เจ้านายจ๋าาา ขอลาพักร้อน 5 วันแบบ Seoulๆ

Pinyamon

Pinyamon

ดู Profile

สวัสดีค่ะทุกคน 

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาได้ไปเที่ยว Seoul และเพิ่งกลับมาถึงไทยสดๆร้อนๆเลย ก่อนจะไปรู้สึกว่าทำงานหนักมาทั้งปี ตั้งใจว่าจะไปพักผ่อนให้เต็มเหนี่ยว แต่หารู้ไม่ ว่าไปเที่ยวเหนื่อยกว่าไปอีก!! 


ก่อนออกจากไทยอากาศอยู่ที่ 30 องศาค่ะ แต่ที่ Seoul อยู่ที่ -2 ถึง 13 องศาา!!  ฮัลโหลลล อะไรจะเหวี่ยงเบอร์นี้ แล้วจะเตรียมชุดเบอร์ไหนไปดีล่ะ แล้วไปถึงชั้นจะเจอสภาพอากาศแบบไหนนก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าเราเตรียมครีมทาผิว อาหารเสริม มาส์กหน้าจะไม่มีวันขาดแน่นอน เพราะว่าอากาศรวนขนาดนี้ผิวพังง่ายมาก แถมยังพกผิวสิวไป Seoul เม็ดเป้งไปด้วยอีกต่างหากเพราะประจำเดือนใกล้มาแล้ว เศร้ามาก มาวันไหนไม่มา ดันมาตอนที่ต้องเดินเยอะ เห็นความพินาศอยู่รำไร (จะได้พิสูจน์ด้วยว่า ที่เค้าบอกอากาศหนาวผิวจะดีจริงมั้ย )

Day 1

16.00 : วันแรกที่แตะพื้น Seoul ใส่ชุดวอร์มไปค่ะ แต่พอออกมาจากสถานีเท่านั้นแหละ แม่เจ้าโว้ยยยย นอกจากความหนาวแล้วคืออายคนมาก เพราะคนเกาหลีแต่งตัวกันดีมากจริง ใส่โค้ทกันหมด นี่แม่มาเกงวอร์มเสื้อวอร์มอะไร๊  รีบไปเปลี่ยนด่วนๆ ก่อนออกมาหาอะไรกินตอนเย็นๆ Outfit ของวันแรกหยิบๆจับๆอะไรก็เอามาจ้า หน้าตาของวันนี้ดูป่วยมาก เพราะอากาศเปลี่ยน อาการเริ่มไม่ดีล่ะ มีความเจ็บคอ คืนนี้ขอ Take ยาล่วงหน้าไว้ก่อนเลย 


19.00 : มื้อแรกของวันนี้คือ Jokbal ของร้าน Myth ย่านฮงแด เป็นขาหมูพะโล้ แต่คนละแบบกับบ้านเรานะ บ้านเราหนังมันจะละลายๆเปื่อยๆเลยใช่ม่ะ แต่ของเกาหลีจะหนึบๆเหมือนกินคอลลาเจนเลย (หลอกตัวเองว่ากำลังกินคอลลาเจนแล้วผิวจะได้สวยๆ ) ร้านนี้อร่อยมากๆ เครื่องเคียงเป็นสลัดมาจานเบ่อเร้อ อยากให้ลอง Recommend เลย 


20.00: แวะร้าน Kakao แปบมีคนฝากซื้อแปรงสีฟัน ร้านน่ารักมาก ขนาดไม่ได้ใช้ Kakao ยังต้องซื้ออะไรติดไม้ติดมือออกมา ทุกอย่างดูกระจุ้งกระจิ้ง น่ารักน่าใช้ไปซะหมด 


21.00: เดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย เพื่อนชวนหาของหวานกิน เป็น Strawberry Yogert ของร้าน Yogerpresso อร่อยดีนะ แต่บังคับให้มา 2 คนต้องสั่ง 2 อย่างจัดไปคนละแก้ว ทั้งๆที่ร่างกายไม่ไหวแล้ว หนาวจะตายอยู่แล้ว เดินทางมาเหนื่อยทั้งวัน กลับถึงที่พักรีบกินยาพาราแล้วปิดท้ายด้วยอาหารเสริมบำรุงร่างกายที่พกมาอีก 1 เม็ด นอนหลับปุ๋ยเหมือนตาย 

Day 2

09.00:  ตื่นมาพร้อมความสดใส เหมือนความเหนื่อยล้าของเมื่อวานแค่ฝันไป วันนี้จะไปตะลุยคาเฟ่สีจ๊มพู้วววว์ ที่สำคัญคือน้องสิวที่พกมาจากไทยเม็ดนึง มันยุบหายไปแล้ว หรือที่เค้าว่าอากาศหนาวรูขุมขนปิดมันจะเป็นจริง แล้วที่สำคัญแบบไม่ได้ตั้งใจคือรู้สึกว่าแม้แต่เส้นผมก็ดูยาวตรงได้ดั่งใจ วันนี้อะไรๆก็เป็นใจจังเลย 


11.00: เริ่มต้นวันด้วยคาเฟ่สีสันสดใสอย่าง Doredore สั่งเค้กสตรอเบอร์รี่ลาวากับชาผลไม้มา พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตก ก็ตกจริงๆ ตกไปตกมากลายเป็นหิมะเฉยเลย บรรยากาศดีชะมัด นั่งแช่ไปยาวๆจนกว่าหิมะจะหยุดตก 


14.00: ออกเดินทางต่อเพื่อไปร้านไอศรีมที่ Pearypie เคยมากิน ไอติมน่ารักมาก หนาวขนาดนี้แต่แถวยาวออกมาข้างนอกร้าน เชื่อแล้วล่ะว่าของหวานกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน ขนาดเป็นช่วงปจด. กินแต่ของเย็นๆยังไ่ม่ปวดท้องเลย ยกเครดิตให้ Purra ถ้าไม่พกมาด้วยป่านนี้นอนตัวงอเป็นกุ้งอยู่แต่ในห้องพักแล้ว คิดแล้วก็ขำ เอาทั้งมาส์กเกาหลี ทั้งอาหารเสริมเกาหลีมาเที่ยวเกาหลีบ้านเกิดนางอีกทีนึงทั้งๆที่อุตส่าห์ไปขายถึงไทยแล้วยังพากลับมาอี๊กกก 


17.00: แวะร้านไดโซะหน่อย ช่วงนี้เค้ามีคอลเลกชั่นพีชชชช (Peachhhh) ตั๊ลล้ากกก และราคาก็ตั๊ลล้ากกกก เหมาทุกสาขาที่เจอเพื่อเอามาแจกเป็นของฝากให้คนที่ไทย รอดแล้วชั้น ไม่ต้องตามหาอย่างอื่นล่ะ เพราะผู้หญิงกับสีชมพูคู่กันอยู่แล้ว โดยเฉพาะสีชมพูของพีช หยิบขึ้นมาใช้มาพกไว้ยังไงก็น่ารัก

Day 3

07.00: แหกขี้ตาตื่นกันมาแต่เช้า เพราะวันนี้จะต้องเข้าวัง 5555  รีบออกจากห้องไปเช่าชุดฮันบกก่อน ระหว่างนั่งรถไฟหาข้อมูลแล้วเจอดีลคูปอง เช่าชุด 4 ชั่วโมง แค่ 500กว่าบาท คุ้มมาก มีแต่รีวิวชมทั้งนั้น fitting ชุดซังกุงแล้ว Match สุด เนียนลืมมม หน้าเริ่มเป็นสาวเกาหลีขึ้นเรื่อยๆทุกวันๆถ่ายรูปออกมาผิวเนียนกริบดูเรืองรองสะท้อนแสงอาทิตย์มาก ชอบๆๆๆๆ เริ่มไม่อยากกลับประเทศไทยล่ะเนี่ย 


11.00: ถ่ายรูปเล่นกันในหมู่บ้านจนหน่ำใจ พอเดินไปวังเท่านั้นแหละ วังปิด !!!  แล้วไม่ใช่ของใกล้ๆ หาข้อมูลได้ทุกอย่าง แต่ลืมหาข้อมูลว่าวังปิดวันจันทร์อังคาร เป็นไงล่ะ ซังกุง เช่าชุดมา 4 ชั่วโมงได้ถ่ายรูปแค่ 2 ชั่วโมง ไปหาแซนวิชร้าน Egg Drop แก้เครียดกินดีกว่า สั่ง Bacon Double Cheese ด้วยเอามาดับอารมณ์เสีย ไม่รู้กลับไปนน.จะขึ้นกี่โล แฮ่ เวลาปจด.มาก็ฮอร์โมนเหวี่ยงหน่อย แต่นี่ถือว่าน้อยแล้ว ปกติหงุดหงิดนี่เลิกเที่ยว กลับห้องนอนไปแล้วเด้ออ 


14.00: เจอร้านไก่ตุ๋นโสมในตำนานแถวราชวัง เดินเยอะอีกแล้ว เหนื่อยทั้งวันเลยนะวันนี้ แต่พอเจอไก่ตุ๋นโสมเข้าไปหายเหนื่อยแหละ อร่อยมาก ไก่เปื่อยร่อนหลุดจากกระดูกเพียงแค่ตะเกียบแซะ น้ำซุปโสมหวานกลมกล่อมแบบธรรมชาติ ข้างในยัดด้วยข้าวและธัญพืชต่างๆที่ดีต่อสุขภาพ แล้วก็โสมมาเป็นแท่งๆเลย เค้าบอกว่ากินโสมช่วยเรื่องเลือดฝาด เสริมพละกำลัง หุหุ กินทุกวันอยู่แล้วจ้า ถึงได้มีแรงฟิตเดินวันละกว่า 20,000 ก้าวแบบนี้ไง (แอพนับก้าวเด้งชมไม่หยุดเลย ภูมิใจในตัวเองจัง อิอิ)  

Day 4

11.00: เมื่อวานเดินเยอะไปหน่อย เช้านี้เลยตื่นซะตะวันสายโด่ง แถม Outfit วันนี้กระโปรงลาย Scott โคเรียเกิร์ลลมั่กๆ มาส์กหน้าเดินในห้อง ซักผ้า ล้างจาน เคลียร์ห้องกว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็หมดวันไปแล้ว เดินเล่นแถวนั่นแถวนี้ skip ผ่านไปดู Street Food ยามค่ำกันไปเลยกว่า 


17.00: เริ่มกันที่ร้านจิมดัก (Jimdak) ที่เคยกินที่สยามบ้านเราแล้วติดอกติดใจมาก ตั้งใจว่าเกาหลีต้องอร่อยกว่าแน่นอนต้นตำรับ อาจจะไม่ถึงกับผิดหวังแต่บอกเลยว่าบ้านเราอร่อยกว่า แง้ ได้หรอ แต่วุ้นเส้นของเกาหลีนี่เหนียวนุ่ม ติดใจจนอยากซื้อกลับมาแต่ก็กลัวจะทำไม่เป็น รสชาติเหมือนผัดหมี่ โคราชเลยอ่ะ 555


19.00: แต่ที่น่าประทับใจมากๆคือสตรอเบอร์รี่เกาหลี กล่องละ 5,000 วอนหรือประมาณ 140 บาทเอง ฉ่ำหวานมากๆ ตั้งแต่มาที่นี่แหล่งวิตามินซีที่ได้ตกถึงท้องไปน้อยมากๆ ไปไหนเราถึงต้องมีอาหารเสริมเพื่อให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย เห็นบางที่อย่างในตลาดท้องถิ่น มีขายถูกกว่านี้อีกนะ 2,000 วอนเองมั้ง


20.00: ฮงแดเริ่มคึกคัก มีร้านรถเข็นอาจุมม่าเต็มไปหมด ลองกินโอเด้งกับไส้กรอก อร่อยสุดยอดเลย อากาศหนาวๆกับของกินร้อนๆ อุ่นท้องดีจัง แต่ยังไม่อิ่มเลยไปต่อที่ร้านหอยย่างกับโซจู ตามรอยซีรี่ย์เกาหลี Let’s Eat แหะๆ รู้สึกเฉยๆมากเลยค้าา กลับมากินหอยแครงบ้านเราดีกว่า แซ่บนัวกว่าเยอะ

Day 5

09.00: วันกลับบ้านแล้วแอบใจหาย ยังชอบอากาศของที่นี่อยู่เลย แพ็คกระเป๋ากันเมามันส์แต่เช้า นน.ปริ่มแทบจะเกิน ไหนจะเครื่องสำอางต่างๆที่ราคาถูกแสนถูกจนแทบอยากจะรับพรีออเดอร์ซะเลย รวมถึงอาหารกล่องต่างๆที่กำลังฮิตกันในไทย ก็อยากจะให้คนที่บ้านได้ลองชิมดู เล่นเอาซะกระเป๋าปริ ดีนะที่ขามา ไม่ได้พกอะไรมาเยอะ ส่วนที่พกมาก็เลือกมาแต่นน.เบาๆ ใช้แล้วทิ้งไว้ได้เลย เช่น ครีมซอง มาส์กซอง พวกที่เป็นกระปุกๆ Say Good bye  เลยจ๊ะ เปลืองนน.แม่ 


11.00: ก่อนกลับแวะชิลที่คาเฟ่ดอกไม้ซะหน่อย วิวอย่างกับนิวยอร์ก แอบคิดถึงส้มตำ หมูกะทะแซ่บๆเหมือนกันนะ กลับไปแม่จะฟาดๆให้หมด ใครบิน Air Asia อย่าพลาดสั่งข้าวไก่จิ้มแจ่วนะ อร่อยมากกก แซ่บนัว หายคิดถึงบ้านเลย แถมยังทำให้หนุ่มเกาหลีข้างๆต้องสั่งข้าวตามอีกต่างหาก


    ที่สำคัญถึงบ้านแล้วนน. ไม่ขึ้น ผิวดิวอี้แบบสาวเกาหลียังไม่หายไปนะจ๊ะ แต่งหน้าง่าย สบายใจ กลับมาเจออากาศ 30 กว่าองศา ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ สงสัยพลังโสมจะช่วยไว้ ฮิ้วววว  จบทริปไปแบบฟินๆ พร้อมสู้กับงานต่อไป จะได้เก็บเงินไปเที่ยวกับโอปป้าอีกสักอาทิตย์ อิอิ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย