งานผิวสวยกริ๊บ แต่ไม่โป๊ะ เอาอยู่ทั้งไทย และเที่ยวนอกต้องลอง YSL Top Secret Instant Matte + All Hours Foundation คู่ที่ใช่…ใช้แล้วชอบ!

Up to Me Review

Up to Me Review

ดู Profile

ฮัลโหลลลล สาว ๆ จ๋า วันนี้เราจะมาพูดถึง ไอเทมที่ขาดไม่ได้ ต้องทาทุกวันก่อนออกจากบ้าน นั่นก็คือ “ไพรเมอร์ และรองพื้น” จ้ะ ยิ่งช่วงสัปดาห์ก่อนนี้มีออกทริปไปเวียดนาม ไปเที่ยวดานัง ขึ้นเขา ลงทะเลมาด้วย บอกเลยว่า ปล่อยให้หน้าสดไม่ด้ายยยย เดี๋ยวจะไม่กล้าเซลฟี่อัพขึ้นโซเชียล และก็ต้องเลือกตัวที่เด็ด โชว์งานผิวสวย ทนน้ำ ทนเหงื่อ ให้ศรีทนได้ทุกสภาพอากาศตลอดทริป เพราะทริปนี้เดินหนักมากจร้าาา เจอหลากหลายอากาศ ร้อนหนาว แดดมา ฝนตก หมอกลง ครบ ๆ
ไพรเมอร์ และรองพื้นที่เราจะมาเหลาให้ฟังวันนี้ คือ คู่หูตัวเทพที่เราใช้แล้วชอบมว้ากกกก ใช้มาคู่กันตลอดซัมเมอร์นี้ ใช้มาได้ประมาณเกือบ 2 เดือนต่อเนื่องแล้นนนน YSL Top Secret Instant Matte + All Hours Foundation คู่ที่ใช่…ใช้แล้วชอบ! คิดไม่ผิดที่สอยตามเสียงลือเสียงเล่าอ้างต่าง ๆ นานา ลองแล้วรู้สึกเลยว่าดีย์อ่ะแกร๊ จนอยากจะมาเหลาให้ฟังเน้อ

YSL Top Secret Instant Matte Pore Refiner นี่คือไพรเมอร์ที่คู่ควร แก่การมีครอบครองมาก ๆๆๆ เป็นทั้งตัวบำรุง และปรับสภาพผิว เบลอรูขุมขน แล้วยังช่วยเสริมให้งานผิวสวย ดูแมตต์ แต่ไม่ทำให้ลุคผิวดูตึงเปรี๊ยะ ฝืนธรรมชาติ ข้อนี้ชอบมากเลย เอาเป็นว่าถ้าอยากได้ผิวที่ดูดี สวยแบบธรรมชาติ เราควรใช้ไพร์เมอร์ก่อนลงรองพื้นทุกครั้ง
เพราะเค้าช่วยเกลี่ยผิวให้สมูทขึ้น คิดภาพตามเหมือนงานศิลปะอ่ะ ถ้าพื้นผิวที่จะลงงานระบายสีนั้นเรียบเนียน ไร้ร่องหลุม รูอากาศต่าง ๆ สีที่ทาทับระบายไปก็เนียนกริ๊บดู HD สวยระดับตาเห็นแล้วร้องว้าว นั่นล่ะ YSL Top Secret Instant Matte Pore Refiner เค้าทำได้แบบนั้นเลย
ไพร์เมอร์รุ่นนี้ถ้าไม่ผิดเขาน่าจะมี 2 รุ่นน้า เป็นแบบโกลว์ และก็แบบแมตต์ ช่วงอากาศแบบนี้เป็นอะไรที่ต้องการความทน และคุมมันเว่อร์ แบบแมตต์เลยเข้าตาเราช่วงนี้มากสุด หยิบมาใช้คู่กับรองพื้นของแบรนด์ YSL หรือแบรนด์อื่นก็ได้ ไม่ขัดใจใช้ทาผิวได้ทุกวัน ไม่อุดตัน แถมยังมีตัวสารบำรุงผิวมาให้ด้วย เป็นให้เธอคนดีทุกอย่างแล้วจริง ๆ ใช้บ่อย ๆ ทาบ่อยผิวหน้าสดก็ดีขึ้นได้ด้วย ยอมแล้วววว
เค้ามี 2 ส่วนผสมหลักที่น่าสนใจคือ
1. ซาลิไซลิก แอซิด (Salicylic Acid) ตัวนี้เด็ดสำหรับคนอยากเบลอรูขุขนได้แบบถาวร ช่วยผิวฟูแนนเด้ง พร้อมเบียดรูขุมขนให้เล็กลงได้หากเราใช้ต่อเนื่องน้า
2. สารสกัดจากใบวอลนัต (Walnut Leaf Extract) ตัวช่วยเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิวแบบอ่อน เคลียร์ผิวตายแล้วให้หลุดออกไปตามกระบวนการธรรมชาติ จึงได้ผิวที่เกิดใหม่  เรียบเนียนกระจ่างใสขึ้น

ขั้นตอนการใช้ 3 แบบ
  1. ลงหลังกันแดดจะทำหน้าที่ในส่วนของเมคอัพที่ยึดรองพื้น และแป้งให้ติดทนขึ้น
  2. ลงก่อนกันแดดทำหน้าที่บำรุงผิวไปในตัว 
  3. ผสมกับรองพื้นทาหลังกันแดดไปเลย ได้งานผิวที่ดูธรรมชาติ และกริ๊บแบบคนชอบสไตล์งานผิวแมให้มาแบบเราสุด ๆ
ด้วยว่าเป็นเนื้อสีพีช มีประกายเบา ๆ เสริมมิติงานผิวได้ดีเลย

รองพื้นที่ยืนหนึ่งเรื่องผิวสวย บำรุงดีต่อผิวหน้า และติดทนเว่อร์ ตลอดทั้งวัน ของดีของ YSL ตอนนี้ที่ไม่ควรพลาดอีกเช่นกัน ขอยกให้ YSL All Hours Foundation สูตรนี้ Oil Free เลยจ้ะ ปกปิดดีงาม เราไม่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์ เพราะจริง ๆ ไม่ได้ชอบใช้เท่าไหร่อยู่แล้ว เมินได้สวย ๆ เลยยย แม้จะได้งานผิวที่ปกปิดดีแค่ไหน แต่ข้อสำคัญของเรายังไงก็ต้องคงความเป็นงานผิวที่ไม่หนา ไม่แน่น ไม่โป๊ะ ซึ่ง YSL All Hours Foundation รุ่นนี้เค้าทำมาได้ดี ตอบโทย์ดั่งใจที่กล่าวมาจริง ๆ สามารถใช้ได้ในทุกลุคและทุกวัน ตั้งแต่ Everyday – ออกทริป – ออกงานที่ต้องการความเป๊ะให้ผิว แล้วยังช่วยเนรมิตผิวได้หลากหลายรูปแบบที่ต้องการ ขึ้นอยู่กับเลเยอร์การใช้ และอุปกรณ์ที่เสริม ทั้งแปรง พัฟ หรือนิ้วมือเรา

เทคนิคส่วนตัวคือใช้นิ้วมือวอร์มเนื้อรองพื้นก่อนจ้ะ แล้วค่อย ๆ เกลี่ยทั่วผิวหน้า แล้วจึงใช้พัฟฟองน้ำแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง มาเกลี่ยนซัพเบา ๆ มือ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ผิวที่สมูท เรียบเนียน เป็นเนื้อเดียวกับผิวเราได้แบบแท้ทรู รวมถึงดึงรองพื้นส่วนเกินออกจากผิวหน้าเราได้อีก Finish Look ของ YSL All Hours Foundation รุ่นนี้เมื่อลองเทคนิคนี้แล้วทำเราปลื้มมว๊ากกก ใต้ตาคล้ำหาย จุดด่างดำว้าปได้ แต่ผิวยังคงเป็นงานผิวธรรมชาติให้ได้อยู่ และทนทั้งวันไม่ตกร่องด้วย แต่ใครเน้นออกงาน เน้นปกปิดได้เยอะ ๆ เลเยอร์ได้ 2 – 3 ชั้นแบบสบาย ๆ ค่ะ แล้วใช้เทคนิคฟองน้ำที่บอกได้เลย ที่สำคัญนางเล่นแสงให้ผิวได้ดี เราวิเคราะห์ว่าด้วยด้วยประสิทธิภาพของซิลิคอน เรซิน ทรงกลมนวัตกรรมของทางแบรนด์ ที่อัดแน่นมาอย่างคุ้มราคาเคลม

เมื่อทารองพื้นทั่วผิวหน้าแล้ว จึงทำให้เกิดเอฟเฟคการเล่นแสงที่ละมุนดูธรรมชาติ งานถ่ายแบบของเพื่อนเราหลาย ๆ งาน ช่างแต่งหน้ายังเลือกใช้รองพื้นตัวนี้เป็นตัวชูโรงงานผิวสู้แสงเลยนะ เรื่องจริงวงการหลังสตูมาก ๆ ฟังดูน่าสนใจเนอะ
เอาเป็นว่าลองมีติดเครื่องแป้งไว้สักขวด เพราะนางสามารถบิ๊วท์ได้ตั้งแต่ดูเบาสบาย ไปจนถึงเป๊ะปัง ให้ลุคแมตต์แบบผิวกริ๊บ รองพื้นเกาะติดผิวได้ดีงามสมคำร่ำลือ สามารถคุมมันได้นานถึง 12 ชั่วโมง (ตามคำเคลมของนาง) ไม่ไหลเยิ้ม ระหว่างวันแค่มีความโกลว์ฉ่ำเบา ๆ จบปึ้ง!

ที่รู้สึกว่าเริ่ดจริงอีกข้อ คือนางมีมาให้เลือกตั้ง 29 เฉดสี โอ้วววว จะเลือกยังไงใช่ม้าาา เลือกได้ด้วยการแบ่งตามตัวอักษรตามนี้เลยจ้ะ B มาจาก Beige เหมาะสำหรับผิวธรรมชาติทั่วไป BR มาจาก Beige Rose เหมาะกับผิวที่มีความอมชมพู BD มาจาก Beige Golden เหมาะกับผิวที่ค่อนไปทางเหลืองจ้ะ และสีที่ตรงกับเราเป๊ะๆ เลยก็คือ BR 20 จ้ะ

มาดูเนื้อกันจ้ะ ปาดโชว์ ๆ
ครที่เคยใช้น่าจะพอรู้อยู่แล้วว่า เนื้อนางเป็นยังไง เลยอยากอวดให้คนที่ไม่เคยลองได้ดูกันว่า เนื้อไพรเมอร์นาง คือ ดีแบบ เอาไปเลย 10 10 10! เนื้อเนียนละมุน ปาดง่ายเว่อร์ แถมเบาสบายผิวดีย์จรุง ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน พรางรูขุมขนได้ดี ทารองพื้นได้ง่ายขึ้นไปอีกระดับ ไม่ทำให้สีเมคอัพเปลี่ยนหรือเพี้ยน และที่ชอบสุดคือ Finishing เป็นแบบแมตต์ที่ผู้ดีจริง ๆ
วิธีการทาเรานำเสนอให้เห็นภาพมี 2 แบบ ได้ลุคที่ต่างกัน แบบแรกคือ ทาไพรเมอร์ก่อนทารองพื้น ให้ Finishing ที่เป็นผิวสวยปัง เรียบเนียนแบบกริ๊บบบ เหมาะกับการออกงาน ต้องการความเนี๊ยบให้ผิว ก็จะเลือกใช้วิธีแบบนี้ ช่วยความคุมมันได้ดี เหมือนมีกระดาษซับมันใต้รองพื้น และอย่างที่บอกไปแล้วเลเยอร์ผิวได้อีกตามเห็นสมควร ไม่มากไปน้อยไปใน 2 – 3 เลอเยอร์เนอะ ใช้แทนคอนซีลเลอร์ได้ แต้มเฉพาะจุด แล้วเกลี่ยวนไปจร้า
ส่วนวิธีการทาแบบที่สองเนี่ย เราจะใช้ตัวไพรเมอร์ ผสมกับรองพื้นไปเลย ที่แน่ๆ คือได้เรื่องความไว ผสมเสร็จก็ปาดปื๊ด ๆ ๆ
แต่ที่เด็ดสุดคือลุคผิวที่ได้จ้ะ
เพิ่มความเป็นธรรมชาติเว่อร์วัง มีความเงาวาวนิส ๆ ประหนึ่งเป็นผิวธรรมชาติ แถมเพิ่ม
ความสบาย ให้ผิวได้หายใจง่ายขึ้นไปอีกขั้น แนะนำว่า ต้องลองดูวิธีนี้จริง ๆ ส่วนตัวเราชอบทาแบบนี้มว้ากกก งานละมุนผิวมงลงไปเลย
อีกหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้ นอกเหนือจากงานผิวก็ ลิปสติกนี่แหละจ้ะ ไม่งั้นเดี๋ยวโดนคนทักว่าป่วยอีกกก กับ ลิปใจดำที่แสนคู่ใจที่เราเคยมาเปิดตัวในกระทู้ก่อนแล้ว สีที่พกมาด้วยคือ สี Lunatic Red #06 ออกแดงอมส้มเบา ๆ ทาแล้วริมฝีปากดูสวยแบบธรรมชาติ พ่วงมาด้วยความน่าร้ากกกสดใส หัวใจสี่ดวงไปเลยจ้ะ ไปไหนต้องมีพกไว้ประจำกายตลอดด รักเว่อร์ไปส่องรีวิวเพิ่มเติมได้ที่กระทู้เก่า ๆ เลยจร้าาา
เอารูปตอนไปเที่ยวเวียดนามมาฝากจร้าาา อวดลุคแบบผิวใสสุด ๆ เราใช้ 2 ไอเทมนี้มาตลอดแทบจะเกือบทุกวัน คือ อาจจะมีนอกใจลองของใหม่ หรืออยากได้ผิวลุคอื่นบ้างตามสถานการณ์ แต่ % ในการใช้คู่นี้ช่วงซัมเมอร์เยอะสุดจริง ๆ บอกเลย เพราะนางให้ผิวที่ปังมว้ากกก ติดทนดีงาม และบำรุงผิวดี ใช้บ่อยแค่ไหน ก็ไม่ต้องกลัวผิวพัง ของมันต้องมีคู่กันนนน! ลิปก็แอบเชียร์นะ ใครรักการแต่งหน้าใส ๆ ควรค่าแก่การมีมากจ้ะ
ใครที่อยากไปเที่ยวกินลมชมวิวธรรมชาติสวย ๆ ไม่ต้องใช้งบเยอะจนบานปลายไปไกล ขอแนะนำเวียดนาม ในเมืองดานัง เลยจ้ะ เรามาที่เช็คอินสดฮิตเลยคือหมู่บ้านฝรั่งเศส Bana Hills ขึ้นกระเช้ามาเยือนเขแห่งเมฆหมอก
ความรู้สึก และภพที่ได้เห็นกับตาคือสุดยอดดดมาก ไปไม่กี่วันก็เหมือนได้พักยาวววว อิ่มอก อิ่มใจจนไม่มีคำว่าเหนื่อยเลยค่ะ
อวดทะเลที่ดานังนิสสส หาดหมีเคว ฟีลลิ่งริมหาดออสเตรเลียมาก ๆ
อินแค่ไหนถามใจดูวววว >< งานชุดประจำชาติต้องมาอ่ะ ชอบชุดเขานะดูเรียบร้อย ไม่หวือหวา ให้ความเข้ากับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เรียบง่ายมากเลยค่ะ ครั้งหน้าจะเป็นกระทู้สกินแคร์ที่พกไปดูแลผิว และดี๋ยวมีรีวิวเรื่องเที่ยวแบบเต็ม ๆ จะมาอวดทั้งวิวทะเล วิวเขา วิวตลาด มีครบจริง ๆ ทริปนี้ จะไปที่ไหนบ้าง และฟินแค่ไหน ยังไง จะมาจัดเต็มเร็ว ๆ นี้จร้าาา อย่าลืมติดตามกันน้าาา

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย