รีวิวแชมพู และทรีทเม้นท์บำรุงหนังศีรษะ Kaff and Co. แบรนด์ไทยที่ใช้แล้วชอบ

Vanessa B.

Vanessa B.

ดู Profile

สวัสดีค่ะ วันนี้ว่านจะมารีวิว Kaff & Co. แบรนด์ไทยที่ช่วยแก้ปัญหาหนังศีรษะและเส้นผมในช่วงที่ผ่านมา ที่ว่านใช้แล้วชอบ รู้สึกว่าช่วยดูแลกันมานานไม่ว่าจะเป็นช่วงภาวะที่ฝุ่นหนักหนา หรืออากาศร้อนมากๆ อย่างตอนนี้

ส่วนตัวว่านเป็นภูมิแพ้ และมีผิวที่ค่อนข้างเซนซิทีฟ มักจะแพ้พวกสารเคมี หลังๆมาเลยเริ่มอินกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติมากขึ้น ค่อนข้างสนับสนุนแบรนด์คุณภาพของคนไทยอยู่แล้วหลายตัว วันนี้ขอหยิบแบรนด์ไทยในหมวดหนังศีรษะและเส้นผมมาให้ชมกันก่อน ขอบอกว่ารีวิวเราแน่นมากทั้งรูป และเนื้อหา พยายามจะเขียนบอกทุกอย่างให้ครบ จบในรีวิวเดียว

ออกตัวก่อนว่าผลิตภัณฑ์บางส่วนที่ทำการริววในวันนี้มีทั้งที่ว่านใช้เองอยู่แล้ว และมีที่ทางแบรนด์ส่งมาให้ลองใช้ด้วยนะคะ โดยผลลัพธ์ในรีวิวนี้เกิดจากการใช้เองจริงๆ ทั้งหมดค่ะ จะมีบอกทั้งส่วนที่ชอบ และไม่ชอบ เพื่อไว้เป็นข้อมูลสำหรับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์ตัวนี้เหมือนๆกันค่ะ 
นี่คือหน้าตาของผลิตภัณฑ์ Kaff & Co. ทั้งหมดที่จะมารีวิวในวันนี้ค่ะ
"นี่คือหน้าตาของผลิตภัณฑ์ Kaff & Co. ทั้งหมดที่จะมารีวิวในวันนี้ค่ะ"
แพคเกจดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ยอมรับว่าสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจซื้อสินค้าก็คือความแพคเกจเรียบง่าย เป็นแบรนด์ไทยที่ขวดดูมินิมอล ทุกอันออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งาน เวลาวางไว้ในห้องน้ำแล้วดูสวยงามเข้ากับห้องน้ำที่บ้าน
สำหรับผลิตภัณฑ์ Kaff & Co. จะมีสินค้าแบ่งออกเป็น 2 ไลน์ทั้งแชมพู และทรีทเมนท์ คือ ตัวที่มีสารสกัดน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น (Kaffir Lime Essential Oil) ด้านซ้าย และสูตรที่เป็นสารสกัดเหง้าขิง กับน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น (Ginger Rhizome & Kaffir Lime) ด้านขวา ที่แบ่งตามการดูแลรักษาปัญหาเส้นผมที่เจอปัญหาแตกต่างกัน ส่วนครีมนวดผมจะมีแค่ตัวเดียวคือสูตรสารสกัดว่านหางจระเข้ค่ะ
มี 2 สูตร คือ แชมพูน้ำมันมะกรูดสกัดเย็นที่เหมาะสำหรับทุกสภาพหนังศีรษะ กับแชมพูสารสกัดเหง้าขิง และน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น สำหรับหนังศีรษะมันมาก
"มี 2 สูตร คือ แชมพูน้ำมันมะกรูดสกัดเย็นที่เหมาะสำหรับทุกสภาพหนังศีรษะ กับแชมพูสารสกัดเหง้าขิง และน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น สำหรับหนังศีรษะมันมาก"
มาเริ่มจากผลิตภัณฑ์แชมพูกันก่อนดีกว่า เพราะน่าเป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคย และใช้กันเป็นประจำ อย่างที่บอกไปว่าเค้าทำออกมา 2 สูตรที่แตกต่างกันตามปัญหาของเส้นผม และหลังศีรษะค่ะ

สูตรแรก แชมพูน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น (Kaffir Lime Essential Oil Shampoo) 
แชมพูที่เหมาะสำหรับทุกสภาพหนังศีรษะ

สรรพคุณของแชมพูสูตรนี้มาจากสารสกัดน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น เค้าจะช่วยปรับสภาพให้หนังศีรษะเกิดความสมดุล ช่วยลดการอักเสบ คัน รังแค และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับรากผม รวมถึงช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมได้ด้วย
เหมาะสำหรับหนังศีรษะ แห้ง/ผสม คัน รังแค ตุ่มอักเสบ
"เหมาะสำหรับหนังศีรษะ แห้ง/ผสม คัน รังแค ตุ่มอักเสบ"
เนื้อแชมพูของสูตรนี้จะมีสีค่อนข้างใส มีกลิ่นหอมมะกรูดอ่อนๆ มีช่วงนึงที่เรามีปัญหาคัน รังแค และหนังศีรษะลอกจากอาการแพ้แชมพูตัวอื่น ตอนนั้นเราใช้ที่แชมพูและทรีทเมนท์สูตรน้ำมันมะกรูดสกัดเย็นคู่กันแล้วเวิร์คมาก จำได้ว่าตอนนั้นซื้อมาเป็นขวดเล็กกว่านี้หน่อยนึง ใช้จนหมดขวด พอรังแคหายก็ไม่ได้ใช้ต่อ จนแบรนด์ส่งมาให้ และได้มารีวิวอีกครั้ง 😊 สรุปว่าตัวนี้ดีนะคะสำหรับเรา ถ้าให้แนะนำก็ต้องบอกว่าเหมาะกับคนที่อยากรักษาสมดุลหนังศีรษะ หรือมีปัญหาคัน รังแคต่างๆ

ต่อมาเป็น แชมพูสารสกัดเหง้าขิง และน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น (Ginger Rhizome & Kaffir Lime Shampoo) แชมพูที่เหมาะสำหรับหนังศีรษะมันมาก

สูตรนี้ข้างขวดเขียนไว้ชัดเจนว่าช่วยขจัดความมันตกค้าง ยกโคนผมลีบแบบ และยังมีสารสกัดจากธรรมชาติอื่นๆ นอกจากมีสารสกัดเหง้าขิงที่มีคุณสมบัติต่างๆ อย่างน้ำมันมะกรูดสกัดเย็นที่ช่วยลดกลิ่นอับ ยับยั้งเชื้อรา และสารสกัดจากมะขามป้อม กับสารสกัดมะคำดีควาย ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบได้
เหมาะสำหรับหนังศีรษะมันมาก และผมร่วง
"เหมาะสำหรับหนังศีรษะมันมาก และผมร่วง"
จะบอกว่าตอนนี้ว่านใช้สูตรนี้อยู่ค่ะ คือปัญหาเส้นผม และหนังศีรษะที่เจอแต่ละช่วงจะไม่เหมือนกัน อย่างตอนนี้ว่านมีปัญหาหนังศีรษะมัน คัน และผมแห้งปลาย ที่เกิดจากการมลภาวะต่างๆ ทั้งร้อน ทั้งเครียด เลยสั่งแชมพูขิงตัวนี้มาใช้

เนื้อจะเป็นเจลออกสีเหลืองกว่าตัวมะกรูด แต่ว่ากลิ่นของทั้งสองสูตรจะคล้ายๆ กัน กลิ่นมะกรูดธรรมชาติ

ที่ชอบอีกอย่างนึงของแบรนด์นี้คือการให้คำแนะนำปรึกษาค่ะ รวมถึงให้คำแนะนำต่างๆ ของว่านเค้าก็จะแนะนำการสระผมที่ถูกต้องมาให้ ซึ่งตัวว่านเองก็นำมาปรับใช้อยู่ จากเมื่อก่อนจะสระผมทุกวัน เพราะหัวมันมาก และกังวลเรื่องกลิ่น ตอนนี้ก็เป็น 2-3 วันสระทีนึง เน้นการสระผมช่วงหนังศีรษะให้สะอาด รีบเป่าผมให้แห้งทันที ตอนนี้ผมว่านไม่มัน ไม่คัน เหมือนแต่ก่อนแล้ว :D ตัวนี้จะคล้ายๆแชมพูสามัญประจำบ้านที่มีติดไว้ตลอด เสียดายที่เค้ายังไม่ได้ผลิตแบบถุงเติมมาให้
มาถึงครีมนวดผมหนึ่งเดียวของเรา ครีมนวดผมสารสกัดว่านหางจระเข้เข้มข้น 99% (Aloe Vera Nourishing Conditioner) ที่บอกได้คำดียวเลยว่าเข้มข้นสุดๆ ตัวนี้ว่านใช้แค่เฉพาะกับปลายผมเท่านั้น เค้าช่วยฟื้นฟูเส้นผม เพิ่มความชุ่มชื้นโดยไม่ทำให้ผมลีบแบน ไม่มีน้ำหอม, พาราเบน, ซิลิโคน และน้ำมันด้วย ว่านว่าเหมาะกับคนแพ้ง่ายมากๆ
เนื้อครีมนวดสีขาวข้น แน่นมาก ใช้แค่นิดเดียวเท่านั้น อันนี้ว่านไม่ได้ใช้ทุกครั้งหลังสระนะคะ ส่วนใหญ่จะใช้อาทิตย์ละครั้ง หรือเวลาที่ต้องการบำรุงผม ด้วยความที่เค้าไม่ผสมน้ำหอม กลิ่นก็เลยไม่มี แต่ถ้าอยากได้กลิ่นหอมๆ แนะนำให้หยดน้ำมันหอมระเหยลงไปปนิดนึงก็จะได้กลิ่นหอมที่ต้องการ เราทำประจำเลย และผลลัพธ์ที่ได้คือผมนุ่มมาก เราใช้เหมือนเป็นทรีทเม้นท์หมักผม ใช้ในปริมาณต่อครั้งที่ไม่เยอะ เน้นแค่เฉพาะปลายผม นวด และทิ้งไว้สัก 3 นาทีผมก็นุ่มแล้วค่ะ
มาถึงตัวสุดท้าย พระเอกของเราทรีทเม้นท์บำรุงหนังศีรษะแบบไม่ต้องล้างออก
"มาถึงตัวสุดท้าย พระเอกของเราทรีทเม้นท์บำรุงหนังศีรษะแบบไม่ต้องล้างออก"
ทรีทเม้นท์สารสกัดน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น (Kaffir Lime Essential Oil Scalp Treatment) และทรีทเมนต์สารสกัดเหง้าขิง กับน้ำมันมะกรูดสกัดเย็น (Ginger Rhizome & Kaffir Lime Scalp Treatment)

สรรพคุณของทรีทเมนท์จะคล้ายๆ กับแชมพูที่เป็นสูตรเดียวกันนะคะ ตัวแพคเกจเป็นขวดแก้ว มีหัวดรอปเปอร์ วิธีการเค้าจะมีบอกที่กล่องใส่เลยค่ะ อันนี้น่ารักมาก แต่ว่านไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้

ให้ใช้ตอนหลังสระผม พอเราเช็ดผมแห้งหมาด ก็ให้หยดทรีทเม้นท์ลงบนหนังศีรษะแล้วนวดแบบไม่ต้องล้างออก ตอนนวดก็จะเพลินๆ เย็นๆที่หนังศีรษะ เหมือนกำลังทำสปาอยู่ที่บ้านเลย ส่วนกลิ่นก็คือมะกรูดเลยค่ะ 55555 กลิ่นเดียวของแบรนด์นี้ เพราะเค้าสกัดมาจากผมมะกรูดด้วยกรรมวิธีสกัดเย็น เพื่อคงคุณค่าของมะกรูดเอาไว้ให้มากที่สุด
หยอดลงหนังศีรษะตอนที่ผมเปียกหมาดๆ แล้วนวด
"หยอดลงหนังศีรษะตอนที่ผมเปียกหมาดๆ แล้วนวด"
ตัวทรีทเม้นท์ ว่านไม่ได้ถ่ายรูปเนื้อผลิตภัณฑ์ไว้ชัดๆ นะคะ บรรยายได้ว่าเป็นน้ำใสๆ ใช้ครั้งนึงปริมาณไม่เยอะ แค่ 2-3 หยดก็พอ เห็นขวดเล็กๆ แบบนี้ ว่านใช้เองคนเดียวได้ค่อนข้างนาน ว่านเลือกสลับใช้ตามสภาพปัญหาของเส้นผม และหนังศีรษะตัวเองในตอนนั้นค่ะ อันนี้สามารถสลับกันใช้ได้หมดเลยทั้งแชมพู และทรีทเทนต์ ไม่จำเป็นต้องสูตรเดียวกันเสมอไป เลือกเอาที่เหมาะสมกับเรา ราคาน่ารัก ไม่เกินขวดละ 1,000 บาทค่ะ ตัวแบรนด์ชอบมีจัดโปรโมชั่นเป็นเซต อันนี้ลองติดตามข้อมูลที่เพจของเค้าได้เลยค่ะ หรือถ้าต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ว่านแนะนำให้ไปปรึกษาที่เพจของแบรนด์โดยตรงเลย  แอดมินค่อนข้างใส่ใจ และให้คำปรึกษาดีมากๆ

ก่อนไปว่านอยากจะบอกว่าแบรนด์ไทยดีๆมีเยอะมาก ไว้คราวหน้าว่านมารีวิวผลิตภัณฑ์ที่ชอบในหมวดอื่นๆ ให้ได้อ่านกันอีกนะคะ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ
สวัสดีค่ะ 😊

Jebanista คุณก็เป็นได้!

มีรีวิว หรือ How to อะไรเอามาแชร์กัน
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ JEBAN COMMUNITY
ได้ง่ายนิดเดียว เริ่มเขียนเลย