รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสม Clinique iD+ สูตร oil control + Booster สีส้ม สูตร Anti-fatigue

LadyMiyeon

LadyMiyeon

ดู Profile

สวัสดีค่ะพี่ๆเพื่อนๆน้องๆบ้านจีบันทุกๆท่าน

หายไปนานเลย วันนี้เลยขอแวะมาแวะอัพเดท รีวิว/วิเคราะห์เครื่องสำอางให้ได้ชมกันค่ะ

หลังๆมานี้เทรนด์ Customization ที่เป็นการคัดสรรสูตรเครื่องสำอางให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลมาแรงมากๆเลยนะคะ

และ 1 ในผลิตภัณฑ์กลุ่ม Customized ตัวหนึ่งที่เรียกได้ว่าโด่งดังและเป็นกระแสมากๆ คงหนีไม่พ้น Clinique iD+ ที่มีเนื้อเบส 3 สูตร กับ บูสเตอร์อีก 5 สูตรให้เลือก รวมเป็น 15 สูตรตามความต้องการ ตามปัญหาหรือสภาพผิวของเราค่ะ
(Image from Clinique)
"(Image from Clinique)"
มี่เองก็มีโอกาสได้ไปลองวัดผิวกับเครื่องของทาง Clinique ที่เคาน์เตอร์มา ผลออกมาคือผิวอ่อนล้า และรูขุมขนกว้าง

และก็มีโอกาสได้ร่วมสนุกเล่นเกมจากงานสัมมนาเครื่องสำอางที่จัดโดยบริษัทสารเคมี IMCD ประเทศไทย โชคดีได้ของรางวัลมาเป็น Clinique ID เลยเลือกสูตรสีส้มมาค่ะ แต่ตัวเบสที่ได้เป็นเนื้อเบสแบบ Oil control ซึ่งเอาจริงๆแม้เราจะมีผิวผสม/แห้ง แต่ก็โอเคนะคะ

หลังจากใช้มาร่วมๆ 2 เดือน ถือว่าปลื้มปริ่มมากจริงๆค่ะ

วันนี้เลยขอเอาสูตรสีส้ม กับ เนื้อเบสแบบโลชั่น Oil control มารีวิวให้ได้ชมกันค่ะ

ตัวเบสกับบูสเตอร์นางจะแพคแยกกันเป็นเซ็ตแบบนี้นะคะ
Package ของเบสกับบูสเตอร์
"Package ของเบสกับบูสเตอร์"
เริ่มกันที่เบสค่ะ

ที่มี่มีจะเป็นสูตร Oil control ค่ะ
เบส
"เบส"
ด้านในก็จะเป็นขวดสี่เหลี่ยม เหมือน Dramatically different oil-control gel ทั่วไป แต่เหมือนจะเล็กกว่านิดหน่อยค่ะ

ฝาปิดเป็นพลาสติกสีขาว
เบส
"เบส"
ส่วนตัวบูสเตอร์จะแพคแยกมาค่ะ
Package ของบูสเตอร์
"Package ของบูสเตอร์"
บูสเตอร์จะมีปลอกพลาสติกหุ้มอยู่ เวลาจะใช้เราก็จะต้องแกะปลอกพลาสติกนี้ออกก่อนที่จะสวมใส่ลงไปในขวดเบส
บูสเตอร์
"บูสเตอร์"
หมุนเอาปลอกพลาสติกออกแล้วก็ใส่ลงไป จะได้หน้าตาประมาณนี้ค่ะ
จุดเด่นของแพคเกจคือเวลากด เราจะได้เนื้อเบสและบูสเตอร์ออกมาพร้อมๆกัน เป็นนวัตกรรมของแพคเกจจริงๆค่ะ

เวลาจะใช้ก็วอร์มให้เข้ากันแล้วค่อยๆเอาลูบลงบนใบหน้าแล้วตบเบาๆ
ฝากดมี 2 รู สำหรับเบส และ สำหรับบูสเตอร์
"ฝากดมี 2 รู สำหรับเบส และ สำหรับบูสเตอร์"
เนื้อเบสของสูตรนี้จะเป็นเนื้อโลชั่นเบาๆ ไม่หนักมาก แต่ก็ยังชุ่มชื้นดี ระหว่างวันไม่มันเยิ้มและไม่แห้งจนเกินไป ไม่รู้เพราะลงมอยส์เจอร์ตัวอื่นๆมาด้วยหรือเปล่า เลยไม่ได้แห้งมากนัก

ค่า pH ไม่ได้วัดให้นะคะ
สำหรับส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

เริ่มจากเบส
ถ้าดูจากส่วนผสมนางจะมาในเบสแบบ Emulsion หรือแบบน้ำนม มีส่วนผสมของน้ำ ซิลิโคน ตัวพื้นฐานอย่าง Dimethicone ที่ช่วยเคลือบปกป้องผิว แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ กับ Bis-PEG-18 Methyl Ether Dimethyl Silane ซึ่งตัวนี้จัดเป็น Silicone wax ที่ละลายน้ำได้ มีคุณสมบัติลดความเหนอะหนะให้เนื้อเบส เพิ่มความชุ่มชื้น นุ่มลื่น เกลี่ยง่าย และเบาสบายผิว มาถึงจุดนี้หลายคนอาจจะแบบเริ่มกลัวซิลิโคนละ แต่เอาจริงๆคือซิลิโคนนางก็ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรค่ะ

ในเบสนอกจากน้ำ และซิลิโคนแล้ว อีกตัวที่น่าจับตามองคงเป็นน้ำมันสังเคราะห์ที่ระเหยได้อย่าง Isododecane ทำให้ลดความเหนอะหนะของเนื้อครีมลงไปได้อีก มีสารบำรุงที่ให้ประโยชน์ในเชิงการควบคุมความมันส่วนเกิน และมี Silica ซึ่งเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ค่ะ

ตัวสารบำรุงมี่ทำมาไว้ด้วยสีม่วง ซึ่งก็มาด้วยกันหลายตัว และมีประโยชน์กับผิวโดยรวมในด้านของการเติมน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น และลดการระคายเคืองให้ความรู้สึกสบายผิว เป็นหลักค่ะ อาจจะชะลอวัยได้นิดหน่อยจาก Caffeine ที่ใส่มา

ส่วนตัวบูสเตอร์มีส่วนผสมดังนี้ค่ะ
ตัวบูสเตอร์นี้มาในเนื้อแบบเจลค่ะ มีสารบำรุงอยู่หลายชนิดเหมือนกัน มี่ทำไว้หลายสีเลยค่ะ
  • ที่น่าสนใจคือ การใช้สารสกัดจาก Albizia julibrissin น่าจะหมายถึงวัตถุดิบ Prodizia ของ Croda ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีเคลมเกี่ยวกับ Anti-fatigue ในเรื่องของการคืนความกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำ ผ่านกลไกหลายอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งเป็น Anti-glycation ซึ่งเป็นการจับกันของน้ำตาลกับโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบของร่างกาย ในผิวก็คือคอลลาเจน ทำให้เกิดความเหี่ยวขึ้นมา เสริมมาด้วยชาเขียวซึ่งเป็น Antioxidant ที่ดีตัวหนึ่ง
  • สีฟ้า ส่วนผสมของ Glycolic acid และ Salicylic acid เป็น AHA และ BHA ไม่แน่ใจในเรื่องของความเข้มข้นและค่า pH ว่าจะให้ประโยชน์ในเชิงผลัดผิวได้ไหม
  • สีน้ำตาล Lactobacillus ferment ที่เคลมว่าเป็น Probiotic ให้ประโยชน์ในเชิงผิวแข็งแรง
  • สีเขียว Phospholipids ทดแทนไขมันคืนให้แก่ผิว หรือไม่แน่อาจจะเอามาสร้างไลโปโซมเก็บสารอะไรบางอย่าง
  • กลุ่มของสารเสริมพลังงานอย่าง Acetyl carnitine และ Adenosine phosphate มีประโยชน์ในเชิงการชะลอวัย และฟื้นฟูคืนความอ่อนเยาว์ ลดความเหนื่อยล้า
  • Taurine ตัวนี้เป็นกรดอะมิโนชนิดพิเศษซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีกับผิวหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น Antioxidant, ลดการอักเสบระคายเคือง เสริมการฟื้นฟูและปรับสภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น 
โดยรวมถือว่าเน้นไปในเชิงด้านการชะลอวัย ลดความเหนื่อยล้า คืนความสดใส พร้อมกับเสริมพลังงานให้แก่ผิว

เมื่อใช้พร้อมกันทั้งตัวเบสและบูสเตอร์ จึงถือว่าเสริมกันได้อย่างลงตัว ตามชื่อสูตร Anti-fatigue สำหรับผิวที่แลดูเหนื่อยและอ่อนล้า

มาให้คะแนนกันดีกว่าค่ะ
  1. สารบำรุง จากที่ได้กล่าวไปในด้านบน เรียกได้ว่าจัดมาค่อนข้างครบสำหรับการฟื้นฟูผิว คืนความสดใส ลดความเหนื่อยล้า เสริมพลังงาน Antioxidant ชะลอวัย รวมถึงดูแลปัญหาด้านริ้วรอยไปพร้อมๆกัน รับไป 5 ฟลาสก์
  2. ส่วนผสมอื่นๆ มีส่วนผสมของสี และซิลิโคน อยู่นะคะ แต่ส่วนตัวไม่ได้คิดว่าสีกับซิลิโคนจะมีปัญหาอะไร และก็ไม่เคยหักคะแนนสารพวกนี้มาก่อนเลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
  3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่ค่อนข้างชอบคอนเซปท์ที่แยกบรรจุเบสและบูสเตอร์ และชอบแพคเกจที่มันกะปริมาณของบูสเตอร์กับเบสออกมาในสัดส่วนที่เหมาะสมนะคะ ในด้านการใช้งานส่วนตัวรู้สึกว่าผิวเรียบเนียนขึ้น แต่งหน้าติดทนนานมากขึ้น บ่ายมาก็ไม่ได้มันเยิ้ม ปัญหาเรื่องการระคายเคือง ความหมองคล้ำต่างๆบนผิวก็ดูดีขึ้นค่ะ แต่ขอหักคะแนนนิดหน่อยตรงที่ ส่วนตัวเราไม่ค่อยได้อยู่บ้านเนอะ บินไปบินมา นางก็ขวดใหญ่จะพกไปก็ไม่สะดวก พอไม่ได้กดซักพัก ฝากดฝั่งตัวบูสเตอร์มันจะตันค่ะ กดออกมาแต่เบส บูสเตอร์ไม่ออก ต้องกดไปซักพักนางถึงจะออกมาได้ ให้ไป 4 ฟลาสก์  
สำหรับวันนี้ก็คงต้องลากันไปเท่านี้

ขอบคุณทุกท่านนะคะที่ติดตามรับชมมาจนจบ แล้วพบกันใหม่โอกาสถัดไปค่ะ

Disclaimer/conflict of interests: ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับมาจากการร่วมเล่นเกมในการอบรมเครื่องสำอาง การรีวิวครั้งนี้เป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและอาศัยความเห็นส่วนบุคคล ผู้เขียนไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆในการขายสินค้า และไม่ได้ค่าตอบแทนในการรีวิว โปรดใช้วิจารณญาณ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย