แป้งพัฟ VS แป้งฝุ่น ศรีจันทร์ ต่างกันยังไง??? ใช้ตัวไหนดีนะ!! รีวิว 🌙Srichand Translucent Compact Powder และ 🌙Srichand Translucent Powder | chubbydiaryth

chubby diary th

chubby diary th

ดู Profile

        ฮัลโหลวววว  สวัสดีจ้า สาว ๆ จีบันทุกคนนน  บุ๋มมาอีกแล้วเน้อ เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันมั๊ยคะว่า แป้งโปร่งแสงแบบฝุ่น กับแบบอัดแข็ง(แป้งพัฟ) ของศรีจันทร์ต่างกันยังไง  แล้วเราควรเลือกซื้อแบบไหนดี  วันนี้บุ๋มเลยจะมารีวิวและเปรียบเทียบแป้งโปร่งแสง 2 ตัวนี้ทั้งแบบฝุ่นและแบบอัดแข็งให้เพื่อน ๆ ได้ดูกันจ้า  ก็คือ  ศรีจันทร์ ทรานส์ลูเซนท์ พาวเดอร์  และ ศรีจันทร์ ทรานส์ลูเซนท์ คอมแพค พาวเดอร์  นั่นเองจ้า   เดี๋ยวบุ๋มจะรีวิวแต่ละตัวแบบคร่าว ๆ ให้ดูก่อนเนอะ  
แป้งโปร่งแสง แบบฝุ่น และแบบพัฟ
"แป้งโปร่งแสง แบบฝุ่น และแบบพัฟ"

🌙Srichand  Translucent  Compact  Powder 
(9 กรัม) ฿350

        เริ่มจากแป้งโปร่งแสงแบบอัดแข็งกันก่อน   ตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากแป้งฝุ่นรุ่นยอดนิยมของศรีจันทร์  เนื้อของเค้ามีความเนียนละเอียด เมื่อดูจากตลับจะเป็นสีออกขาวเหลือง  แต่พอเกลี่ยที่ผิวจะโปร่งแสง  ไม่มีสี   ไม่เปลี่ยนสีของผิวเดิม หรือสีของรองพื้น   บางเบาดูเป็นธรรมชาติ   ไม่มีน้ำหอม  ไม่มีพาราเบนด้วย  พัฟไม่หนาเกินไป  มีความนุ่ม ใช้แล้วไม่เจ็บผิว  มีหลายขนาดให้เลือก  สะดวกในการพกพา ตัวนี้บุ๋มเพิ่งได้ลองใช้จ้า

AVERAGE REVIEW

คะแนนรีวิวของทั้งหมด
4.5

แพกเกจดีไซน์

4.7

เนียนบางเป็นธรรมชาติ

3.9

ติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ

2.5

เฉดสีหลากหลาย

3.3

ปกปิดริ้วรอย

4.6

ควบคุมความมัน

2.3

ควบคุมความมัน

2.3

เฉดสีหลากหลาย

2.3

ดูเป็นธรรมชาติ

2.0

ติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ

1.3

ระดับการปกปิด

4.3

🌙Srichand  Translucent  Powder (10 กรัม) ฿280

        มาถึงแป้งฝุ่นโปร่งแสงคุมมันรุ่นยอดนิยมของศรีจันทร์กันบ้าง  สาว ๆ หลายคนน่าจะเคยใช้กันแล้ว  เนื้อของเค้าละเอียดบางเบา  สีแป้งเป็นสีขาวเหลือง  แต่พอทาไปแล้วไม่เปลี่ยนสีผิว สีรองพื้น ให้ผิวที่เป็นธรรมชาติสุด ๆ ตัวนี้จะมีฝาล็อคด้วยทำให้แป้งไม่หกเลอะเทอะเวลาพกพา ไม่มีพาราเบนและน้ำหอมเช่นกันจ้า ตัวนี้บุ๋มเคยใช้มาก่อนหน้านี้แล้ววว

AVERAGE REVIEW

คะแนนรีวิวของทั้งหมด
4.4

แพกเกจดีไซน์

4.0

เนียนบางเป็นธรรมชาติ

3.0

ติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ

2.0

เฉดสีหลากหลาย

2.0

ปกปิดริ้วรอย

4.0

ควบคุมความมัน

2.2

ควบคุมความมัน

1.8

เฉดสีหลากหลาย

2.8

ดูเป็นธรรมชาติ

2.4

ติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ

1.4

ระดับการปกปิด

4.0

        หลังจากที่เราทำความรู้จักแป้งทั้ง 2 ตัวแบบคร่าว ๆ กันไปแล้ว   มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าทั้ง 2 ตัวต่างกันยังไงตรงไหนบ้าง??
ปาดแป้งฝุ่น และแป้งพัฟลงบนแขน สังเกตุได้จากรูปตลับแป้งค่ะ ว่าอันไหนเป็นอันไหน
"ปาดแป้งฝุ่น และแป้งพัฟลงบนแขน สังเกตุได้จากรูปตลับแป้งค่ะ ว่าอันไหนเป็นอันไหน"
        เริ่มจากเนื้อแป้งกันก่อนเลย   เนื้อแป้งของทั้งคู่มีความนุ่มเนียนละเอียด  บุ๋มลองปาดลงไปที่แขนจะเห็นได้ว่า  แป้งฝุ่นจะสีจะมีความขาวมากกว่าแบบอัดแข็ง  แต่แบบอัดแข็งจะมีความวิ๊งเล็ก ๆ คล้าย ๆ ในไฮไลท์แต่ไม่ได้ชัดขนาดนั้น แต่ทั้ง 2 ตัวหลังจากเกลี่ยไปแล้ว   ก็ไม่ได้หลงเหลือสีของแป้งให้เห็นแต่อย่างใดค่ะ
ทาแป้งพัฟ และแป้งฝุ่นอย่างละครึ่งหน้า
"ทาแป้งพัฟ และแป้งฝุ่นอย่างละครึ่งหน้า"
        เมื่อทาลงไปที่ผิวก็จะเห็นได้ว่า ด้านที่เป็นแป้งอัดแข็งจะดูแมทมากกว่า   ปกปิดได้มากกว่า   และสว่างกระจ่างใสมากกว่า   แลดูยึดเกาะผิวได้ดีมากกว่าด้านที่เป็นแป้งฝุ่น  ทั้งคู่เป็นแป้งที่ไม่ผสมรองพื้น จึงไม่เน้นเรื่องการปกปิด  ก็จะยังเห็นร่องรอยต่าง ๆ บนหน้าเหมือนเดิม  เพื่อน ๆ น้อง ๆ คนไหนอยากให้ผิวดูเป๊ะหน่อย  ก็ลงรองพื้น บีบี ซีซี คุชชั่นมาก่อนก็ได้จ้า แล้วค่อยทาแป้งฝุ่นตามไป  เค้าก็จะช่วยเช็ตให้เครื่องสำอางของเราติดทนมากยิ่งขึ้นค่ะ ส่วนเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้แต่งหน้า   แต่อยากให้ผิวแมทขึ้น  หน้ามันหน้าเมือกน้อยลง  หลังจากทาสกินแคร์แล้ว  ก็สามารถใช้ทั้ง 2 ตัวนี้ทาลงไปได้เลยค่ะ  ทาแป้งทั้ง 2 ตัวแล้ว  หลังแต่งหน้าผิวจะเป็นยังไง ไปดูกันเลยย
สภาพผิวหลังจากแต่งหน้าเสร็จใหม่ ๆ ค่ะ โดยลงแป้งพัฟครึ่งนึง แป้งฝุ่นครึ่งนึง
"สภาพผิวหลังจากแต่งหน้าเสร็จใหม่ ๆ ค่ะ โดยลงแป้งพัฟครึ่งนึง แป้งฝุ่นครึ่งนึง"
        ผิวหน้าของบุ๋มทาบีบีมาก่อน  แล้วทาแป้งอัดแข็งครึ่งหน้า แป้งฝุ่นครึ่งหน้า   หลังแต่งหน้าออกมาก็จะได้ผิวประมาณนี้จ้า   จากนั้นบุ๋มก็ออกไปทำธุระนอกบ้านค่ะ   ผ่านไปหลายชั่วโมงเลย (จำไมได้ว่า 8 หรือ 10 ชั่วโมง)  สภาพผิวหน้าก็เป็นอย่างที่เห็นเลยจ้า ท๊าดา  
        ผิวหน้ามีความฉ่ำวาวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด  โดยเฉพาะฝั่งที่เป็นแป้งฝุ่น  จะแลดูฉ่ำวาวมากกว่าแป้งอัดแข็ง  บุ๋มได้ลองซับมันที่หน้าดู (เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ) ผลปรากฏว่า  ทั้ง 2 ตัว คุมมันได้ดีพอ ๆ กันเลยค่ะ มีความมันติดกระดาษมาเท่า ๆ กันเลย   แต่ถ้ามองด้วยตาเปล่า เหมือนแป้งฝุ่นจะดูมันมากกว่า  แป้งอัดแข็งจะแลดูมันน้อยกว่า  ให้ผิวที่ดูแมทกว่า  ใบหน้าโดยรวมทั้ง 2 ด้านไม่มีอาการคราบใด ๆ เกิดขึ้น  เดี๋ยวเรามาลองเติมแป้งกันนะคะ  จะได้รู้ว่าถ้าเราใช้แป้งทั้ง 2 ตัวนี้เติมหน้าระหว่างวันแล้วจะรอดรึเปล่า??
เติมแป้งกันนน
"เติมแป้งกันนน"
        หลังจากเติมแป้งไปแล้ว  ผลปรากฏว่าทั้ง 2 ตัวสามารถใช้เติมระหว่างวันได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการคราบใด ๆ ค่ะ ส่วนตัวบุ๋มถ้าจะให้เลือกว่าชอบตัวไหนมากกว่ากัน   คงเป็นตัวแป้งอัดแข็ง**ค่ะ   เพราะเค้าใช้ง่าย  พกง่ายกว่า  มีกระจกให้   เนื้อแป้งยึดเกาะผิวได้ดีกว่า   ช่วยกระจายแสง   ให้ผิวดูกระจ่างใสได้ดีกว่า   แต่แป้งฝุ่นก็ใช้ดีไม่แพ้กัน  ให้ปริมาณเยอะกว่าแป้งอัดแข็ง  ในราคาที่ถูกกว่าด้วย  เพื่อน ๆ ชอบแบบไหนลองเลือกกันดูจ้า ทั้ง 2 ตัว หาซื้อได้ง่าย  เหมาะแก่การพกพา  ราคาไม่แรงด้วย   เป็นสิ่งที่บุ๋มต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง  ติดกระเป๋าไว้ตลอด ๆ เลย แล้วเพื่อน ๆ ละคะ  ชอบแบบไหนกันบ้าง??
แป้งขนาดต่าง ๆ
"แป้งขนาดต่าง ๆ"
        นอกจาก 2 ขนาดในรูปแล้ว   แป้งอัดแข็งเค้ายังมีแบบรีฟิลของตลับมาตรฐาน  ส่วนแป้งฝุ่นก็จะมีขนาดใหญ่  ให้ใช้กันได้ยาว ๆ แบบจุใจกันอีกด้วย  ถ้าเพื่อน ๆ สงสัยตรงไหน แวะไปดูรีวิวแบบเต็ม ๆ ได้ที่ VDO ด้านล่างนี้เลยนะคะ   วันนี้บุ๋มต้องไปแล้ว   เจอกันบทความหน้าจ้า  สวัสดีค่ะ

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย