ศึกประชันแป้งพัฟ สวยแพงในราคาหลักร้อย #ใครได้ไปต่อ #เครื่องสำอาง2018

bekin.co

bekin.co

ดู Profile

สวัสดีค่าาา กลับมาพบกับกระทู้ที่ทุกคนน่าจะรอคอยยย
นั่นคือการสวอช และเทสต์ทดสอบ สี ความติดทน แบบถี่ยิบตามแบบฉบับของปาย

วันนี้ เราจะมาเทสต์ แป้งพัฟผสมรองพื้น 4 ตัว ที่ราคาเบาๆ
ที่คิดว่าสาวๆควรมีติดกระเป๋าไว้
มาดูกันว่า คนผิวสองสีอย่างเรา จะรอดมั้ยย
แป้งจะช่วยกลบ ทั้งปัญหา รูขุมขนกว้าง
จุดด่างดำ ทั้งหลาย เช่น ฝ้า กระ รอยสิว
และจะช่วย หน้าหมองคล้ำ ผ่องใสขึ้นได้รึเปล่า มาดูกันนนค่าาาา

โดยตามหลักปกติแล้ว เวลาเลือกสีแป้ง เราจะเลือกสีที่ "อ่อนกว่า" เล็กน้อย
เพราะเครื่องสำอางค์บางแบรนด์ มีการ อ็อกซิไดซ์
คือเมื่อทาไปแล้ว ซักพักจะเข้มขึ้น
อีกทั้งถ้าเราเลือกสีปกติหรือสีเข้ม อาจทำให้ผิวหน้าของเรานั้นดูหมอง
หรืออาจทำให้ "เทา" ไปเลย
  1. แป้ง Cathy Doll - Magic Dolly Face Two Way Cake Powder SPF30 PA+++
    (12 กรัม ราคา 275 บาท)
  2. แป้ง เจ้านาง - Perfect Bright UV 2way powder foundation SPF20 PA+++
    (10 กรัม ราคา 350 บาท)
  3. แป้ง ZA - True White Plus Two-Way Foundation SPF20 PA++
    (9 กรัม ราคา 389 บาท)
  4. แป้ง Revlon - New Complexion Long-Wearing Whitening 2-way foundation SPF20
    (13 กรัม ราคา 375 บาท)
ในส่วนของผิวปาย พื้นผิวเลยเป็นคนผิวแห้ง 
แต่ในส่วนของใบหน้า เป็น ผิวผสม ค่ะ (คือแห้งบางส่วน มันในทีโซน และข้างๆจมูก)
แถมยังระคายเคืองง่าย คือถ้าตัวไหนไม่โอเค
มันจะฟ้องขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจนเลยค่ะ T_T
รูขุมขนกว้าง มีปัญหารอยดำ สิว ฝ้า กระ (อายุใกล้เลข 3 อะไรๆมันก็ไม่ได้ดั่งใจ!!)

...เราจึงจะมาสืบเสาะตามหาว่า...
แป้งตัวไหน จะเข้ามาช่วย หรือ ฉุด ประชันกันไปโลดดดดด

1. แป้ง "Cathy Doll- Magic Dolly Face Two Way Cake Powder" SPF30 PA+++ 

หยิบเพราะพรีเซนเตอร์เลยค่ะคุณพี่ (อุ๊บบบส์ คิดดังไปมั้ยเรา)

จริงๆแล้วที่หยิบมา เพราะเค้าบอกว่า เป็นแป้งติดแอร์ ต่างหากล่ะ
คือ เมื่อเหงื่อยิ่งออก จะยิ่งรู้สึกเย็น
ซึ่งเหมาะกับอากาศร้อน ที่เหงื่อออกง่ายอย่างบ้านเรามากๆ
(อยากรู้ว่าจะเป็นยังไง เลยขอลองซักหน่อยย)


แป้งตัวนี้เค้ามี นวัตกรรมป้องกันรังสีอินฟาเรด และรังสียูวี
ซึ่ง SPF ให้มาถึง 30 พร้อม PA+++
ซึ่งปายว่าโอเคในระดับนึงเลย สำหรับการกันพวกรังสียูวี
กันแสงจากหน้าจอมือถือ หน้าจอคอม หรือหลอดไฟในห้อง

ทางแบรนด์เค้าเคลมแป้งตลับนี้ เรื่องความคุมมัน และความบางเบา
กันเหงื่อ กันน้ำ ไม่ไหลเป็นคราบ
พร้อมทั้งปกปิดรูขุมขน แบบตบปุ๊บก็เป๊กเลย

และที่สำคัญ ตัวแป้งนี้ มีเฉดมาให้เลือกเยอะมากกกกกถึง 5 เฉดด้วยกัน  
ค่อนข้างครอบคลุมเลยทีเดียว สำหรับสาวๆทุกเฉดสี
ผิวโทนเหลือง
#21 Light Beige (ผิวสว่าง)
#23 Natural Beige (ผิวปานกลาง-สองสี)
#25 Sand Beige (ผิวสองสี-ผิวเข้ม)



ผิวโทนชมพู
#22 Fair Beige (ผิวสว่าง)
#27 Walnut Beige (ผิวสองสี-ผิวเข้ม)
ปายเลือกหยิบเบอร์ #21 เพราะคิดว่า อยากได้สีไบรท์กว่าผิวตัวเองนิดหน่อย   (กลัวเลือกสีเข้มแล้วหน้าจะดร็อป ดูหมอง)
"ปายเลือกหยิบเบอร์ #21 เพราะคิดว่า อยากได้สีไบรท์กว่าผิวตัวเองนิดหน่อย (กลัวเลือกสีเข้มแล้วหน้าจะดร็อป ดูหมอง)"

แพคเกจจิ้งน่ารักกกกมากก ตามสไตล์ Cathy Doll

มาเป็นตลับแบบกลม ส่วนตัวค่อนข้างชอบ
เพราะหยิบจับง่าย พกพาสะดวก

แถมมี 2 ชั้น คือ ชั้นที่เป็นแป้ง กับชั้นเก็บพัฟ

ทำให้ไม่แป้งไม่เปื้อนพัฟขณะที่เก็บ
พัฟแบบกลม ขนาดเหมาะมือ ถึงจะบางไปนิดดด  แต่พัฟละเอียดและแน่น ตบกับหน้าแล้วมันมือดีมาก
"พัฟแบบกลม ขนาดเหมาะมือ ถึงจะบางไปนิดดด แต่พัฟละเอียดและแน่น ตบกับหน้าแล้วมันมือดีมาก"
เริ่มตบแป้ง แบบไม่ลงคอนซีลเลอร์ รองพื้น แก้มและลิปสติก
"เริ่มตบแป้ง แบบไม่ลงคอนซีลเลอร์ รองพื้น แก้มและลิปสติก"

เริ่มตบแป้ง แบบไม่ลงคอนซีลเลอร์ รองพื้น แก้มและลิปสติก
ดูการปกปิด ความเข้ากันกับสี ไม่เทาและไม่ลอย
Cathy Doll ทำได้เริศอยู่
จะเห็นว่ารอยกระ รอยดำสิวเสี้ยนที่จมูก และใต้ตา แทบมองไม่เห็นเลยจ้าาา
เมื่อเวลาผ่านไปแป้งก็ไม่เป็นคราบนะ ไม่ตกร่องด้วย


เนื้อเนียนละเอียด เกลี่ยง่าย ในส่วนของรอยกระ จุดด่างดำ หรือใต้ตา
ต้องตบซ้ำๆหลายครั้ง
แต่ก็ไม่เป็นคราบ ไม่ดูโบก ดูเป็นธรรมชาติ

สีที่เลือก อาจจะดูสว่างกว่าหน้านิดหน่อย (เพราะเผื่อลงรองพื้น)
หากลงรองพื้น แล้วมาลงแป้ง คิดว่าสีน่าจะพอดีเป๊ะๆเลย 

เรื่องของการปกปิด ถือว่า Magic Dolly Face
ทำได้น่าพอใจมากๆ คือเบลอรูขุมขนจริงๆ
ซึ่งปกติเวลาปายทาแป้ง ตรงร่องสิวเสี้ยน ทาแล้วจะเป็นจุดๆ 
แป้งพี่เป๊กคือเบลอไปเลย เนียน ไม่เป็นคราบเลยค่ะ เลิฟฟฟฟฟฟฟเว่อร์
ทดสอบการฉีดน้ำลงบนหน้า แล้วเช็ดออก ไม่มีสีหรือแป้งหลุดติดมาเลยยยจ้าา  (ไอเท็มนี้ไปสวยๆริมทะเลได้ อิ๊ๆ)
"ทดสอบการฉีดน้ำลงบนหน้า แล้วเช็ดออก ไม่มีสีหรือแป้งหลุดติดมาเลยยยจ้าา (ไอเท็มนี้ไปสวยๆริมทะเลได้ อิ๊ๆ)"
ทดลองทาแป้งแล้วออกไปผจญภัยข้างนอก เจอเหงื่อและฝุ่น
ตามสไตล์กรุงเทพ ชีวิตดีๆที่ลงตัว
(น่าจะประมาณ 6-8 ชม. หลังจากทาแป้งค่ะ)
ปรากฏว่า หน้าไม่มันเลย ไม่เป็นคราบ ไม่ไหลเยิ้ม แถมยังรู้สึกสบายผิว
มีต้องเติมบ้าง หลังจากที่เหงื่อออกไปแล้ว
Finished Look ของ Cathy Doll - Magic Dolly Face จ้าาา
แค่ปัดแก้มเพิ่ม กับทาลิปเองน้าาา แค่นี้หน้าก็จัดเต็ม ดูไม่โบ๊ะ
แถมบางเบา แล้วอ่ะะะ
(ถ้าลงรองพื้น คือสุดแน่นอนนน)

เหมาะกับสาวๆที่ชอบงานผิวแบบ เนียนกริบ ดูไม่โบ๊ะ ไม่โบกนะจ๊าา
งานปกปิดรอยแดง รอยดำ และคุมมันมาครบเลยจริงๆค่ะ

2. แป้ง "เจ้านาง - Perfect Bright UV 2way powder foundation" SPF20 PA+++

แป้งเจ้านาง แบรนด์สัญชาติไทย ชื่อเสียงค่อนข้างหนักแน่นเรื่องความคุมมัน
ทางแบรนด์เคลมว่า เน้นการปกปิด เกลี่ยง่าย กันเหงื่อติดทนนาน ไม่เป็นคราบ

จากเดิมเลยที่เค้ามีแค่ 2 เฉดนะ แต่ตอนนี้จะบอกว่า เค้ามีให้เลือกถึง 4 เฉดแล้วจ้า
#C1 ผิวขาว
#C2 ผิวสองสี
#C3 ผิวสีแทน
#C21 ผิวขาวเหลือง
ปายเลือกหยิบเบอร์ #C21
"ปายเลือกหยิบเบอร์ #C21"
แพคเกจจิ้งของเจ้านาง จะมาเป็นแบบกลม มันเริศมาก
เหมือนกับของ Cathy Doll คือ พกพาสะดวก หยิบจับ ใช้งานสะดวก
แต่ ของเจ้านาง มาตกม้าตายตรง ไม่มีชั้นแยก พัฟต้องวางบนแป้งค่ะ
(แอบเลอะเทอะนิดหน่อย  แล้วแต่ความชอบเนอะ บางคนอาจไม่ซีเรียส)
พัฟมาแบบกลม ขนาดกำลังดี
เนื้อนิ่ม ละเอียดและแน่น โบ๊ะมันดีเช่นเดียวกับ Cathy Doll
เริ่มตบแป้ง แบบไม่ลงคอนซีลเลอร์ รองพื้น แก้มและลิปสติก
ดูการปกปิด ความเข้ากันกับสี ไม่เทาและไม่ลอย
เจ้านาง ยังเห็นรอยกระอยู่นิดหน่อย ถือว่าทำได้ดีเลย
ส่วนรอยสิวเสี้ยนที่จมูก ก็โอเคค่ะ ไม่เป็นขุยๆ หรือติดร่อง
ใต้ตาเฉยๆค่ะ อาจต้องพึ่งคอนซีลเลอร์


ทาครั้งแรกคือแบบ ผิวเป็นจุดๆๆ แล้วเหมือนไม่ค่อยติด
เลยล้างแล้วลองใหม่ ลืมไปว่าเป็นแป้งของคนผิวมันจ๋า
คนผิวผสมอย่างเรา คือใช้แล้วมันอาจจะไม่ได้อย่างที่เค้าเคลม

เราทดลองฉีดน้ำลงไปบนหน้าก่อน แล้วจึงตามด้วยแป้งเจ้านาง
ผลคือ แป้งติดดีขึ้น กว่าตอนแรกค่ะ
(สำหรับคนที่ผิวหน้าไม่มันมาก
ให้ลองวิธีแบบปายนะคะ จะได้ไม่เจอปัญหาผิวฝืดๆตอนทาครั้งแรก)

เนื้อแป้งมีความละเอียด ผิวเนียนนุ่มดีค่ะ
ในส่วนของงานปกปิด เวลาใช้งานจริง อาจต้องพึ่งคอนซีลเลอร์อีกนิดหน่อย
เรื่องของความเทา มีให้เห็นบ้าง  เห็นชัดในส่วนของ JawLine (คางใกล้ๆมาทางคอ)
เดี๋ยวจะทดลองลงรองพื้นก่อน แล้วลงแป้ง อาจจะช่วยให้ดีขึ้น
ทดสอบการฉีดน้ำไปที่หน้า แล้วเช็ด
ไม่มีคราบ หรือ แป้งติดออกมา โอเค ผ่าน ! 

ทดลองทาออกไปเผชิญมลภาวะ
(ประมาณ 6-8 ชม. เท่ากัน)
แป้งเจ้านางติดทนดี คุมมันได้ดี
แม้ว่าจะเจอแดด เจอเหงื่อ ก็ไม่เป็นคราบ
มีต้องเติมบ้าง ตามปกติ หลังเหงื่อออก
Finished Look ! ของเจ้านาง ค่าาา   เพิ่มแค่แก้ม และ ปากเบาๆ
"Finished Look ! ของเจ้านาง ค่าาา เพิ่มแค่แก้ม และ ปากเบาๆ"

3. แป้ง " ZA - True White Plus Two-Way Foundation "

SPF20 PA++

แป้งแบรนด์ในเครือชิเซโด้ จากแดนอาทิตย์อุทัย
เป็นแป้งผสมรองพื้นสูตรไวท์เทนนิ่ง
 คือมีการใส่สารสกัด Vitamin C เพิ่มลงไปในแป้งด้วยย
เพื่อช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดี ดุจสาวญี่ปุ่น
มีโทนสีให้เลือกเยอะอีกแล้วว คือดีย์ค่ะซิส

แป้งเค้ามี 6 เฉดสีให้เลือก

ผิวโทนเหลือง
#20 ผิวสว่าง
#21 ผิวปานกลาง
#22 ผิวสองสี

ผิวโทนชมพู
#32 ผิวสองสี
#33 ผิวแทน
#34 ผิวเข้ม
ปายเลือกหยิบเบอร์ #21 มาลอง
"ปายเลือกหยิบเบอร์ #21 มาลอง"
แพคเกจจิ้ง มาเป็นแบบเหลี่ยม ดูเรียบ เก๋
ส่วนตัวไม่ค่อยถนัด เพราะทรงยาว
แต่ถาดแป้ง กับ ถาดพัฟแยกกัน ไม่เลอะเทอะดี
พัฟสีครีมอมชมพู ดีย์ย์ย์ คือส่วนตัวชอบ เพราะมันดูไม่เลอะ   มาเป็นแบบขอบมน เนื้อแน่น นุ่ม ดี
"พัฟสีครีมอมชมพู ดีย์ย์ย์ คือส่วนตัวชอบ เพราะมันดูไม่เลอะ มาเป็นแบบขอบมน เนื้อแน่น นุ่ม ดี"
ตบแป้ง แบบไม่ลงคอนซีลเลอร์ รองพื้น แก้มและลิปสติก
เพื่อดูการปกปิด ความเข้ากันกับสี ไม่เทาและไม่ลอย

ผลที่ได้ ZA เทาไปหน่อยอะ สงสัยเลือกผิดเบอร์
การปกปิดทำได้โอเคในระดับนึง
แอบเป็นขุยๆที่จมูกนะ ใต้ตาพอเบลอๆไปได้หน่อยนึงค่ะ

เนื้อเนียน แอบรู้สึกหนาๆ แต่ไม่มาก
โอเคอยู่ค่ะ ใช้ได้
แต่ทำให้ตรงจมูกเป็นขุยๆนิดนึงนะ
สงสัยว่า ตัวนี้เราต้องลองลงรองพื้นกันก่อนทาซะแล้ว
(แล้วจะมารีวิวอัพเดตกันอีกทีน้า)
ทดสอบการกันน้ำ ดีค่ะ ไม่มีแป้งหลุดติดมาจ้าา

ทดสอบการออกไปใช้ชีวิตเผชิญมลภาวะ และเหงื่อตามสไตล์
ไม่ทน คือประมาณซัก 2-3 ชม. ต้องเติมใหม่
และแอบมีหมอง ระหว่างวัน

4. แป้ง "Revlon -New Complexion Long-Wearing Whitening 2-way foundation SPF20"

แป้งแบรนด์สัญชาติอเมริกา ที่ข้ามฝั่งมาฮิตที่ไทยอยู่หลายตัว
เพราะราคาที่จับต้องได้ กับคุณภาพที่น่าพอใจ
ทำให้ปายหยิบแป้งพัฟของเค้ามาทดลองใช้

ซึ่งแป้งตัวนี้ ไม่มีน้ำหอม (Fragrance Free)
ดีต่อใจและดีต่อผิวมากๆ สำหรับคนที่ระคายเคืองผิวง่าย
แป้งตลับนี้โอเคเลย มีวิตามินอี ช่วยบำรุงผิวอีกด้วยยค่าา

ส่วนเฉดสีก็เริศค่าา มีมาให้เลือกถึง 5 เฉดสี ซึ่งค่อนข้างครอบคลุมดีนะคะ 

#04 Buff                  สำหรับผิวขาวอมเหลือง
#05 Sand Beige       สำหรับผิวขาวอมชมพู
#06 Natural Beige   สำหรับผิวสีกลางอมเหลือง
#07 Medium Beige สำหรับผิวสีกลางอมชมพู
#09 Tawny              สำหรับสีเนื้อเข้ม
ปายเลือกสี #06 Natural Beige มาลอง ค่ะ
"ปายเลือกสี #06 Natural Beige มาลอง ค่ะ"
แพคเกจจิ้งมาเป็นทรงเหลี่ยม ยาว (แบบยาวววจริงๆ จับไม่ถนัด)
มีถาดแป้ง กับ ถาดพัฟ แยกกัน (อันนี้โอเค คุยกันได้)
ที่ไม่โอสุด พัฟเล็กจับไม่ถนัดมือเลย 
แล้วก็ค่อนข้างบาง คือเราเป็นคนที่มีเล็บ ทำให้ต้องเกร็งมือตลอด
พยายามไม่ให้เล็บไปจิก กลัวว่าพัฟจะขาดได้
ตบแป้ง แบบไม่ลงคอนซีลเลอร์ รองพื้น แก้มและลิปสติก
ดูการปกปิด ความเข้ากันกับสี ไม่เทาและไม่ลอย
Revlon ปกปิดเฉยๆมาก
ตัวแป้งร่อน และทำจมูกเป็นขุยๆ
คือเนื้อแป้งเค้าค่อนข้างหนาด้วยแหล่ะ


ตบๆแป้งลงไปแล้วตรง จมูก กับตรงที่รูขุมขนกว้าง
ผลคือเป็นขุยๆเลย แบบเห็นชัดกว่าเดิม
งานปกปิดเฉยๆ เอาจริงๆสีสวยนะ ตอนสวอชสีที่หน้าคือ สีเดียวกันเลย
แต่พอลงแล้วคือไม่ค่อยโอเคค่ะ ไม่ค่อยเนียน
ทดสอบฉีดน้ำ ก็ไม่มีแป้งติดออกมานะ

แต่ออกไปทดสอบในมลภาวะ เมืองกรุงแล้ว
ทำได้ไม่ค่อยดีค่ะ สีดร็อป และหมอง ต้องเติมแป้งบ่อยๆ
Finished Look ! ของ Revlon 
จริงๆเราชอบสีมากๆนะ เพราะดูเหมือนสีใกล้เคียง
แต่แป้งดร็อปเร็วไปหน่อย
ปายลองไปรีเสิร์ชมาในเว็บเมืองนอก ปรากฏว่ารุ่นนี้ไม่มีขายแล้ว
ว่าจะลองเปลี่ยนรุ่น เพราะจริงๆแอบประทับใจเฉดสีแป้งของเค้าอยู่นะ

ลองมาดูเฉดแป้งใกล้ๆกันค่ะ ตอนลองหาสีแป้งควรลองบริเวณนี้นะคะ

จริงๆแล้ว ควรเลือกใกล้ๆกับ คอมากที่สุด  (ตำแหน่ง REVLON กำลังดีค่ะ)

เพื่อหลีกเลี่ยงความเทา ความลอยที่จะเกิดขึ้น

หรือ แป้งผิดเบอร์ นั่นเองนะจ๊ะสาวๆ

แต่ในนี้ เราจะ swatch สี เทียบทั้ง 4 แบรนด์ เลยเลื่อนขึ้นมาบนๆไปหน่อยยยย

และแท่นแท๊นนน เราจะมาวางเปรียบเทียบกัน ตั้งแต่ไม่ทาแป้ง ไปจนทาแป้ง 4 ตัวเลย

แสงเดิม ไม่ลงรองพื้น ไม่ลงคอนซีลเลอร์ ลงแต่ งานแป้ง งานแก้ม และปากนะคะ
"แสงเดิม ไม่ลงรองพื้น ไม่ลงคอนซีลเลอร์ ลงแต่ งานแป้ง งานแก้ม และปากนะคะ"
มาสรุปคะแนนจากดาวที่ปายให้จากด้านบน ในแต่ละหัวข้อ 

เพื่อดูว่าแป้งไหนจะได้ไปต่อนะคะ และผลออกมาก็คืออออ....
แป้ง Cathy Doll  ( 24/25 )
แป้ง เจ้านาง        ( 21/25 )
แป้ง ZA               ( 15/25 )
แป้ง Revlon          ( 13/25 )

สรุปก็คือ ปายประทับใจ แป้ง Cathy Doll และ แป้ง เจ้านาง ทั้งสองแบรนด์นี้ค่ะ
เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผิวปาย
ทั้งในเรื่องของการปกปิด ให้ความบางเบา ไม่เป็นคราบ ไม่อุดตัน เป็นธรรมชาติ
ดูไม่หนา ไม่โบก ค่ะ

เรื่องของความคุ้มค่า ทั้งราคา ปริมาณ แพคเกจจิ้ง และความใส่ใจในการใช้งานจริง
ปายขอยกให้ แป้ง Cathy Doll นะคะ
ส่วนตัวรู้สึกว่า เค้าคิดมาให้ครบ เวลาที่เราใช้งานจริง มันง่าย ไม่เลอะเทอะ
เหมาะกับการพกติดกระเป๋า สมกับเป็นไอเท็มที่ใช้ได้ในทุกวัน
ราคาสบายกระเป๋า เทียบกับปริมาณที่ให้มาด้วยแล้ว
แฮปปี้สุดดดดๆค่ะ



เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การเทสต์ทดสอบแป้งอย่างละเอี๊ยด ละเอียดของปายในวันนี้
คาดว่าน่าจะถูกใจสาวๆที่กำลังมองหาแป้งพัฟผสมรองพื้น ราคาเบาๆ กันอยู่ไม่น้อยเลยใช่ม้าาา

ครั้งหน้า จะมาเทสต์ทดสอบอะไรนั้น อย่าลืมเข้ามาติดตามเค้าไว้น้าาา
ไปแล้วค่ะ ซิสสสสส

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย