งานผิวสวยที่แท้ทรู Step นี้เป๊ะเลยยย!! (ฉบับติดทนทั้งวัน) | Beru Bell

BElliZZ

BElliZZ

ดู Profile

สวัสดีค่าเพื่อนๆๆ 

วันนี้ทางเบลล์มาพร้อมกับ Step Howto ใครใคร่ชอบการแต่งหน้าแบบเน้นงานผิวที่ดูสวยเป๊ะ แบบดูธรรมชาติบอกเลยว่าไม่ควรพลาดเด้อออ ไปเที่ยวไปทำงาน ไปเดท รับรองไม่โป๊ะแน่นอน แถมเหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยเว่อร์ๆ จะเป็นยังไงนั้นไปดูกันเล้ยยยย!!

เริ่มจากหน้าสด - หลังแต่งแล้วฮับบ  

 แท่นแท๊นนน!!

เครื่องสำอางทั้งหมดที่เราจะเนรมิตรผิวสวยของเราในวันนี้จ้า ทั้งหมดนี้บอกเลยว่าทางเราคัดมาแล้ว และใช้แต่งบ่อยมากๆๆ ในชีวิตประจำวันแล้วรอดกับสภาพอากาศเมืองไทย ^^

Step 1

FixnTox Giant Waterlock Toner   

(ราคา 569.-)

ตัวนี้เป็นโทนเนอร์อเนกประสงค์ของทางเราเอง ขวดใหญ่เบิ้มมากกกกก มาพร้อมขวดสเปรย์ ที่ช่วงนี้เราหยิบมาใช้ตลอดๆ เวลาก่อนการบำรุงผิว - แต่งหน้า เพราะทางเราเพิ่งไปทำทรีทเม้นท์ เลเซอร์ผิวหน้ามา ผิวจะมีความระคายเคืองง่ายเป็นพิเศษ เราใช้โทนเนอร์ตัวนี้แล้วรู้สึกเป็นมิตรกับผิวดี น้องเค้าช่วยปรับสภาพผิวให้สมดุล เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้า ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง เพราะมี PH5-6 ที่ใกล้เคียงกับผิวเรามากที่สุดนั่นเองจ้า

เราชอบเอาโทนเนอร์แบ่งใส่ขวดสเปรย์ แล้วฉีดใส่หน้าแบบนี้ก่อนแต่งหน้า  ก่อนบำรุงผิว หรือเวลาต้องการความสดชื่น คือฉีดทั้งวันเลย อากาาศช่วงนี้ร้อนๆตากแดดมาฉีดแล้วผิวจะรู้สึกเฟรชขึ้น แถมลดการระคายเคืองระหว่างวันได้ดีเลย

Step 2

THREE Pristine Complexion Veil  SPF27/PA+++

(ราคา 1,600 บาท)

ตัวนี้เป็นไพรเมอร์ที่ช่วยปรับสภาพผิวก่อนแต่งหน้าทำให้การแต่งหน้าติดทนมากขึ้น แถมยังช่วยบำรุงผิวด้วยภายในตัว เอาจริงๆเราชอบไพรเมอร์ตัวนี้มากนะ เพราะเค้ามีส่วนผสมจากธรรมชาติปราศจากพาราเบน ที่เหมาะกับผิวที่บอบบางแพ้ง่ายของทางเราในช่วงนี้มากๆ

เนื้อไพรเมอร์น้องเค้าเป็นโทนสีพีช ที่เหมาะกับทุกสภาพผิวเลย ก็จัดการทาให้ทั่วหน้าเลยจ้า โดยปกติเวลาลงไพรเมอร์เบลล์จะใช้ในปริมาณที่ไม่มาก แล้วค่อยๆเกลี่ยให้ทั่วหน้าเลยจ้า สีผิวก็จะดูสม่ำเสมอมากขึ้นเตรียมพร้อมการแต่งหน้าในขั้นตอนต่อไปปป


Step 3

 L’OREAL PARIS TRUE MATCH CONCEALER 

(ราคา 299.-)

ลงคอนซีลเลอร์กันต่อเลย ขั้นตอนนี้จำเป็นสุดๆ เพราะทางเราใต้ตาคล้ำมาก เบลล์เลือกใช้ตัวลอรีอัลตัวนี้เพราะเค้ามีเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย มีความนืดหยุ่นสูง จึงทำให้เวลาใช้ในชีวิตประจำวันไม่ตกร่อง ได้ผิวที่ดูธรรมชาติกำลังดี 

ทำการลงใต้ตาปิดแพนด้าไปเลยจ้าาา ระดับความปกปิดของคอนซีลฯตัวนี้ อยู่ในระดับปานกลาง ไม่ถึงกับกริบเป๊ะก็จริงแต่เราชอบนะ เพราะเราจะเตรียมลงรองพื้นต่อ พอเสร็จแล้วจะได้ระดับการปกปิดโดยรวมที่ลงตัวมากๆ  


  Step 4

THREE Angelic Synthesis Foundation Serum No.101

(ราคา 2,450.-)

มาต่อกันที่รองพื้นเลยจ้า อยากบอกว่าทางเราเลิฟน้องเค้ามากกก เพราะเนื้อน้องเค้าบางเบา แต่ปกปิดกำลังดี ได้ผิวที่ดูสวยมากเหมือนเป็นผิวจริง ไม่รู้สึกหนักหน้าเวลาลงผิว เบลล์เลยหยิบใช้ตัวนี้บ่อยมากๆ เวลาต้องการงานผิวที่ดูสวยเนียนเป็นธรรมชาติ แถมเค้าเป็นรองพื้นแบบผสมเซรั่มเหมือนได้บำรุงผิวไปในตัว ใช้แล้วอุ่นใจดีฮับ ไม่อุดตันผิวเรานะ

ทำการลงให้ทั่วผิวหน้าเลย ผิวที่ได้จะดูเรียบเนียนแบบโกลวๆ ดูเป็นผิวจริงๆ เราเลย ระดับความปกปิดอยู่ในระดับกลาง หากใครที่มีรอยดำ - แดงจากสิวเยอะมากจริงๆ แนะนำลงคอนซีลฯเพิ่มเติมนะจ้ะ แนะนำว่ารองพื้นตัวนี้คนผิวแห้งต้องชอบ เพราะน้องเค้ามีความชุ่มชื่นทาลงผิวแล้วจะดูเงาๆโกลวๆเล่นแสงดีมาก แต่ถ้าใครผิวมัน ผิวผสมค่อนมันแบบเบลล์ก็ทำการเซ็ทแป้งในขั้นตอนถัดไปเลยจ้า  

  Step 5

THREE Ultimate Diaphanous Loose Powder 

(ราคา 1,950 บาท)

เราเชื่อว่าตัวนี้เป็นแป้งในดวงใจของใครหลายๆคน เราก็หนึ่งในนั้น ฮ่าาา ถ้าใครผิวแห้งมากๆ ก็ข้าม Step ไปได้เลย เราเป็นคนผิวผสม - มันช่วงทีโซน และอากาศเมืองไทยร้อนมากกกกกกกยังไงก็ต้องทำการเซ็ทสักหน่อย ก็ทำการตบๆ แป้งเซ็ทรองพื้นให้ทั่วหน้าเลยจ้า เป็นการล็อคเนื้อครีมที่เราลงไปทั้งหมด ให้แนบสนิทติดผิวมากขึ้น  


Step 6 

THREE Pristine Complexion Powder Foundation No.100  / ราคา 1,750

THREE Pristine Complexion Powder Foundation Case / ราคา 650.-

THREE Pristine Complexion Powder Foundation Brush H. / ราคา 750.-

ตัวนี้เป็นแป้งออกใหม่ล่าสุดของ THREE เลย ที่พี่อ้อม สุนิสา เป็นพรีเซ็นเตอร์ คือกรี๊ดมากก เราสาวกแบรนด์ THREE อยู่แล้วเลยไม่พลาดจะสอยมาเก็บในกรุ  ตลับเค้ามีความมินิมอลที่เราชอบอยู่แล้ว และสามารถซื้อแป้งตามเฉดสีผิวแบบรีฟิลใส่เติมได้เลย ซึ่งเราได้ลองใช้น้องเค้ามาสักพักแล้วคือเนื้อแป้งผสมรองพื้นเค้า ปกปิดดีแต่เบาผิวมากอ่ะ 

เค้ามีให้เลือกซื้อแปรง กับพัฟ ตามความถนัดเราเลย เราเลือกแปรงมา เพราะอยากเอาไว้พกเติมระหว่างวัน รู้สึกใช้ง่ายดี

เนื้อแป้งเค้าแบ่งเป็น 2 โซน ในตลับเดียว

- Slender Glow เนื้อแป้งประกายชิมเมอร์ 

-  Slender Matte เนื้อแป้งผสมรองพื้นแบบแมตต์ 

หรือจะปัดใช้รวมๆ กันก็ได้ตามแต่ชอบเลย

ทำการปัดๆ ผสมกับระหว่างนื้อแป้งประกายชิมเมอร์ และเนื้อแป้งผสมรองพื้นแบบแมตต์ ตามจุดตกกระทบแสงบนหน้าเลย จะได้ผิวที่ดูมีมิติ สวยเป๊ะมากขึ้น เวลาหันซ้ายหันขวา หน้าจะดูกริบเล่นแสงดีมาก แต่ยังคงความธรรมชาติของผิวอยู่ ที่สำคัญจากสเต็ปการลงผิวทั้งหมด คือไม่หนักผิวเด้อ อากาศเมืองไทยทำลายหน้าเราไม่ได้บอกเลอ 555555+

Step 7

 Maybelline Define and Blend Brow Pencil #Light Brown

(ราคา 149.-)

ดินสอเขียนคิ้วออกใหม่ของ Maybelline ตัวนี้บังคับทิศทางง่ายดี มีเฉดสีให้เลือก 4 เฉด ตามสีผมเราเลย เบลล์เลยชอบเอามาใช้บ่อยๆในช่วงนี้ ทำการเขียนคิ้วตามทรงคิ้วของเราเลยจ้า 

  Step 8

Too cool for School Art Class By Rodin Shading

(ราคา 450.-)

เฉดดิ้งหนึ่งเดียวในใจเราในช่วงนี้ยกให้ตัวนี้เลย ชอบมากกกก ใช้ทุกวันทุกลุค 555+ เป็นโทนที่ไม่ติดแดง ติดส้มใดๆ เวลาใช้จึงได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ  เวลาใช้ก็ทำการผสม 2 สีในรูปจ้า (ตามโทนสีผิวของแต่ละคนเลย) ลงให้ทั่วเปลือกตา และไล้สันจมูกให้แลดูมีดั้งมากขึ้น

  Step 9

Etude House  Air Mousse Eyes (Blossom Picnic) #PK002 Pink Picnic 

(ราคา 290 .- )

เวลาลงอายแชวโดว์เบลล์จะทาแบบแตะๆ เบาๆ ไม่ฟาดเยอะเกินไป ให้เวลากระพริบตาดูวิ้งวับ ดูมีอะไรๆมากขึ้น (เป็นความชอบส่วนตัว 555+) อายแชโดว์ตัวนี้เป็นสีเมทัลชมพูประกายทอง ทางเราชอบน้องเค้ามากกกกกกก เนื้อเค้าเป็น Air Mousse ที่นุ่มๆ หยุ่นๆ ได้ฟิลล์ที่ดีเวลาทาเว่อร์ แถมวิ้งค์สวยมาก ติดทนสุดๆ ด้วย แนะนำให้ไปลองตำมาลองกัน

Step 10

Kiss Me Heroine Make Volume & Curl Super Water Proof Mascara

(ราคา 450.-)

ทำการดัดขนตา และปัดมาสคาร่ากันเด้อออ มาสคาร่าตัวโปรด ที่สามารถงัดขนตาสั้นๆ ตกๆของเบลล์ได้ มีไม่กี่ตัวจริงๆ และตัวนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น และบอกเลยว่ายังคงเป็นอันดับ 1 ในใจเราตอนนี้ และเชื่อว่าน้องเค้ายังครองใจหลายๆคนแน่ๆ ทั้งดำ ทั้งยาว แถมติดทนฝุดๆๆ ร้องไห้ สาดน้ำยังไม่ก็ไม่ไหลอ่ะ คือดียยยย์

Step 11

Etude House Blossom Cheek  #PK002 Blossom Breeze

(ราคา 350.-)

ทำการปัดบริเวณหน้าแก้มตามรูปเลยจ้า ทำให้แก้มดูอมชมพูเงาๆ ดูมีเลือดฝาดนิดๆ ดูคิ้วท์ๆ สุขภาพดี อิอิ บลัชออนตัวนี้เป็นรุ่นออกใหม่คลอเลคชั่นเดียวกับอายแชโดว์ตัวบน บลัชออนตัวนี้เป็นโทนสีชมพูโกลวๆ เวลาปัดลงบนผิวแล้วได้ลุคที่ดูน่ารักตะมุตะมิ เป็นธรรมชาติมากๆ 



  Step 12

Burberry Full Kisses Lipstick No.509 Cherry Blossom 

(ราคา 1,300.-)

ทำการทาไล่จากในขอบปากออกมา และใช้นิ้วไล่แบบระเรื่อๆไปทั่วขอบปาก ก็จะได้ปากที่ดูชมพูน่ารักๆ เป็นธรรมชาติกำลังดี ใครปากแห้งก็ใช้ได้เค้าช่วยเติมร่องปากให้อิ่มฟูเด้อ

ลิปเบอเบอรี่ สีนี้เป็นตัวกันตายของเราเลย พกไปได้ทุกทีทุกเวลา เป็นแบรนด์ในดวงใจของเราอีกแบรนด์เลย เราชอบลิปเค้าทั้งการออกแบบแท่งที่ดูสวย ใช้สะดวก  เนื้อลิปเค้ามีความชุ่มชื้นดีทีเดียว เวลาทาแล้วปากดูอิ่ม ดูสุภาพดี ได้สีที่ดูระเรื่อๆ โอ้ยยย ชอบบบ แนะนำให้ไปตำกันเด้อ



มาปิดท้ายกันที่ผิวตัว วันที่เราใส่เสื้อเปิดไหล่ เราจะชอบเอาแป้ง THREE Pristine Complexion Powder Foundation ในส่วนที่เป็นเนื้อแป้งโกลวๆ ของเค้ามาปัดๆ ตามจุดตกกระทบแสง อย่างหัวไหล่ ไหปลาร้า จะได้ผิวที่ดูสวยมีมิติขึ้น จะได้ความเป๊ะของผิวทั้งหน้าและตัวเลย อันนี้คือชอบมากกกกก ซึ่งเราว่าแป้งตัวนี้เค้าอเนกประสงค์ดี ช่วงนี้อินจัดพกตลอดๆ ชอบมากกก แนะนำให้ไปลองตำกันเด้ออ

เรียบร้อยแล้ววว Step งานผิวสวยที่แท้ทรูที่ทางเรานำมาตีแผ่ให้เพื่อนๆดูกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะฮับบบ ใครใช้ตัวไหนแล้วดี ไม่ดียังไงมาเม้าส์กันได้เนอะ อิอิ


เจอกันใหม่ทู้หน้าจ้าาา

ม๊วฟฟๆๆ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย