[Review+แนะนำ] ลิปแดงสมัครแอร์กระชากใจกรรมการ

PRISHZY

PRISHZY

ดู Profile

สวัสดีค่าาา ห่างหายกับการตั้งกระทู้ในจีบันนานม้ากกกกมากกกก วันนี้เลยกลับมาพร้อมรีวิวแบบเน้นๆเด็ดๆที่ตั้งใจทำสุดมาให้ทุกคนรับชมกัน

ต้องขอบอกก่อนว่าจริงๆตอนแรกอัพลงแล้วในบล็อคตัวเอง แต่มีรุ่นพี่แนะนำมาว่าให้เอามาลงเอามาแชร์ในจีบันไปเล้ยยยย นี่ก็เลยจัดไปตามนั้นเลยค่าา หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ

ต้นตอของการทำรีวิวนี้เกิดจากเก็บบ้านแล้วพบว่าตัวเองมีลิปแดงเยอะพอสมควร มีทั้งแดงเกาหลี แดงสด แดงเข้ม แดงทึบ มาให้หมด!

แต่วันนี้จะมารีวิวและแนะนำลิปแดงที่สามารถใช้ทาไปสมัครแอร์ได้แล้วกันเนาะ พวกแดงทึบๆเข้มๆนี่ต้องพักก่อน เดี๋ยวกรรมการตกใจ เก็บไว้ทางานอื่นละกันเด้อ ส่วนลิปแดงสไตล์เกาหลีจริงๆก็ใช้ทาได้เหมือนกัน แต่วันนี้เลือกหยิบมาเฉพาะตัวธรรมดาพอ


ที่หยิบมาวันนี้มีเกรดที่หลากหลาย สามารถหาซื้อได้ทั่วไปแน่นอลลล และที่สำคัญคือตอนสมัครก็ใช้พวกนี้แหละทาไปจริงๆ สวย สุภาพ ไม่แฟชั่นแปลกตาอีกด้วยค่ะ
ขอนอกเรื่องแป๊ปปปปปปปปปปป
จะบอกว่าการทำอะไรแบบนี้เนี่ย ยากกว่าที่คิดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ตั้งแต่การจัดแสงให้เหมือนกันทุกรูป การทำปากให้เหมือนเดิมที่สุด กว่าจะกดชัตเตอร์ได้ กว่าจะเขียนขอบปากให้สวย กว่าจะทาลิปให้เนียน กว่าจะเก็บรายละเอียดให้กริบ กว่าจะทำให้มันเท่ากัน

โอ้โห..ต้องมีสติทุกอย่าง เพราะถ้าพลาดแล้วแก้ยากมากโดยเฉพาะกับลิปแดงเนี่ย ไม่เคยคิดว่าการทำรีวิวลิปจะยากขนาดนี้มาก่อน นี่ขนาดทาๆลบๆแค่ 5 สีนะ ยังเช็ดกันจนปากเปื่อย ยอมใจบิวตี้บลอคเกอร์มากกก ทากันเป็นสิบๆสี แถมยังถ่ายรูปและรีวิวกันออกมาสวยงามอีก กราบบบบ


อะ ก่อนเข้ารีวิว ต้องบอกก่อนว่าทุกอย่างในนี้คือรีวิวตามความรู้สึกตัวเอง รีวิวแบบบ้านๆ อาจจะไม่ได้รู้ข้อมูลลึกหนาบางตื้นอะไรมากเท่าไหร่ ทาแล้วรู้สึกแบบไหนก็เขียนแบบนั้นเลยเด้อ อีกอย่างคือกราบขออภัยในความแสงที่ไม่ค่อยเท่ากัน พยายามสุดๆแล้วจีจี T___T


อย่างที่รู้ๆกันว่าลิปสีแดงมีหลายเฉดแตกต่างกันออกไป การจะเลือกลิปแดงให้เหมาะกับตัวเองแบบง่ายๆคือการเลือกสีตามโทนผิว เพราะบางสีกับบางคนอาจจะทาแล้วไม่ขึ้น หรืออีกอย่างคือทาออกมาจะได้สีไหนนั้นขึ้นอยู่กับสีปากธรรมชาติด้วย เพราะฉะนั้นไปหาข้อมูลกันด้วยนะจ๊ะ

โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนผิว ขาว / ขาวเหลือง
สีปากธรรมชาติ ชมพู ไม่คล้ำ



มา! เริ่ม!
1. YSL Tatouage Couture Matte Satin No.10
บอกตรงๆว่าไม่เคยมองลิปรุ่นนี้ยี่ห้อนี้อยู่ในสายตา แต่ที่ซื้อเพราะมันสลักชื่อได้!! ถถถถถถถถ แค่อยากมีชื่อตัวเองบนลิปสติกแค่นั้นแหละจริงๆ แต่พอไปซื้อก็ไม่รู้จะเอาสีอะไร เลยเลือกสีแดงมากะว่าไว้ทาสมัครแอร์ละกัน

ตัวนี้เม็ดสีจะอ่อนที่สุด และเป็นสีแดงที่สว่างที่สุดในบรรดา 5 ตัวที่หยิบมารีวิว ตอนทาค่อนข้างยากเพราะสีไม่ค่อยเข้มเลยต้องใช้เวลาเกลี่ยให้มันเท่ากันนิดนึง แต่..ทาแล้วมีความเบาบาง สบายปากมาก ไม่หนักปากและไม่รู้สึกรำคาญเลย ลุคที่ทาออกมาก็ตามชื่อเลยคือกึ่งแมทกึ่งซาติน

อีกอย่างคือตัวนี้เป็นตัวเดียวที่เป็นแดงอมฟ้าๆ นอกนั้นอีก 4 ตัวคือแดงอมส้มๆหมดเลยจ้า
ลักษณะแปรง : ค่อนข้างควบคุมยากช่วงขอบปาก

ความเบาสบาย : 4.5 / 5
ความแน่นของเม็ดสี : 2.5 / 5
ความติดทน : 4.5 / 5

ราคาโดยประมาณ : 1,300 – 1,500 บาท
2. NARS Powermatte Lip Pigment #Don’t Stop
หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินแค่สี Starwomen ที่เค้าฮิตๆกัน แต่สำหรับเราตัวนั้นมันจะออกแดงทึบ ส่วนตัวเราทาสีแดงทึบแล้วหน้าจะดุและดูมีอายุ ก็เลยชอบแดงที่สดๆแบบสี Don’t Stop เพราะทาแล้วหน้าสว่างม้ากกกกกกกก สีไม่ดร็อปด้วย

เนื้อลิปค่อนข้างเหลวต้องเกลี่ยให้ดี เม็ดสีแน่นปาดทีเดียวอยู่เลย พอทาแล้วต้องรอให้มันแห้งนิดหน่อย แต่มันแห้งไวมากๆ เซทตัวแล้วจะเป็นเนื้อแมท แต่!! ปากดูไม่แห้ง และค่อนข้างเบาสบายไม่หนักปากด้วย ตัวนี้ชอบมาก
ลักษณะแปรง : ตรงหัวแปรงจะแข็ง ทำให้ทาได้ง่าย วาดขอบปากง่าย แต่ถ้าไม่ระวังคือลื่นมือทาเกินขอบปากได้ง่ายเช่นกัน

ความเบาสบาย : 4.5 / 5
ความแน่นของเม็ดสี : 5 / 5
ความติดทน : 4 / 5

ราคาโดยประมาณ : 1,000 – 1,200 บาท
3. Fenty Beauty Stunna Lip Paint #Uncensored
ตอนแรกไปลองปาดที่ Sephora นี่กรี๊ดมากกกกก คือยังไงวันนั้นก็ต้องเสียตังแน่ๆ มันสวยมากกกกกกก แล้วมาหาข้อมูลทีหลังก็เพิ่งรู้ว่าเค้าฮิตกันมากมายฝั่งยุโรป เลยรู้สึกดีที่ได้มา 555555 เค้าบอกว่าเป็นสี Universal Red ด้วยนะ คือสามารถทาได้ทุกสีผิวทุกคน

ตัวนี้เม็ดสีแน่นจริง กลบสีปากได้แน่นอนสำหรับคนสีปากเข้ม แต่เนื้อเหลวมาก เวลาทาเลยค่อนข้างยากที่จะควบคุม และต้องรอให้มันเซทตัวซักพักนึงเลยเพราะมันเหลวจริงๆ แต่ในความเหลวก็แอบรู้สึกว่าโอเคอยู่ ไม่ได้หนักปากอะไร (แต่ตัว NARS เบากว่า) ทาแล้วได้ลุคแมท แต่ไม่ทำให้ปากแห้ง สีตอนทาใหม่ๆจะสีสดกว่า ทิ้งไปซักพักรู้สึกว่ามันจะเข้มขึ้น (สีทึบขึ้น) เลยแอบเซงๆ แต่ก็ทำให้หน้าขาว ขับผิวเหมือนกัน
ลักษณะแปรง : อันนี้มาแปลก เป็นแปรงหัวลูกกลมๆเล็กๆ ง่ายต่อการเขียนขอบปากและง่ายต่อการทา

ความเบาสบาย : 4 / 5
ความแน่นของเม็ดสี : 5 / 5
ความติดทน : 4.5 / 5

ราคา : 960 บาท
4. Giorgio Armani Lip Maestro No.400
**ตัวนี้ต้องขอแจ้งไว้ก่อนว่าส่วนตัวเป็นคนเลิฟๆลิปแมทมากกว่าลิปแบบอื่นค่า ความเห็นก็จะเอนเอียงไปทางลิปแมทมากกว่าน้า**

ก่อนซื้อตัวนี้ค่อนข้างกรี๊ดมาก เพราะดูคลิปบล็อคเกอร์ต่างประเทศแล้วอู้วว้าวสุดๆ แต่พอได้มาเองแล้วก็ไม่ได้ขนาดนั้น แต่สีสวยมากกกกกกกกกกก ขับผิวมั่กๆ แล้วอีกอย่างคือทาแล้วมันกัดปาก ทาแล้วรู้สึกปากชาๆ (เพื่อนเคยเตือนแล้วแต่ไม่เชื่อ 555555)

เม็ดสีเข้มมาก แน่นมาก และเนื้อหนืดมากเช่นกัน เพราะฉะนั้นเลยรู้สึกค่อนข้างหนักปาก และอีกอย่างคือมันไม่แมทแห้งไปกับปาก เลยรู้สึกว่าค่อนข้างรำคาญ แต่สีกลบปากมิดมาก ฟินิชลุคคือกำมะหยี่สวยงามตามภาพเลย คือทาออกมาแล้วสวยมาก แต่อาจจะต้องระวังเลอะหน่อยนึง
ลักษณะแปรง : ลักษณะรูปทรงมาตรฐาน แต่รู้สึกว่าทาง่ายกว่าปกติ เหมือนแปรงมันมีความยืดหยุ่นได้

ความเบาสบาย : 2.5 / 5
ความแน่นของเม็ดสี : 5 / 5
ความติดทน : 3 / 5

ราคาโดยประมาณ : 1,000 – 1,400 บาท
5. Sephora Cream Lip Stain No.01
ตัวนี้เชื่อว่าลูกรักใครหลายๆคนแน่นอน เป็นตัวที่เหมาะแก่การเข้าวงการปากแดงมากที่สุด เพราะทายังไงก็รอด และราคาถูก ถูกและดีมีอยู่จริง!! ใช้มาแท่งที่สามแล้วววว ถึงแม้จะชอบลองตัวอื่น แต่สุดท้ายต้องคลานเข่ากลับมาหาตัวนี้ตลอด หรือคิดอะไรไม่ออก เลือกทาไม่ถูก จบที่นี่เลยเด้อ ที่สำคัญติดทนมากมากมากมากกกกกก

เม็ดสีแน่น กลบสีปากได้มิดแน่นอน ทาง่ายแต่เนื้อแห้งๆ เลยอาจจะทำให้ตกร่องบ้าง ตัวนี้ไม่ได้ทาแล้วรู้สึกเบานะ แต่ก็ไม่หนัก คือทาแล้วรู้สึกว่าทานั่นแหละ ฟินิชลุคคือแห้งไปกับปากเลย (ถ้าดูรูปเปรียบเทียบทั้ง 5 ตัว จะเห็นได้ชัดว่าตัวนี้แมทที่สุด)

คำเตือนสำหรับตัวนี้ ควรบำรุงปากก่อนทา และไม่ควรทาทับซ้ำๆหลายๆรอบ เพราะเป็นขุยง่ายจ้า
ลักษณะแปรง : รูปทรงมาตรฐาน หัวแปรงนุ่ม ปาดง่าย ปาดได้ไว

ความเบาสบาย : 3 / 5
ความแน่นของเม็ดสี : 5 / 5
ความติดทน : 5 / 5

ราคา : 490 บาท ตอนไหน Sephora เซลจะคุ้มมาก เหลือแท่งละประมาน 300 ต้นๆเอง
คราวนี้ลองมาเปรียบเทียบกันชัดๆบนแขนดูบ้าง จะเห็นชัดมากขึ้น
จากรูปจะเห็นได้ชัดว่า..
เม็ดสีอ่อนสุด : YSL
แมทที่สุด : Sephora
ลุคที่แตกต่างที่สุด : Giorgio Armani
ส่วน Nars และ Fenty จะค่อนข้างคล้ายกัน ต่างกันที่ Nars สีจะไม่ค่อยดร็อป
มาดูตอนเช็ดออกด้วย Makeup Romover  1 ครั้งกันบ้าง
ความติดทน : Sephora > Nars > Fenty Beauty > YSL > Giorgio
(เพราะว่าตัว Giorgio ไม่ได้เป็นลิปแมท อาจจะไม่เกาะปากเท่าตัวอื่นๆ เลยทำให้เช็คออกง่ายสุด และติดตทนน้อยที่สุด)
เช็ดด้วย Makeup Romover ประมาน 2-3 รอบ
ให้ภาพอธิบายเลย Sephora คือถึกทนแน่นมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ส่วนตัวอื่นๆเริ่มทนไม่ไหวกันแล้ว 5555555
รูปนี้คือใช้ Makeup Remover เช็ดออกจนหมด (ให้เกลี้ยงมากสุด)
ถึง Sephora จะติดทน แต่นางก็เช็คออกง่ายอยู่ ส่วนตัวที่ค่อนข้างเช็ดออกยากคือ Nars
ถ้าให้เลือกตัวที่ชอบที่สุด หรือตัวที่จำเป็นต้องมี จะขอเลือก Nars กับ Sephora ส่วนตัวอื่นคิดว่ายังไม่น่าซื้อขนาดนั้น (แต่ถ้ามีอยู่ก็ใช้ได้ เพราะสวยมากเช่นกัน)
ย้ำกันอีกทีว่าทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย ผลลัพธ์แต่ละคนออกมาไม่เหมือนกันแน่นอน
ขอฝากทริคเล็กน้อยสำหรับการเลือกสีแดงและการทาปากแดงสำหรับมือใหม่

– บำรุงปากทุกครั้งก่อนทาลิป ป้องกันการแตกระแหงระหว่างวัน
– ถ้ามือไม่แม่นจริง หรือไม่เซียนจริง ขอร้องให้เขียนขอบปากทุกครั้งก่อนทา เพราะมันจะช่วยให้ทาได้กริบขึ้นมากๆ อย่าทิ้งให้ขอบปากหยึกหยักๆ มันไม่งามมมมมมมมม
– แอดวานซ์ขึ้นมาหน่อย ก็อาจจะเก็บรายละเอียดด้วยคอนซีลเลอร์หรือรองพื้นรอบๆขอบปากตอนสุดท้าย ใช้แปรงค่อยๆปาดไประวังอย่าเลอะเข้าสีลิป มันจะทำให้กริบขึ้นมากและทำให้ปากดูเด่นขึ้นมากๆ
– อย่าเลือกสีแดงที่ทำแล้วทำให้ฟันเหลืองเด็ดขาด! เพราะฉะนั้นไปด้อมๆมองๆลองๆปาดที่เคาท์เตอร์กันก่อนตัดสินใจซื้อ จะได้ไม่เสียตังฟรี
– อย่าลืมส่องกระจกตอนทาเสร็จ เพราะลิปอาจติดฟัน!
– ถ้าลิปติดฟันวิธีง่ายๆเลยคือให้อมนิ้วชี้แล้วรูดออก ลิปส่วนเกินจะติดนิ้วออกมา หมดกังวลเรื่องลิปติดฟันแน่นอลลล

– สุดท้าย…มีสติและสมาธิตอนทาด้วยจ้า ไม่งั้นมีแต่พังกับพัง 55555555

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย