#Review รีวิว | ✱ THE BEST Favorite 2018 ✱ | รวบรวมของดี ของเด็ดที่ใช้มาตลอดทั้งปี 2018 ที่ผ่านมา ~* นี่ชอบจริงๆ ถึงกล้ารีวิว

james_badbitch

james_badbitch

ดู Profile

สวัสดีจ้า ~ สวัสดีครับ เพื่อนๆ Jebanista ทุกคน เลยนะครับ


ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบสวัสดีปีใหม่ ปีหมู 2019 ก่อนเลยนะครับ
Topic นี้ถือเป็นกระทู้แรกของปีเลยครับ ที่เจมส์มาเขียนรีวิวให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ
ทุกคนได้อ่าน ได้ดูกัน
ซึ่งเจมส์ก็หยิบเอา Item ทั้งหมด ที่ตัวเจมส์นั้น
ชอบใช้มากที่สุดตลอดทั้งปี 2018
ที่ผ่านมา
ทุกตัว คือ ใช้จริงๆ ชอบจริงๆ ซื้อจริงๆ ใช้แล้วกรี๊ด ใช้แล้ววีดร้อง
ใช้แล้วหมดก็ยอมที่จะซื้อซ้ำซื้อตุนก็ว่าได้
ซึ่งเจมส์ก็การันตีเลย ว่าทุกตัวนั้นเด็ด !!! ใช้แล้วดี แถมทั้งหมดนี้ราคาคือไม่แพง ราคาไม่สูง
น้องๆ หรือ คนที่มีงบน้อยเองก็สามารถซื้อตามได้เลยนะจ๊ะ
อยากรู้แล้วสินะ ~ ว่ามีอะไรบ้าง

ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มกันเลยจ้า
สำหรับใครต้องการฉบับย่อ ขี้เกียจอ่านก็ดูเป็น VDO ได้เลยนะจ๊ะ
ฮ่าๆๆ รูปแรกเป็นรูปรวม จะบอกว่า เยอะมากกกกก
แต่ก็นะ. . .จะบอกว่า อันนี้คือคัดมาแล้วนะ ว่า ปี 2018
ฉันอิน ฉันหยิบใช้บ่อยแล้วก็ Happy สุดละ
เอาเป็นว่า เจมส์จะไล่เป็น Step Step ตั้งแต่ ล้างเครื่องสำอาง ล้างหน้า บำรุง โน่นนี่นั่นเลยเนอะ

ป่ะ . . . Let’s Go !!!
เริ่มแรกเลย เป็นกลุ่มพวก Makeup Remover
ซึ่งเจมส์นั้นก็ไม่ได้เป็นคนแต่งหน้าหนักๆ ทุกวันเนอะ
ส่วนมากก็จะใช้ Cleansing Water เป็นหลักเลยครับ
ปีนี้เจมส์ลองมาเป็น 10-20 ตัวได้
แต่นี้คือ ชอบที่สุดละ เพราะราคาน่ารัก เช็ดก็สะอาด ไม่เป็นสิวเพิ่มด้วยนะ
ชอบมากเว่อร์

Faith in Face : Truly Waterly Cleansing Water


เริ่มจาก Cleansing Water แบรนด์เกาหลี ก่อนเลยนะครับ ตัวนี้มีขายที่ร้าน Watsons จุดเด่นก็คือขวดที่ใหญ่ 500 ml. เรียกได้ว่า คุ้มมากแถม Watsons เองก็มีโปรฯ อยู่บ่อยๆกับแบรนด์นี้ 1 แถม 1 บ้าง ชิ้นที่ 2 50% บ้าง ชิ้นที่สอง 1 บาท บ้าง, นอกจากจะราคาและขนาดที่คุ้มค่าแล้ว จุดเด่นอีกอย่างคือ ความอ่อนโยนเลยอันนี้ยอมใจจริงๆ มันเป็น Cleansing Water ที่เช็ดแล้วสบายผิวมาก ไม่รู้สึกเลยว่าระคายเคือง ถึงแม้หน้าเราพังๆอยู่ ใช้เจ้านี่ก็คือไม่แสบหน้าเลย ชอบมากจริงๆ แถมเช็ดแล้ว Makeup ก็หลุดหมด รู้สึกสะอาดจริงๆ และสิ่งที่ทำให้ต่างไปอีก อะไรรู้ไหมเธอ ??? มันเป็น Toner ด้วยในตัวจ๊ะ คือนางสามารถใช้เป็น Toner ก็ได้ด้วย นี่พูดในฐานะนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางเลยนะจ๊ะ สูตรส่วนผสม Ingredients นางคืออัดแน่นด้วยสารบำรุงผิวจริง และสารทำความสะอาดก็คืออ่อนโยนจริงไม่หลอก ไม่จกตาเด้อ

ETUDE HOSE : Monster Micellar Cleansing Water

ETUDE HOSE : Monster Oil in Cleansing Water



โอ๊ย อันนี้ก็แบรนด์เกาหลีอยู่แล้วอย่างที่ทุกคนรู้เนอะ ETUDE อะจ๊ะ อันนี้เริ่ดนะมันจะแบ่งเป็นสูตร น้ำธรรมดา สำหรับ คนแต่งหน้าเบาๆ กับ สูตรน้ำมันผสม สำหรับคนที่แต่งหน้าไปอีกขั้น หรือ พวกเครื่องสำอางที่ติดแน่นๆ Water Poof อะไรงี้
จะบอกว่า อันนี้ที่ชอบนะ คือ รู้สึกเช็ดแล้วอ่อนโยน ไม่แสบตา ดูดจับ เก็บกวาดพวกคราบเครื่องสำอางได้ดี แถม Feeling ขณะที่ใช้ก็คือสบายผิว เช็ดแล้วก็ไม่เหนียวหน้าเลย
อย่างสูตร Oil in Cleansing Water ตอนแรกเจมส์ชอบของการ์นิเย่ขวดเหลืองซะด้วยซ้ำในช่วงต้นๆปี แต่พอได้ลองตัวนี้ คือชอบกว่าเลย มันไม่แสบตา กลิ่นก็ละมุนกว่า Feeling ดีกว่า แถมมีสารบำรุงผิว + น้ำมันมะพร้าว บำรุงผิวไปด้วยจ้า

Cream De Latex : All-In-One Detoxifying Deep Cleansing Water Gel


อันนี้เป็น Cleansing Water ในรูปแบบเจล บีบมาแล้วนวดๆลงบนหน้าที่แห้ง เครื่องสำอางก็จะถูกละลาย Melt ออกมาอย่างละมุน ตัวนี้ทางแบรนด์บอกว่ามันอ่อนโยนมาก ถ้าเทียบกับแบบน้ำที่ต้องใช้สำลีเช็ดหน้าเนอะ เพราะทุกครั้งที่เราใช้สำลีปาดไปที่หน้า ผิวหน้าก็จะแอบบาดหรือระคายเคืองจากการสัมผัสได้เนอะ, เจมส์เลยจะหยิบใช้เจ้าตัวนี้เฉพาะช่วงที่หน้าเจมส์แหก หน้าเจมส์พังๆ หน้าแพ้หนักๆนะ ตัวนี้เลิฟเลย หน้าก็ค่อยๆกลับมาฟื้นฟูกลับมาสภาพดีเช่นเคย
ต่อมาจาก Makeup Remover เราก็ต้องมาล้างหน้า กัน
ในปีนี้เจมส์ หลงรักโฟมล้างหน้าแค่ 2 ตัวเอง
และ 2 ตัวนี้ก็คือ ดีต่อใจจริงๆ
เริ่มจากตัวแรก เจมส์จะใช้เฉพาะช่วงหน้าเป็นสิว ผิวไม่ปกติ รวนๆแปลกๆ


ZiiiT : Wash Mild Facial Wash pH Balance


ยี่ห้อ Ziiit โห๊ ได้ยินชื่อนี้มาตั้งแต่เจมส์เรียนช่วงประถมเลย ยี่ห้อนี้ดังมากในกลุ่มของคนเป็นสิว เจมส์เองก็เช่นกัน เมื่อไหร่ที่เป็นสิวก็กลับมาใช้ยี่ห้อนี้ตลอดเลย ข้อดีก็คือ ราคาดี ราคาน่ารัก นักเรียนนักศึกษาใช้ได้ แถม ล้างแล้วหน้าไม่แห้งเลย ล้างหน้าแล้วก็คือหน้านุ่ม ไม่ตึง ไม่เอี๊ยด เพราะเขาไม่ใส่เบสสบู่เลย หรือ Soap Free นั่นเอง บอกเลยใช้แล้วดีกับผิว ใช้เรื่อยๆสักอาทิตย์ 2 อาทิตย์สิวก็เริ่มหายแล้ว สิวก็ไม่ค่อยขึ้นด้วย ดีๆ

Faith in Face : Egg White Whip Cleansing Foam


โห๊ อันนี้เจมส์เคยใช้มาหลายปีแล้ว ตั้งแต่แบรนด์เข้าไทยมาใหม่ๆเลยก็ว่าได้ ตัวนี้ก็เหมือนเดิมมีขายที่ Watsons จ้า ตัวนี้เป็นวิปโฟม ที่ให้ฟองฟู หนา นุ่ม ฟองดีมาก คือ ไม่ว่าจะตีฟองด้วยมือ หรือใช้ตาข่ายตีฟองช่วยก็ตาม เริ่ดจริงๆ ฟองฟู ล้างหน้าสนุกมากๆ และที่สำหรับใครหน้ามันน่าจะชอบนะ เพราะตัวนี้โดดเด่นเรื่องการทำความสะอาดรูขุมขนอย่างล้ำลึก เจมส์ใช้แล้วก็รู้สึกเลยนะว่าช่วยให้ผิวหน้ามันน้อยลงเลย ใครผิวแห้งก็ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ ตัวนี้แปลกมาก คือ ทำความสะอาดรูขุมขนแต่ไม่ทำให้หน้าแห้งเลย ล้างเสร็จผิวยังกลับมาชุ่มชื่นอีกนะ งง ไหม โอ๊ยมันดีจริง ใครไม่เคยลอง ต้องลองนะ ราคาก็น่ารักไม่แพง หลอดใหญ่บึ้ม !! คุ้มจริงๆใช้ได้นาน
ต่อจากหลังล้างหน้าเสร็จ เนอะ ก็จะเป็นกลุ่ม น้ำๆ
Skin Care บำรุงผิวในกลุ่ม Lotion, Toner หรือ น้ำตบอะไรทำนองนี้
ในกลุ่มนี้จะเน้นช่วยปรับสภาพผิว เติมความชุ่มชื่น เติมน้ำ
ให้ผิวพร้อมในการบำรุงขั้นต่อไป
ปี 2018 นี้เจมส์กลับชอบอะไรที่ Basic มากขึ้นไม่รบกวนผิวมากขึ้น
เน้นฟื้นฟูผิวนั่นเอง

hada labo : hydrating lotion

hada labo : premium lotion


ฮาดะ ลาโบะ ไม่พูดเยอะ ทุกคนรู้แล้วละว่ามันให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดีมากๆ เจมส์ใช้เป็นสูตร Made in Japan นะครับ
สามารถหาซื้อได้จากร้านหิ้ว Shopee มีขายเยอะเลย จะบอกว่า Texture มันไม่เหมือนกับสูตรที่ขายในไทยนะ ของไทยถูกผลิตที่จีน China จ้า สูตรส่วนผสมก็ไม่เหมือนกันนะ เจมส์ชอบสูตรญี่ปุ่น เพราะเนื้อดีกว่าจ้า รู้สึกผิวชุ่มชื่นมากกว่า ผิวอิ่มน้ำฟูกว่า
สูตรสีขาวซ้ายมือ ผสมไฮยา 4 ตัว เนื้อบางเบา สบายหน้ามาก ไม่เหนียวหนึบ, ฮาดะสีทอง ผสมไฮยา 5 ตัว ตัวนี้เนื้อนุ่ม ลื่น Feel ดีนะเวลาลูบๆ ตบๆ /ราคาก็ไม่ต่างกันมาก พูดเลยดีทั้งคู่ รักจ้า แต่ตอนนี้รักสีทอง 
หน้าฟู หน้าอิ่มน้ำ แต่งหน้าแล้วง่ายขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญสิวไม่ขึ้นเลยจ้า

Etude House : Soon Jung pH 5.5 Relief Toner


ตัวนี้หลายคนบอกเหมือนน้ำเปล่า ไม่รู้สึกอะไร แต่เช็ดไปใช้ไปเรื่อยๆผิวดีขึ้น แต่บางคนก็ไม่เห็นผล ต้องบอกเลยว่าทุกคนที่ใช้กำลังคาดหวังผลอะไร ?? สำหรับเจมส์ ตัวนี้ที่เด็ดๆ เด่นๆ เลยคือค่า pH 5.5 ที่จะช่วยปรับสภาพผิวหลังล้างหน้าให้กลับมาปกติมากที่สุด ไวที่สุด เพราะ การล้างหน้าส่วนมาก pH จะเยอะแล้วผิวเราอาจจะรวนได้ ผิวของคนเราจะมีกลไลตามธรรมชาติที่จะปรับให้สมดุลกลับมา ~5.5 อีกครั้ง ในกรณีผิวสมบูรณ์ ผิวของเด็กก็จะกลับมาไวปกติ แต่คนที่ผิวแย่ๆ สภาพผิวไม่แข็งแรงกลไลนี้จะกลับมาช้า ( โดยปกติแล้ว pH ที่ผิวสุขภาพดี Healthy Skin จะมีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆอยู่ที่ประมาณ 5.5 )
ตัวนี้ส่วนผสมดี เป็น Toner ที่เน้นบำรุงผิว ฟื้นคืนความชุ่มชื่น   ให้ผิวกลับแข็งแรงมากกว่า ที่จะทำความสะอาด
ใครที่กำลังมองหา Toner ที่จะเช็ดแล้วรูขุมขนกระชับ หรือจะเช็ดเพื่อทำความสะอาด อันนี้ไม่ตอบโจทย์นะจ๊ะ
อันนี้เน้นบำรุงผิว ช่วยฟื้นผิวให้กลับมาปกติ !!!

SK-II : Facial Treatment Essence


น้ำตบป้าเจี๊ยบในตำนาน ไม่พูดเยอะ หน้าใสขึ้น เรียบเนียนมากขึ้น ผิวละเอียดขึ้น 
ช่วงที่ใช้ กับ ไม่ใช้ รู้สึกเลยว่ามันต่างจริงๆ เอาเป็นว่ามันดีจ้า จบ !!!
ต่อจากที่เจมส์ ตบๆ เติมน้ำให้ผิวแล้ว
สิ่งที่เจมส์ขาดไม่ได้เลย ก็คือ เจลว่านหางจระเข้ หรือ Soothing Gel ช่วยเติมน้ำ + ช่วยลดระคายเคือง
คือลงจากน้ำตบเลย จ้า ปริมาณที่เจมส์ใช้ต่อครั้งก็คือ 1 ข้อนิ้ว / การใช้ 1 ครั้งทั่วหน้า ทาไปเช้า-เย็น

Innisfree : Aloe Revital Soothing Gel


ตัวนี้เป็นเจลว่านหางจระเข้ ที่ราคาถูกนะ หลดใหญ่ หลอดนึง 270 บาท/300 mL. แถม innisfree ก็ใส่สารสกัดจากว่านหางจระเข้มาตั้ง 93.6 % ถือว่าเยอะนะ + สารดึงน้ำ + สารบำรุงจากพืชต่างๆจากเกาะเชจู คุ้มเด้อ

Etude House : 99% Aloe Soothing Gel


ว่านหางจระเข้ จากเกาะเชจูเหมือนกัน เดาว่า แหล่งเดียวกันตัวเดียวกัน เพราะ มาจากบริษัทแม่เดียวกันกับ Innisfree ยังไม่พอ แถมยังผลิตโรงงานเดียวกันไปอีก ตัวนี้เจมส์ชอบมาก ซื้อตุนไว้เยอะเลย เจมส์ซื้อช่วงโปรฯคูปองลด 30 % เหลือ 180 -190 บาท เอง ถูกเว่อร์ ตัวนี้ใส่สารสกัดจากว่านหาง 93.5 % จ้า อ่า, เริ่มงงใช่ไหม ? ชื่อบอก 99 % นิ แล้วอินี่มาบอกไรว่าใส่ 93.5 % มั่วละ ฮ่าๆๆ ,, จ๊ะ !!! ที่ทางแบรนด์บอก 99 % นั่นคือความบริสุทธิ์ของ aloe ที่นำมาเป็นส่วนผสมหลักจ๊ะ นึกออกมะ ให้นึกภาพตามนะ อย่างแกงกะทิบ้านเรา แกงเขียวหวานก็ได้ แกงเขียวหวานใช้กะทิคั้นสดๆ 100 % ใช่มะ แต่เขานำมาใส่จริงๆลงไปในแกงอะ แค่ ไม่เท่าไหร่ 10-20 % อะไรทำนองนี้จ้า นอกนั้นก็ส่วนผสมอื่นๆ ไก่ เลือด มะเขือ พริกแกง ตั่งต่าง มากมาย, ก็ประมาณนี้ (เขียนรีวิวตอนดึกไง, โมโห หิว อิอิ)


แล้ว 2 ตัวนี้ ต่างกันยังไง ?

เจมส์มองในมุมส่วนผสมสารอื่นๆที่ใส่เข้ามานะ
Innisfree โดดเด่นในเรื่อง ให้ผิวกลับมาฟื้นฟู เยี่ยวยาผิวได้เร็วกว่าเพราะมีส่วนผสมของสารที่ชื่อว่า Madecassoside และสารสกัดจากพืชที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อีก 5 ตัว ช่วย antioxidants จ้า ให้ผิวทนทานแดด และมลภาวะได้มากกว่าหน่อย

[ VS ]


ส่วน ETUDE จะโดดเด่นเรื่องมีสารเติมความชุ่มชื่น ให้โครงสร้างผิวกลับมาชุ่มชื่น สุขภาพดีอีกครั้งด้วย Ceramide + Hyaluronic Acid และสารสกัดจากเห็ดก็ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นเสริมสร้างให้ผิวแข็งแรง
พอเจมส์ทาเจลว่านหางจระเข้เสร็จ เพื่อ ลดการละคายเคืองแล้ว ต่อมา
เจมส์ก็จะทำการมาส์กหน้า มาส์กแผ่นต่างๆที่แช่ในตู้เย็น ซื้อตุนๆไว้ ก็ใช้ไปเรื่อยๆ
แต่ในปีนี้ก็ยังอินกับอะไรเดิมๆ อะไรที่ชอบอยู่แล้วไม่มีอะไรใหม่
ปีนี้มีใหม่ก็ มาส์กใต้ตาเนี่ยแหละ ที่ทำเพิ่มเข้ามา
เริ่มกันเลย มาส์กที่ชอบที่สุดในปี 2018 ก็คือ . . .

Faith in Face : I need relaxing care pearl cellulose sheet

Faith in Face : I am always bright pearl cellulose sheet

Faith in Face : I want healthy look pearl cellulose sheet


มาส์กแบรนด์ Faith in Face ที่ขายที่ Watsons อีกแล้วจ้า ตัวนี้เจมส์เคยชอบมากๆ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ปีนี้กลับมาใช้อีกก็เลิฟอีก มันคือที่สุดแล้วจริงๆ Feeling ดี ทุกอย่างดี ชุ่มชื่นแบบมากกกก มากจริงๆ ใครผิวแห้งๆลอกๆ ลองเลยตัวนี้ถ้าใครไม่เคยลองนะ จะแนะนำเลยว่ามันโคตรดี แผ่นมาส์กมันบาง น้ำมาส์กก็ให้เยอะ ส่วนผสมก็ดีใส่สารบำรุงเข้ามาเข้มข้นอีก 1000000/10 คะแนน เอาไปเลยจริงๆ ราคาก็น่ารัก มีโปรฯ บ่อยมากกกก 1 แถม 1 / ซื้อ 2 ชิ้น อะไรตั่งต่าง ราคาปกติแผ่นละ 79 บาท แล้วที่พีคคือ ที่เกาหลีขายแผ่นละ 2000 won (ประมาณ 60 บาท) คือ ราคาพอๆกับที่เกาหลีเลยจ้า แนะนำเลย ไม่ผิดหวัง ใครอยากลองซื้อ ใครเห็นมีโปรฯ ซื้อตุนจ๊ะ ถูกกว่าไปซื้อที่เกาหลีอีก งง มาก
ใช้ดีทั้ง 3 สูตรที่ขายในไทยเลยจ้า ยกนิ้วให้เลย
มาถึง สูตรที่ไม่มีขายในไทยกันบ้าง
อันนี้เจมส์ซื้อมาลอง ตอนที่ไปทำงานที่เกาหลี เห็นว่าไทยเราไม่มีขายก็ลองซื้อลอง อย่างที่บอกแผ่นละ 2000 วอน
ราคาไม่ต่างจากไทยเลย

Faith in Face : I need S.O.S (Save Our Skin) pearl cellulose sheet

Faith in Face : I want Perfect Makeup pearl cellulose sheet


2 สูตรนี้ ไม่มีขายในไทยเสียดายมากๆ เพราะมันดีนะ คุณสมบัติก็คือเริ่ด
ตัวแรก S.O.S ตัวนี้เหมือนจะช่วยผิวแบบเร่งด่วน ติด Speed บำรุงแบบองค์รวม ทั่งชุ่มชื่น ทั้งขาวใส ทั้งฟื้นฟู คือ แค่แผ่นเดียวก็รู้เรื่องเลย ผิวฟูขึ้นเยอะ จากที่ผิวพังๆใครเดินทางก็จะรู้เนอะว่าผิวมันจะรวนถ้าเราไม่บำรุงดีๆ
ส่วนสูตรอีกสูตร Perfect Makeup ตัวนี้จะเน้นกลุ่มสาวๆ แต่งหน้า ตัวนี้มาสก์แล้วหน้าติดแป้งมากขึ้น ชุ่มชื่น ผิวฉ่ำ ฟูขึ้น Makeup ก็ติดทนขึ้นอย่างกับเอา Primer มาพอกอะ ฮ่าๆๆ เริ่ดจริงๆ
ตัวนี้เจมส์อยากให้ ทางแบรนด์นำเข้ามาขายในไทยมากๆเลยครับ
ปล.ถ้าทางแบรนด์ หรือ ผู้ที่เกี่ยวข้องมีโอกาสได้อ่านรีวิวนี้ของเจมส์ อยากจะให้ทางแบรนด์นำเข้ามาขายด้วยนะครับ ขอบคุณครับ (พูดไปพร้อมกับพนมมือ)

Etude House : 0.2 Therapy Air Mask [ Pearl ]


มาสก์หน้า ETUDE แผ่นบางๆ บางเพียง 0.2 mm
สูตรที่เจมส์ชอบในปีนี้คือ สูตรไข่มุก
มาสก์แล้วหน้าใสขึ้น อิ่มน้ำ ฟู ขาว เด้ง แต่ต้องมาสก์ต่อเนื่องติดต่อกันหลายๆวันนะ ถึงจะเห็นผล
ตัวนี้ราคาไม่แพง ถือว่าถูกว่ามาสก์แผ่นต่างๆใน Watsons อีกนะ
อันนี้เจมส์ซื้อที่ shop ของ ETUDE HOUSE ประเทศไทย ขายแผ่นละ 40 บาท เอง

Etude House : Collagen Eye Patch



มาสก์ใต้ตา ที่มีส่วนผสมของ Collagen + วิตามิน เน้นให้ผิวรอบดวงตาชุ่มชื่นเป็นหลักเลย อย่างอื่นไม่ค่อยเห็นผล
ใครตาล้าๆ ดูเหนื่อยๆ ลองมาสก์ดู แช่เย็นๆยิ่งฟิน อันนี้ก็ซองละ 40 บาท

Faith in Face : Eye Am Not Tired Eye Patch


ตัวนี้เป็นมาสก์ใต้ตาของแบรนด์ Faith in Face อีกแล้ว โดดเด่นเรื่องช่วยรอยดำ รอยคล้ำใต้ตาได้ดีมากๆ เรียกได้ว่าใครนอนดึกๆ แพนด้าๆ ลองเจ้าตัวนี้เลยจ้าดีขึ้น ตัวนี้เจมส์ใช้แล้วติดใจ ตั้งแต่เขายังขายเป็น Packaging แบบเก่าอยู่เลย ราคาแอบสูงนิดนึง ต้องรอจังหวะ Watsons จัดโปรฯ จากที่เจมส์ใช้มาสก์ใต้ตามาทั้งหมด ตัวนี้ถือเป็นตัวที่ดีที่เห็นผลสุดแล้วนะ ด้วยความที่เขาเป็นเนื้อไฮโดรเจล มันก็จะแนบไปกับผิวได้ดี ยึดเกาะ และบำรุงผิวรอบๆดวงตาได้ดี ยิ่งแช่เย็น เหมือนยิ่งเสริมประสิทธิภาพ ลดตาบวมก็ได้ ตาดูล้าๆ ก็ช่วย ลดดำแพนด้าก็ได้ ใครตีนกากำลังมาอันนี้ก็ช่วย
โอ๊ยมันดีจริงๆ ไปซื้อมาลองซะ 1 กล่องมี 4 ซอง ใครมีนัดพิเศษต่างๆต้องการใช้หน้าด่วนๆ ควรใช้จ๊ะ
ต่อมา ขั้นตอนนี้คือการลงพวก Serum ต่างๆ
เจมส์จะเน้นบำรุง ฟื้นฟูผิวจำพวกรอยสิว แผลสิว
ปี 2018 นี้เท่าที่รู้สึกใช้แล้วอิน ใช้แล้วชอบมีแค่ 4 ตัวเอง

Cream De Latex : Intensive White – Repair Serum


เซรั่มน้ำยางพารา เข้มข้น ที่ช่วยฟื้นฟูผิว ซ่อมแซมผิว พวกรอยสิว รอยแผลเป็นจะค่อยๆจาง เรียกได้ว่าจางลงไวมาก
มีช่วงนึงใช้ทั้ง Set คือหน้าใสเว่อร์ แต่ข้อเสียคือมีขายเฉพาะช่องทางออนไลน์

The Ordinary : Niacinamide 10% + Zinc 1%


ไม่ต้องพูดเยอะ ตัวนี้ ถือว่าดังมากๆเลย หน้าใสขึ้น รูขุมขนกระชับ หน้าขาวขึ้น รอยสิวต่างๆจางอย่างไว สิวไม่ขึ้น ผิวสงบลงเหมือนผิวได้นั่งสมาธิ อะไรจะดีขนาดนั้นแถมราคาก็น่ารัก ประมาณ 300-400 บาท คุ้มค่ามาก
แต่ข้อเสียที่เราไม่ชอบก็มี คือ เนื้อ Texture มันยืดๆ เป็นเมือกๆ ไม่ชอบเลย แต่ผลลัพธ์ดีก็ให้อภัย

KENE : Brightage C Line & Radiance Corrector


เซรั่มวิตามิน C เข้มข้นมากๆ ส่วนผสมดีมาก คาดหวังผลได้จริง ด้วยวิตามิน C 12% (Ascorbyl Tetraisopalmitate 10 % + 3-O Ethyl ascorbic acid 2 % ) เป็นเซรั่มวิตามินซีที่เนื้อเกลี่ยง่าย ไม่มัน ไม่แสบ ไม่ระคายเคืองผิว ใช้แล้วผิวฟูขึ้น ผิวแน่นขึ้น จุดด่างดำจางลง หน้าแลดูใสและอมชมพูมากขึ้น

BK : ACNE SERUM BRIGHTENING ANTI-POLLUTION


เซรั่มสิว ที่ช่วยให้หน้าใสขึ้น สิวขึ้นยากขึ้น ขาวขึ้นผิวแข็งแรงขึ้น รอยดำจางลง ที่ชอบเนี่ยเพราะส่วนผสมดี แล้วก็หาซื้อง่ายมาก เดินเข้า 7-Eleven ก็สามารถซื้อใช้ได้เลย ซองละ 49 บาทเอง ที่เด่นๆ คือ ประสิทธิภาพการคุมมัน คือ หน้าไม่มันเลย ตั้งแต่ใช้แค่ 3 วันแรกอ่ะ เริ่ดจริงๆ ชอบ

Etude House : Pink Vital Water Eye Serum


ก่อนอื่นบอกเลยว่า อันนี้เจมส์ซื้อตาม Blogger ท่านนึงนั่นก็คือ “ LadyMiyeon ” หรือพี่มี่ หรืออาจารย์มี่ ซึ่งเขาเป็นอาจารย์ของเจมส์เนี่ยแหละ ฮ่าๆๆ, บอกเลยว่าเห็นพี่มี่ขึ้นเป็น Favorite มาหลายปีซ้อนกัน แถมพี่มี่เองก็วิเคราะห์ส่วนผสมแล้วบอกว่าตัวนี้เน้นให้ผลทางด้านริ้วรอยเป็นหลัก และ ให้ความชุ่มชื้นกับผิวรอบดวงตา แถมพี่แกก็บอกริ้วรอยเส้นเล็กๆใต้ตาลดลงอีก เจมส์อ่านแล้วก็แบบอยากใช้ทันทีเพราะตัวเจมส์นั้นก็เริ่มแก่แล้ว ใต้ตานี่เหี่ยวเป็นเส้นๆเลย พอใช้จริงก็แบบ เออดีอ่ะ ใต้ตาชุ่มชื่นดีเลย เนื้อก็ไม่หนักไป ชอบๆ แต่เรื่องใต้ตาดำไม่ค่อยช่วยจ้า
ต่อมาจะเป็น Moisturizer ปี 2018 นี้เจมส์ชอบเป็นเนื้อ Emulsion
หรือเนื้อน้ำนมนั่นเอง, เนื้อแบบนี้จะบางเบากว่าครีม ที่ชอบคือเนื้อที่เกลี่ยง่ายด้วย

Hada Labo : Premium Milk Lotion


ตัวนี้เจมส์ซื้อเพิ่มเพราะใช้ฮาดะน้ำตบสีทองแล้วชอบมากกก ตัวนี้ขวดจะเล็กกว่าน้ำตบ แล้วขวดก็จะขุ่นกว่าด้วย
ตัวนี้มีดียังไง ? ตัวนี้เป็น Milky Lotion ที่เนื้อเข้มข้นมาก แอบเหนียวหนึบเล็กน้อย เจมส์จะใช้ตัวนี้แค่ตอนกลางคืนเท่านั้น เพราะลองทาตอนกลางวันแล้ว ไม่รอดเลยหนักหน้าไป แต่พอเปลี่ยนไปทากลางคืนแล้วชอบ หน้านุ่มนิ่ม ไม่ลอกเลย พอตื่นมาตอนเช้า ใครมีผิวแห้งลองดูนะจ๊ะ ไม่น่าผิดหวัง

Etude House : Soon Jung 10-Free Moist Emulsion


ตัวนี้เป็นโลชั่นน้ำนมที่เหมาะกับคนที่มีผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ผิวที่ระคายเคืองต่างๆ สามารถใช้ตัวนี้ได้เลย เพราะตัวนี้ที่สุดของความอ่อนโยน เนื้อก็บางเบาดี ถ้าอยากได้ความชุ่มชื่นมากขึ้นก็ใช้มากขึ้นบิ้วอัพขึ้นได้เหมือนกัน ตัวนี้ใช้ได้ทั้ง กลางวัน-กลางคืนได้หมดเลย ที่เจมส์ชอบเพราะจากที่เจมส์ใช้ตัวนี้มาหน้าแข็งแรงขึ้นมาก ไม่ค่อยระคายเคืองอะไรเลย ผิวก็ ชุ่มชื่นดีอีกด้วย
ต่อมาจะเป็นเนื้อบาล์ม ช่วยเคลือบ เน้นปกป้องผิวจากสิ่งเร้าต่างๆ ช่วยฟื้นฟูผิวอีกขั้น

Etude House : Soon Jung 5-Panthensoside Cica Balm


ถือเป็นบาล์มที่ดังสุดๆของ ETUDE แล้ว อ่อนโยน ไร้สี ไร้กลิ่น พร้อมบำรุงผิวด้วยส่วนผสมอย่าง Panthensoside (โปรวิตามินบี5 + Madecassoside) ใส่มาเยอะสุดในไลน์ Soon Jung  ถึง 5 % ตัวนี้เนื้อดี Melt ไว ซึมเข้าผิวดีใช้ไปเรื่อยๆผิวก็ดีขึ้นจริงๆนะ เจมส์ชอบตรงที่ช่วยลดการละคายเคืองผิวได้ดีเลยนะ พวกแผลสิวก็ช่วยอีก ถือว่าหน้าดีขึ้นเยอะจ้า ใครไม่เคยลอง ลองเลย ดีนะ

A'pieu : Madecassoside Cica Balm


Cica บาล์มที่ส่วนผสมดีที่สุดเท่าที่เจมส์ได้ลองใช้มาเลย เพราะ มีส่วนผสมของน้ำใบบัวบกถึง 55 % น้ำใบบัวบกก็จะเน้นฟื้นฟูผิว เยี่ยวยาผิว ลดระคายเคือง + 2 % Madecassoside ฟื้นฟูผิว ให้ผิวเยียวยาตัวเองได้ดีขึ้น, เจ้าบาล์มตัวนี้มีกลิ่นแปลกๆอธิบายไม่ถูก ตัวนี้พวกแผลสิวอะหายไวมาก หน้าเรียบขึ้นเยอะเลย เจมส์จะทาแค่ตอนก่อนนอน เพราะค่อนข้างทำให้หน้ามันนั่นเอง

Innisfree : Bija Cica Intense Balm


บาล์มที่เนื้อข้นมากกกก ใช้นิดเดียวพอ ทานิดเดียวทั่วหน้าแล้ว ตัวนี้ที่ชอบก็เพราะ Feeling ที่ทาคือ ชุ่มฉ่ำดี แต่เรื่องอื่นๆ 2 ตัวบนทำได้ดีกว่าจ้า
มาในหมวด ครีมกันแดด กันบ้างนะจ๊ะ
ครีมกันแดดปี 2018 เจมส์ก็ซื้อใช้หลายตัวเหมือนกัน เท่าที่ลองมา ก็ชอบแค่นี้
แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียเหมือนกัน เจมส์จะเปลี่ยนใช้ตามสภาพผิวที่เป็นอยู่ ณ วันนั้นๆ
หรือ วันนั้นมีกิจกรรมแบบไหนก็จะเลือกใช้ตามที่อยากได้นั่นเอง
เริ่มกันเลยเนอะ จะอธิบายไวๆไม่ยืด

KA : UV Protection Whitening Cream SPF50 PA++


กันแดด KA ในตำนาน ทาแล้วไม่ขาววอก ชุ่มชื่นดี เหมาะกับวันที่ไม่แต่งหน้า อาจจะมีทำให้หน้ามันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ข้อดี คือ พอใช้แล้วเหมือนหน้าขาวขึ้น จุดด่างดำรอยสิวมันจางไวขึ้น

L'oreal : UV Perfect Instant White SPF50+ PA+++


ครีมกันแดดเนื้อสีชมพู ทาแล้วหน้ากระจ่างใสขึ้นทันที ไม่ขาววอกนะ ขาวแบบพอดีๆ ไม่โบ๊ะ เหมาะกับวันธรรมดาๆอยู่บ้าน ไปเรียน สบายๆ หรือใครจะทาเพื่อเป็นเบสแล้วแต่งหน้าต่อก็ได้เหมือนกัน ข้อเสียก็คือทำให้หน้ามัน เยิ้มพอสมควร ถ้าใครมีผิวหน้ามัน

The History of Whoo : Gongjinhyang Jin Hae Yoon Sun Cream SPF50+ PA+++


กันแดดที่มีกลิ่นเหมือนคุณยายหน่อยๆ กลิ่นดูมีอายุพอสมควร จุดเด่นของกันแดด Whoo รุ่นนี้คือสารบำรุงจัดเต็มจริงๆ สารสกัดแบบอัดแน่นจริงๆ เนื้อครีมกันแดดค่อนข้างมัน ให้ความชุ่มชื่นสูง เหมาะกับคนผิวแห้งๆ หรือคนมีอายุที่ผิวเริ่มห่อเหี่ยวแล้ว กันแดดตัวนี้ก็ถือว่าดีเลย ทาแล้วไม่วอก ไม่ขาว ไม่ลอยเลยเป็นสีผิวจริงเลย

A'pieu : Madecassoside Sun Cream SPF39 PA++


เป็นกันแดดที่เหมาะกับช่วงเป็นสิว ผิวระคายเคืองต่างๆ เจมส์ชอบใช้มากตอนเป็นสิว รู้สึกสิวไม่เห่อ แถมรอยสิว แผลสิวหายไวขึ้นอีก SPF อาจจะไม่สูงมาก แต่ก็ถือว่าเซฟในเรื่องของการระคายเคือง การอุดตันผิวได้ค่อนข้างโอเค ตัวนี้เป็นครีมกันแดดชนิด Physical Sunscreen (non-chemical) ทาแล้วหน้าก็จะแอบสีกระจ่างขึ้นหน่อย ใช้แล้วหน้าดีขึ้น Confirm ใครหน้าพังหามาลองนะ หน้าจะดีขึ้น เพราะเขามีส่วนผสมจากน้ำใบบัวบกถึง 40 % แล้วก็ผสม Madecassoside อีก เริ่ดดด, แต่ข้อเสียคือ เกลี่ยยากหน่อย มันเนื้อแปลกๆตอนเกลี่ยอะแอบไม่เนียนทั่วหน้าเป็นคราบขาวๆน้อยๆ

Bio-essence : Miracle Bio Water Cooling Sunscreen SPF50+ PA++


กันแดดสำหรับผิวเป็นสิว แพ้ง่าย ต่างๆ เป็นกันแดดน้ำแร่ ที่เนื้อบางเบามากๆ ใช้แล้วไม่มัน หน้าดีชอบมาก ตัวนี้สำหรับเจมส์ไม่มีข้อเสียนะ ก็คือดีแนะนำให้ซื้อตอน Watsons ลดราคาจะคุ้มมาก
เนื้อบางเบาเหมาะกับอากาศประเทศไทยบ้านเรา ใครกำลังหากันแดดเนื้อเบาๆตัวนี้จ้าแนะนำ

KA : UV Extreme Protection Spray SPF50+ PA+++


กันแดดสเปรย์ ฉีดได้ทั้งหน้าและตัว สะดวกมาก SPF สูง พกไว้ติดกระเป๋า เขย่าๆแล้วฉีด ข้อเสียคือหมดไวมาก แปปเดียวหมดแล้ว งง เอ๊ะหรือเราฉีดเยอะไป ฮ่าๆๆๆ

Garnier : Sakura White SPF21 PA+++


ครีมซอง SPF21 ถือว่าน้อยแต่ก็ดีนะ เนื้อสีชมพูทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นทันที ตัวนี้ซองละ 15 บาท ถือว่าถูกและดีจ้า เหมาะกับทาอยู่บ้านไม่เจอแดด ทาแล้วหน้าขาวใสขึ้นด้วย
ต่อมาเป็นหมวด มาสก์แบบพอก โบกๆ
มีแบบโลนพอกหน้า 2 ตัวที่รัก แล้วก็ Sleeping Mask
ที่รู้สึกใช้แล้วผิวดูดีขึ้นมาก อีกตัว
มาสก์โคลน เจมส์จะมาสก์เกือบทุกวันตอนเช้า 5-15 นาที แล้วล้างออก
เพื่อให้ช่วยคุมมันไปทั้งวัน

Innisfree : Super volcanic pore clay mask 2X


มาสก์โคลนตัวดังที่พึ่งปรับสูตรไปในปี 2018 เป็นสูตร 2X เจมส์จะบอกว่า ก่อนหน้านี้ไม่ชอบเลย อิรุ่นเก่าเนื้อมันแห้งใช้ยากมาก แต่สูตรนี้ใช้ง่ายขึ้นมาก เนื้อมาสก์นุ่มเกลี่ยง่ายแล้ว ทำให้ชอบใช้และรักเลยจ้า ใช้แล้วหน้าไม่มัน หน้าสะอาดขึ้น คุมมัน คุมสิวได้ดี พอกไปเลยหนาๆ เห็นผลกว่าทาบางๆจ้า

Himalaya : Neem Face Pack


มาสก์โคลนสิวโดยเฉพาะ ด้วยความเข้มข้นของใบสะเดา มีความเหม็นเขียว เหม็นขมๆ กลิ่นแรงมากแต่จะบอกว่ามันดีมากจ๊ะ สิวไม่ค่อยเห่อ สิวสงบ สยบหมด สิวอักเสบ สิวอุดตัน สิวหัวดำ ช่วยหมดเลยนะ แถมราคาถูกด้วย แนะนำน้องๆนักเรียน นักศึกษาเลยซื้อติดไว้ พอกๆไปสิวมันดีขึ้นจ๊ะ แต่ทนกลิ่นนหน่อยเด้อ ดีจริงอะไรจริง

Cute Press : 8hr Full Night Sleep Overnight Mask


มาสก์นอน เนื้อเจล โบกๆเลย ถ้าวันไหนหน้าโทรมๆ แห้งๆ ล้าๆ รับรองตื่นเช้ามาหน้าใสมาก ผิวฟู อิ่มน้ำขั้นสุด ผิวดูดีขึ้นแบบตกใจ มันดีจริง แถมราคาไม่แพงด้วย ข้อเสียอย่างเดียวที่ไม่ชอบก็คือเนื้อเจล ตอนควักเนี่ยแหละมันขึ้นยาก ไม่ติดนิ้วบางที
คราวนี้มาเรื่องของสิวกันบ้าง นะจ๊ะ
อย่างเจมส์ เจมส์เป็นสิวตลอดไม่มีช่วงหน้าดีเลย ก็ต้องสรรหา Item จัดการสิวมาเรื่อยๆ
และปี 2018 นี้ก็มีตัวที่อินดังต่อไปนี้

COSRX : One Step Original Clear Pad


แผ่นเช็ดบำรุงผิว แนว Toner เช็ดๆหลังทำความสะอาด ตัวนี้มีส่วนผสมของ Betaine Salicylate 1 % หรือเทียบเท่า BHA 0.5% เหมาะกับการใช้เพื่อป้องกันสิวในทุกๆวันไม่ได้เน้นขุดสิวอะไรมากมาย แต่ตัวนี้เด่นตรงช่วยให้รูขุมขนกระชับชั่วคราวจาก Witch Hazel จ้า

Stridex : Single-Step Acne Control, Maximum, Alcohol Free


แผ่นเช็ดเหมือนกัน แต่ต่างที่ตัวนี้ที่สุดแล้ว มันคือแผ่นที่อัดแน่นด้วย BHA 2 % ขุดสิวได้ดีมาก ช่วงแรกๆที่ใช้สิวคือเห่อหนักอยู่เหมือนกันแต่พอใช้ไปจุดนึงสิวมันหายไป หน้าเรียบขึ้นมากกกก ช่วงแรกที่เจมส์ใช้ คือใช้เช้า-เย็น โห๊สิวเห่อ ประมาณ 2 อาทิตย์ หน้าแบบสิวอักเสบขึ้นมาเยอะมาก แต่พออดทนอีกนิดก็ไม่ขึ้นเลย แอบหน้าเรียบขึ้น รอยสิวดีขึ้น ตัวนี้ MUST HAVE เลยสำหรับคนที่อยากรักษาสิวเองด้วย BHA นะจ๊ะ ขุดสิวสนุกเลย

DR.WU : Intensive Blemish Spot Treatment With BHA


เจลแต้มสิวที่แต้มแล้วสิวยุบใน 3 วันแถมไม่ทิ้งรอยดำเลย ก็จะมีรอยนิดๆหน่อยๆแต่ได้เข้มมากนั่นเอง ที่ชอบก็คือไม่แสบหัวสิวเลย รู้สึกมันอ่อนโยน แต่ทรงประสิทธิภาพ แต่ข้อเสียคือราคาแอบแพงนั่นเอง

Ziiit : Quix Zuper Strength Serum


เจลแต้มสิว ราคา 1xx กว่าบาท ร้อยต้นๆ แต่คุณภาพในการปราบสิวหลักพันจ๊ะ พูดเลย ถ้าใครงบน้อย ซื้อตัวนี้เลย 1-2 วันสิวหาย หัวสิวหลุดไปแล้วจ๊ะ มันแรงจริง อาจจะมีแสบๆคันๆหัวสิวที่แต้มหน่อย แต่ก็ทนได้ แนะนำเลยจ้า เด็กๆ นักเรียน น้องๆซื้อติดห้องน้ำไว้ เป็นสิวเมื่อไหร่ก็แต้ม จบ
มาในหมวดเครื่องสำอาง Makeup รองพง รองพื้นที่ชอบในปี 2018 กันบ้าง
เจมส์นั้นเป็นคนหน้าสิว ผิวก็จะปรุ ไม่เรียบ หลุมสิวไรงี้
ผิวไม่สวยแต่ก็ชอบงานเกาหลี เจมส์ก็บอกตัวเองเสมอว่าผิวเราไม่ได้ แต่ใจเราได้ ก็คือรอด !!
มาเริ่มกันเลยดีกว่า

Etude House : Double Lasting Foundation ( #Y07 )


รองพื้นรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกของไลน์ Double Lasting เป็นรุ่นที่เน้นปกปิด คุมมัน ติดทนนานข้ามวัน เจมส์ใช้เบอร์เข้มที่สุด ผิวที่ได้ค่อนข้างสวยมาก เป็นธรรมชาติ เนียนสวย ดีทุกอย่างจริงๆ ชอบมากกกกกกกก ผิวสวย Matte กำลังดีเป็นผิว
เอาคะแนนจากใจไปเลย 10/10 คะแนนเลย ระหว่างวันก็คือไม่เป็นคราบ

Etude House : Double Lasting Serum Foundation ( #Y08 )


ตัวต่อมาเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่พึ่งออกมา เป็นรุ่น Serum ที่จะให้ผิว Glow ฉ่ำ วาว แต่อยู่ติดทนนาน จากที่ใช้ก็คือชอบแต่ไม่ที่สุด เจมส์เลือกสีที่เข้มสุดแต่ผิวมันก็ไม่พอดีกับผิวมันดูขาวไปนิดหน่อย ก่อนซื้อคาดหวังมากๆเลยเรื่องผิวฉ่ำวาว แต่พอใช้จริง มันไม่วาวเบอร์นั้น เรื่องเป็นคราบก็มีนิดๆระหว่างวันเหมือนกันนะ เหมือนมันสวยนะ แต่ก็ต้องระวังในการใช้เหมือนกัน ถ้าให้คะแนน เอาไป 8/10 คะแนนพอจ้า

ETUDE HOUSE : Any Cushion Aqua Touch SPF34 PA++ ( #N08 )


คูชั่นรุ่น Aqua Touch ตัวนี้ ฉ่ำมากกกกก ผิวที่ได้สวย ดูเป็นผิวที่ฉ่ำน้ำ ชุ่มชื่น ฉ่ำวาวกำลังดี Glow หน่อยๆ สวยมาก
เป็นคูชั่นตัวแรกเลยที่เจมส์ใช้หมด แล้วมีตุนเป็นตลับ Refill แล้วก็ตลับจริงด้วย คือ ชอบจริงๆ มันดีที่สุดแห่งปีจริงๆ ใช้ทุกวันไม่วอก ไม่ขาว ขนาดอยู่บ้านเฉยๆก็ทา มันเหมือนบำรุงเลยอะชอบ ไม่รู้จะพิมพ์ชอบยังไงแล้ว
เอาไปเลย 10000/10 คะแนนจ้า

BK : ACNE BB Sunscreen SPF50+ PA++++ Anti Pollution NF


ครีมบีบีซอง ที่คุณภาพดีมาก ใช้แล้วสบายหน้า เหมาะกับคนเป็นสิว ผิวมัน ซองก็แค่ 49 บาท หาซื้อง่ายได้ที่ 7-Eleven ที่ชอบคือทาแล้วหน้าเนียนมากกกกกก เป็นผิวเหมือนผิวจริง เหมือนไม่ทาเลย ปกปิดกำลังดี ไม่อุดตันเลย ชอบๆ
9/10 คะแนน
คราวนี้มาดูในหมวดแป้งบ้าง
เริ่มที่แป้งฝุ่น กันก่อนเลย

Etude House : Secret Beam Loose Powder


แป้งฝุ่นที่มีวิ้ง กริตเตอร์ระยิบระยับ วิ้งเยอะมากถึงมากที่สุด ราวกับไฮไลท์ชอบมาก
ทาแล้วหน้าแอบขาวหน่อย แต่ก็ต้องเบามือหน่อย ผิวที่ได้คือ Glow สวย ฉ่ำวาว
ดีงามมาก

Chaonang : Diamond Translucent Powder


แป้งฝุ่น Set หน้าแบบโปร่งแสงของ แบรนด์ เจ้านาง อันนี้ดีมาก ไม่วอก ไม่ขาว ปัดๆแล้วหน้าแอบกระจ่างใสด้วย ผ่องๆ
ด้วยความที่เป็นแป้งโปร่งแสง ไม่ทำให้สีรองพื้นเพี้ยนเลย แล้วแถมยังคุมมันได้ดีด้วยนะ เริ่ดจริง
แป้งอัดแข็งที่ชอบในปี 2018 ใช้แล้วรู้สึกดีว้าว มี 4 ตลับ
แต่ว่า แต่ละอันก็เด่นไม่เหมือนกัน

Etude House : Secret Beam Powder Pact


แป้งเจ้าหญิง ETUDE ที่เป็นแป้งในตำนาน แป้งที่มีวิ้งเยอะมากกกก จุดเด่นก็คือ ทาแล้วหน้าขาวขึ้นมาก ถ้าหนักมือไปหน้าวอกเลยจ๊ะ นี่ขนาดใช้เบอร์เข้มสุดแล้วนะ
แป้งมันขาวจริงจัง ทาแล้วแอบเทาเหมือนกัน ก็ตบเบาๆ จะสวยกำลังดี

Chaonang : Perfect Bright UV 2 Way Powder Foundation SPF20/PA+++

แป้งพัฟเจ้านาง ตัวนี้เริ่ดมากกกกกก มันเนียนเว่อร์ ปกปิดดีขั้นสุด มีสิว มีรอยสิวตรงไหน แป้งเจ้านางตัวนี้ปาดเดียวปิดมิดหมดเลย คุมมันก็ดีขั้นสุด สุดจริงๆแป้งตัวนี้ แต่ข้อเสียก็มีตรงที่ว่า แอบหนาไปถ้าใครที่ชอบแป้งเบาๆบางๆอาจจะไม่ชอบเลยก็ได้ แต่สำหรับเจมส์ เจมส์ต้องการการปกปิดเลย เลิฟสุดใจ

ZHE : Foundation Powder


แป้ง ZHE ถือว่าดังมากๆตอนปลายปี 2018 หาซื้อก็ยากในช่วงแรกๆ แต่พอได้มาแล้ว จะบอกเลยว่า แป้งดีมาก เนื้อแป้งบางเบา แต่ปกปิดสบายผิว สบายหน้ามาก ติดทน คุมมัน แป้งอัดแน่น แข็ง ไม่มี fall out เป็นฝุ่นผงเลย ถือว่าเป็นแป้งที่คุณภาพเกินราคาขาย มากๆจ้า แถมคุ้มด้วย
ปาดๆแป้งก็ไม่ยุบ ก็คิดอยู่มันจะหมดไหม อีกกี่ปีจะหมด ?

Mistine : Fairy Dolly Flamingo Super Powder SPF30 PA+++


แป้งมิสทินรุ่นนกฟลามิงโก้ แป้งบางเบา แต่ปกปิด เป็นแป้งที่ผสมรองพื้น ทาแล้วเนียน ทาแล้วสวยไว เน้นงานขี้เกียจ วันไหนไม่ลงรองพื้น รีบสวยก็ทาตัวนี้ ตัวเดียวจบ หน้าสวยผิวสวยเลย คุมมันด้วยนะ ไม่ใช่เล่นๆ ราคาถูก 1xx บาท
ได้ขนาดนี้ก็ต้องยอม แต่ข้อเสียก็คือตลับมันพลาสติกมากๆ ดูเด็ก เหมือนของเล่นเด็กประถมไปหน่อย
มาถึงงานปากกันซะหน่อย
ส่วนมากจะเป็นลิปบำรุง ลิปมัน ลิปบาล์มอะไรมากกว่า
เพราะลิปสีไม่ค่อยโดนนะปีนี้แต่ก็มี Tint ที่ชอบใช้บ่อยๆอยู่แท่งนึงเหมือนกัน

Vaseline : Lip Therapy


ที่ชอบมีแค่ 2 กลิ่น กลิ่น Cocoa Butter กับ Crème Brulee หอมหวานทั้งคู่ ชอบเลยหยิบทาบ่อย

Pharma Pure : Maxi Lip Lip Treatment


ลิปมันบำรุงแก้ปากคล้ำ ปากดำ ทาแล้วก็ดีนะ ดีต่อใจ

Nivea : Lip Butter Blueberry Blush


ชอบกลิ่นมากๆ หอมหวานจับใจ อมเปรี้ยวหน่อยๆเหมือนขนมไม่มีผิด ตัวนี้ทาหนาๆโบกไปเลยเหมือนเป็น Lip Sleeping Mask ได้ไปในตัว ดีจริง ตื่นมาปากนุ่ม น่าจุ๊บ

Laneige : Lip Glowy Balm


อันนี้ใช้ตั้งแต่เขาออกมาใหม่ต้นปี 2018 Collection ต้อนรับปีน้องหมา จะบอกว่า ชอบทุกกลิ่น ทุกสีเลย มันหอมมากกกกกกก แถมทาแล้วปากก็ชุ่มฉ่ำ ปากดูวาว อิ่มใสๆ ตัวนี้ทา On Top กับลิปสติกเป็น Gloss ได้เลย
หรือใครจะทาเดี่ยวๆเป็นลิปบำรุงก็ได้เหมือนกัน มันดีจริงๆตัวนี้เชียร์เลยใครไม่มี คือ ต้องมี

Etude House : Kissfull Lip Care


ตัวนี้ไม่มันเท่าไหร่ ความชุ่มชื่นน้อยหน่อย ทาแล้วก็จะหอมๆ สีที่เจมส์ใช้จะเป็นกลิ่นพีช ก็หอมนะเลยชอบหยิบทา
แต่ถ้าใครปากแห้งมากๆ อาจจะไม่ Work

Etude House : Dear Darling Water Gel Tint ( #BK801 )


เป็น Tint สีแดงก่ำๆ แดงเข้มๆเหมือนเลือด แดงอมดำๆ สีสวยเหมาะกับการทาข้างในปาก สวยอะ ชอบ
มาถึงเรื่อง สีแก้ม
ถือเป็นปัญหาโลกแตกมากๆสำหรับการเลือกสีที่ชอบที่สุดของเจมส์ เจมส์เลือกไม่ได้
เพราะทุกสีมันสวยจริงๆ ปัดยังไงก็สวย Mix หน่อย ผสมหน่อยก็ออกมาสวย
ปัดแก้มที่อินสุดในปี 2018 ก็คือ . . .

The Saem : Saemmul Single Blusher


ถือเป็นบลัสออนที่เม็ดสีแน่นมากถ้าใครหนักมือปุ๊บเล่นงิ้วได้เลย สีมันชัดขั้นนั้นจริงๆ แถมสีที่ขายเนี่ยคือมีแต่สีน่ารักๆ ที่ใช้ได้จริง ปัดแล้วน่ารักสดใส โอ๊ยคือใช้ได้หลาย Look อะ การมีบลัสออนหลายๆสีทำให้ชีวิต Happy มีความสุขขึ้นมากๆ
มาถึงในหมวด Spray กันบ้าง มีทั้ง น้ำแร่ มีทั้ง Spray ไว้ฉีดทับ Makeup
ที่ใช้แล้วชอบก็มี 3 อันนี้เลย

DR.Somchai : Acne Lotion Spray


เป็นโลชั่นชนิดน้ำ ที่เจมส์ไว้ใช้ฉีดตอนเป็นสิว ฉีดได้ทั้งก่อนแต่งหน้าเป็นบำรุง แล้วก็ทับ Makeup ได้เช่นกัน ชอบตรงที่อุ่นใจ ฉีดแล้วรู้สึกว่าสิวจะต้องยุบแน่ๆ แต่ข้อเสียก็คือฉุน Alcohol อยู่เหมือนกัน

Bio-essence : Miracle Bio Water


สเปรย์น้ำแร่ที่ละอองละเอียดมากกกกกกผิวแพ้ง่ายใช้ได้ บำรุงผิวได้ดี makeup ก็ set ตัวสวยเพราะละอองเล็กมากกกกกก ขวดใหญ่ใช้ได้นานเลย ฉ๊ดแล้วไม่เปียกเป็นจุดๆ ดวงๆ แน่นอน

3CE Stylenanda : Moist Glossing Face Oil Mist


สำหรับใครชอบถ่ายรูป ฉีดก่อนจะถ่ายรูป ฉีดก่อนจะอัดวิดิโอก็จะได้ผิวที่สวย วาว เงาขึ้น ถ้าฉีดในชีวิตจริงก็คือได้เหมือนกันแต่ต้องเบาๆ เพราะถ้ามากไปปุ๊บ หน้าจะเป็นวงๆ ดวงๆ คราบได้เหมือนกัน
มากันในหมวด Hair Care กันบ้างบำรุงผมบ้างอะไรบ้าง
ปีนี้เน้นบำรุงใช้ของเกาหลง เกาหลี เป็นหลัก
เหตุที่หันมาดูแลผมเพราะเห็นผู้ชายเกาหลี เขาผมสวย ผมหนากันก็อยากมีบ้าง
ส่วนตัวแล้วผมบางไม่หนา ก็อยากบำรุงบ้างอยากผมสวย อิอิ

Ryo : Damage Care Shampoo and Conditioner


แชมพูและครีมนวด ของ “ รยอ ” ใช้ดีมากกกกกกก ผมแห้งเสีย ผมไม่นุ่ม ไม่ลื่นใช้ตัวนี้ผมค่อยๆดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและเห็นผลไวมากจริงๆ ส่วนผสมดีมีสารบำรุงผมจากธรรมชาติ อย่าง ดอกดงเบก (ดอกคามิเลีย/ดอกซึบากิ) + ทับทิม + โสม + สน และพืชอื่นๆ ใช้ดีจริงๆ ยี่ห้อนี้ลองใช้กันเด้อแล้วจะชอบ

Mise En Scene : Perfect Repair Hair Serum


น้ำมันใส่ผมของเกาหลี อันนี้ชื่อยี่ห้อว่า “มี จยาง เซน” เป็นตัวที่ดังมากๆ Blogger เกาหลี ก็ใช้กันเยอะ ผมลื่น นุ่ม เรียบ คือผมดีเลย กลิ่นหอม แต่เนื้อหนักไปหน่อย แค่นั้น อันนี้คนเกาหลีเองก็ใช้กันเยอะ ดังอันนี้ ชอบๆแต่ต้องเบามือ

Lucido-L : Argan Oil Hair Treatment Oil


ออยใส่ผมของญี่ปุ่น ที่กลิ่นหอมมาก เนื้อเบาสบายผม เนื้อบางเบา กระจายตัวกับผมได้ดี ผมนุ่ม ลื่น ชอบนะใช้นิดเดียวผมก็ลื่นแล้วอะ
มากันในหมวด น้ำหอมกันบ้าง ปิดท้าย
ปีนี้เจมส์ใช้ไม่เยอะ เลยใช้อะไรเรียบง่ายหน่อย ไม่อยากคิดเยอะ

Britney Spears : Fantasy EDP


น้ำหอมกลิ่นที่โหลอีกหนึ่งกลิ่น หวานๆ กลิ่นหวาน ฉุนๆชวนเวียนหัว มันขนมจ๋าเลย ก็แล้วแต่คนชอบด้วย ส่วนตัวคิดว่ามันหวานในระดับที่โอเค ก็เข้ากับเจมส์อยู่นะ

Christian Dior : J'adore Eau De Toilette Purse Spray


นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกลิ่นยอดฮิตสุดโหลอีกตัว แต่เป็น EDT ในไลน์ J'adore กลิ่นเป็นเอกลักษณ์ใครได้กลิ่นก็รู้ว่าฉีดอะไร แต่มันหอม Classic ละมุน อบอวลใช้ได้เลย

W.dressroom : New York No.49 Peach Blossom


น้ำหอมที่ฮิตในเกาหลียี่ห้อนี้วัยรุ่นใช้กันเยอะ กลิ่นที่เจมส์ชอบจะเป็นกลิ่นพีช เปรี้ยวอมหวาน กลิ่นสดใส ชวนให้อารมณ์ดีทั้งวัน ตัวนี้ฉีดเสื้อผ้า ข้าวของได้หมด กลิ่นติดระดับนึงแต่ไม่นาน สัก 3 ชม. ก็ไม่ค่อยได้กลิ่นโชยละ

Enchanteur : Eau De Cologne (Glamour + Miracle)


กลิ่นหอม กระจายตัวได้ดี กลิ่นติดไม่ทนต้องฉีดบ่อยๆเอาถ้าอยากให้ได้กลิ่นเรื่อยๆ กลิ่นออกแนวดอกไม้ น่าค้นหา ชวนหลงใหล ชวนงงงวย น่าพิสมัย โดยรวมแล้วชอบมากในวันสบายๆ หอมนะพูดเลยยี่ห้อนี้


-----------------------------------------
ก็หมดแล้วสำหรับของที่ใช้แล้วชอบ ใช้แล้วซื้อซ้ำวนไปบ่อยมากที่สุดในปี 2018 ที่ผ่านมา
ทุกตัวล้วนใช้แล้ว Happy ใช้แล้วอินสุดๆทุกตัว นี่คือคัดมาแล้ว (ซึ่งเยอะมาก)
เพื่อนๆที่อ่านๆมามี Item ชิ้นไหนใช้เหมือนเจมส์ไหมครับ ถ้าใครอ่านแล้วสนใจอยากลอง แนะนำเลยนะ
เพราะนี้รู้สึกดีทุกตัวเลย ก็อยากให้เพื่อนๆได้ลองเล่นกัน
จะได้ไม่พลาด Item ดีๆ เด็ดๆทั้งหมดนี้


ก็หวังว่ากระทู้นี้ของเจมส์จะมีประโยชน์แก่เพื่อนๆทุกคนไม่มากก็น้อยนะครับ
แล้วพบกันใหม่ รีวิวหน้านะครับ


วันนี้เจมส์ขอจบรีวิวเพียงเท่านี้นะครับ
อ่อแล้วก็สวัสดีปีใหม่ 2019 ด้วยนะครับ ขอให้เพื่อนๆมี ผิวที่สวยตลอดทั้งปีเลย

ขอบคุณครับ 
บ๊ายบาย

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย