Graduation makeup แต่งหน้ารับปริญญาสวย ปัง สดใสไม่แก่ | Smindstyle

Smindstyle

Smindstyle

ดู Profile

Graduation makeup 


  [ แต่งหน้ารับปริญญา ]  

สวย ปัง สดใสไม่แก่

----------------------- 

by Smindstyle

สวัสดีค่ะทุกคน คลิปนี้มายนำการแต่งหน้ารับปริญญามาฝากกัน รับรองว่าแต่งแล้วปัง ไม่ดร็อป ไม่หมองกว่าคนอื่นแน่นอน และที่สำคัญไม่แก่ด้วยน้า 


ใครผิวแห้งคลิปนี้ห้ามพลาด มีทั้งสกิลแคร์และเครื่องสำอางค์มาแนะนำกันเยอะแยะเลยค่ะ ส่วนใครที่ผิวหน้ามันก็ดูได้น้า ไว้เป็นแนวทางการแต่งหน้าจ้า


หวังว่าคลิปนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนทุกคนที่เข้ามาดู และยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนด้วยค่ะ     

(มีวิดีโอล่างสุดนะคะ)

  [ SKINCARE ]  


มาเริ่มกันที่ขั้นตอนแรกเลยจ้า จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นั่นคือขั้นตอนการเตรียมผิว ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากๆ เพราะผิวเป็นสิ่งกำหนดความปังเลยก็ว่าได้ ผิวดีมีชัยไปเกินครึ่งเลย มายแนะนำให้เพื่อนๆมาร์คหน้าด้วย sheet มาร์ค, sleeping มาร์ค หรือมาร์คที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวมากๆ อยากให้มาร์คก่อนแต่งหน้าหรือก่อนนอนก็ได้ค่ะ 


ตัวมายเองเป็นคนที่ผิวแห้งมาก เพราะแบบนี้มายเลยให้ความสำคัญกับขั้นตอนเตรียมผิวก่อนการแต่งหน้า ยิ่งในวันสำคัญอย่างวันรับปริญญาแล้ว สกิลแคร์ที่มายเลือกใช้ก็จะคัดมาเป็นพิเศษเลยว่า ต้องเติมความชุ่มชื้นได้ดีและต้องไม่ทำหน้าเรามันระหว่างวัน โดยการใช้สกิลแคร์ที่เนื้อไม่หนักค่ะ แนะนำเป็น 3 ตัวนี้เลย



Favourite Skincare
"Favourite Skincare"

 Step 1:  ลง Origins mega-mushroom smoothing treatment lotion เป็นตัวที่เนื้อเบาที่สุด เพราะเค้าเป็นน้ำเหลวๆ ซึมเข้าผิวเร็ว ไม่ทิ้งความมัน หลังใช้จะรู้สึกสดชื้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และที่สำคัญใช้เป็นประจำจะทำให้ผิวเราแข็งแรงด้วยน้า


 Step 2:   ลง Bobbi Brown hydrating face cream ตัวนี้ให้เติมความชุ่มชื้นกับผิวได้ดีมาก ถึงจะเป็นเนื้อครีมแต่ว่าเป็นเนื้อครีมที่ไม่หนัก ไม่จะเป็นต้องใช้เยอะ ใช้ประมาณเหรียญบาท ก็สามารถทาได้ทั่วหน้า ใช้เวลาเซตตัวแปปนึง และเค้าจะซึมเข้าผิว หน้าจะรู้สึกว่าเด้งๆ โดยส่วนตัวมายใช้แล้วทำให้เมคอัพติดหน้าอีกด้วย


 Step 3:  เป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้เลยคือการลงครีมกันแดดนั่นเองค่ะมายเลือกตัวนี้เลย Anessa perfect UV sunscreen mild milk for sensitive skin กันแดดเนื้อน้ำ บางเบา ก่อนใช้ให้เขย่าก่อนน้า (เป็นขั้นตอนที่ชอบมาก เพราะจะมีเสียง ได้ยินแล้วรู้สึกดี 555) ตัวนี้ซึมเข้าผิวค่อนข้างเร็ว ที่สำคัญเลยคือนางไม่อุดตันผิว 


  [ FOUNDATION ]  


งานผิวเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการแต่งหน้า ดังนั้นเครื่องสำอางค์ที่มายเลือกใช้จะช่วยในเรื่องของความติดทน เน้นการปกปิดแต่ยังให้ผิวที่ดูสวย และเหมาะสำหรับคนผิวแห้ง แต่ว่าคนที่ผิวมันก็ดูกันได้น้า เพราะว่ามายก็มีแนะนำเครื่องสำอางค์ที่คนผิวมันใช้ได้มาฝากให้ด้วย (มีแนะนำในคลิป อยู่ล่างสุดนะคะ)

Primer Set
"Primer Set"

 Step 1:  เลือกใช้ Too Faced hangover 3 in 1 Replenishing primer and setting spray สเปรย์ให้ทั่วหน้า และพัดให้แห้งซึมเข้าผิวหน้าของเรา


- Too faced hangover 3 in 1 Replenishing primer and setting spray สเปรย์ตัวนี้มีคุณสมบัติคือ Prime, Set and Refresh นั่นก็คือเป็นทั้งไพรเมอร์ ช่วยให้เมคอัพติดทน สามารถฉีดได้ทั้งก่อนและหลังแต่งหน้า เพื่อเป็นการเซตเมคอัพทั้งหมดบนหน้า และทำให้ผิวสดชื่นไปอีก


 Step 2:  ใช้ Too Faced Hangover Replenishing face primer ประมาณ 2 ปั๊ม ทาให้ทั่วหน้า รอไพรเมอร์ซึมเข้าผิว และทาตัวต่อไปได้เลย


- Too Faced Hangover Replenishing face primer ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกันเลยกับสเปรย์ เวลาที่มายรู้สึกว่าหน้าเราแห้งหรือผิวหน้าดูไม่พร้อมรับเครื่องสำอางค์ใดๆ จะนึกถึงตัวนี้ตลอด เป็นตัวที่ทำให้เมคอัพติดผิว ติดทน กลิ่นหอม มีเนื้อที่บางเบาไม่หนักหน้า แต่ไม่ช่วยคุมมันนะจ้ะตัวนี้


 Step 3:  ตามด้วย Benefit the porefessional primer ลงบริเวณที่รูขุมขนกว้างเช่น จมูก ข้างจมูก และหน้าแก้ม ใช้ในปริมาณที่ไม่ต้องเยอะ ประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียวก็พอน้า


- Benefit the porefessional primer เป็นไพรเมอร์ที่ช่วยเรื่องการเบล่อรูขุมขนของเรา แต่ว่าไม่ได้ถึงขนาดว่าใช้แล้วรูขุมขนของเราจะหายไปหมด แต่ว่าเค้าจะทำให้รูขุมขนด้วยจางๆ เบล่อๆ ดูตื้นขึ้นมา ด้วยความที่เค้ามีซิลิโคนที่มีคุณสมบัติช่วยเบล่อรูขุมขน แต่ข้อเสียของเค้าก็คือจะทำให้อุดตันผิวเราได้ง่าย เพราะงั้นต้องล้างหน้าให้สะอาดกันนะคะ


Foundation
"Foundation"

 Step 4:  มายเลือกใช้รองพื้น Huda beauty fauxfilter high coverage cream foundation เบอร์ 140G สี cashew มายแนะนำให้ลงเป็นส่วนๆ แล้วเกลี่ยด้วย Beauty blender (ชอบใช้เป็นการส่วนตัว แต่ว่าใครถนัดใช้แปรงก็ตามสะดวกเลยน้า)


- Huda beauty fauxfilter high coverage cream foundation เป็นรองพื้นตัวเลิฟของมายเลยน้า (ของออกตัวแรงนิดนึง) เพราะให้การปกปิดที่ดี เนื้อรองพื้นดี เกลี่ยง่าย ไม่แห้งเร็ว และได้ง่ายผิวที่สวยมากๆ (มีแต่คนทักเวลาใช้)


Conceal & Shade
"Conceal & Shade"

 Step 5:  ของานปัง ตาดำต้องหายไป พลาดไม่ได้กับสิ่งนี้ colour correcting (ขั้นตอนนี้ถ้าใครไม่มีใต้ตาที่คล้ำ) ข้ามไปเลยได้นะคะ มายเลือกใช้ Maybelline master camo color correcting pen สี pink ใช้ทาปริเวณใต้ตาหรือบริเวณที่มีที่ผิวคล้ำกว่าตรงอื่น และเกลี่ยด้วยฟองน้ำหรือนิ้วมือ ตามถนัดเลยน้า หลังจากนี้ต้องตามด้วยคอนซีลเลอร์ต่อด้วยน้า


- Maybelline master camo color correcting pen สี pink สิ่งนี้ช่วยกลบความคล้ำใต้ตาได้ดีมาก และยังช่วยเพิ่มความขึ้นมาอีกนิดหน่อย และตัวนี้มาเป็นดินสอ สามารถหมุนเพื่อกำหนดปริมาณของครีมได้ง่าย มาพร้อมหัวฟองน้ำ แต่ว่าฟองน้ำนี้เอามาเกลี่ยไม่ได้น้า แค่ช่วยให้ทาได้ง่ายขึ้น ตัวนี้เป็นแค่ตัวที่ช่วยปรับสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ เราต้องใช้คอนซีลเลอร์ทาต่อด้วยน้า


 Step 6:  ตามตัวคอนซีลเลอร์จาก Clear Nose acne care solution concealer no.101 light beige ใช้บริเวณใต้ตาและกลบรอยสิว เกลี่ยด้วยฟองน้ำหรือนิ้วมือค่ะ


- Clear nose acne Care Solution concealer ตัวนี้เคยรีวิวแล้ว แต่ก็ขอบอกอีกว่าเค้าดี เป็นมิตรกับสิว ใช้แล้วรู้สึกสบายใจว่าสิวบนหน้าจะไม่เพิ่ม แต่ไม่ได้มีดีแค่นั้น การปกปิดก็ดีมากและก็เกลี่ยง่ายด้วย สีนี้ที่มายเลือกใช้เข้ากับสีผิวมายได้พอดีเลย ยิ่งทำให้ชอบเข้าไปอีก


 Step 7:  สร้างโครงหน้าด้วย Fenty beauty match stix สี Amber สามารถดูตัวอย่างได้จากในรูปภาพด้านบนเลยน้า เมื่อลงในที่ที่ต้องการแล้ว ใช้แปรงเกลี่ยตามได้เลยจ้า


- Fenty beauty match stix คอนทัวร์แบบแท่งใช้ง่าย เนื้อดี และเกลี่ยง่ายมากๆ ตัวนี้อยากให้เพื่อนๆ เลือกสีกันดีๆนะคะ สีที่มายเลือกซื้อมาคือ Amber เค้าค่อนข้างมีความเทาอยู่มาก ซึ่งปกติแล้วสีน้ำตาลเทาจะเหมาะสำหรับการสร้างเงา แต่สีนี้มายว่ามีความเทาอยู่มากไปนิด ถ้าเลือกได้อาจจะซื้อสีอื่นที่มีความส้มอยู่อีกนิดนึง ทำให้เวลาใช้แล้วหน้าเราจะดู healthy กว่านี้


Powder
"Powder"

 Step 8:  เซตทุกอย่างด้วยแป้งผสมรองพื้น Zhe cosmetics foundation powder no.01 ผิวขาวอมชมพู


- Zhe cosmetics foundation powder แป้งแบรนด์ไทยคุณภาพดี แพกเกจเลิศ ตัวนี้คือสีพอดีกับผิวมาก เนื้อแป้งละเอียด ช่วยเซตเมคอัพได้ดี ทาแล้วหน้าเนียน ติดทน ที่สำคัญเค้าไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน ทำให้ไม่อุดตันรูขุมขน มายรู้สึกดีทุกครั้งที่ใช้เซตรองพื้นหรือคุชชั่น เพราะหน้าจะเนียน ดูไม่หน้า ผ่องทั้งวัน แต่ตอนที่ทาบนหน้าที่ไม่มีรองพื้นหรือคุชชั่นใดๆ ระหว่างวัน แป้งหลุดและเป็นคราบ ไม่ติดผิว เพราะงั้นเลยไม่แนะนำให้ทาเดี่ยวๆเท่าไร


  [ EYEBROW ]  


ด้วยนิยามที่ว่า "เพราะคิ้วคือมงกุฎของใบหน้า" ซึ่งจริงมากๆ เพราะแบบคิ้วเปลี่ยน ลุคก็จะเปลี่ยน และด้วยลุคการแต่งหน้าในวันนี้ เราควรจะต้องแต่งคิ้วให้ดูไม่แฟชั่นเกินไป โดยที่ไม่เขียรคิ้วโก่งและปัดคิ้วให้เป็นทรงเรียบร้อย ไม่ตั้งเกินไป จะช่วยให้ลุคของเราดูสุภาพและเรียบร้อยมากขึ้น

Eyebrow
"Eyebrow"

มายเลือกใช้ Anastasia Beverly Hills brow powder duo สี medium brown

 Step 1:  ใช้สีเข้มเขียนฐานคิ้วจากกึ่งกลางถึงปลายหางคิ้ว


 Step 2:  เขียนปลายหางคิ้วด้านบนเพื่อทำมุมกับฐานคิ้ว


 Step 3:  เขียนคิ้วด้านบนเพื่อสร้างโครงคิ้วและเติมส่วนที่คิ้วหายไป


 Step 4:  ใช้สีอ่อนเขียนหัวคิ้วไล่ตามเส้นขนคิ้ว


- Anastasia Beverly Hills brow powder duo ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น เนื้อสีดีและลื่นทำให้เขียนง่าย สีแน่น ใช้บ่อยมากแต่ยังไม่ยุบเลยจ้า มายแนะนำสีนี้มากเพราะไม่ว่าจะสีผมอ่อนหรือเข้มก็เข้าได้หมด เอาเป็นว่ายกให้เป็นที่เขียนคิ้วตัวโปรดเลย


Eyebrow Setting
"Eyebrow Setting"

 Step 5:  เซตคิ้วด้วย Maybelline brow precise fiber filter สี medium brown ปัดคิ้วตามแนวขนคิ้ว อย่าให้ตั้งจนเกินไปน้า (แนะนำให้ดูในคลิปด้านล่างประกอบด้วยจ้า)


- Maybelline brow precise fiber filter เจลเซตคิ้วตัวโปรด อันนี้เป็นอันที่ 2 แล้ว และจะบอกว่ามายมีเก็บไว้ทั้ง 2 สีเลยคือ medium brown และ dark blonde เพราะว่าสีผมมายค่อนข้างอ่อน บางครั้งถ้าวันไหนอยากได้ลุคแบบมั่นใจหน่อย มายจะเลือกใช้ medium brown แต่ถ้าวันไหนอยากได้ลุคซอฟๆ ก็จะปัดด้วยสีอ่อน จะทำให้เมคอัพดูละมุนมากขึ้น



  [ EYES ]  


"ตา" ถือว่าเป็น point ที่สำคัญในการแต่งหน้ารับปริญญา เพราะว่าเราไม่ควรแต่งให้เข้มเกินไป ไม่ควรใช้สีที่สีสันมากเกินไป เพราะอาจจะดูไม่สุภาพ ตาถือเป็นสิ่งแรกที่ทุกๆคนจะมองเป็นอันดับแรก เพราะแบบนั้นถ้าเราแต่งตาเข้มเกินไปหรือดูเยอะเกินไป อาจารย์ก็จะจับได้ก่อน 55555 


การแต่งตาลุคนี้มายบอกเลยว่าไม่ยุ่งยาก ใช้สีน้อยมากๆ เป็นการแต่งตาขั้น basic ถ้าแต่งแบบนี้ได้ แค่เปลี่ยนสีนิดหน่อย ก็ได้ลุคที่หลากหลายแล้วน้า


Eyes Base
"Eyes Base"

 Step 1:  ลง Clear nose acne Care Solution concealer no.101 light beige กลบรอยเส้นเลือดและปรับสีเปลือกตาให้สม่ำเสมอ ทำให้การทาอายแชโดว์สีสดขึ้นและติดทนขึ้น


ลุคการแต่งหน้านี้มายเลือกใช้ Too Faced sweet peach eyeshadow palette เพราะว่ามีโทนสีที่เหมาะสำหรับการแต่งหน้าลุคนี้ เนื้อสีดีและชัด เกลี่ยง่าย กลิ่นหอมมากๆ เป็นพาเลทที่มายแนะนำมากๆ สามารถแต่งได้หลายลุคเลยค่ะ


 Step 2:  มายใช้สี white peach และ peaches n' cream ทาทั้งเปลือกตา เพื่อเซตคอนซีลเลอร์ที่เราลงไปก่อนหน้านี้ และยังช่วยทำให้การลงสีต่อๆไปเบลนง่ายขึ้น


Eyes Makeup I
"Eyes Makeup I"

 Step 3:  ใช้สี puree (สีน้ำตาลอ่อนแมท) ลงที่กระบอกตาเป็นครึ่งวงกลม เน้นบริเวณปลายหางตา และใช้แปรงสะอาดเบลนให้ฟุ้ง


 Step 4:  ลงสี luscious (สีแชมเปญชิมเมอร์) ที่หัวตาถึงกลางตา และใช้แปรงสะอาดเบลนให้เข้ากัน


 Step 5:  ใช้สี charmed, I'm sure (สีน้ำตาลเข้มแมท) เน้นที่ปลายหางตาและใช้แปรงสะอาดเบลนให้ฟุ้งเข้ากัน


Eyes Makeup II
"Eyes Makeup II"

 Step 6:  ใช้อายแชโดว์สีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม เนื้อแมท วาดเป็นไลเนอร์


 Step 7:  ใช้ Mistine maxi black liner pencil วาดตามเส้นไลเนอร์ที่ร่างไว้ก่อน


- Mistine maxi black liner pencil อายไลเนอร์ถูกและดี สีดำสนิท ใช้แล้วไม่เยิ้ม ไม่แพนด้า มีหัวแปรงเป็นพู่กันนิ่ม แต่ไม่นิ่มจนบังคับไม่ได้ และมีปลายแหลม สามารถเขียนให้ลายเส้นออกมาเล็กบางได้ง่าย (พูดง่ายๆก็บังคับง่ายค่ะ)


 Step 8:  กลับไปที่ Too faced sweet peach eyeshadow palette มายใช้สี summer yum (สีน้ำตาลกลางแมท) ลงชิดโคนขนตาล่างและใช้สี puree (สีน้ำตาลอ่อนแมท) เบลนที่โคนขนตาด้านล่างให้ฟุ่ง


Eyes Makeup III
"Eyes Makeup III"

 Step 9:  ดัดขนตาและปัดขนตาด้วย Maybelline the hyper curl volum' express waterproof สี very black ทั้งขนตาบนและขนตาล่าง

- Maybelline the hyper curl volum' express waterproof ตอนนี้กลายเป็นมาสคาร่าลูกรักไปแล้ว ทั้งถูก ติดทน กันน้ำกันเหงื่อ สามารถปัดขนตาให้เรียงเส้นสวย ช่วยเพิ่มความหนาและความยาวนิดหน่อย แต่ที่สำคัญเลยคือสามารถเซตขนตามายให้งอนอยู่ได้ทั้งวัน

 Step 10:  ติดขนตาปลอม Mootong เบอร์ M19

- Mootong false eyelashes ขนตาปลอมแบรนด์คนไทย คุณภาพดีมาก มาในราคาที่ถูกมากเช่นกัน ขนตาสวย แก่นนิ่ม ไม่เคืองตาเลย ที่สำคัญมายไม่ต้องตัดหัวหรือท้ายของขนตาเลย เพราะเข้ากับ size ตามายได้ดี แนะนำเพื่อนๆมากๆเลยจ้า ส่วนเบอร์นี้เหมาะมากกับคนที่อยากได้ลุคที่ดูธรรมชาติ



  [ CONTOUR & BLUSH]  


การสร้างมิติและเงาของใบหน้า ถือเป็นส่วนที่ช่วยให้หลายๆคนรู้สึกมั่นใจมากขึ้น เพราะจะเป็นการเน้นและลดสัดส่วนโครงหน้าโดยการจัดแสงและเงาให้กับหน้าของเราก็อยู่ที่ขั้นตอนนี้แหละค่ะ

Contour & Blush
"Contour & Blush"

 Step 1:  คอนทัวร์หน้าด้วย Benefit hoola bronzer สามารถดูตำแหน่งคอนทัวร์ตามในภาพได้เลยน้า


 Step 2:  เฉดดิ่งจมูกด้วย Benefit hoola bronzer ตัวเดิมเลย 


- Benefit hoola bronzer ถึงชื่อนางจะเป็นบรอนเซอร์ แต่ด้วยความที่ทั้งสีและเนื้อที่แมทเหมาะพอดีสำหรับการสร้างเงามาก เป็นลูกรักของมายอีกตัว ถ้าใครดูเราบ่อยๆก็จะเห็นว่าเราใช้ตัวนี้บ่อยมากๆ และในชีวิตจริงก็ใช้ตลอด เพราะมันใจได้แน่ๆว่า ถ้าใช่ตัวนี้แล้วเรารอดแน่นๆ เพราะเนื้อเค้าลื่น เกลี่ยง่ายไม่เป็นก้อนเลย ใช้บ่อยขนาดนี้แต่นางยังไม่มีที่ท่าว่าจะยุบตัวลงเลยจ้า


 Step 3:  ปัดแก้มด้วย Benefit gold rush blush ถ้าอย่างให้หน้าดูเรียวขึ้น ให้เน้นปัดแก้มเข้มที่ข้างแก้มแล้วไล่มาอ่อนที่หน้าแก้ม เทคนิคเพิ่มความละมุน ใช้แปรงที่ใช้ปัดแก้มปัดเบาๆให้ทั่วกรอบหน้า โดยไม่ต้องแตะตัวบรัชออนเพิ่มละน้า จะทำให้ทุกอย่างดูเชื่อมกันมากขึ้นจ้า


- Benefit gold rush blush บรัสออนสีชมพู มีความส้มนิดๆ และมีชิมเมอร์สีทองเม็ดละเอียด ปัดแล้วผิวดูผิสุขภาพดีมาก มีกลิ่นหอมและติดทน บรัชสีแบบนี้สามารถเข้าได้กับทุกลุคการแต่งหน้าเลยน้า ควรมีติดไว้ค่ะ และที่สำคัญเค้าผสมชิมเมอร์มาอยู่เลยทำให้ไม่จำเป็นต้องปัดไฮไลท์ต่อเลย ประหยัดเวลาไปได้เล็กน้อยเน้อะ



  [ LIPS ]  


จบท้ายด้วยงานลิปค่ะ ลิปสติกเป็นสิ่งที่มายมั่นใจว่าเพื่อนๆต้องมีมากกว่า 1 แท่งแน่นอน ซึ่งไม่ผิดค่ะ ใครเค้าจะมีลิปแท่งเดียวกัน เพราะเดี๋ยวนี้จะทาปากให้ดูมีมิติเค้าก็ทากันไป 2 สีเป็นอย่างน้อย 55555 แต่ว่าลุคนี้มายขอเป็นกรณียกเว้นค่ะ มายขอทาปากแค่สีเดียวพอ เพื่อให้ลุควันนี้ดูสุภาพที่สุดเน้อะ


Lips
"Lips"

 Step 4:  ก่อนจะทาลิปสเปรย์หน้าด้วย fresh drop เพื่อเซตเมคอัพและช่วย refresh ให้หน้าเราดูชดชื่นเหมือนพึ่งแต่งหน้ามา


 Step 5:  จบด้วยการทาลิป 4u2 love me harder เบอร์ 04 สี feel like sugar


- 4u2 love me harder ลิปถูกและดี หาซื้อง่าย ที่เลือกตัวนี้มาทาในการแต่งหน้าลุครับปริญญานี้เพราะความติดทนของน้องเค้าเลย ลิปรุ่นนี้มีสีให้เลือกเยอะมากๆอีกด้วย เพราะงั้นมายเลยอยากเอามาแนะนำค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนและหลังทาลิปตัวนี้ อยากให้เพื่อนๆบำรุงริมฝีการกันเยอะๆค่ะ ก่อนแต่งหน้าให้ทาลิปมันไว้เลย พอถึงในขั้นตอนนี้ลิปมันจะซึมเข้าริมฝีปากพอดี พร้อมกับการทาลิป ด้วยความที่ลิปตัวนี้มีเนื้อแมทติดทน อาจทำให้หลังใช้ปากจะแห้งและลอกได้ค่ะ


  [ Makeup Tutorial ]  


ถ้าเพื่อนๆคนไหนไม่เข้าใจ มายมีคลิปมาให้ดูกันด้วยน้า หวังว่าคลิปจะทำให้เพื่อนๆ เข้าใจมากขึ้น คลิปค่อนข้างจะนาน พูดเยอะไปหน่อย แต่ตั้งใจทำมากๆนะคะ พยายามพูดเกี่ยวกับเรื่องการแต่หน้าที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆคน ยังไงก็ทนฟังกันหน่อยน้า ขอบคุณค่ะ

   จบแล้วค่ะ   


หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆทุกคนน้า


" ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนด้วยนะคะ " 

_____________________

อาจมีบางภาพที่เห็นคำบรรยายไม่ชัด ต้องขอโทษด้วยนะคะ 
มายเขียนคำบรรยายด้านล่างภาพย้ำให้อีกทีทุกขั้นตอนเลยนะคะ
ครั้งหน้าจะแก้ไขให้ค่ะ

เจอกันใหม่คลิปหน้า

บาย

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย