง มีหลุมสิวบ้างประปราย ถึงเราจะผิวมันแต่เราก็ชอบไฮไลท์มาก ๆ เวลาเห็นแสงบนหน้าแล้วมีความสุข จุดที่เราไฮไลท์คือโหนกแก้ม หน้าผากด้านข้าง 2 จุด สันจมูกนิดนึง ปลายจมูก กับ ตรงคิวปิดโบว์ไม่ค่อยได้ปัดเท่าไร

เราขอแยกไฮไลท์ของเราออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 

1.สีทอง 

2.สีโรสโกลด์/บรอนซ์/คอปเปอร์ 

3.ครีม/หลอดบีบ/ขวด/ไพรเมอร์

เพราะว่ามันเยอะมาก เวลาสวอชเทียบจะยากในการถ่าย เพราะพื้นที่แขนไม่พอ เราเริ่มกันที่กลุ่มสีแรกเลยดีกว่า คือ “สีทอง” หมวดนี้เราใช้ Champagne Pop จาก Becca เป็นตัวเทียบนะครับ

1. Estee Lauder Heat Wave (48 USD)

น้องคนนี้เป็นไฮไลท์ที่เราซื้อตามคุณ Desi Perkins เพราะเขาชอบมาก ใช้แทบจะทุกคลิป แล้วสีสวยม้ากกก อย่างเราก็พลาดไม่ได้ เป็นสีทองวอร์มโทน แต่ไม่ติดส้มลองสังเกตดี ๆ Champagne Pop จะมีความติดส้มมานิดนึง ตัวนี้ปัดแล้วให้อารมณ์แบบอยู่ทะเลอ่ะ

ลองนึกถึงเวลายืนอยู่ริมหาดอะไรทำนองนั้น ที่ทำให้เราคิดแบบนี้เพราะ “กลิ่น” เขามีน้ำหอมผสม เป็นกลิ่นแบบบีช ๆ ทะเล ๆ คือมันต้องดมจริง ๆ จะอ๋อเลย เท็กซ์เจอร์นุ่ม เนื้อละเอียดแต่ยังมีแอบเป็นเฟล็กซ์นิดนึง ไม่จับรอยแห้ง ให้ความวาวระดับโกลว์นะ ยังไม่ถึงกับ blinding มีฟอลเอ้าท์นิดเดียวไม่ถึงกับเป็นฝุ่น ๆ 

ตัวนี้เราชอบพกไปทะเล รู้สึกว่าเขาเหมาะมาก ๆ ถ้าหมดก็อยากซื้อต่ออ่ะ เพราะสวยทั้งสี ทั้งแพ็คเกจ แต่น้องคนนี้เป็น Limited Edition นะครับ ต้องรอเป็นช่วง และเขาก็มีทุกปี ใครที่สนใจก็รอปีหน้านะครับ ตัวนี้เวิร์กกก แต่ถ้าใครไม่ซีจะมีตัวที่คล้าย ๆ กัน รอชมนะฮะะะะ

2. Anastasia Bevely Hills Amrezy Highlighter (28 USD)

ตัวนี้ Anastasia เขาคอลแลบกับ Beauty Influencer ชื่อดังอย่างคุณ Amrezy ควีนออฟโกลว์ที่เป็นอีกหนึ่งคนที่เราติดตามเหมือนกัน เป็น Limited Edition นะครับแต่เราเห็นในเชลฟ์ของ Sephora บ้านเรามีเขียนป้ายไว้ละ น่าจะไม่ช้านานคงจะได้เล่นกัน 

ตัวนี้บอกตรง ๆ ตอนเห็นครั้งแรกเราแบบ สีทองอีกละ คนเราต้องมีสีทองกี่อัน แต่เราไปเห็นคุณ Jeffree Star เขารีวิวไว้ ว่ามันไม่ฟอลเอ้าท์ พอเขาปัดปุ๊บมันสวยมาก ตอนนั้นรู้เลยว่าคนเราจะมีไฮไลท์สีทองกี่อันก็ได้ 😂 ก็เลยสั่ง แล้วก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ เพราะไม่ฟอลเอ้าท์เลย

เนื้อละเอียดมาก แบบสุด ไม่เป็นเฟล็กซ์ ให้ความวาวระดับ blinding ได้เลย อยู่ทีปริมาณในการใช้ ใน description เขาเขียนไว้ว่า “Sun in a compact” แต่เราว่าสีเขาออกเป็นทองที่หรูหราอ่ะ ทองคลาสิก แบบไม่วอร์มมาก ปัดแล้วดูรวย 🤣 เราชอบความเป็นลายคลื่นของเขามาก แพ็กเกจก็แน่นหนา ตอนนี้เป็น fave ของเราเลยหมดละจะซื้ออีกถ้าเขายังมีขายนะ แนะนำ! ซื้อซะ ไม่ผิดกวัง ใช้ได้ทุกสีผิวแน่นวนนนน เวิร์กมาก

3. Kylie Pressed Illuminating Powder สี Cheers Darling (20 USD)

ตัวนี้เป็นตัวที่แป้กที่สุดแล้วสำหรับเรา โดยรวมทั้งหมดดูดีนะ แต่ตัวผลิตภัณฑ์”ไม่ได้เรื่อง” เป็นเพรสนะ แต่เท็กซ์เจอร์เป็นเนื้อหนัก ๆ ครีม ๆ แป้ง ๆ ไม่สมูท เวลาปัดแล้วเป็นก้อน ๆ เนื้อมันทึบมาก เสี่ยงต่อการเป็นก้อน

เป็นสีแชมเปญที่เราว่ามันไม่สวยเอาซะเลยอ่ะ เราไม่ชอบ ตัวนี้เราไม่ให้ผ่านครับ ไม่เวิร์ก

4. MAC Extra Dimension Skinfinish สี Oh, Darling (1600 THB)

น้องคนนี้คือสุดมากจริง ๆ ทั้งเท็กซ์เจอร์ที่นุ่มลื่น ไม่หนักผิว และไม่ทึบ ไม่เป็นก้อน ๆ ความวาวนี่ไปได้สุดถึง blinding เลย วาวม้ากกก ชึ้นอยู่กับปริมาณนะครับ ตัวนี้เราชอบมากกกก เป็นตัวแรก ๆ ที่ซื้อ จนทุกวันนี้ก็ยังชอบ

สีทองจะเป็นทองที่วอร์มและเข้มขึ้นมาอีกนิดจาก Heat Wave แต่พอขึ้นผิวแล้วไม่ได้ต่างกันชัดขนาดนั้น เขา Extra Dimension สมชื่อ เสียอย่างเดียว ไม่มีกระจก ตัวตลับเบามาก ไม่ต้องกลัวเรื่องน้ำหนักเลย รุ่นนี้ไม่ค่อยเห็นใครใช้เลย เขาดีนะ เราแนะนำให้ไปลองจะรู้เลยว่าเราไม่ได้อวย เวิร์ก!

5. Inglot X JLO Livin’ The Highlight J201 สี Radiant (1100 THB)

ตัวนี้ซื้อเพราะขุ่นแม่ JLO เลย ตื่นเต้นมาก ตอนนางออกมา ราคานี้เราพรีมานะครับ ไม่แน่ใจว่าที่เคาท์เตอร์เท่าไร สีเขาจะออกทอง ๆ เงิน ๆ มีทั้งหมด 2 สี เราเอาสีอ่อนมา เปิดมาตอนแรกแอบตกใจ เพราะเป็นเกล็ดเลยแม่ จะรอดมั้ย

สรุป รอดจ้ะ พอปัดบนผิวมันก็ไม่ได้เป็นเกล็ดชัดเจน แต่....ห้ามให้ฟอลเอ้าท์บนหน้าเด็ดขาย พยายามโฟกัสเป็นจุด ไม่งั้นจะเห็นเป็นกลิตเตอร์บนหน้าเลย ตัวนี้วาวที่สุดตั้งแต่รู้จักกัไฮไลท์มา แบบตาบอดกันไปข้างนึง จริง ๆ เขามีพัฟมาด้วยนะเอาไว้ทาตามตัว หัวใหญ่ แต่เราทำหายไปละ

ไม่ค่อยเหมาะกับการพกเพราะเสี่ยงต่อการเลอะเทอะ(ถ้ามีพัฟจะไม่เกินปัญญาหาเพราะกดอยู่) ตัวนี้เราว่าเกือบเวิร์กนะ ถ้าเขาทำละเอียดกว่านี้อีกนิด คือชนะเลย ติดแค่นี้

6. Charlotte Tilbury Bar of Gold Highlighter (58 USD)

ตัวนี้มีขายแยกเพียงแค่สีเดียวคือตัว Original อีก 2 สีเป็น Limited ที่มีเฉพาะในพาเล็ตต์ ตัวนี้เท็กซ์เจอร์คล้าย ๆ กับ Extra Dimension ของ MAC แต่มีความแห้งกว่าและฟอลเอ้าท์เยอะกว่า เราเป็นคนไม่ชอบให้แพ็คเกจเลอะเทอะ

ตัวนี้ไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไร เพราะฟอลเอ้าท์เยอะ แล้วเลอะเทอะแพ็คเกจ ตัวผลิตภัณฑ์เวลาปัดขึ้นหน้าแล้วสวยมาก เราชอบสีทอง original สุดมันเป็นทองใส ๆ ขาว ๆ ทองโปร่ง ๆ ดูแล้วสบายตา เบา ๆ ถ้าหมดก็อาจจะซื้อตัวเดี่ยวของเขา ตัวนี้ให้ความวาวระดับเกือบ blinding ยังอยู่ในขั้นของโกลว์อยู่

ถ้าฉีดสเปรย์ทับ หรือใช้แบบเปียก จะวาวขึ้นกว่าเดิมอีกมาก ๆ จะทำให้ไม่ดูเป็นแป้ง ๆ เส้น ๆ บนหน้าถ้าเราจริง ๆ ก็เวิร์กนะ ติดแต่แพ็คเกจเลอะเทอะง่าย เลยไม่ค่อยหยิบมาใช้

7. Dose Of Colors Desi X Katy Highlighter Fuego & Chasing The Sun (28 USD)

ซื้อเพราะเป็น fc ของ Desi Perkins เลยครับ แพ็คเกจอลังมาก แต่เราไม่ค่อยชอบ เราชอบแบบเรียบ ๆ มันเป็นผ้าที่ถูกติดอยู่กับตัวแพ็คเกจที่ทำมาจากคัพบอร์ด น้ำหนักเบา เป็นแบบพับ ๆ มีแม่เหล็กดูด เราซื้อมาทั้ง 2 สีเพราะอยากลอง

Fuego จะออกแชมเปญ แทบไม่ต่างจากเบ็กก้าเลย Chasing The Sun จะออกคอปเปอร์บรอนซ์ ๆ ทั้ง 2 สีเนื้อถูกอัดมาแน่น ค่อนข้างทึบ เสียงต่อการเป็นก้อน ต้องระวัง ตอนอยู่บนผิวสวยมากม้ากกกกกก วาวระดับเมทาลิกเลย ได้มาแรก ๆ ใช้ทุกวัน เป็น Limited นะครับ แต่ยังเห็นในเว็บ Ulta มีอยู่

เวิร์กอยู่นะ แต่เนื้อทึบไปนิดนึงสำหรับเรา เทียบได้ประมาณ the balm แต่ the balm มีความเป็นฝุ่นเป็นแป้งมากกว่า ตัวรรี้เพรามาดีกว่า ใครสนใจก็จัดเลยครับ

สีทองหมดแล้วนะครับ แปะสวอชเทียบให้เลยเห็นกันชัด ๆ ทองไหนที่ใช่คุณ 😂 เพื่อป้องกันความไบแอสเรื่องแบรนด์แนะนำให้ดูรูปแรกก่อน ว่าชอบสีไหน แล้วค่อยไปดู อิอิ

มาต่อกันที่สีโรสโกลด์ สีคอปเปอร์ กันดีกว่า ฝั่งนี้จะความชมพู หรือความบรอนซ์ขึ้นมา สีกลาง ๆ ใช้ได้กับหลายสีผิว เพราะรีเฟล็กส่วนใหญ่ออกสีเงิน เริ่ม!

8. Estee Lauder X Victoria Beckham Modern Mercury (2800 THB)

ตัวนี้เราหานานมากกว่าจะมา เพราะหมดทุกสาขา หมดแบบหมดเกลี้ยงเลยเพราะเป็น Limited Edition อ่ะ อย่างแรกเลย ราคาแรงมากแม่ แต่ดูแพ็คเกจสิ ทนทาน เรียบหรูดูดีสุด กระจกมาในขนาดที่ใช้งานได้จริง แต่ประเด็นอยู่ที่เท็กเจอร์ ......

นุ่มลื่นมากกกกกก โอ่ยแบบตายไปเลยอ่ะ เรารู้ตัวช้าไปนิด ชิมเมอร์ละเอียดมากกกกก เป็นสีแบบ rosy brown อ่ะ กึ่ง ๆ จะโรสโกลด์นิด ๆ มีชิมเมอร์ทั้งสีทองและสีชมพูผสมกัน มันสวยมากกกก ให้ความวาวตั้งแต่โกลว์จนเมทาลิกเลย ตัวนี้สีค่อนข้างเข้ม ถ้าผิวขาวอาจจะต้องใช้แปรงพุ่มใหญ่ ๆ ปัด ไม่งั้น...

อาจจะเป็นปื้นได้ แต่คนผิวกลาง ๆ ไม่มีปัญหา ใช้ได้แล้วสวยมากด้วย อยากให้เขาทำด้วยกันอีก จะว่าไป Eatee Lauder บ้านเรานะจะเอาพวกคอลเล็กชั่นเข้ามาหน่อย อย่างฮีทเวฟนี่ก็เริ่ดนะ ส่วนตัวเราว่าเท็กเจอร์ของป้าวิกดีกว่า ละเอียดกว่า นุ่มกว่า ใครหาได้ให้รีบเก็บเถอะจริง ๆ เวิร์กมากกกกกกก

9. MAC Mineralize Skinfinish สี Global Glow (1600 THB) 

ตัวนี้ให้อารมณ์โกลว์บ่มแดด นึกไม่ออกให้นึกถึงเวลาพี่เจนี่ เทียน แต่งลุคบรอนซ์ ๆ นั่นแหละ เป๊ะเวอร์ สีตัวนี้เหมือนจะเข้มนะ แต่บนผิวคนสีผิวกลาง ๆ กลืนไปเลย ผิวขาวปัดแทนบรอนเซอร์ได้เลย และธรรมชาติสุด ๆ ตัวนี้ให้ความโกลว์เฉย ๆ

ตาไม่บอด สีจะออกเป็นโทนบรอนซ์ ๆ ชิมเมอร์เขาเป็นสีเงิน เวลาปัดบนหน้ามันเลยดูธรรมชาติกว่าพวกสีทอง ๆ เท็กซ์เจอร์ค่อนข้างแห้ง เราชอบใช้เวลาอยากให้หน้าบรอนซ์แบบไม่เป็นชิ้น ๆ แต่ตัวนี้ฟอลเอ้าท์นิดนึง ถ้าใครที่ผิวสว่างกว่า เราแนะนำ Soft & Gentle ครับ ไปลองที่ถูกใจกันได้ที่เคาท์เตอร์นะ

10. Illamasqua Beyond Powder สี Epic    (1980 THB)

ตัวนี้คล้ายกับ Global Glow เลย สีบรอนซ์ ๆ ชิมเมอร์สีทอง แต่เท็กซ์เจอร์เบากว่า ให้ความโกลว์มากขึ้นไปอีกบิ้ลด์ได้ถึงระดับเมทาลิกเลย แต่ตัวนี้ฟอลเอ้าท์เยอะ และเลอะเทอะแพ็คเกจ ไม่ค่อยชอบ ที่เด่นคือเท็กเจอร์แปลก คือมันเบาสบายหน้า

ปัดแล้วไม่เป็นก้อน ๆ ตัวนี้ตอนออกมาใหม่ ๆ ก็ดังมาก ๆ เช่นกันจนมีออกมาอีก 3 สี ใครแทน ๆ หน่อยนะจะชอบสีนี้ ผิวขาวปัดแทนบรอนเซอร์ได้ แต่ถ้าอยากได้เป็นไฮไลท์เราแนะนำสี OMG อันนั้นก็สวย อันนี้ก็สีแอบเข้มไปนิดนึงสำหรับเรานะ แต่ก็ไม่มีปัญหา แค่ระวังเรื่องน้ำหนัก ตัวนี้เวิร์กครับ

11. Nars Orgasm Illuminating Loose Powder (1100 THB)

ตัวนี้มีขายแบบ Permanent แล้วนะครับ หลังจากหวีดกันมานาน เราอาจจะยังแปลกใหม่กับไฮไลท์ที่เป็นแบบฝุ่น ค่อนข้างยุ่งยากนิดนึงในการใช้ แต่ถ้าใช้เป็นมันจะเป็นอะไรที่สวยมาก สีออกเป็น rosy copper งามม้ากกก คนผิวขาวทางนาร์สแนะนำให้...

ใช้เป็นปัดแก้มไปเลย สำหรับผิวตั้งแต่ระดับกลางลงไป สามารถใช้เป็นไฮไลท์ได้เลย เพราะสีเขาค่อนข้างเข้ม ตัวนี้ให้ความวาวระดับเมทาลิกเลย เนื้อละเอียดกว่าอิงล็อตมาก ต้องค่อย ๆ เปิด ค่อย ๆ แตะเพราะเขาเบาและฟุ้งได้ง่าย แตะขึ้นมาแล้วเคาะออกที่ฝานิดหน่อย ถ้าแตะมาแล้วปัดเลยเสี่ยงพลาดมาก

ควรปิดฝาให้แน่หาต้องการเดินทาง จริง ๆ ควรจะเป็นฝาบิด ๆ หรืออะไรก็ได้ให้มันไม่หก เราติดแค่เรื่องแพ็คเกจจริง ๆ ไม่งั้นน้องคนนี้จะได้ออกทริปกับเราบ่อยมาก แต่โดยรวมแล้วเวิร์กมากครับ

12. Becca Shimmering Skin Perfector Liquid (Opal) & Pressed (Opal&Champagne Pop) (Kit 880 THB & Pressed Full Size 1650 THB)

เป็นตัวที่ทุกคนหวีดมากกกกก ตั้งแต่ยังไม่เข้าไทย เปิดพรีกันให้พรึบ จนเรามีโอกาสได้ลองเอง เริ่มแรกเราซื้อแบบเพรสสีโอปอลมาก่อน คือเท็กซ์เจอร์ดีมากเลยนะ

นุ่มลื่น เบา แต่... ฟอลเอ้าท์เยอะ แล้วแพ็คเกจเป็นแบบยาง ๆ มันเลอะเทอะงาาย ทำความสะอาดยาก เราเลยให้คนอื่นไป และซื้อ Champagne Pop มารู้สึกดีขึ้นสีปัดแล้วดูหน้าสว่างขึ้น ออกทองแชมเปญติดส้มมานิดนึง Opal นี่จะออกกลาง ๆ เบจ ๆ ตอนหลังเราเลยซื้อคิทของโอปอลมาแทนตัวเดิม เผื่อวันไหนอยากใช้

Bottom > Top - Opal (Liquid) > Opal (Pressed) > Champagne Pop (Pressed)
"Bottom > Top - Opal (Liquid) > Opal (Pressed) > Champagne Pop (Pressed)"

แต่เราว่าเขาไม่ค่อยทนอ่ะ มันเฟดไประหว่างวัน เรารู้สึกว่าเขาลอย ๆ อยู่บนผิว ไม่ติดผิวเหมือนตัวอื่น ๆ ใช้สเปรย์ก็แล้ว อะไรก็แล้วก็ยังเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ชอบเลยนะ ถ้าเปรียบเทียบคงเป็นเหมือนคนที่เข้ากันไม่ได้แต่อยากคุยด้วยอ่ะ 🤣🤣 เราให้เกือบเวิร์กครับ ลิควิดก็เฉย ๆ นะ

13. Fenty Beauty Killawatt สี Afternoon Snack & Mo’ Hunny (1450 THB) 

เลิฟมากแม่ริริ สีจะออกเป็นคอปเปอร์ที่ไม่เข้มมากพอขึ้นผิวแล้วไม่เป็นปื้น แต่เราสวอชหนักให้เห็นสี ตัวนี้วันไหนอยากได้เบา ๆ ซอฟท์ ๆ ก็จัด Afternoon Snack วันไหนอยากจัดเต็มที่ก็ Mo’ Hunny เลย วาวไปให้สุด

เราชอบคอนเซ็ปความแบ่งวาวมาก วาวน้อยนะ ตัว Mo’ Hunny แอบมีความกลิตเตอร์นิด ๆ ต้องระวัง Afternoon Snack นี่กลืนไปเลย เพราะซอฟต์มาก เท็กซ์เจอร์เขาออกเป็นครีมมี่พาวเดอร์คือเนื้อนุ่ม ไม่ค่อยฟอลเอ้าท์ แพ็คเกจก็เรียลหรูมินิมอลดี ได้มาแรก ๆ ใช้ทุกวันเลย ติดทนด้วย เวิร์กมาก ๆๆๆ

14. Tom Ford Skin Illuminating Powder Duo สี Moodlight (2900 THB)

 เป็นไฮไลท์ที่ราคาหนักอก หนักใจมาก แต่ถ้าเทียบแล้วราคาหาร 2 ก็พอ ๆ กับไฮไลท์ 2 ตลับนั่นแหละ สีบนตอนแรกเรากลัวใจว่าจะขาวลอย ใช้ไม่ได้แต่พอลองปัดแล้ว นางให้ความนวลแบบละมุลตุ้นมาก สีจริง ๆ นางเป็นสีแบบนวล ๆ

ไม่ได้ขาวแบบในแพนนะ เขาบอกเอาไว้ปัดตอน daytime เวลานางโดนแสงนะ แบบละมุลมาก ๆ หรือใครจะใช้ผสมกับสีล่างก็ไม่ผิด สีล่างสำหรับ night time วาวกว่าสีบนมาก ๆ เป็นแบบโรสโกลด์แต่ไม่ทองมาก ออกจะเป็นสีเงิน ๆ ตัวนี้ว่าแบบเกือบจะ blinding แล้ว เวลาโดนแสงไฟส้มหรือไฟงานกลางคืนนางชนะเริ่ดดด

ทั้ง 2 สีมีเนื้อที่ต่างกัน สีล่างจะนิ่มกว่าสีบน คือเราว่าสีแบบล่างหายากไม่ค่อยมีเจ้าไหนทำสีนี้ เรื่องแพ็คเกจ มาพร้อมถุงกำมะหยี่ ตัวตลับเป็นแบบแม่เหล็กดูด เป็นพลาสติกแบบทนทานสามารถพกได้ สำหรับเราตัวนี้เราให้เวิร์กกกกครับ จริง ๆ แอบหักที่ราคานิดนึงเพราะราคาสูง ถ้าใครงบถึงเราแนะนำนะ

15. Charlotte Tilbury Filmstar Bronze & Glow Light/Med & Med/Dark (2300 THB) 

มาอีกแล้ว ของป้า จะไม่พูดถึงก็ยังไง ๆ เขาเป็นไฮไลท์ที่ละเอียดและให้เอฟเฟ็คที่นวลมากกกก ผู้ชายใช้ได้อ่ะ เพราะว่าเนื้อมันละเอียดและไม่เป็นเกล็ด ๆ เลย ติดตรงเรื่องสี สำหรับบางคนอาจจะคิดว่ามันสว่างไปมั้ย

เราก็แอบคิดบ้างบางวัน เพราะมันก็สว่างจิรง แต่ถ้าปัดบาง ๆ ก็ชนะแล้ว ธรรมชาติมาก อีกสีคือเห็นละอาจจะตกใจส้มไปไหมจริง ๆ ก็ไม่นะ ถ้าเบามือเขาจะออกสีทอง ๆ ต้องค่อย ๆ เราติงอย่างนึงว่าน่าจะทำสีกลางออกมาอีกสีนึงมันจะครอบคลุมว่านี้

16. Soap & Glory Glow All Out (450 THB) 

ใครชอบสายซอฟท์มาทางนี้เลย ตัวนี้ให้เอฟเฟ็คแบบซอฟท์มากกกก บางแบบปัดเป็นฟินิชชิ่งพาวเดอร์ได้เลย ใช้บ่อยอยู่ช่วงนึงจนเหลือแค่นั้น เป็นของถูกและดีตัวนึงเลยแหละ หลัง ๆ มาไม่ค่อยตอบโจทย์เพราะเราอัพเกรดความวาวมาไกลเกินกว่าจะกลับไปแล้ว

โอเค จบในโทนของโรสโกลด์และอื่น ๆ แล้ว แปะสวอชให้เทียบกันแล้วไปปปปป

มาต่อหมวดที่ 3 กันเลยยยย แบบครีม/แบบหลอด/ขวด/ไพรเมอร์ เฮือกกกก ไปต่อออออออออออออ ใกล้เแล้ว ๆๆ

17. RMS Beauty Luminizer X Quad (48 USD) 

ตัวนี้เป็นไฮไลท์ในแบบครีม ๆ บาล์ม ๆ ให้ฟินิชแบบผิวเปียกเลยอ่ะ เราชอบใช้หลังจากเซ็ตแป้งแล้ว ค่อย ๆ ใช้แปรงแท็บ ๆ ให้เขากลืนไป ต้องใช้อย่างระวังเพราะอาจจะเป็นคราบได้เพราะเราลงหลังแป้ง แต่ถ้าใครลงก่อน เราแนะนำว่าอย่าเซ็ตแป้งทับ เพราะมัน...

อาจจะไปลดความวาวของตัวไฮไลท์ แต่ถ้าใครกลัวเหนียว กลัวเยิ้ม ก็สามารถทำได้แต่ต้องค่อยใช้ในปริมาณน้อย ๆ ส่วนตัวชอบสี Champagne Rose รู้สึกผิวมันดูสดใสขึ้น สี Luminizer X กับ Champagne Fizz ไม่ค่อยต่างกันเท่าไร พออยู่บนผิวตัว X จะขาวสว่างกว่าชัดเจน ส่วน Fizz จะมีเหลือบเหลืองนิดนึง

สี Luminizer Nude นี่ก็นู้ดจริงแตะ ๆ กับผิวแล้วหานไปเลย เหลือไว้แต่ความวาว ไม่ได้เข้มเหมือนในพาเล็ตต์นะ ส่วนตัวเราคิดว่าตัวนี้เหมาะกับคนที่ชอบงานผิวมาก ๆๆ สายเกา สายแจ็ปนี่น่าจะเลิฟ เพราะเขาให้ลุคที่ดูคลีนมาก ผิวดีมาแต่เกิด เวิร์กมาก ตัวนี้ไม่มีในไทยแล้วนะครับ ถ้าอยากได้จะมีขายแยกเป็นสี ๆ ที่ร้าน BFF ที่เซ็นทรัลชิดลม ตลับเดี่ยว ๆ ลองไปหาดูกันได้ครับ

18. Nudestix all over glow สี Hey Honey (1300 THB)

 ก่อนจะเจอ RMS เราเจอตัวนี้มาก่อน เป็นสติ๊กที่ให้ฟินิชคล้าย ๆ กัน แต่ตัวนี้ฝืดกว่านิดนึง เป็นสีทองบรอนซ์เลยตัวนี้ ถ้าอยากดูรีวิวแบบละเอียดและสีอื่น ๆ สามารถกดที่ลิ้งนี้ได้เลยนะครับ ​กดตรงนี้สิคนดี​​​

19. Charlotte Tilbury Hollywood Beauty Light Wand (38 USD)

ไฮไลท์แบบลิควิดมี่มาในแบบหลอด มีแอปพลิเคเตอร์เป็นคุชชั่น สีจะออกเป็นแชมเปญที่มีความพีชเข้ามานิดนึง ไฮไลท์เขาออกมาสีเดียวนะครับ คอนทัวร์มี 2 สี ตอนนี้ไฮไลท์มีงอกออกมาอีก 3 สีเป็นคอลเล็คชั่น Glowgasm ตัวนี่เราชอบตรงที่.....

สะดวกเพราะบีบออกมาแล้วแต้ม ใช้นิ้ว ใช้ฟองน้ำแท็บ ๆ เสร็จ แต่ควรระวังเรื่องปริมาณในการบีบ ถ้าออกมาเยอะเกินเอาใส่กลับเข้าไปไม่ได้นะฮะ ต้องค่อย ๆ ทีละนิด ชิมเมอร์ตัวนี้ละเอียดมาก ให้ความโกลว์แบบแวววาวเลยแหละ ไม่ถึงขั้นตาบอด กำลังสวย แบบผู้ดีอ่ะ ไม่โป๊ะแตก ธรรมชาติ เล่นแสงกับผิวไรงี้ ยังไม่มีในไทยนะครับ ถ้าใครชอบอาจจะต้องหาร้านพรีเอา

20 และ 21 Charlotte Tilbury Wonder Glow และ Hollywood Flawless Filter เบอร์ 4 (55 USD และ 44 USD)

 เริ่มที่ Wonder Glow ก่อนเลย จริง ๆ แล้วเขาเป็นไพรเมอร์นะ แต่เขาเคลมว่าสามารถใช้ได้ทั้งก่อนรองพื้น ผสมรองพื้น หรือหลังรองพื้นตามจุดไฮพอยท์ เราก็เลยจับรวมกันเลยจะได้เทียบกันด้วย

ปกติเวลาไพรเมอร์อะไรที่บอกว่าเน้นโกลว์ พอทาไปแล้วมันจะหนึบ ๆ ฉ่ำมัน ๆ ใช่ป่ะ Wonder Glow ไม่จ้ะ คนผิวมันใช้ได้แน่นอน เพราะทาแล้วมันซึมฉึบไปเลย เหลือไว้แต่ความโกลว์ ถึงว่าทำไมเขาเรฟกันหนักมาก ๆ ได้รางวัลมากมาย ส่วนตัวเราชอบเอามาผสมกับรองพื้นให้บางลงหรือให้ดูฉ่ำขึ้น เขาเล่นแสงสวยดี

ไม่ค่อยลงเดี่ยว ๆ ทั่วหน้าเพราะเราลงรองพื้นประมาณนึงมันก็ไม่ค่อยเห็นอะไรทะลุออกมาเท่าไร ส่วน Hollywood Flawless Filter ตัวนี่คือว้าวววมาก เพราะไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ในท้องตลาด เราว้าวตรงที่เค้าเป็นเหมือนเบส ที่ช่วยเบลอจุดต่าง ๆ บนหน้านิดนึง ตัวนี้ถ้าใครผิวดี ทาตัวเดียวเซ็ตแป้งผสมรองพื้นบาง ๆ ชนะเลิศแล้ว ผิวสวยมากกก

มีช่วงนึงที่เราผิวดีขึ้นไม่ค่อยมีรอย ก็ทำแบบนั้นทุกวันเลย ผิวมันเล่นแสงสวยมากกก ฉ่ำแต่ไม่มัน เราชอบใช้แต้มเหมือนไฮไลท์ ทาทั่วหน้าก่อนรองพื้น หรือทาทับรองพื้นก็ได้ ส่วนตัวไม่ค่อนผสม ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาค่อนข้างข้น แต่ไม่ได้เกลี่ยยากนะ ถ้าถามเราว่าแบรนด์นี้ควรลองอะไร เราตอบได้เลยว่ส Filmstar Bronze & Glow กับ Hollywood flawless filter นี่แหละ เพราะมันเป็นอะไรที่ยูนีคมากบอกเลยต้องมีๆๆๆ! อ่อตัวนี้ชีนละเอียดกว่า Wonder Glow ที่มีชิมเมอร์สีทองนะ

23. L’oreal Lumi Glow Nude Palette (14.99 USD)

 แถมให้อีกนิดนึงยังไม่เข้าไทยนะครับ เป็นไฮไลท์สายซอฟท์อีกอันนึงที่ถือว่าคุ้มนะ เพราะซื้อพาเล็ตต์นึฃได้ถึง 4 สีไม่ต้องคิดมากด้วย อันนึงสาย ฝ อันนึงสาย เกา เท็กซ์เจอร์จะเป็นแป้ง ๆ นิดนึง ใครชอบแบบชัด ๆ อาจจะต้องปัดหลายรอบหน่อย ที่สำคัญคือ เราสามารถผสมสีเองได้ ส่วนตัวเราชอบพาเล็ตต์สีทอง ๆ มากกว่า เพราะเข้ากับผิวเราดี

โอเค จบแล้วนะครับ จะร้องไห้เพราะและยาวมาก ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาจนถึงชิ้นสุดท้าย แต่ถ้าใครอ่านจบนี่เรามั่นใจเลยว่าจะต้องเจอตัวที่เสียเงินแน่นอน ขอโทษด้วยที่มาช้านะครับ รอบต่อไปเป็นบลัช ถัดไปเป็นรองพื้นพาร์ท 2 นะครับ แปะสวอชให้และขอบคุณอีกครั้งนะครับ 🙏🏼

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย