Base Makeup เพื่องานผิวสวยกระจ่างใส สำหรับผิวมีสิว

benzsocute

benzsocute

ดู Profile

เทรนการแต่งหน้าที่ฮิตทุกสมัยนั้นก็คือการแต่งหน้าที่ดูเป็นธรรมชาติ เบาๆ 

สบายๆ เหมาะกับวัยรุ่นและคนใสๆ แบบเรา (ใสเหรอ? ฮ่าๆๆๆ) แต่เจ้ากรรม สิวอักเสบเม็ดเป้ง รอยแดงรอยดำ สารพัดปัญหาผิวบนใบหน้ามาคอยขัดขวางไม่ให้เรากล้าเปลือยผิว งานนี้โนสนโนแคร์ค่ะ วันนี้เบนซ์จะมาแชร์ Base Makeup ที่เหมาะกับผิวมีสิวแบบเราๆ ได้ลุคใสๆ แต่ปกปิดรอยสิวต่างๆได้เนียนและดูสวยเป็นธรรมชาติ แถมคุมมันตลอดวัน


Cle De Peau Beaute Radiant Fluid Foundation 30 ml. 4,300 บาท 

ตอนแรกที่ซื้อรองพื้นตัวนี้ (ประมาณ 3 ปีที่แล้ว) เพราะต้องการใช้ในวันรับปริญญา ซึ่งตอนนั้นหน้าพังมาก สิวขึ้นเยอะมากแล้วก็ทานยารักษาสิว เลยต้องหารองพื้นที่ช่วยให้ผิวดูดีในวันสำคัญ เลยตัดสินใจถอยตัวนี้มา ปาดเหงื่ออย่างแรง หาส่วนลดบัตรเครดิตกันวุ่นวายมาก ฮ่าๆๆๆๆ รองพื้นนี้ช่วยเนรมิตผิวเราให้ดูกระจ่างใส เปล่งประกาย และให้ลุคผิวเราดูแพง ติดทนนานตลอดวัน มีส่วนผสมโมเลกุลคอมเพล็กซ์ที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและบำรุงผิวหน้าไปในตัว และมีส่วนผสมป้องกันแสงแดด SPF 25 PA++

ส่วนประกอบที่น่าสนใจ (Ingredients) 


Titanium Dioxide สารป้องกันแสงแดด ช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดด


Butylene Glycol สารให้ความชุ่มชื้นกับผิว ปกป้องผิวเราจากความแห้งกร้าน


Rosa Roxburghii Fruit Extract สารสกัดจากพืชตระกูลกุหลาบที่อยู่ในประเทศจีน มีวิตามินเอและซีสูง และมีกรดไขมันจำเป็นที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ และยังช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ


Tocopheral Vitamin E ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน

วิธีใช้และความรู้สึกหลังใช้ 

ใช้หลังจากลงกันแดดแล้ว กด 1 ปั๊มและเกลี่ยเบาๆทั่วใบหน้า ใต้ตาและลำคอ สามารถลงเน้นอีกครั้งในบริเวณที่เป็นรอยแดงหรือรอยดำได้ แต่ระดับการปกปิดค่อนข้างบาง ไม่สามารถกลบรอยสิวได้มิด ต้องลงคอนซีลเลอร์ต่อ รองพื้นตัวนี้ให้ผิวเราสวย เปล่งประกายแบบดูแพง ส่วนเรื่องการติดทนนี่ต้องให้อย่างแรง อยู่ได้นานตั้งแต่เช้าจนเย็น ต่อให้เหงื่อไหลไคลย้อยยังไงรองพื้นก็ยังคงอยู่ และทำให้หน้าผ่องตลอดทั้งวัน คือเป็นรองพื้นที่ต้องยอมเสียเงินให้แม้ว่าจะกินแกลบก็ตาม ฮือๆๆๆๆ 



เคล็ดไม่ลับฉบับ Benzsocute

ใครที่ใต้ตาคล้ำแนะนำให้ลงรองพื้นแทนคอนซีลเลอร์ เพราะรองพื้นให้งานที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าคอนซีลเลอร์ และบางเบากว่าด้วย 


Cle De Peau Beaute Concealer 5g. 2,500 บาท

คอนซีลเลอร์ตัวเทพที่มีแต่คนแนะนำและพูดถึงผลลัพธ์ที่เลิศอลัง ก่อนหน้านี้คิดว่าสิวต้องใช้คอนซีลเลอร์ที่มีส่วนผสมสำหรับลดการอักเสบของสิว แต่นอกจากไม่ช่วยลดสิวแล้ว กลับทำให้เห็นรอยกลบชัดยิ่งขึ้น หน้าเป็นด่างเป็นดวงหมดเลย จนกระทั่งได้มาเจอตัวนี้เป็นคอนซีลเลอร์ตัวใหม่ พอได้ลองใช้แล้วคือดีจริงจัง มีส่วนผสมสารบำรุงผิวและสารกันแดดด้วย ครบในแท่งเดียว

ส่วนประกอบที่น่าสนใจ (Ingredients) 


Titanium Dioxide สารป้องกันแสงแดด ช่วยปกป้องผิวเราจากแสงแดด


Rosa Roxburghii Fruit Extract สารสกัดจากพืชตระกูลกุหลาบที่อยู่ในประเทศจีน มีวิตามินเอและซีสูง และมีกรดไขมันจำเป็นที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ และยังช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ


Sodium Acetylated Hyaluronate สารไฮยารูลอนช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน


Prunus Speciosa Leaf สารสกัดจากดอกซากุระ มีวิตามินซีสูง ช่วยบำรุงผิว ลดรอยด่างดำ และปกป้องผิวจากมลภาวะ

วิธีใช้และความรู้สึกหลังใช้ 

หลังจากลงรองพื้นแต้มคอนซีลเลอร์ลงบริเวณที่มีปัญหา สามารถใช้แปรงหรือนิ้วมือเกลี่ยได้ แตะเบาๆเพื่อให้เนื้อกระจายตัว  หลังจากใช้รอยดำจางลงจริงๆ เคยลองใช้ตอนกลางวันแต้มบริเวณรอยดำจากสิว แต้มบ่อยมาก เพราะฟิล์มซับมันทำให้คอนซีลเลอร์หลุดได้เลยต้องแต้มบ่อย และวันนั้นไม่ได้ล้างหน้าตอนกลางคืน(แอบขี้เกียจ ฮ่าๆๆๆ) มาแต้มก่อนนอนอีกครั้งนึง วันรุ่งขึ้นรอยดำจากสิวมีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลย ปลื้มใจมาก มันช่วยทั้งปกปิดและลดรอยได้จริงจัง


เคล็ดไม่ลับฉบับ Benzsocute

รอยกดสิวใหม่ๆที่ยังมีแผลอยู่ การแต้มคอนซีลเลอร์จะทำให้เห็นรอยแผลชัดเจนขึ้น แนะนำอย่ากดสิวก่อนแต่งหน้า หรือถ้ากดสิวไปแล้วสามารถแต้มได้ แต่เน้นบริเวณรอบๆแผลเป็น กลบรอยแดงจากการกดสิว 


THREE Ultimate Diaphanous Loose Powder (Matte)01, 17 g.  1,950 บาท

ฟินิชชิ่ง พาวเดอร์ ที่มีเนื้อแป้งบางเบา และกลมกลืนไปกับผิวของเรา ตัวเนื้อแป้งมีอณูที่ช่วยควบคุมแสงที่จะตกกระทบต่อผิวเรา เรียกว่า ซอฟ โฟกัส ช่วยทำให้การปกปิดดูเนียนเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เนื้อแป้งเข้ากับผิวของเราดูเหมือนไม่ได้ทาแป้งแต่สามารถทำให้ผิวดูดีและเนียนมากยิ่งขึ้น ช่วยปกปิดข้อบกพร่องต่างๆของผิวเราเช่น รูขุมขน และริ้วรอยบางๆ ช่วยควบคุมความมันบนผิว ป้องกันไม่ให้เมคอัพเป็นคราบและดูหมองระหว่างวัน   ที่สำคัญมีส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 80% เลยทีเดียว ข้อดีเลยคือนอกจากช่วยปกปิดแล้วแถมยังช่วยบำรุงผิวเราไปในตัวอีกด้วย ปลอดภัยต่อผิวเราสุดๆ

ปราศจากสารดูดซับรังสียูวี, พาราเบน, น้ำหอมเคมี, ส่วนผสมจากสัตว์ และมิเนอรัลออยล์ 

ส่วนตัวพัฟท์นั้นมีขนาดใหญ่และที่สำคัญคือนุ่มกับผิวเรามาก ทำให้เกลี่ยแป้งได้ดีดูกลมกลืนมากยิ่งขึ้น   แป้งฝุ่นตัวนี้มีหลายสูตรแต่เบนซ์เลือกสูตร Matte เพราะเป็นคนที่มีผิวมันระหว่างวัน และต้องคอยซับหน้าบ่อยๆด้วย เลยใช้แป้งที่ช่วยควบคุมความมันจะเหมาะกว่า 

ส่วนประกอบที่น่าสนใจ (Ingredients) 


Synthetic Fluorphlogopite ไมก้าแบบสังเคราะห์ มีอนุภาคเล็กกว่าไมก้ามีคุณสมบัติในการให้ความขาวสว่างกับผิว ช่วยในการสะท้อนของแสงได้ดี และด้วยอนุภาคที่มีขนาดเล็กนี้ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสแบบธรรมชาติ เกลี่ยง่าย กระจายตัวได้ง่าย


Arganiaspinosa Kernel Oil น้ำมันอาร์แกน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิวให้เปล่งปลั่งไม่แห้งกร้าน ช่วยลดการอักเสบของผิว


Rosa Canina Fruit Oil น้ำมันโรสฮิป ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มนวลไม่แห้งกร้าน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดริ้วรอย และมีวิตามินซีสูง


Simmondsia Chinensis Seed Oil (Jojoba) โจโจ้บาออยล์ ช่วยปกป้องผิวแสบลอกจากแสงแดด บำรุงผิวให้นุ่มนวล รักษาความชุ่มชื้นของผิวได้ดี


Oenothera Biennis Oil (Evening Primrose) น้ำมันอิฟนิ่ง พริมโรส มีกรดไลโนเลอิค และกรดแกมมาไลโนเลอิค ช่วยให้ผิวพรรณยืดหยุ่นและเปล่งปลั่ง 

วิธีใช้และความรู้สึกหลังใช้ 

ลงแป้งเบาๆทั่วใบหน้าหลังจากลงรองพื้นและคอนซีลเลอร์แล้ว จะใช้พัฟท์หรือแปรงแต่งหน้าลงแป้งฝุ่นตัวนี้ก็ได้ แต่ใช้พัฟท์จะดีกว่าเพราะมีความนุ่มกับผิวและให้งานละเอียดได้ดีกว่าแปรง เบนซ์ชอบลุคผิวที่ดู Matte มากกว่าผิวดูฉ่ำ เพราะแบบนั้นมันดูเหมือนผิวเรามันเกินไปเวลาเจอแสงไฟที โอ้โห นั่นหน้าหรือหมูทอดน้ำมันเนี่ย อะไรจะมันแบบนั้น ลุค Matte คือเหมาะกับผิวมัน ผิวผสม และผิวที่มีปัญหาสิวสุดแล้ว

ครั้งแรกที่ใช้คือลงกันแดดแล้วตามด้วยแป้งฝุ่นตัวนี้เลยแล้วออกไปเจอเพื่อน เพื่อนเห็นหน้าเราปุ๊บแล้วถามว่า “ทำไมวันนี้หน้าแกดูใสจัง ผ่องมาแต่ไกลเลยนะแก” ทั้งๆที่วันนั้นไม่ได้ลงรองพื้นเลย แป้งตัวนี้ดีจริงๆ ยิ่งผิวเราเจอแสงแดดหรือแสงไฟ ผิวจะดูเนียนและสวยเป็นธรรมชาติมากๆ คือหน้าผ่องแบบไม่เหมือนว่าเราทาแป้งมาเลย ช่วยให้รองพื้นอยู่ได้นาน เหงื่อออกก็ไม่มีปัญหาเรื่องทำให้รองพื้นหลุดลอก ส่วนเรื่องคุมมันถือว่าคุมได้ดีเลยทีเดียว ปกติต้องใช้ซับมันหลังจากแต่งหน้าไปแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง แต่พอใช้แป้งตัวนี้ทำให้เราไม่ต้องมาคอยกังวลส่องกระจกว่าหน้ามันหรือยัง ยืดระยะเวลาการใช้ซับมันไปได้อีกนาน ปกติจะใช้แผ่นซับมันอย่างน้อยๆ 4 แผ่นต่อวัน แต่แป้งฝุ่นตัวนี้ทำให้ปริมาณการใช้แผ่นซับมันลดลงไปครึ่งเลยทีเดียวเหลือแค่ 1-2 แผ่นต่อวันเอง ประหยัดค่ากระดาษซับมันไปได้เยอะเลยล่ะค่ะ 5555


เคล็ดไม่ลับฉบับ Benzsocute

ใครที่อยากได้ลุคเบาๆใสๆ และไม่อยากแต่งหน้า แต่อยากได้ผิวที่ดูใสและเนียนเป็นธรรมชาติ สามารถใช้แป้งฝุ่นตัวนี้หลังจากลงบำรุงขั้นพื้นฐานไปแล้วได้เลยนะ เกลี่ยเบาๆบนใบหน้า แค่นี้ก็ได้ผิวใสแบบธรรมชาติแล้วล่ะค่ะ 



THREE Airlift Smoothing Wand 4g. 1,600 บาท

ในที่สุดก็มาถึงจุดที่ต้องหาอะไรมาปกปิดริ้วรอยบนใบหน้าของเราแล้วสินะ ฮือๆ มีปัญหากับริ้วรอยบริเวณใต้ตา และร่องแก้ม เพราะชอบนอนตะแคง และบวกกับพักผ่อนน้อย เลยทำให้ริ้วรอยพวกนี้ชัดขึ้นไปอีก ที่สำคัญมีรูขุมขนกว้างตรงบริเวณแก้ม แต่มีตัวช่วยใหม่ที่ช่วยปกปิดริ้วรอยและเบลอรูขุมขนพวกนี้ได้ THREE Airlift Smoothing Wand เป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่ช่วยอำพรางริ้วรอย รูขุมขนกว้าง ริ้วรอยเล็กๆบนใบหน้าของเรา เหมือนกับคอนซีลเลอร์แต่ต่างกันตรงที่ตัวนี้พอทาลงบนผิวแล้วมันจะเนียนไปกับผิวไม่มีสี สามารถลงรองพื้นต่อได้เลย และที่สำคัญนอกจากปกปิดข้อบกพร่องของผิวเราแล้วนั้นยังบำรุงผิวเราไปในตัวด้วย มีส่วนผสมจากธรรมชาติที่ช่วยบำรุงผิวผิวของเรา และตัวนี้เหมาะกับทุกสภาพผิวไม่ว่าจะมันหรือแห้งขนาดไหนก็สามารถใช้ตัวนี้ได้

ส่วนประกอบที่น่าสนใจ (Ingredients) 


Dimethicone คือซิลิโคนที่ทำให้เกลี่ยผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น และช่วยอำพรางริ้วรอยและรูขุมขนได้เป็นอย่างดี ช่วยปิดล็อคการระเหยของน้ำใต้ผิวได้


Geranium Robertianum Extract สารสกัดจากดอกเจเรเนียม ช่วยป้องกันและบรรเทาการอักเสบของผิว มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และมีวิตามินเอ บี และซี


Lactobacillus Casei/Fermemted Pear Juice สารที่ได้จากการหมักลูกแพร์ มีกรดแลคติกที่ช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิว  


Tea Seed Oil น้ำมันจากเมล็ดชา ช่วยบำรุงผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบของผิว 


Seabuckthorn Oil น้ำมันจากซีบัคธอร์น ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว และลดเลือนริ้วรอยต่างๆ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินซี

วิธีใช้และความรู้สึกหลังใช้

ทาบริเวณที่เรากังวลเช่น ริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา แก้ม ใต้ตา หน้าผาก รอบริมฝีปาก รูขุมขนกว้างเช่น จมูก แก้ม ทาแล้วใช้นิ้วแตะเกลี่ยๆ ทิ้งไว้สักแปปนึงแล้วลงรองพื้นต่อได้เลย หรือจะทาหลังลงรองพื้นก็ได้เหมือนกัน ไม่ทำให้รองพื้นสีเพี้ยนหรือหลุดลอก 

ตัวผลิตภัณฑ์มีสีชมพูแต่พอเวลาทาแล้วจะไม่มีสี เนื้อลื่นทาง่าย เกลี่ยง่าย ช่วยเบลอพวกริ้วรอยและรูขุมขนได้ดีมาก พอริ้วรอยหายไป ใบหน้าเราก็จะดูไม่อิดโรย ดูดีขึ้น หรือทาตรงบริเวณที่ผิวมัน เช่นจมูก หน้าผาก ตัวนี้ช่วยกลบความมันได้ดี  เป็น must-have itemที่ต้องมีติดตัวไปแล้ว ต้องใช้ทุกครั้งเวลาจะออกจากบ้านไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่แต่ง ยังมีสารบำรุงผิวเปรียบเสมือนตัวบำรุงผิวเฉพาะจุดเลยทีเดียว


เคล็ดไม่ลับฉบับ Benzsocute

สามารถใช้ได้ทั้งตอนกลางวันและก่อนนอน ก่อนนอนใช้หลังจากลงครีมบำรุงทั้งหมดแล้ว แต้มบริเวณที่มีปัญหา แล้วเกลี่ยเบาๆ ช่วยให้ริ้วรอยตื้นขึ้นไวอีกด้วย 


อีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญของการมีผิวสะอาด ปราศจากสิวนั้นก็คือ ทำความสะอาดเมคอัพ ถ้าทำความสะอาดผิวหน้าไม่ดี ปัญหาสิวก็จะตามมาอยู่ดี มาแถมอีกนิดกับออยล์ล้างเมคอัพในดวงใจ  


THREE Balancing Cleansing Oil 200 ml.  1,800 บาท

ออยล์ทำความสะอาดเมคอัพและสิ่งสกปรกต่างๆบนใบหน้า ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ 88% ช่วยขจัดเมคอัพและสิ่งสกปรกต่างๆบนใบหน้า มีกลิ่นหอมทำให้รู้สึกผ่อนคลายในระหว่างใช้ ที่สำคัญมีความอ่อนโยนแต่ทำความสะอาดได้ดี ไม่ก่อให้เกิดสิวอุคตัน 


ส่วนประกอบที่น่าสนใจ (Ingredients)


1 Botanical Oil:

-Jojoba Oil น้ำมันโจโจ้บา ช่วยบำรุงให้ ความชุ่มชื่นกับผิวหน้า มีสารอาหารมากมายเช่นวิตามินบี และอี ช่วยบำรุงผิวไม่ให้แห้ง และช่วยกำจัดสิวเสี้ยนเหมาะกับผิวมันด้วยเหมือนกัน

-Argan Oil น้ำมันอาร์แกน ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่นโอเมก้า 3,6,9 ช่วยลดการอักเสบของผิว และมีวิตามินอีช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่นอีกด้วย 

-Rosehip Oil น้ำมันโรสฮิปช่วยลดริ้วรอย จุดด่างดำ เปรียบเสมือนวิตามินซีจากธรรมชาติ 

-Tea Seed Oil น้ำมันเมล็ดชา มีกรด Oleic Acid ช่วยลดการอักเสบของผิว


2 Essential Oil: Orange Peel Oil, Frankincense Oil, Bergamot Oil, Rosemary Oil Marjoram Oil ส่วนผสมเหล่านี้มอบกลิ่นที่หอม ผ่อนคลายและรู้สึกได้ถึงความสดชื่นระหว่างใช้ และยังส่งผลต่อจิตใจของผู้ใช้ด้วยแหละ 

วิธีใช้และความรู้สึกหลังใช้

กด 2-3 ปั๊มลงบนฝ่ามือ นวดบริเวณผิวหน้าและลำคอให้ทั่ว ใช้นิ้วมือถูวน เน้นบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปากเพื่อทำความสะอาดมาสคาร่าและลิปสติก จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น แล้วตามด้วยโฟมล้างหน้าอีกครั้ง

ลุคใสๆแบบนี้เหมาะกับวันเร่งรีบไม่ว่าจะไปทำงาน เรียน หรือจะออกเดทก็ได้เช่นกัน ขั้นตอนง่ายๆ กับผลิตภัณฑ์ดีๆ ใช้เวลาไม่กี่นาที เพื่อผลลัพธ์งานผิวที่เปล่งประกาย  สิวและความมันไม่มีทางได้เซย์ฮัลโหลกับคนอื่นแน่นอนค่ะ 

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย