[ส า ร ะ] PM2.5 !! ปัญหาฝุ่นควัน มลพิษต่อผิวต้องดูแลยังไง พร้อมแนะนำ Anti Pollution Skincare ที่น่าสนใจในการดูแลผิวช่วงนี้

Nettybeautylife

Nettybeautylife

ดู Profile

[ส า ร ะ] PM2.5 !! ปัญหา #ฝุ่นควัน #มลพิษ มีผลต่อ #ผิว พร้อมแนะนำ Anti Pollution Skincare 

ที่น่าสนใจในการดูแลผิวช่วงนี้ค่ะ


⚡️ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามหน้า feed ของ Facebook เพื่อนๆคงได้เห็นแต่ ปัญหาฝุ่นควัน Pollution ทางอากาศ ไปจนถึงปัญหาฝุ่นควันพิษขนาดเล็ก (PM 2.5) ซึ่งแน่นอนว่า ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบหลอดเลือด ระบบหัวใจ รวมไปถึงหากระยะยาวก็อาจเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งได้เช่นกัน การรณรงค์หลีกเลี่ยงการ expose ต่อฝุ่นควันจึงจำเป็นอย่างยิ่งค่ะ

⚡️แต่ปัญหาอีกอย่างนึงที่มีผลไม่แพ้กันคือ #ปัญหาต่อผิวหนัง โดยมลภาวะเหล่านั้น รวมถึงมลภาวะขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ที่เล็กมากๆ กว่าเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผมของเรา ก็สามารถที่ตะแทรกตัวเข้าไปที่ผิวชั้น epidermis เราได้ ส่งผลให้เกิดปัญหาโดยยังมีผลต่อ skin barrier ที่เป็นป้อมปราการปกป้องผิวหนัง ทำให้ภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ หรือเป็น ผิวหนังอักเสบ (dermatitis) เกิดการอุดตันจนเป็นสิว หรือ ไปจนถึงทำให้เกิดการทำลายเซลล์ผิว ทำให้ผิวเสื่อมก่อนวัยได้ (Skin aging) ซึ่งจะพบเห็นเป็นจุดด่างดำ ริ้วรอย ความหย่อนคล้อย ดูแก่ก่อนวัยนั้นเองค่ะ ><

⚡️ซึ่งเทรน skincare ด้าน antipollution เนี่ย เนตเองได้ยินมาเกือบ 2 ปีแล้ว เพราะเมื่อมลภาวะมากขึ้น ผิวหนังเราถูกกับมลภาวะมากขึ้น โอกาสเสื่อมของผิวก็มากขึ้น ดังนั้น Skincare หลายๆ ตัวเลยออกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสารสกัดจากพืชมาช่วยต่อสู้กับมลภาวะ หรือเรียกว่า Anti Pollution นั่นเองค่ะ

⚡️ซึ่งจริงๆ ตามหลักการแล้ว Anti Pollution ที่ตรง Concept จริงๆ กับการปกป้องฝุ่น คือต้องป้องกันการเกาะติดของเจ้าฝุ่น หรือ ป้องกันการแทรกตัวฝุ่นขนาด PM 2.5 บนผิวหน้าของเราได้ ซึ่งมักจะเป็นส่วนผสมของสารที่สามารถเคลือบผิวเรา หรือลดการยึดติดของฝุ่นได้ค่ะ เช่น ชื่อ Dust Sheild บ้าง (ใน etude) หรือ Detoxyl ใน L’Oréal บางผลิตก็เขียนเลยว่า สามารถป้องกัน PM 2.5 ได้ อย่าง iHADA ทำให้ง่ายต่อการเลือกซื้อค่ะ

แต่!! ผลิตภัณฑ์ข้างบนก็หายากนะ ที่ปกป้องผิวจากฝุ่นโดยตรง ส่วนใหญ่ที่เราเจอ Anti Pollution มักจะเป็นส่วนผสมแนว Antioxidants ที่ช่วยลดการทำลายผิวจากอนุมูลอิสระจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ อากาศ แสงแดด ที่สามารถทำร้ายผิวให้เกิดจุดด่างดำ และ ริ้วรอย ซึ่งถามว่ามันดีไหม มันดีอยู่แล้วค่ะ แค่ไม่ได้ตรงมาก แต่ช่วงนี้เพิ่มแนวแบบนี้เข้ามาใน Routine เนตก็ว่า Work นะ ^^ แล้วเพิ่มการดูแลผิวมากขึ้น โดยเฉพาะการทำความสะอาดผิว การบำรุงด้วยสาร antioxidants เช่น Vitamin E, Vitamin C , Niacinamide , Resverstrol อะไรแบบนี้ ทากันแดด และ #การป้องกันที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการหลีกเลี่ยงไปอยู่ในที่ที่มีฝุ่นควันมลภาวะเยอะ ใส่ Mask N 95 ด้วยก็จะดีมากค่ะ

⚡️😝 เกริ่นกันมายาวมากๆ แวะมาที่ Skincare Anti Pollution ที่เนตว่าน่าสนใจที่เพื่อนๆ สามารถเลือกเพิ่มใน Routine ได้ในช่วงมลภาวะเยอะๆ แบบนี้ รวมถึง เหมาะกับคนที่อยู่ในเมือง และผิวต้องเผชิญกับมลภาวะอยู่แล้ว ก็สามารถใช้ได้ต่อเนื่อง จะมีอะไรบ้าง เลื่อนอ่านดูได้เลยค่า ^^

Lhamour Facial Oil
(30 ml 1,380 บาท)

ขอเริ่มต้น Anti Pollution Skincare ด้วยการบำรุงผิวให้มากขึ้นด้วยการใช้ Organic Facial Oil ที่น่าสนใจอีกตัวนึงค่ะ กับ “ Lhamour” แบรนด์จากประเทศมองโกเลีย ซึ่งเป็น Anti Pollution Facial Oil ^^ เนตเลยมองว่า เออ ! เหมาะกับช่วงนี้เลย แถมเป็น Organic และ Handmade ด้วย (ซึ่งเนตอินอะไรแบบนี้) เลยขอเอามาในบทความหน่อยค่ะ

>> ซึ่งเนตลองได้ 1 สัปดาห์กว่าๆ แล้ว รู้สึกเป็น Facial Oil ที่ใช้ดีน่าสนใจ แต่สำหรับรีวิวตัวนี้เต็มๆ เดี๋ยวขอลองอีกนิดแล้วจะมาเขียนรีวิวเต็มๆ อีกทีนะคะ

Lhamour Facial Oil ขวดนี้เหมาะกับช่วงมลภาวะนี้ยังไง?

#เน้นซ่อมฟื้นฟูผิวค่ะ โดยเค้ามีส่วนผสมหลักเลยคือ Sea Buckthorn Oil ซึ่งหากใครไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจะพบว่าน้ำมัน Sea Buckthorn เป็น High Anfioxidants มากๆ เลยค่ะ จนถูกเรียกว่าเป็น Superfruit เช่นกัน ตัวน้ำมันเองมีส่วนประกอบพวก Phytonutrients ดีๆ กว่า 100 ชนิด มีวิตามิน A C (ที่เยอะกว่าส้ม) E โอเมก้า 3 6 7 9 ซึ่งน่าจะเป็นน้ำมันพืชชนิดเดียวที่มีครบ omega ครบทั้ง 4 ตัวนี้ค่ะ ทำให้ Sea Buckthorn Oil เลยเป็น Antioxidants ที่ Powerful มาก ดังนั้นเค้าจะช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย และฟื้นฟูส่งเสริมการสร้างเซลล์ผิวใหม่จากการทำลายผิวจากมลภาวะช่วงนี้ได้ดี หรือช่วยซ่อมแซมผิวจากรังสี UV ทำให้ ให้ผิวเรียบเนียน เปล่งปลั่ง สุขภาพดี นอดจากนี้ขวดนี้ยังมีน้ำมันอีก 2 ชนิดที่เนตรักมากกกกกก ที่ช่วยลดการอักเสบผิวได้ดี คนเป็นสิว ผิวอักเสบก็ใช้ได้ ได้แก่ Rose Hip Oil และ Squalane นั้นเองค่ะ

ดังนั้นขวดนี้ เนตเลยมองว่าเหมือน Powerful Oil สำหรับเนตที่ช่วยในการซ่อมแซมผิวจากมลภาวะที่เราไปเผชิญมลภาวะ มากได้ดี เนื้อออยเป็นสีเหลืองทองใสๆ ไม่เหนียวมาก ทาที่ผิวแล้วซึมได้ดี มีกลิ่นหอมอโรม่าแนว Lemongrass ทำให้ตอนใช้รู้สึก relax มากเลย แถมใช้ได้กับทุกสภาพผิว ผิวเป็นสิว ผิวแพ้ระคายเคืองง่ายน่าจะ happy เพราะแบรนด์นี้เค้าออกมาแบบมาให้กลุ่มคนผิว sensitive โดยเฉพาะ และจากที่เป็น Organic ไม่มีสี ไม่มีน้ำหอม ด้วยค่ะ
Clarins UV Plus Anti Pollution
SPF 50 PA++++ (Fairness)
30 ml 1,990 บาท

กันแดดของ Clarins นี่เนตได้ยินชื่อเสียงมาพอสมควรแล้วว่าดี ทีนี้ตอนที่ไป workshop ก็ได้ลองอีกครั้ง จัดเป็นกันแดดเนื้อน้ำนมที่ทาแล้วไม่ทิ้งคราบขาว และความมันใดๆ อย่างขวดนี้เป็น Fairness ดังนั้นเนื้อจะเป็นสีฟ้า ทำหน้าที่คล้ายเบส ปรับสีผิวให้ดูสว่าง ลดรอยแดงสิวได้ ผิวดูใสขึ้นได้ด้วยค่ะ เนตชอบเนื้อสัมผัสนะ ถือเป็นกันแดดที่เนื้อสัมผัสดีที่น่าลองอีกยี่ห้อค่ะ 
.
สำหรับขวดนี้ทาง Clarins ทำออกมาเป็น Anti Pollution Sunscreen ด้วย โดยมีสารสกัดจาก Organic Alpine Sanicle Extract และ Cantaloupe Melon extract ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยฟื้นฟูผิว และซ่อมแซมผิวจากมลภาวะในเมืองค่ะ รวมถึงการปกป้องการทำลายผิวจากรังสี UV (UVA UVB) นอกจากนี้ทาง Clarins เองยังมี Anti Pollution Complex ที่เป็น Patent ของทาง Clarins เอง ช่วย Shield ผิวจากฝุ่นควัน และมลภาวะค่ะ
สำหรับ Moisturizer ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว และเหมาะกับช่วงฝุ่นควันแบบนี้ เนตขอแนะนำ 

THREE Treatment Emulsion
ส่วนผสมจากธรรมชาติ 99%
(90 ml 2,900 บาท)

ตัวนี้เป็นเหมือน Moisturizer เนื้อ emulsion หรือเนื้อน้ำนมใน Holistic Lind ของ THREE ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผิวจากการทำลายของมลภาวะ และฝุ่นควันค่ะ เหมาะกับทุกสภาพผิว และคนที่อยู่ในเมืองที่ต้องเจอฝุ่นควัน และอยากได้บำรุง เพราะตัวนี้นอกจากจะบำรุงผิวด้วย botanical oil ของ THREE เค้าจะฟอร์มเสมือนฟิล์มบางๆ ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะที่อาจเข้าอุดตันรูขุมขน สาเหตุของสิวและอาการผื่นแพ้ และปกป้องผิวฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่ส่งผลให้ skin aging จากการเกิด oxidized ที่ผิวจนเกิดจุดด่างดำ และริ้วรอย หรือทำลาย skin barrier จนทำให้เป็นผิวระคายเคืองง่ายค่ะ (ตรงนี้เหมือนอ่านเจอว่า ปกป้องผิวจาก PM 2.5 ได้ แต่อันนี้เนตไม่ชัวร์ว่ากันขนาดเล็กขนาดนี้ได้ไหมนะคะ)

ส่วนผสมจากธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น Rosa rugosa fruit extract ที่อุดมไปด้วย vitamin C ทำให้ผิวกระจ่างใส ยืดหยุ่น รวมถึง Alpine rose extract ที่มีสารกลุ่ม polyphenol ช่วยในเรื่องฟื้นฟูผิวจากมลภาวะ อากาศ และรังสียูวีที่ทำร้ายผิวค่ะ 

สิ่งที่เนตชอบคือ เนื้อมันจะนุ่มเบา สบาย ทาแล้วกลิ่นหอม aroma และเย็นผิว ทำให้รู้สึกผิวสดชื่น ไม่ทิ้งความมันใดๆ แต่รู้สึกได้ความชุ่มชื่นผิวดี ทำให้เหมาะกับทุกสภาพผิว ค่ะ ตัวนี้เป็นตัวโปรดของคุณหมอต่อด้วยค่ะ วันไหนทำงานมาหนักๆ ได้ทาตัวนี้เค้าบอกว่าสบายผิวดี
THREE Cleansing Oil
98% naturally derived ingredients
(185 ml : 1900 บาท)

การทำความสะอาดหน้า เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ยิ่งในช่วงฝุ่นควันเยอะขนาดนี้ และฝุ่นควันขนาดเล็กก็อาจส่งผลให้เกิดการอุดตันผิว จนก่อให้เกิดสิวได้ค่ะ

Cleansing Oil ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำความสะอาดผิวได้ล้ำลึกค่ะ ที่เนตแนะนำเป็น THREE ขวดนี้เพราะเค้าออกแบบมาเพื่อผิวที่เผชิญมลภาวะในเมืองโดยเฉพาะ (เอาเป็นว่าใน Collection ขวดสามเหลี่ยมของ THREE ออกแบบมาเพื่อผิวของคนที่อยู่ในเมือง ที่ผิวต้องเจอมลภาวะทุกวันค่ะ) ซึ่งทาง THREE เคลมว่าออยใน collection นี้สามารถเข้าจับเมคอัพ ความมัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก และสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนได้ ดังนั้นโอกาสที่จะเจอผิวอุดตันจนเป็นสิว หรือฝุ่นเกาะผิวจนอักเสบก็จะลดลง อีกอย่างคือ กลิ่นที่หอมมากๆ relax มากๆ ของ cleansing oil ตัวนี้

ส่วนผสมของ cleansing oil ตัวนี้ จะเป็นกลุ่มออยที่เต็มไปด้วยวิตามินที่ดีในการบำรุงผิว และ act เป็น antioxidants ในการฟื้นฟูผิวจากมลภาวะ และ stress จากภาวะต่าง ๆ นะคะ เช่น Jojoba oil / Olive oil / Crambe abyssinica seed oil / Tea seed oil และ Rosehip oil เป็นต้น และได้ใส่ extract คือ Alpine Rose Extract ที่ช่วยฟื้นฟู skin barrier ที่เกิดจากการทำลายของรังสี UV และมลภาวะได้ค่ะ 

ขวดนี้เนตใช้จนจะหมดแล้วค่ะ น่าจะเหลือใช้อีก 1-2 ครั้ง 5555 เนื้ออยเป็นสีเหลือง ซึ่งเป็นสีของ Tea seed เนื้อเบามาก หอมมากกกกกก ล้างทีแบบละมุน เคลิ้มเลยค่ะ ล้างออกง่าย จนแทบไม่ต้องตามด้วยเจลเลย แต่เนตก็ยังแนะนำให้ตามด้วยโฟม หรือเจลล้างหน้านะ สำหรับออยตัวนี้เนตชอบมากกว่ารุ่นปกตินะ (ที่เป็นขวดเหลี่ยมนะ)


Clear Nose Acne Care Solution Cleanser
(150 ml : 259 บาท)

เจลล้างหน้าที่เนตพึ่งได้มาลอง แล้วก็ เออ มันดีแหะ และราคาไม่แพงด้วย ส่วนผสมก็ดี เลยอยากมาแนะนำเพื่อนๆ พอดี คิดว่าก็เหมาะกับช่วงนี้นะ
ตัวนี้ก็ไม่ได้เป็นตัวป้องกันผิวจากมลภาวะโดยตรง แต่ช่วยให้ผิวสะอาด สดชื่น และส่วนผสมเหมาะกับผิวแพ้ง่าย ใช้ได้กับทุกสภาพผิว เพราะปราศจากสารระคายเคือง เช่น น้ำหอม สี alcohol SLS เป็นต้น โดยทาง clearnose เคลมว่า สามารถทำความสะอาดสิ่งอุดตันรูขุมขนได้ดี ป้องกันการเกิดสิวใหม่ได้ และหลังจากล้างหน้าแล้ว ผิวหน้ายังนุ่มไม่แห้งตึง เพราะยังคงรักษาความสุมดุลของน้ำมันบนผิวไว้ได้อยู่ ไม่ทำลาย Skin barrier ทำให้ผิวแข็งแรงป้องกันมลภาวะ หรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่จะเข้ามาทำลายผิวให้ผิวแพ้ระคายเคืองง่ายได้ดีค่ะ

ส่วนผสมเด่นของเจลล้างหน้าตัวนี้ที่เนตรู้สึกอยากแนะนำคือ Moringa ซึ่งเป็นสมุนไพรที่สามารถลดการอักเสบผิว ดังนั้นนอกจากจะช่วยลดการอุดตันของมลภาวะสาเหตุของสิวแล้ว ยังช่วยในการลดการอักเสบของสิวได้ด้วย

เนื่องจากเนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเจล ไม่ค่อยมีฟองมาก ล้างแล้วหน้าสะอาด และยังนุ่มอยู่ เนตเลยมองว่าเป็นอะไรที่ ผิวไหนก็สามารถใช้ได้ ผิวมันก็ happy เลยค่ะ 

Son & Park Beauty Water
(340 ml >>ราคา 25,000 วอน หรือประมาณ 825 บาท)

Toner เช็ดผิว และผลัดเซลล์ผิวอ่อนๆ จากแบรนด์ Son & Park ของเกาหลีค่ะ อันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Anti Pollution โดยตรง แต่เนตมองมันน่าจะเหมาะกับช่วงนี้ เพราะการผลัดเซลล์ผิว แต่ไม่ต้องเยอะมากโดย Chemical exfoliating อ่อนๆ จากธรรมชาติที่สามารถใช้ได้ทุกวัน เพื่อลดโอกาสการอุดตันจากฝุ่นควันขนาดเล็กค่ะ 

ตัวนี้จะประกอบไปด้วย Willow Bark extracts และ Papaya Extract ที่เป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อย dead skin cells หรือสิ่งสกปรกบนผิวเราได้ ลดการอุดตันของผิวจนเป็นสิวนั้นเอง ทำให้ผิวของเราดู bright ขึ้น รอยสิวดูดีขึ้น การทำงานคล้ายๆ กับ AHA นี่แหละค่ะ เพียงแต่ว่าขวดนี้เค้าจะมีสารสกัดของ Lavender water, rose water และ orange fruit extract ที่มอบความชุ่มชื้นอิ่มฟูของผิว ให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป โดยตัว Beauty Water จะช่วยปรับ pH ผิวให้สมดุลมากยิ่งขึ้นหลังล้างหน้าด้วยค่ะ


#หาซื้อได้ที่เกาหลีนะคะ >< : ร้าน Olive Young, LOHB ทุกสาขา หรือจะเป็นร้าน Aland ก็มีเค้าเตอร์ Son & Park ค่ะ


สำหรับช่วงฝุ่นควันแบบนี้ สิวผด ย่อมมาเยือนกันค่ะ ดังนั้นอันนี้เป็นทรีตเม้นท์ผิวเพิ่มเติมหากมีเวลา แต่ไม่ต้องทำทุกวัน แต่น่าจะเหมาะกับช่วงนี้ที่มีฝุ่นควัน แล้วเราอยากจะเคลียร์ผิวบ้างแบบพิเศษ เพื่อลดโอกาสการอุดตัน ลดการเกิดสิวผด สิวอุดตัน และให้ความสะอาดผิวไปอีกระดับ เนตเลยขอเอา Mask แบบล้างออกมาให้ 2 ตัว ที่เนตว่าน่าจะเหมาะกับช่วงนี้

Fresh Umbrian Clay Purifying Mask
(100 ml 2,280 บาท) 

ตัวนี้จะเป็น Mask โคลนค่ะ หรือเรียกว่า Umbrian Clay ของ fresh (ในส่วนผสมจะคือ Solum Fullonum ซึ่งเป็นตัวแรกเลยในสูตร) ซึ่งนอกจากโคลนจะสามารถดูดซับสิ่งสกปรกตามรูขุมขนได้แล้ว ตัว Clay ของ fresh ยังมีแร่ธาตุความเข้มข้นสูงที่สามารถบำรุงผิวให้สมดุลขึ้นได้ พร้อมทั้งยังมี Chamomile, Sandalwood Oil ที่ช่วยปลอบประโลม ลดการระคายเคืองผิวจกที่ผิวเราเจอมลภาวะฝุ่นควันต่างๆ ได้

เนื้อ mask จะเป็นสีเทานะคะ ทาแล้วเย็นสบายผิว ทำให้ลด stress ของผิวได้ กลิ่นหอมสะอาดดี ทาแป๊บเดียวโคลนจะแห้ง ทิ้งไว้ 3-5 นาทีก็ได้แล้วล้างออก จะรู้สึกผิวนุ่ม เย็น สะอาดมากๆ เนตว่าเหมาะกับช่วงนี้ที่เราต้องการความ deep clean และความ fresh ของผิวค่ะ

สำหรับกระปุกนี้ของเนตเป็นของแถมนะคะ ได้มาจากตอนที่ไปซื้อ soy face cleanser และ lip sugar ที่เป็นผลิตภัณฑ์โปรดของเนต 

—————————————-
Herbivore Blue Tancy Resurfacing Clarifying Mask
(60 g 1,850 บาท)

Mask แบบล้างออกตัวนี้จะเน้นกลไก Chemical exfoliating ค่ะ เป็นการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน เหมือนไปทำ treatment AHA BHA อะไรแบบนี้ โดยส่วนผสมจะเป็น Fruit Enzymes ในการผลัดเซลล์ผิว (Natural AHA ลดรอยสิว) , White Willow Bark (Natural BHA ลดการอุดตันสิว) , Aloe Vera และ Blue Tansy Essential Oil ที่ช่วยปลอบประโลมผิวจากการอักเสบแดง ด้วยส่วนผสมเหล่านี้ก็จะช่วยให้ผิว glow และลดการอุดตันของผิวได้ค่ะ 

สีน้ำเงินที่เห็นไม่ใช่สีอะไรเลย แต่เป็นสีของ Blue Tansy ซึ่งตรงกับ concept ของ Herbivore ที่จะเป็นธรรมชาติล้วนๆ ไม่เจอเคมี ไม่มีน้ำหอม ไม่มีสี ไม่มี synthetic preservative 

Mask ตัวนี้จะมีกลิ่นสุมนไพรหน่อยนะคะ เนื้อเหลวๆ เจลๆ เย็นๆ ให้ทาบางๆ ที่ผิว ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก จะมีอาการยิบๆ บ้างส่วนหากผิวระคายเคืองง่าย ก็ให้ทาทิ้งไว้ 5 นาทีค่ะ ตัวนี้ให้ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอค่ะ 

มันดีมากๆๆๆ นะคะ ใช้แล้วรู้สึกรอยสิวดีขึ้น สิวผดก็เป็นน้อยลงค่ะ ผิวนุ่มลื่นดี น่าจะเหมาะกับช่วงนี้ที่มีฝุ่นควัน และเจอปัญหาสิวผดกันนะคะ


หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆทุกคนในการดูแลผิวช่วงนี้เนอะ
ยังไงแล้วสู้ๆค่ะ และผ่านวิกฤตมลภาวะนี้ไปด้วยกัน 
ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพกาย
และผิวให้ดีๆน้า พี่เนตตี้เป็นห่วง ^^
————————
Product Mentioned
Lhamour
Herbivore Botanicals
THREE Thailand
SON&PARK
Clarins
Clearnose 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย