{REVIEW} IDOH Mask (อิโดะมาส์ก) ผิวสวย ใสกริ๊งตอนรับปีใหม่ด้วยมาส์กหน้า 5 สเตป

JUBUJIBI

JUBUJIBI

ดู Profile

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ใกล้เข้ามาทุกทีนะ ยิ่งเดือนนี้เป็นเดือนแห่งการพักผ่อนไปอีก บีเชื่อว่าสาวๆ หลายคนน่าจะมีแพลนเที่ยว แพลนปาร์ตี้กันยาวๆ แน่นอน แต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่าจะเที่ยว จะปาร์ตี้ติดต่อกันหนักแค่ไหนก็ได้ แต่จะมาปล่อยให้ตัวเองดูโทรม หน้าล้าข้ามปีไม่ได้เด็ดขาด ผู้หญิงต้องหน้าเด้ง สุขภาพดีตลอดเวลานะรู้ไว้


วันนี้บีมีมาส์กหน้าตัวดีตัวเด็ดอยากจะมาแนะนำกัน ซึ่งบอกไว้ก่อนนะจ๊ะว่า Made in Korea งานนำเข้าไปอี๊ก มาส์กตัวนี้บีกล้าคอนเฟิร์มเลยว่าเด็ดจริงอะไรจริง ผิวบางแพ้ง่ายอย่างบีใช้ได้สบาย ไม่แสบไม่คันไม่แพ้ และที่แน่ๆ สิวไม่ขึ้นเพิ่มนะจ๊ะ ตอนนี้นางได้ย้ายตัวเองเข้าไปอยู่ในกรุลูกรักไปแล้วเรียบร้อย พูดไปจะหาโม้ เดี๋ยวจะโชว์ให้เห็นกันชัดๆเลยจ้า เริ่ม!!!


มาส์กหน้าตัวนี้ชื่อ Idoh Mask (อิโดะมาส์ก) ตัวน้องนางตอนนี้มีอยู่ 2 สูตรคือสูตร Wrinkle และสูตร Whitening ซึ่งสองตัวจะมีส่วนผสมหลักต่างกันแต่เด็ดดวงแบบไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ ไปดูกันที่สูตรแรกกันเลยฮะ


ตัวนี้คือ IDOH Mirror Wrinkle Care Mask นางมาในซองสีดำเด้อ ตัวนี้หลักจะช่วยในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย ช่วยฟื้นฟู ยกผิวให้กระชับเด้งดึ๋ง มีชีวิตชีวา ดูหน้าละอ่อนสวนทางกับอายุนั่นเอง  

สำหรับส่วนผสมของตัวนี้ที่อ่านดูมีพวกสารสกัดและออยล์จากธรรมชาติเยอะมาก จะให้ลากมาพูดก็คงไม่หมด แต่มี 3 ส่วนผสมหลักที่น่าสนใจในตัวอิโดะมาส์กสูตร Wrinkle นั่นก็คือ

  1. Actistem Gold Nest :: รังนกทองคำ 

เดิมทีตัวของรังนกจะอุดมไปด้วยกรดอะมิโน พอมาอยู่ในมาส์กก็จะช่วยในเรื่องของการสร้างโปรตีนและคอลลาเจนในชั้นผิว

  1. Skinergium R Bio :: สารสกัดจากรากนาคา :: โสมเปรู

ตัวนี้มีสารสำคัญจินเซนโนไซด์และฮอร์โมนเอสโตรเจน อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เป็นตัวหลักที่ช่วยในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นนะจ๊ะ

  1. Blossom Tea Complex :: สารสกัดจากดอกไม้

ดอกไม้ในที่นี้มีทั้ง Evening primrose, Japanese apricot flower, Chrysanthemum flower, Safflower และ Cherry blossom ซึ่งสารสกัดจากดอกไม้ทั้ง 5 นี้สามารถช่วยลดการอักเสบของผิว ช่วยล้างสารพิษ และผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใสด้วยนะ


สำหรับอีกหนึ่งสูตรที่ไม่พูดคงไม่ได้นั่นก็คือ IDOH Mirror Whitening Mask ซองสีขาวนี้นั่นเอง สูตรนี้เหมาะกับสาวๆที่ต้องการฟื้นบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใสโดยเฉพาะเด้อ

ตัวนี้มีส่วนผสมพวกสารสกัดและออยล์จากธรรมชาติเยอะไม่แพ้สูตร Wrinkle เลย ตัวหลักๆ ที่น่าสนใจมี 3 ตัวนั่นก็คือ

  1. Alpaflor Gigawhite :: สารสกัดจากดอกไม้บนเทือกเขาแอลป์

ดอกไม้ที่ว่านี้ก็ได้แก่ Mallow, Peppermint, Clowslip, Alchemilla vulgaris, Veronica officinailis, Melissa officinailis leaf และ Achillea mileolism ดอกไม้เหล่านี้มีส่วนช่วยในเรื่องการปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใสอย่างสม่ำเสมอ สามารถลดเลือนจุดด่างดำ รักษาฟื้นฟูผิวที่คล้ำเสียจากแดดได้ด้วย

  1. Omija Peptide

สารสกัดตัวนี้ช่วยในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระภายในเซลล์ผิว ลดการอักเสบและชะลอการเสื่อมโทรมของผิว นอกจากนี้ยังช่วยปกป้องปิวจากแสงแดดและมลภาวะได้ด้วยเด้อ

  1. Glutathione 

กลูตาไธโอนตัวนี้เป็นส่วนผสมหลักที่เพื่อนๆ น่าจะคุ้นหูคุ้นตากันบ้างละ ตัวนี้เป็นสารกลุ่มไตรเปปไทด์ที่สามารถยับยั้งการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานินในชั้นผิว ทำให้ผิวหน้าดูขาวสว่างกระจ่างใสขึ้นจ้า


มาส์กทั้ง 2 สูตรของอิโดะต่างจากมาส์กของแบรนด์อื่นๆ ที่เคยใช้เด่นๆ เลยตรงที่ มาส์ก 1 แผ่นมีต้องทำถึง 5 ขั้นตอน ซึ่งก็เป็นขึ้นตอนการดูแลผิวง่ายๆ แบบเต็มสตรีมเหมือนทำสปาเองเลยหละ โดยเริ่มตั้งแต่ล้างหน้ายันทาครีมบำรุง คือบอกเลยว่าถ้าเดินทางหรือว่าต้องไปค้างที่อื่นแค่หยิบมาส์กตัวนี้ 1 แผ่นกับแปรงฟันยาสีฟัน แค่นี้ก็จบแล้วจริงๆ นะ สะดวกมากเว่อร์

เห็นว่ามี 5 Step แบบนี้กลัวจะใช้ยาก เสียเวลา บอกเลยว่าคิดผิดมาก คือใช้ง่ายมาก แต่ละขั้นตอนจะมีเขียนบอกติดซองไว้หมด จะง่ายจะยากเบอร์ไหนเดี๋ยวบีจะใช้ในดูกันไปเลย



เริ่มต้นกันเลยที่สูตร  IDOH Mirror Wrinkle Care Mask แค่เพื่อนๆ ฉีกแต่ละซองแยกจากกันตามรอยปรุแล้วเอามาเรียงเลขตั้งแต่ 1 ถึง 5 แค่นี้ก็ไม่สับสนแล้วว่าต้องเริ่มอันไหนก่อน

พอฉีกแยกกันแล้วก็ทำการหยิบ 1 STEP ขึ้นมาแล้วล้างหน้าให้ไว

โฟมล้างหน้าของตัวนี้มีความมัดโฟมเด้อ หอมเย็นสบายผิวที่สุด สีของเนื้อโฟมจะแอบเทาๆ เนื้อโฟมกระจายตัวได้ดี ฟองไม่เยอะ แต่ให้เนื้อโฟมมมาเยอะมาก ล้างได้ 2-3 หน้าได้เลย ชอบๆ ที่สำคัญล้างเสร็จหน้าหายมัน แต่ก็ไม่แห้งตึงเด้อ


2 STEP เป็นขึ้นตอนแห่งการเพิ่มความชุ่มชื้น เรียบเนียน นางบอกว่าทาแล้วจะช่วยหยุดความมันที่จะขับออกมา เพื่อให้ผิวสามารถรับการบำรุงได้เต็มที่

เนื้อโทนเนอร์จะค่อนข้างเหลวนิดนึง ใสไม่มีสี กลิ่นหอมมชอบมากเลย ทาแล้วหน้านุ่มดีเว่อร์ 


พอทาโทนเนอร์เสร็จก็มาต่อกันที่ขั้นตอนแห่งการมาส์กซักทีจ้ากับ 3 STEP ขั้นตอนการแปะเขียนไว้ประกอบไว้ในรูปแล้วนะ ไปดูกันเลย

มาพูดกันเรื่องความชิคของแผ่นมาส์กหน้ากันหน่อย แผ่นมาส์กของอิโดะเนื้อส่วนใหญ่จะเป็นเรยอนสีดำ ซึ่งเรยอนเนี่ยตัวมันเองเป็น Synthetic Cellulose Fibers โดยส่วนตัวแล้วมันสามารถเก็บความชุ่มชื้นได้ดี ทำให้แผ่นมาร์กไม่แห้งไว และยังยึดเเกาะผิวได้ดีส่งผลให้การถ่ายโอนเซรั่มและสารบำรุงผิวต่างๆ เป็นไปได้ง่าย ตัวแผ่นมาส์กนี้ยังมีการฝังฟอยล์เป็นลวดลายสีทองไว้ด้วย ซึ่งมันไม่ได้มีแค่ความสวยงามเท่านั้น เพราะเนื้อฟอยล์จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและผลักสารบำรุงต่างๆ ที่อยู่ในแผ่นมาส์กเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้นด้วย (ข้อมูลแน่นจากการรีเสิร์ชฮะ >< )


แผ่นมาส์กที่แกะออกมาจากซอง นางมีความชุ่มฉ่ำดีมากเวอร์ ตอนแปะลงหน้าก็จะงงๆ หน่อย เพราะไม่รู้จะแปะบนรึว่าล่างก่อน แต่บีว่าเอาที่สะดวกเพราะมันก็ไม่ได้มีผลอะไร และที่สำคัญแปะง่ายมาก เพราะส่วนล่างกับบนแยกกันคนละด้าน ไม่ต้องกลัวว่าจะแปะอันนึงแล้วอีกอันจะยังจะเลื่อน คือสะดวกจริง 


ระหว่างที่มาส์กอยู่ แผ่นมาส์กมีความแนบแน่นติดหน้าเหมือนทากาวไว้เลย กระชับ ไม่เลื่อนไม่หล่น สามารปรับระดับตามความยาวของหน้าได้ด้วย พอครบเวลาก็ดึงแผ่นออกยังคงความชุ่มชื่นไว้อยู่ เนื้อเซรั่มของมาส์กอิโดะกำลังดีเลยแหละ ไม่หนักไม่เหนียว สบายหน้ามากๆ เลยค่ะ


พอล้างหน้าเสร็จมาต่อด้วย 4 STEP กับการทาโลชั่นนั่นเอง

เป็นการบำรุงอีกหนึ่งขั้นตอนก่อนปิดจบ ด้วยการลงเนื้อโลชั่นที่มีความเป็นน้ำ เพื่อให้คุณค่าของสารสกัดเข้าไปปะทะกับรูขุมขน ตัวนี้ทางแล้วหน้าจะเด้งๆ แอบมีความฉ่ำวาวแบบบสุขภาพดีให้เห็นด้วยเด้อ


มาสู่ขั้นตอนสุดท้ายแห่งการบำรุงผิวก็คือการปิดรูขุมขนทุกระเบียบนิ้วด้วยเนื้อครีมนั่นเอง กับ 5 STEP

ถ้าดูผ่านๆ เนื้อครีมตัวนี้จะไม่ค่อยต่างจากโลชั่นในขั้นตอน 4 เลย แต่ที่ต่างคือระดับความข้นนั่นเองฮะ ตัวนี้จะข้นกว่าเยอะ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับข้นจนเกลี่ยยาก กลับเกลี่ยง่ายมาก ไม่เหนียวเหนอะหนะหน้าด้วย 


สำหรับสูตร IDOH Mirror Wrinkle Care Mask บีว่าตอบโจทย์สำหรับสาวๆ ที่ต้องการผิวเด้งสุขภาพดีมากๆ เพราะมาส์กเสร็จจะรู้สึกถึงความยืดหยุ่น เด้งดึ๋ง ความชุ่มชื่น อิ่มน้ำเวอร์  ถ้ามาส์กไปเรื่อยๆ ริ้วรอยลึกๆ น่าจะตื้นขึ้นได้ดีเลย


มาต่อกันที่อีกสูตรเลยดีกว่า เชื่อว่าสาวๆหลายคนน่าจะรอคอยกันกับ  IDOH Mirror Whitening Mask สูตรพิเศษสำหรับเพิ่มความขาวกระจ่างใสนั่นเอง

ขั้นตอนหลักๆ ของการใช้มาส์กอิโดะ บีอธิบายอย่างละเอียดไว้กับสูตร Wrinkle แล้วเนาะ แต่จุดที่ต่างกันของสองสูตรนี้ก็คือสิ่งที่อยู่ในซองของแต่ละขั้นตอนนั่นแหละฮะ งั้นไปเริ่มต้นดูกันแบบละเอียดๆ เลยดีกว่า

โฟมล้างหน้าของสูตรนี้จะเป็นสีขาวล้วนเลย เนื้อจะหนืดๆหน่อย กลิ่นจะหอมต่างกับสูตรที่แล้ว แต่ล้างสะอาด หน้าไม่มัน ที่สำคัญให้มาเยอะเหมือนกันเลย <3

หลังจากล้างหน้าก็มาทาต่อด้วยโทนเนอร์ ซึ่งตัวนี้เป็นเจลใส มีความเหลวเกลี่ยนลื่น ซึมเข้าผิวได้ดีมากเลย พอทาเสร็จหน้าเด้งทะลุกระจกไปเล๊ย


มาต่อกันด้วยหัวใจของการมาส์กหน้า นั่นก็คือแปะแผ่นมาส์กนั่นเองจ้า

แผ่นมาส์กหน้าของสูตร Whitening นี้เป็นเนื้อเรยอนสีดำเหมือนกัน แต่ฟอยล์จะเป็นสีเงินวิ้งๆ สามารถเกาะผิวติดแน่นไม่แพ้สูตรแรกเลย พอถึงเวลาเอาออกไม่รู้ว่ารู้สึกไปเอารึป่าว แต่ผิวดูสว่างอิ่มน้ำ ชุ่มฉ่ำเนียนดีมากเว่อร์ ที่เห็นว่าหน้าฝากเงา ไม่ใช่เพราะแอบเอาเอาออยมาขัดหัวล้านหรอกนะ ( มุกฆ่าตัวเองชัดๆ 5555 )


หลังจากมาส์กเสร็จก็ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดแล้วมาต่อด้วยโลชั่นจ้า


โลชั่นตัวนี้เนื้อจะมีสีขาวขุ่นเนียนๆ มีความเหลวเกลี่ยลื่น ทาแล้วหน้านุ่มลื่น เด้งมือดีเวอร์ จนเผลอตบหน้าตัวเองเล่นเลยฮะ

อีกหนึ่งจุดที่ต่างกันระหว่างสูตร IDOH  Whitening กับสูตร IDOH  Wrinkle นั่นก็คือเจ้าเนื้อครีมนี่แหละจ้า ตัวนี้จะเป็นเนื้อครีมแบบมองออกชัดๆเลย เนื้อสีขาวดูแน่นๆ แต่เกลี่ยง่ายเหมือนกัน พอทาแล้วหน้าชุ่มชื้นและดูสว่างขึ้นแบบเห็นได้ชัดเลยจ้า


สรุปผลโดยรวมจากการใช้ IDOH mask 

บีชอบความให้เยอะไม่ว่างจะเนื้อโฟม โลชั่น หรือครีม คือบางทีแอบแบ่งใช้ได้ตั้ง 3 ครั้ง (เอ๊ะ ใช้ได้เยอะเพราะงกรึป่าวนะ) ความใจปั่มนั้นยกให้นางจริงๆ สำหรับเรื่องแผ่นมาส์กคือดี ถึงหน้าบีจะมาความบานแล้วคิ้วต่ำก็ยังคลุมได้หมด เข้ามรูปติดแนบแน่นกับหน้าได้ดี เก็บได้ทุกสัดส่วน ที่สำคัญมาส์กไม่กินไรผมตรงแง่งหงีบ เหมือนนางเกิดมาเพื่อช้านน เพราะบางแบรนด์มาส์กหน้าไปยังมาส์กผมแง่งหงีบซะแฉะเลย 55555 


สำหรับเรื่องความหน้าเด้ง อิ่มน้ำ ต้องยกให้ เต็ม 10 ให้ไป 10

แล้วก็อีกหนึ่งความดีก็คือมาส์กแล้วแต่งหน้าติดทน ผิวเนียนดีมากเลย


ปล. การมาส์กหน้าไม่ได้จำเป็นเฉพาะคนหน้าแห้งเท่านั้นนะ สำหรับสาวหน้ามันนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำเหมือนกันเพราะต้นเหตุของหน้ามันนั้นเกิดจากการที่ใบหน้าแห้ง ขาดความชุ่มชื้นเกินไป ร่างกายก็เลยขับ Sebum ออกมาทดแทนน้ำมันหรือว่ามอยเจอร์ไรเซอร์ที่ขาดไปนั่นเอง ซึ่งถ้าหากเราบำรุงผิวให้ดี หมั่นเติมความชุ่มชื้น เติมน้ำให้ผิวอยู่อย่างสม่ำเสมอ เผลอๆ หน้าหายมันไปโดยไม่รู้ตัวได้ด้วยนะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย