Lady Dior ที่เป็นได้มากกว่ากระเป๋า เดินชมความอาร์ตที่ ICONSIAM

theminnie

theminnie

ดู Profile

ไอคอนสยาม ห้างใหม่ก็อยากเห่อบ้าง ขอชื่นชมความงามอันเป็นที่เลืองลือซักรอบสองรอบ

ไปครั้งล่าลุดนี้ ก็เดินวนๆ พลัดหลงกับเพื่อน จนไปตรงชั้นที่มีพวกภาพวาด งานศิลป์อยู่ตรงโซน ICONLUXE (เอาจริงก็ยังงงกับโซนต่างๆ) เดินผ่านเห็นคำว่า Lady Dior ก็เออ ร้านดิออร์อยู่ตรงนี้ไง

แต่มันไม่ใช่ร้านขายกระเป๋านะจ๊ะ เป็นดิสเพลย์กระเป๋า Lady Dior สารพัดมุมมอง ยิ่งน้องๆ ที่ดูแลโซนนี้เชื้อเชิญและเวลคัมคนผ่านไปมากๆ ก็เลยแวะเข้าไปดูระหว่างรอเพื่อนซะหน่อย
สะพายลองฌองป์คัสตอมสาย ไปดูเลดี้ดิออร์ ก็จะเขินหน่อยๆ แต่เค้าไม่ว่าอะไรน้า น้องๆ ต้อนรับดีมากๆ ค่ะ
"สะพายลองฌองป์คัสตอมสาย ไปดูเลดี้ดิออร์ ก็จะเขินหน่อยๆ แต่เค้าไม่ว่าอะไรน้า น้องๆ ต้อนรับดีมากๆ ค่ะ"
ก่อนเข้าไปชมเลดี้ดิออร์จากสารพัดการตีความ น้องๆ ก็จะมอบไอแพดให้เราค่ะ เป็นข้อมูลของงานแต่ละชิ้น คอนเซ็ปต์ เผื่ออยากเข้าใจมากขึ้น แต่ด้านในก็มีน้องๆ พร้อมอธิบายให้ฟังเช่นกันนะคะ
ชอบดิสเพลย์ชุดนี้ที่สุด เลยถ่ายรัวๆ เพราะถ่ายยังไงก็ไม่สวยเท่างานจริง เป็นกระดาษค่ะ

ชื่องาน The Wandafulbag, 2013 เป็นงานกระดาษจาก Wanda Barcelona ศิลปินกลุ่มนี้ถนัดทำงานกระดาษ การ์ดบอร์ด

ยืนส่องความละเอียดของชิ้นงานอย่างทึ่งมาก เลยกลับมาค้นวิธีทำต่อ

จิ้มดูได้เลยค่ะ จะเห็นว่าเค้าประกอบร่างเลดี้ดิออร์ที่แสนจะบอบบางนี้ขึ้นมายังไง
Lady Dior As Seen By Wanda Barcelona
ถัดจากความบอบบางสุดๆ มาหยุดที่ความสตรองกันดีกว่า

ชอบคอนเซ็ปต์งานชิ้นนี้มากค่ะ ความแข็งแกร่งกับความสามารถในการทำลายล้างของผู้หญิง เป็นเลดี้ดิออร์ที่ทำจากแก้วคามิโอ ทรงกระเป๋าระเบิดออกมาเบอร์นั้น (เหมือนกระเป๋าตังค์เราตอนซื้อเลดี้มั้ย ?)

"ทุกการทำลายล้างคือการสร้างสรรค์" ปิกัสโซ่ว่าไว้ เลยเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินผลิตงานชิ้นนี้ออกมา แล้วส่งต่อแรงบันดาลใจให้เรากล้าทำลายอะไรบางอย่าง เพื่อค้นพบอะไรบางอย่างใหม่ๆ ต่อไปได้อีก

ปล. ก่อนคริสเตียน ดิออร์จะเปิดห้องเสื้อ เค้าเป็นเจ้าของแกลลอรี่มาก่อน และได้เป็นที่แรกๆ ที่วางขายและแสดงผลงานของศิลปินช่วงนั้น เช่น ดาลี, ปิกัสโซ นี่ล่ะ
Lady Rock, 2012 by Angélique Lecaille ศิลปินชาวฝรั่งเศส
"Lady Rock, 2012 by Angélique Lecaille ศิลปินชาวฝรั่งเศส"
แกร่งเป็นแก้วไปแล้ว ก็ยังกลายเป็นหินได้อีก Lady Rock ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานาน ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง จิตวิญญาณของแบรนด์ดิออร์ก็ยังแข็งแกร่งอยู่เสมอ มีโหลแก้วครอบเข้าไปอีก เป็น timeless กันไปเลย

เห็นงานชิ้นนี้แล้ว ตอกย้ำว่า ดิออร์ไม่ใช่แต่จะหวานๆ นะจ๊ะ มันแข็งแรงและเป็นอมตะได้แค่ไหน 
แก้วแล้ว หินแล้ว ต่อที่เหล็กกันเลยค่ะ

ใบโปร่งๆ เหล็กๆ นี้เป็นผลงานของดีไซเนอร์ชาวไทยค่ะ คุณรัตนา สาลี เล่าถึงความทันสมัยของกรุงเทพฯ Modern City, Modern Life คือที่นี่ใส่ไอเดียลงไปได้มากมาย จุเพียบเหมือน Lady Dior

แต่ตรงโลโก้ดิออร์ จัดเป็นไม้นิดนึง เพื่อเพิ่มความละมุนให้ชิ้นงาน

ด้านหลังมองทะลุกระเป๋าไปโน่นก็เป็น ผลงานจาก 2 ช่างภาพชาวไทย ที่พา Lady Dior ตระเวนถ่ายภาพกับสถานที่ต่างๆ ในจันทบุรี กับ ตราดทั้งหมด 144 ภาพด้วยกล้องฟิล์ม ที่เลือก 2 จังหวัดนี้เพราะมีความเชื่อมโยงกับฝรั่งเศสตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม และยังมีร่องรอยอาคารบ้านช่องแบบยุโรปอยู่

ส่วนใบแดงโปร่งๆ เป็นโครงเหมือนกันคือ Lady Bomb ค่ะ ที่บรรจุอยู่ในกระเป๋านั้นคือ Atomic Bomb หรือระเบิดปรมาณู 2 ลูกที่ทำลายล้างกันไปค่อนโลก

เข้าสู่ช่วงวิชาประวัติศาสตร์นิดนึง.... ช่วงที่แบรนด์ดิออร์กำเนิดขึ้นมา คือตอนท้ายของสงครามโลก คริสเตียน ดิออร์ตั้ง The House of Dior ขึ้นมาช่วงปี 1946 (ระเบิดปรมาณูถูกใช้ในปี 1945)

ศิลปิน Erdal Duman เลยเลือกใช้เหล็ก และสีจากโลหะสะท้อนแสง เพือสะท้อนภาพจากสงครามในช่วงเวลาเริ่มต้นของแบรนด์

Lady Dior โปร่งๆ โล่งๆ ทั้ง 2 สไตล์นี้ ดีเทลและคอนเซ็ปต์แน่นมากค่ะ


Lady Dior เป็นของแข็งหรือของเหลว.... เห็นทีไรใจละลาย (อยากได้ไง ?)

ศิลปินตัดแผ่นเหล็กออกมาให้เหมือนน้ำไหล (แต่เราดูแล้วอารมณ์เหมือนเหล็กละลาย)

ขออภัยจำรายละเอียดอื่นไม่ได้ เพราะมัวแต่ใจละลายไปกับกระเป๋า ภาพแบคกราวนด์ด้านหลังก็ชอบค่ะ ดึงความเท่ขอแบรนด์ออกมา
เลดี้ดิออร์เป็นอะไรได้สนุกๆ พอๆ กับทรานส์ฟอร์เมอร์ส เจอรุ่นกรงนกเข้าไปมันใช่เลย

ส่วนใบโปร่งๆ สีน้ำเงินนั่น.... Iron, Neon Light เอาเครื่องดักยุงมาเป็นทรงกระเป๋า คือหิ้วดิออร์ก็ใช้ชีวิตเรียบง่าย กลางทุ่ง ยุงและแมลงได้นะจ๊ะ 

ขอเอาไปตั้งไว้ตอนปาร์ตี้เอาท์ดอร์น่าจะดี --- เครื่องดักยุงชิ้นนี้ราคาจะเท่าไหร่ ถ้ามีประมูลอยากจะสู้ดู (ไหวไม่ไหวอีกเรื่อง ?)

อีกงานที่ชอบ... Lady Brick ความอิฐนั้นทำให้ลายคานนาจ ซิกเนอร์เจอร์เป็นนูนเด่นขึ้นมา จริงๆ สีอิฐก็สวยอยู่ แต่นี่อิฐจริงๆ อยากลองหิ้วมาก ว่าจะได้ความรู้สึกยังไง

Eternal Muse, 2016 by Ran Hwang ศิลปินเกาหลี
"Eternal Muse, 2016 by Ran Hwang ศิลปินเกาหลี"
ใบนี้ไม่หวือหวาแต่งดงาม ใช้กระดุม เข็มหมุด ทำให้กระเป๋าเป็นงานชมซากุระไปได้เลย งานละเอียดจริงๆ ค่ะ
มีกระเป๋าอีกหลายใบที่ศิลปินทั่วโลกเค้าตีความมา ภาพถ่ายตามผนังอีกเพียบเลยค่ะ ถ่ายมาได้เท่านี้ เลือกที่ชอบ (และพอเข้าใจคอนเซ็ปต์) ถ้ามีเวลาคงดูได้เยอะกว่านี้... หรืออาจเดินไปต่อที่ชอปดิออร์กันไปเลย ?
Lady Dior As Seen By
มีถึงวันที่ 20 มกราคม 2562
ชั้น 1 โซน Iconluxe, Iconsiam
เปิดให้เข้าชมระหว่าง 11 โมงถึง 2 ทุ่ม

ถ้าแวะไปแถวนั้น ลองเข้าไปชื่นชมเลดี้ดิออร์กันเพลินๆ ได้ค่ะ แต่อย่าคิดซื้อนะ... เพราะเค้าไม่ได้ขาย ?

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย